- หน้าแรก
- เปิดระบบเศรษฐี แพ็กเกจเริ่มต้นล้านล้าน
- บทที่ 15: มายบัค S560 ซื้อยางเวเนโนไม่ได้สักเส้น
บทที่ 15: มายบัค S560 ซื้อยางเวเนโนไม่ได้สักเส้น
บทที่ 15: มายบัค S560 ซื้อยางเวเนโนไม่ได้สักเส้น
บทที่ 15: มายบัค S560 ซื้อยางเวเนโนไม่ได้สักเส้นด้วยซ้ำ
"พี่สาม เป็นไงบ้าง? เพื่อนพี่ตอบกลับมาหรือยัง?"
"อืม..."
ซูมู่ยักไหล่อย่างจนใจ "เพื่อนฉันบอกว่าตั๋วธรรมดาขายหมดเกลี้ยงแล้วน่ะ..."
เมื่อได้ยินคำตอบจากปากซูมู่ หวังซินอวี่ที่เมื่อกี้ยังตื่นเต้นสุดขีดก็ห่อเหี่ยวลงทันตาราวกับลูกโป่งแฟบ
"อ้าว! ว่าแล้วเชียว! ก็สมเหตุสมผลอยู่หรอก... ราชาเพลงป๊อปโจวเล่นมาร้องเพลงเปิดงานรวดเดียวตั้งสามเพลง ตั๋วก็ต้องหายากเป็นธรรมดา!"
หวังซินอวี่พึมพำเบาๆ แต่แล้วเขาก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เดี๋ยวนะ เมื่อกี้พี่สามบอกว่าตั๋ว ธรรมดา หมดเกลี้ยงแล้วนี่นา...
"พี่สาม ถ้าตั๋วธรรมดาหมด แล้วมีตั๋วแบบอื่นไหมล่ะ? ผมไม่ซีเรียสเรื่องที่นั่งนะ ต่อให้ต้องยืนดูผมก็ยอม!"
ซูมู่ "..."
ยังไม่ทันที่ซูมู่จะได้อ้าปากพูด เด็กหนุ่มจากห้องสามที่อยู่ใกล้ๆ ก็ยืนขึ้น "ฮ่าฮ่า ฉันกดตั๋วคลาส B มาได้สองใบโว้ย! โคตรเจ๋งเลย!"
เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อจางเหอ ฐานะทางบ้านของเขาก็จัดว่าร่ำรวยไม่เบา
แต่ต่างจากหวังซินอวี่ตรงที่จางเหอเป็นพวกหยิ่งยโสโอหัง ชอบโอ้อวดความรวยของครอบครัวอยู่ตลอดเวลา
"ว้าว! ได้ยินมาว่าตอนนี้ตั๋วคลาส B ราคาพุ่งไปใบละสองหมื่นแล้วนะ!"
"อิจฉาชะมัด! ฉันนี่กดไม่ได้แม้แต่ตั๋วคลาส D ด้วยซ้ำ!"
"นั่นสิ ตอนแรกฉันก็กะจะไปหาซื้อตั๋วผีเอาหน้างาน แต่พอมีประกาศว่าราชาเพลงป๊อปโจวจะมาร้องเพลงเปิดงาน ราคาตั๋วก็พุ่งกระฉูดไปเป็นสิบเท่าเลย!"
"แพงหูฉี่ขนาดนี้ ใครจะมีปัญญาซื้อไหวล่ะ!"
หลายคนในห้องมองจางเหอด้วยสายตาอิจฉาตาร้อน มีสาวๆ หลายคนถึงกับเข้าไปรุมล้อม ถามว่าเขาพอจะพาพวกเธอไปดูการแข่งขันด้วยได้ไหม
"น่ารำคาญชะมัด!"
หวังซินอวี่เหลือบมองจางเหอที่กำลังทำหน้าบานเป็นจานเชิง แล้วกัดฟันกรอด
เขาเกลียดขี้หน้าจางเหอเข้าไส้ แถมยังเคยมีเรื่องบาดหมางกันมาก่อนด้วย
จางเหอหันหน้ามามองหวังซินอวี่ด้วยสายตาเย้ยหยัน "เป็นไงล่ะ? หาตั๋วได้สักใบหรือยัง?"
เห็นได้ชัดว่าจางเหอกำลังหาเรื่อง เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าของหวังซินอวี่ก็มืดครึ้มลงทันที
"ก็แค่ตั๋วคลาส B ยังเข้าไม่ถึงโซนติดขอบสนามด้วยซ้ำ ไม่เห็นจะมีอะไรน่าเอามาคุยโวเลย"
ซูมู่ปรายตามองจางเหอพลางเอ่ยแขวะด้วยน้ำเสียงประชดประชัน
"แกพล่ามอะไรนะ? หึ 'ก็แค่ตั๋วคลาส B' งั้นเหรอ ถ้าแกแน่จริง ก็หาตั๋วโซนขอบสนามมาให้ดูหน่อยสิวะ!"
จางเหอชักสีหน้าไม่พอใจกับคำพูดของซูมู่ทันที
"แต่ฉันได้ยินมานะว่าตั๋วโซนขอบสนามโดนปั่นราคาไปถึงใบละสี่หมื่นแล้ว แถมยังหาซื้อแทบไม่ได้อีกต่างหาก!"
จางเหอมองซูมู่ตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม "น้ำหน้าอย่างแกน่ะ ฉันพนันได้เลยว่าแค่ตั๋วคลาส D ยังไม่มีปัญญาซื้อเลยด้วยซ้ำ ใช่ไหมล่ะ?"
ห้องพักของจางเหออยู่ติดกับห้องของซูมู่ เขาจึงพอจะรู้เรื่องฐานะทางการเงินของซูมู่อยู่บ้าง
แน่นอนว่าเขาไม่รู้ถึงสถานะของซูมู่ในปัจจุบัน ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่กล้ามาทำตัวกร่างต่อหน้าซูมู่แบบนี้หรอก
พูดจบ จางเหอก็เดินเชิดหน้าผ่านซูมู่ไปอย่างโอหัง
ทว่าอย่างที่โบราณว่าไว้ ฟ้ามีตา จางเหอที่กำลังเดินเชิดหน้าชูคออย่างภาคภูมิใจ ดันไปสะดุดเข้ากับขาโต๊ะจนเสียหลักล้มคะมำลงไปกองแทบเท้าซูมู่พอดิบพอดี
"ทำอะไรของนายเนี่ย? นี่ยังไม่ถึงช่วงตรุษจีนเลย จะมารีบโขกหัวคำนับฉันทำไม? ฉันไม่มีอั่งเปาให้นายหรอกนะ!"
ซูมู่ระเบิดเสียงหัวเราะลั่น เอ่ยเยาะเย้ยถากถางอย่างไม่ไว้หน้า
ใบหน้าของจางเหอเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำในพริบตา ขณะที่เขากำลังจะอ้าปากโวยวาย จูหยวนก็เดินเข้ามาพอดี
ก่อนหน้านี้ตอนที่จางเหอมีเรื่องกระทบกระทั่งกับเด็กห้องซูมู่ จูหยวนที่เป็นพวกเลือดร้อนถึงกับบุกเข้าไปในห้องของจางเหอ จับเขากดลงกับเตียงแล้วประเคนหมัดใส่ไม่ยั้ง
ตั้งแต่นั้นมา จางเหอก็เลยมีแผลในใจเวลาเจอหน้าจูหยวน
"อะไร? อยากมีเรื่องอีกใช่ไหม?"
จูหยวนถลึงตาใส่จางเหอ ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับหดหัว หุบปากเงียบกริบ
"ระวังตัวไว้ให้ดี ไม่งั้นฉันจะอัดแกอีกรอบแน่!"
จูหยวนเบิกตากว้าง ท่าทางตอนข่มขู่ของเขาดูน่ากลัวไม่เบา
จางเหอไม่กล้าแม้แต่จะปริปากเถียง ได้แต่รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหางจุกตูดไปอย่างน่าสมเพช
"คนพรรค์นี้มันวอนหาเรื่องเองแท้ๆ เข้าตำรา 'ถ้าไม่โดนอัดสักสามวัน ก็คงหาเรื่องรื้อหลังคาบ้าน' ชัดๆ!"
จูหยวนหัวเราะร่วนพลางหันไปพูดกับซูมู่และหวังซินอวี่
"นั่นสิเนอะ~~"
ซูมู่เอ่ยสมทบ
เจอฉากเด็ดของจางเหอเข้าไป หวังซินอวี่ก็ลืมเรื่องตั๋วไปชั่วขณะ
หลังมื้อเที่ยง เนื่องจากไม่มีเรียนในช่วงบ่าย ซูมู่จึงเตรียมตัวออกไปขับรถเล่น
คราวที่แล้วเขายังขับเคอนิกเส็กก์ไม่จุใจเลยก็ดันไปชนท้ายลาเฟอร์รารีของฉินเฟิ่นเข้าเสียก่อน โชคดีที่ตอนนี้เขามีลัมโบร์กินี เวเนโนมาแทนที่แล้ว
วันนี้เขาวางแผนจะแวะไปที่ทอมสันริเวียร่าสักหน่อย ตอนนี้ตึกของเขาทั้งตึกถูกปล่อยเช่าไปหมดแล้ว โดยห้องพักแต่ละห้องสามารถทำเงินค่าเช่าให้เขาได้เฉลี่ยเกือบ 150,000 หยวนต่อเดือน
ตึกนั้นมีทั้งหมดเก้าสิบห้อง เท่ากับว่าแค่ค่าเช่ารายเดือนก็ปาเข้าไปสิบสามล้านกว่าหยวนแล้ว!
ถ้านับรวมทั้งปี รายได้จากค่าเช่าก็ทะลุสองร้อยล้านได้อย่างสบายๆ!
ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านนี้คอยช่วยเขาบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ให้อีกด้วย
ตอนที่ซูมู่เพิ่งจะเก็บโฉนดที่ดินเหล่านั้นเข้าตู้นิรภัยของธนาคารเสร็จ ถังอวี่ ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทดังกล่าวก็โทรมาหาเขาพอดี
ของรางวัลที่ระบบมอบให้ซูมู่นั้น ล้วนแต่เป็นของที่ถูกต้องตามกฎหมายและสามารถตรวจสอบแหล่งที่มาได้ทั้งสิ้น
เจ้าของเดิมของตึกนี้เป็นมหาเศรษฐีจากฮ่องกง แต่เมื่อไม่นานมานี้เขาได้ประกาศขายตึกทิ้งเนื่องจากธุรกิจกำลังย่ำแย่
และเจ้าของคนใหม่ก็คือ ซูมู่นั่นเอง
ตั้งแต่รู้ตัวว่าเป็นเจ้าของตึกที่ทอมสันริเวียร่า ซูมู่ก็ยังไม่เคยโฉบไปดูเลยสักครั้ง ในเมื่อผู้จัดการทั่วไปที่ดูแลอสังหาริมทรัพย์โทรมาหา เขาจึงตัดสินใจแวะไปดูลาดเลาสักหน่อย
พวกเขานัดเจอกันตอนบ่ายสามโมงครึ่ง ซูมู่จึงกลับไปพักผ่อนที่บ้านก่อนชั่วครู่
"แวะไปแปลงโฉมที่ห้างอี้ต๋าสักหน่อยดีกว่า!"
ซูมู่ก้มลงมองเสื้อผ้าที่สวมอยู่แล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มเจื่อน
ตอนอยู่มหาวิทยาลัยมันก็ไม่เท่าไหร่หรอก แต่เวลาต้องออกไปพบปะผู้คนในสังคม เขาก็ควรจะใส่ใจเรื่องการแต่งกายให้มากกว่านี้
เขาเหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้บ่ายสองโมงตรงพอดี
ซูมู่คว้ากุญแจรถลัมโบร์กินีแล้วเดินลงไปชั้นล่าง
ห้างสรรพสินค้าอี้ต๋าเป็นหนึ่งในธุรกิจเครืออี้ต๋ากรุ๊ป และถือเป็นห้างสรรพสินค้าระดับท็อปของประเทศในขณะนี้
ลัมโบร์กินี เวเนโนของซูมู่จอดทิ้งไว้ในโรงรถใต้ดินมาเกือบวันแล้ว และมันก็ดึงดูดความสนใจจากผู้คนได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ในย่านที่พักอาศัยแห่งนี้มีเศรษฐีกระเป๋าหนักอาศัยอยู่เพียบ และในโรงรถใต้ดินก็มีรถหรูจอดเรียงรายอยู่มากมาย
ส่วนพวกซูเปอร์คาร์ก็มีให้เห็นอยู่ประปราย
แต่ถึงอย่างนั้น นี่มันคือลัมโบร์กินี เวเนโนเชียวนะ ซูเปอร์คาร์คันอื่นๆ เอามาเทียบชั้นไม่ติดหรอก
"เชี่ยเอ๊ย! เจอรถคันนี้จอดอยู่ในโรงรถใต้ดินคอนโดเราด้วยแหละ!"
ผู้บริหารระดับสูงที่มีทรัพย์สินหลายสิบล้านคนหนึ่งถ่ายรูปรถคันนี้แล้วโพสต์ลงในไทม์ไลน์โมเมนต์ของตัวเอง
เพียงไม่นานก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์กันอย่างล้นหลาม
"ผู้จัดการอู๋ ก็แค่ลัมโบร์กินีน่า มายบัค S560 ของคุณก็ใช่ย่อยซะที่ไหนล่ะ!"
"ใช่เลยผู้จัดการอู๋ ลัมโบร์กินีคันนี้ราคาก็คงแพงกว่ารถคุณไม่เท่าไหร่หรอกน่า!"
"ผู้จัดการอู๋ วันอาทิตย์นี้ว่างไหมครับ? เดี๋ยวผมเลี้ยงข้าวเองนะ?"
"..."
แม้จะรู้สึกปลื้มปริ่มที่โดนยกยอจนแอบยิ้มกริ่ม แต่อู๋เถาคนนี้ก็พิมพ์ตอบกลับคอมเมนต์เหล่านั้นรวดเดียวในไทม์ไลน์โมเมนต์ของเขาทันที
"พอเลย นี่มันลัมโบร์กินี เวเนโนโว้ย มายบัค S560 ของฉันน่ะ แค่จะเอาไปซื้อยางรถคันนี้สักเส้นยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ!"