- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตาเฒ่าใกล้ลงโลง แต่ระบบดันสั่งให้ไปเต๊าะสาวเพื่อต่ออายุขัย
- บทที่ 17 - ถูกรังแกจนถึงหัวแล้วจริงๆ
บทที่ 17 - ถูกรังแกจนถึงหัวแล้วจริงๆ
บทที่ 17 - ถูกรังแกจนถึงหัวแล้วจริงๆ
เจียงผิงปากก็บอกว่าจะค่อยๆ ทะลวงขอบเขต แต่ตั้งแต่รู้ว่าระบบมีฟังก์ชันใหม่ทำอะไรได้ เขาก็ร้อนใจอยากจะรีบแข็งแกร่งขึ้น
เพราะเขารู้ดีว่า ถ้าไม่ออกจากวิหารหยินหยาง กว่าจะแข็งแกร่งขึ้นได้ ไม่รู้ต้องรอถึงปีมะโว้หรือเปล่า
ระบบบอกเขาชัดเจนแล้วว่า ในวิหารหยินหยางมีจุดสีฟ้าอยู่จุดเดียว ซึ่งก็เดาได้ว่าเป็นสถานที่ที่หลินเมี่ยวอินกำลังเก็บตัวอยู่ เรื่องนี้อีกไม่กี่สิบปีก็คงไม่มีความหวังอะไรแล้ว หนทางเดียวที่จะมีโอกาสก้าวหน้า คือต้องก้าวออกไปจากวิหารหยินหยาง
แม้ว่าเจียงผิงจะดูอ่อนแอในเวลาปกติ แต่ครั้งนี้เขาทุ่มเทอย่างเต็มที่ ใช้พลังที่ฟื้นฟูมาทั้งวันหมดไปในคืนเดียว
แต่เจียงผิงกลับพบความลับที่ยิ่งใหญ่ นั่นคือเมื่อบำเพ็ญเพียรคู่ตามเคล็ดวิชาผสานรัก พลังจะหมุนเวียนไปหนึ่งรอบ แล้วกลับเข้ามาในร่างกายของเขาอีกครั้ง ทำให้เขารู้สึกสดชื่นและกระปรี้กระเปร่า
และก็เป็นไปตามคาด ใน "การฝึกฝนอย่างหนัก" ตลอดทั้งคืนนี้ของเจียงผิง ภายใต้ "การหล่อเลี้ยง" ของเหอชิงฮวน เขาก็ทะลวงผ่านระดับได้สำเร็จ ส่วนเหอชิงฮวนก็พบว่าพลังของเธอเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน ตอนนี้เธอเริ่มหลงใหลการฝึกฝนแบบบำเพ็ญเพียรคู่กับตาแก่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ
สายตาของเหอชิงฮวนแทบจะติดหนึบอยู่กับเจียงผิง เธอไม่เข้าใจเลยว่า ทำไมเจียงผิงถึงทะลวงระดับได้เร็วขนาดนี้ แถมทุกครั้งที่ทะลวงระดับก็ทำได้ง่ายๆ บน "เตียง" ทั้งนั้น
ในหัวของเธอเหมือนมีด้ายพันกันยุ่งเหยิงไปหมด คิดยังไงก็คิดไม่ออก
ตอนนี้เธอมั่นใจในสิ่งหนึ่งแล้วว่า ในอนาคตความสำเร็จของเจียงผิงจะต้องไม่ธรรมดาแน่
ตอนนี้เธอไม่ต่อต้านเจียงผิงอีกต่อไปแล้ว กลับภักดีต่อเขาอย่างเต็มที่
เธอเองก็ไม่แน่ใจว่านี่คือความรักหรือเปล่า แต่ในโลกของการบำเพ็ญเพียรนี้ เวลาผ่านไปอย่างยาวนาน ตราบใดที่มีเจียงผิงอยู่เคียงข้าง เธอจะไม่รู้สึกโดดเดี่ยวและเหน็บหนาว
นึกถึงสมัยก่อนตอนที่เธอฝึกฝน เหมือนแมลงวันไร้หัวที่บินชนนู่นชนนี่ ไม่มีใครคอยชี้แนะ จนกระทั่งเธอมอบทุกอย่างให้กับผู้ชายตรงหน้านี้ การเปลี่ยนแปลงที่เขานำมาให้เธอนั้นเกิดขึ้นทุกวัน
เหอชิงฮวนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก
เธอรู้ดีว่าในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงส่วนใหญ่คือผลประโยชน์ ผู้หญิงมักตกเป็นของเล่นและเครื่องมือของปู้ชาย หมดประโยชน์ก็ถูกเตะทิ้ง
แต่เธอกลับไม่รู้สึกถึงความเย็นชานี้ในตัวเจียงผิงเลย
ในเวลานั้น เหอชิงฮวนแหงนหน้ามองเจียงผิงและพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน "ศิษย์พี่เจียง ท่านเก่งจังเลย ทะลวงระดับได้อีกแล้ว!"
เจียงผิงยื่นมือไปบีบคางของเหอชิงฮวน หัวเราะอย่างเย่อหยิ่ง "เก่งใช่ไหมล่ะ!"
ท่าทางของเขานั้น ภูมิใจจนแทบจะหางชี้ฟ้า เขาชอบฟังผู้หญิงชมว่าเขาเก่ง ว่าเขายอดเยี่ยม
ตอนนี้เจียงผิงพอใจกับพลังระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่เก้าของเขามาก เขาพึมพำในใจ: เมื่อก่อนเจ้าของร่างนี้หมดหวังกับโลกใบนี้ไปแล้ว
ในเมื่อข้าสามารถทะลุมิติมาอยู่ในร่างของเจ้าได้ เจ้าก็วางใจได้เลย ชาตินี้ข้าจะทำให้ชีวิตของเจ้ามีสีสันอย่างแน่นอน!
ในเวลานี้ ระดับพลังระดับหลอมรวมลมปราณขั้นที่เก้าของเจียงผิงยังไม่คงที่ เขาตั้งใจจะนั่งสมาธิดูดซับพลังปราณแห่งฟ้าดินเพื่อเสริมสร้างการบำเพ็ญเพียร แต่พอหันไปเห็นเหอชิงฮวนที่อยู่ข้างๆ เขาก็คิดในใจ: บางทีเคล็ดวิชาผสานรักอาจจะช่วยเสริมสร้างการบำเพ็ญเพียรได้ด้วยก็ได้!
เหอชิงฮวนยังไม่ทันได้ตั้งตัว เจียงผิงก็เริ่มการฝึกฝนแบบ "วัวแก่ไถนา" อีกครั้ง
โอ้โห ผลตอบแทนช่างยิ่งใหญ่นัก เจียงผิงรู้สึกดีใจมาก เขาตระหนักดีว่า การบำเพ็ญเพียรคู่นั้นเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการรักษาเสถียรภาพของพลังและระดับอย่างแน่นอน
วันรุ่งขึ้น เหอชิงฮวนแทบจะวิ่งหนีออกจากสวนสมุนไพรราวกับกำลังหนีตาย
ตาแก่เจียงผิงคนนี้ ปกติแล้วดูเหมือนจะเดินไม่ค่อยไหว แต่พอถึงเวลาบำเพ็ญเพียรคู่ก็เหมือนเป็นคนละคน
เหอชิงฮวนขอร้องให้หยุดหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ผล สุดท้ายก็ต้องกัดฟันทน
เธอสงสัยว่าตัวเองถึงจะมีพลังระดับสร้างรากฐาน แต่ก็ทนการทรมานของเจียงผิงไม่ได้หรอก!
เจียงผิงนั้นภูมิใจในตัวเองมาก
ตอนนี้เขากำลังคิดหาวิธีที่จะสัมผัสถึงขอบเขตสร้างรากฐาน ตราบใดที่เขาสัมผัสได้ เขาก็จะกลืนยาสร้างรากฐานลงไป แบบนี้ก็จะเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานได้อย่างราบรื่น
เจียงผิงแต่งตัวเสร็จแล้ว พอลงจากเตียง "โอ๊ย บ้าเอ๊ย!" ขาสองข้างอ่อนแรง ล้มหน้าคว่ำลงไปกองกับพื้น ล้มซะหน้าคะมำเลย
เจียงผิงล้มครั้งนี้เจ็บหนักมาก ฟันแทบจะโยก
"เวรเอ๊ย! นี่มันเรื่องอะไรกัน? ไม่น่าจะใช่สิ! ข้าก็ระดับหลอมรวมลมปราณขั้นเก้าแล้วนะ ทำไมร่างกายถึงได้อ่อนแอลงทุกวัน ยืนยังยืนไม่ค่อยจะอยู่เลย?"
ครั้งนี้เจียงผิงก็ยังต้องคลานไปที่ประตู คว้าเชือกฟางช่วยชีวิตไว้แน่น ถึงได้พยุงตัวขึ้นมายืนได้
เขาดูที่ผิวหนังของตัวเอง อ้าว ไม่แห้งเหี่ยวเหมือนเมื่อก่อนแล้วนี่ มีชีวิตชีวาดี
"แล้วมันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ทำไมถึงยืนไม่มั่นคงตลอดเลย?"
เจียงผิงพิงเชือกเดินไปที่ริมแม่น้ำ แวะอาบน้ำด้วย และดูเงาสะท้อนในแม่น้ำ ดูซิว่าหน้าตาตัวเองตอนนี้เป็นยังไง
พอเห็นหน้าตัวเอง เจียงผิงก็พอใจมาก
ถึงจะแก่และผมขาวโพลน แต่ไม่เหมือนเมื่อก่อนที่ผิวหนังเหี่ยวย่นจนไม่มีน้ำมีนวลเลย
เขาเริ่มอาบน้ำ แต่พวกลูกศิษย์ที่แอบดูเขาอยู่ก็ภาวนาว่า "อย่าบอกนะว่าเมื่อคืนเป็นผีเสื้อราตรี พอเช้ามาสมหวังแล้วก็ไม่อยากอยู่ต่อแล้ว!"
ทุกคนต่างจับตาดูความเคลื่อนไหวของเจียงผิง และเห็นว่าเจียงผิงขึ้นมาจากแม่น้ำหลังจากอาบน้ำเสร็จ
พวกศิษย์ที่เห็นเจียงผิงขึ้นมาจากแม่น้ำต่างก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เจียงผิงกลับมาที่สวนสมุนไพร กำลังจะเข้าห้องไปคิดหาวิธีทะลวงขึ้นสู่ระดับสร้างรากฐานต่อ แต่กลับได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากข้างนอก
"เจียงผิง ท่านเจ้าสำนักเชิญ!" มีเสียงหนึ่งตะโกนขึ้น
เจียงผิงคิดในใจ เจ้าสำนักหาตัวข้าไปทำไม? ทำไมเธอไม่มาเอง หรือว่าเขิน? หรือว่าจับได้เรื่องข้ากับเหอชิงฮวนแล้ว?
ด้วยความกังวล เจียงผิงเดินตามคนคนนั้นไปพบเสิ่นเพ่ยจือ เจ้าสำนัก
เมื่อมาถึงที่พักของเจ้าสำนัก เสิ่นเพ่ยจือนั่งหน้าเคร่งขรึม
"เจียงผิง เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงเรียกเจ้ามา?" เสิ่นเพ่ยจือถาม
เจียงผิงใจเต้นรัว ตอบอย่างระมัดระวัง "ศิษย์ไม่ทราบ โปรดชี้แนะด้วยขอรับ"
ไม่ถูกสิ เสิ่นเพ่ยจือไม่น่าจะมีท่าทีแบบนี้กับเขานี่นา เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ในตอนนั้นเอง ผู้อาวุโสคนหนึ่งก็นำคนคนหนึ่งมายังโถงใหญ่ คนนั้นคือเหอชิงฮวนนั่นเอง
เจียงผิงจำได้ว่าผู้อาวุโสคนนี้ชื่อ หลี่ชิวชาน เหอชิงฮวนเคยบอกเขาว่า เธอได้ฝากตัวเป็นศิษย์ของหลี่ชิวชาน
ตอนนี้เจียงผิงหรี่ตาลง เขามั่นใจว่าเรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่นอน
เห็นได้ชัดว่าเหอชิงฮวนในตอนนี้ได้รับบาดเจ็บ เจียงผิงเห็นแล้วก็ปวดใจ
เจียงผิงมองตรงไปที่เสิ่นเพ่ยจือ สายตาของเขาเต็มไปด้วยความไม่พอใจ ทำให้เสิ่นเพ่ยจือใจหายวาบ
ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้? หรือว่าเหอชิงฮวนสำคัญกับเขามาก?
ในตอนนี้ หลี่ชิวชานมองไปที่เจ้าสำนักเสิ่นเพ่ยจือและกล่าวว่า "ท่านเจ้าสำนัก ตอนนี้เหอชิงฮวนแอบฝึกเคล็ดวิชาลับสุดยอดของวิหารหยินหยาง ไท่อี้ซ่างชิง เธอเพิ่งเข้าสำนักสายใน ไม่มีสิทธิ์ฝึกฝน ข้าเพิ่งบอกเคล็ดลับพื้นฐานให้เธอ แต่ตอนนี้เธอกลับรู้เคล็ดวิชาไท่อี้ซ่างชิงทั้งหมด ท่านเจ้าสำนัก ตามกฎของสำนัก สมควรประหารชีวิต"
คำพูดของหลี่ชิวชานเย็นชาและเด็ดขาด ไม่มีโอกาสให้ต่อรองเลย
(จบแล้ว)