- หน้าแรก
- ทะลุมิติมาเป็นตาเฒ่าใกล้ลงโลง แต่ระบบดันสั่งให้ไปเต๊าะสาวเพื่อต่ออายุขัย
- บทที่ 13 - มีแต่ภาพประกอบอีกแล้ว
บทที่ 13 - มีแต่ภาพประกอบอีกแล้ว
บทที่ 13 - มีแต่ภาพประกอบอีกแล้ว
เสิ่นเพ่ยจือทั้งอายทั้งฉุน ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมกอด “ตาเฒ่าบ้ากาม! ไม่รู้จักดูเวล่ำเวลาบ้างเลยนะ!”
เจียงผิงสนที่ไหนล่ะ หัวเราะร่วนตอบไปว่า “จะเวลาไหนก็ช่างมันเถอะ วสันตฤดูคืนเดียวมีค่าดั่งทองคำนะจ๊ะ!”
เสิ่นเพ่ยจือถูกเขาแหย่จนทั้งโกรธทั้งขำ “เจ้าคนปากหวานปลิ้นปล้อน ข้าล่ะยอมใจเจ้าจริงๆ”
เจียงผิงมือไม้ปัดป่ายไปมา ปากก็ยังไม่หยุดหยอกล้อ “ยอดรัก เจ้าก็ยอมเป็นของข้าซะดีๆ เถอะน่า รับรองว่าข้าจะพาเจ้าขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดเลย”
เสิ่นเพ่ยจือทนไม่ไหว ทุบอกเขาไปทีหนึ่ง “เจ้ามันไม่เคยจะจริงจังเลย วันๆ เอาแต่คิดเรื่องพรรณนี้”
เจียงผิงอาศัยจังหวะชุลมุน คว้ามือขวานางมาจูบฟอดใหญ่ “โอ๊ยๆ อย่าตีสิจ๊ะ โบราณว่าตีคือรักด่าคือชอบไม่ใช่รึ”
ในระหว่างที่ทั้งสองหยอกล้อกันไปมา บรรยากาศก็ยิ่งทวีความเร่าร้อน
ลมหายใจของเจียงผิงเริ่มถี่กระชั้น “ยอดรัก ข้าทนไม่ไหวแล้วนะ”
เสิ่นเพ่ยจือครางเสียงหวาน “เจ้าคนใจร้อน เบาๆ หน่อยสิ”
เจียงผิงไหนเลยจะฟังเสียงเตือน พุ่งเข้าใส่เสิ่นเพ่ยจือราวกับเสือหิว ทั้งสองพัวพันนัวเนียกันจนแยกไม่ออก
ผ่านไปครู่ใหญ่ ภายในห้องก็มีเสียงร้องครวญครางโอเวอร์แอคติ้งของเจียงผิงดังลอดออกมา “โอ๊ยตายๆๆ ยอดดวงใจของข้า ทำไมเจ้าถึงได้เก่งกาจถึงเพียงนี้!”
เสิ่นเพ่ยจือทั้งขำทั้งอาย ด่าสวนไปว่า “เจ้าหัดเบาเสียงลงหน่อยเถอะ! ไม่อายผีสางเทวดาบ้างหรือไง”
เจียงผิงกลับทำหูทวนลม “จะไปกลัวอะไร ปล่อยให้พวกนั้นอิจฉาตาร้อนไปเถอะ!”
เจียงผิงหอบหายใจแฮ่กๆ ขณะที่โคจรพลังปราณตามวิถีของ ‘เคล็ดวิชาผสานรัก’
ครั้งก่อนเขาก็เคยใช้วิชานี้กับเสิ่นเพ่ยจือมาแล้ว ผลลัพธ์ที่ได้มันสุดยอดเกินบรรยาย! อย่างที่บอกแหละ ครั้งแรกอาจจะเก้ๆ กังๆ แต่ครั้งที่สองนี่ลื่นปรื๊ดๆ!
เจียงผิงถ่ายทอดพลังปราณของตนเข้าสู่ร่างกายของเสิ่นเพ่ยจืออีกครั้ง
กระแสพลังไหลเวียนไปตามจุดลมปราณต่างๆ ในตัวนางจนครบรอบ แล้วไหลย้อนกลับเข้ามาในตัวของเจียงผิง
วินาทีนั้น พลังปราณในร่างเจียงผิงพุ่งพรวดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับจรวด!
เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนเลยว่า คอขวดของระดับหลอมรวมลมปราณขั้นเก้าอยู่แค่เอื้อม ขอเพียงเขาคิดจะทะลวง มันก็ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก!
แถมเขายังรู้สึกด้วยว่า เส้นลมปราณในตอนนี้แข็งแกร่งพอที่จะรับแรงกระแทกจากการทะลวงสู่ขั้นเก้าได้สบายๆ
แต่เจียงผิงก็กัดฟันข่มใจเอาไว้ ขืนทะลวงระดับรวดเดียวติดๆ กันแบบนี้ มีหวังร่างกายได้พังพินาศแน่!
ตั้งแต่ทะลุมิติมา เขายังไม่เคยฝึกฝนเคล็ดวิชาอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยสักอย่าง เอาแต่ตะลุยฝ่าด่านอย่างเดียว ขืนรีบร้อนเกินไปอาจจะธาตุไฟแตกซ่านได้
ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าเขาทะลวงระดับฉลุยแบบนี้ เสิ่นเพ่ยจือต้องสงสัยแน่ๆ แล้วนางก็จะต้องมาคาดคั้นความลับจากเขาอีก
เจียงผิงกัดฟันระงับความอยากที่จะเลื่อนระดับ แล้วนอนแผ่หราอยู่ข้างๆ เสิ่นเพ่ยจืออย่างเกียจคร้าน
เสิ่นเพ่ยจือในตอนนี้เริ่มจะคุ้นชินกับเจียงผิงมากขึ้นแล้ว
นางค้อนขวับพร้อมกับส่งสายตายั่วยวน “หึ! ทำเป็นเก่ง ที่แท้ก็มีน้ำยาแค่นี้เองรึ?”
เจียงผิงรีบฉีกยิ้มประจบ “แหม ภรรยาสั่งสอนได้ถูกต้องแล้วจ้ะ คราวหน้าข้าสัญญาว่าจะทำให้ถึงใจกว่านี้แน่นอน!”
เสิ่นเพ่ยจือเมินหน้าหนี รีบคว้าเสื้อผ้ามาสวมใส่แล้วลงจากเตียง
พลางคิดในใจ ‘ข้าเป็นถึงเจ้าวิหารหยินหยางนะ จะมามัวหมกตัวอยู่กับตาแก่นี่กลางวันแสกๆ ได้ยังไง
ตั้งแต่มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเขา ข้าก็ชักจะทำตัวเหลวไหลเหมือนฮ่องเต้บ้าตัณหาเข้าไปทุกทีแล้วเนี่ย!’
แต่พอเท้าแตะพื้น เสิ่นเพ่ยจือก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ! นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!
นางสัมผัสได้ถึงพลังงานลึกลับบางอย่างที่กำลังไหลเวียนหล่อเลี้ยงอยู่ทั่วทุกจุดลมปราณในร่างกาย
แม้กระทั่งอาการบาดเจ็บเรื้อรังที่เกิดจากการปะทะกับเซวียอู๋เฮิ่นเมื่อวันก่อน ตอนนี้มันหายเป็นปลิดทิ้ง!
นางแทบไม่อยากจะเชื่อเลยว่า การบำเพ็ญเพียรคู่กับตาแก่นี่จะมีสรรพคุณวิเศษขนาดนี้!
ความจริงแล้วเจียงผิงเองก็ไม่รู้เรื่องนี้เหมือนกัน แต่นี่คือความมหัศจรรย์ของ ‘เคล็ดวิชาผสานรัก’ ที่ช่วยฟื้นฟูร่างกายให้กับคู่บำเพ็ญเพียรนั่นเอง
เสิ่นเพ่ยจือไม่รู้จะพูดอะไร หันขวับกลับมาสั่งเจียงผิงที่นอนตีพุงอยู่บนเตียง
“เจ้านอนพักอยู่ที่นี่แหละ ห้ามออกไปเพ่นพ่านที่ไหนเด็ดขาด!”
เจียงผิงได้ยินดังนั้นก็ร้องโอดครวญในใจ ‘เวรล่ะ! นี่กะจะเลี้ยงข้าเป็นนกน้อยในกรงทองเลยรึไง!
ข้าเป็นผู้ชายนะเว้ย ต้องออกไปผจญโลกกว้างสิ! จะให้มาหมกตัวอยู่ในรังรักของเจ้าทั้งวันได้ไงล่ะ!’
ถึงจะคิดแบบนั้น แต่เจียงผิงก็ไม่กล้าปริปากบ่นสักคำ!
ข้อแรก ขืนขัดใจเสิ่นเพ่ยจือ นางได้อารมณ์เสียแน่ ซึ่งนั่นไม่ใช่แนวทางเอาตัวรอดของเขาเลย
ข้อสอง ตอนนี้อยู่ที่นี่แหละปลอดภัยที่สุด!
เขาเดาได้เลยว่า ต้องมีคนในสำนักจ้องตาเป็นมันอยากจะได้ของดีจากเขาแน่ๆ ลำพังตัวเขาที่เป็นแค่ศิษย์รับใช้ คงปกป้องความลับพวกนี้ไว้ไม่ได้หรอก
ตอนนี้เขาแอบรู้สึกเสียใจนิดๆ แล้วล่ะ ที่ยอมเสี่ยงตายไปช่วยเสิ่นเพ่ยจือวันนั้น
บางทีนางอาจจะเอาตัวรอดจากการโจมตีนั้นได้เองด้วยซ้ำ
‘ไอ้เจียงผิงเอ๊ย แกนี่มันโง่จริงๆ คิดอะไรอยู่เนี่ย!
เพื่อปกป้องผู้หญิงของข้า ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิตข้าก็ยอมเว้ย! ข้าเจียงผิงเป็นลูกผู้ชายตัวจริง รักใครรักจริงอยู่แล้ว!’ เจียงผิงพยายามปลอบใจตัวเอง
พอเสิ่นเพ่ยจือคล้อยหลังไป เจียงผิงก็รีบลุกขึ้นแต่งตัวอย่างว่องไว เขายังมีเรื่องต้องทำอีกเป็นกระบุง!
ของรางวัลที่ระบบแจกให้ กับฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่งปลดล็อก เขายังไม่ได้เข้าไปศึกษาให้ละเอียดเลย!
ว่าแล้วเขาก็รีบเข้าไปเช็กของรางวัลในระบบทันที
พอนึกถึงคัมภีร์ ‘เคล็ดวิชาผสานรัก’ เล่มที่สอง เขาก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาตงิดๆ
‘หวังว่าคราวนี้ไอ้ระบบมันคงไม่โรคจิต แจกหนังสือโป๊มาให้ข้าอีกหรอกนะ!’
แต่พอเปิดอ่านเท่านั้นแหละ หัวเขาก็แทบระเบิด! มันก็ยังเป็นหนังสือภาพประกอบอยู่ดี!
แต่พอเพ่งดูดีๆ เขาก็พบความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่!
เขาเป็นคนจากยุคปัจจุบัน เคยอ่านนิยายกำลังภายในมาก็เยอะ จำได้ว่ามันมีวิชาประเภทดูดซับพลังคนอื่นมาเป็นของตัวเองอยู่ด้วย
และคัมภีร์ผสานรักเล่มที่สองนี้ ก็ระบุเอาไว้ว่า...
หากนางเอกได้รับบาดเจ็บหรือโดนพิษร้ายแรงถึงขั้นปางตาย เจียงผิงสามารถใช้วิธีบำเพ็ญเพียรคู่เพื่อถ่ายโอนอาการบาดเจ็บเหล่านั้น มาตามเส้นลมปราณเข้าสู่ร่างกายของเขา
จากนั้นระบบจะทำการเปลี่ยนพลังงานเหล่านั้นให้กลายเป็นสารอาหารบำรุงระดับพลังของเขา โดยที่เขาจะไม่ได้รับอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น!
เจียงผิงอ่านไปก็ตื่นเต้นไป พลิกหน้าถัดไปอย่างเมามัน
เนื้อหาด้านหลังเต็มไปด้วยคำอธิบายว่าต้องใช้ท่าทางและวิธีการแบบไหน ถึงจะสามารถดูดซับพิษและอาการบาดเจ็บในแต่ละสถานการณ์ได้
เจียงผิงอ่านเพลินจนเลือดกำเดาไหลหยดแหมะลงมาสองหยดโดยไม่รู้ตัว!
จังหวะนรกชะมัด! เสิ่นเพ่ยจือเดินกลับเข้ามาในห้องพอดี!
เห็นสภาพเจียงผิงแบบนั้น คิ้วของนางก็ขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์
แอบคิดในใจ ‘ตาแก่นี่ว่างงานจัดจนต้องมานั่งทำร้ายตัวเองเรียกร้องความสนใจ เพื่อจะได้อยู่กับข้าต่อรึไง!
ข้าก็บอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าให้อยู่ที่นี่ ห้ามไปไหน! ก็แปลว่าข้ายอมให้อยู่ด้วยแล้วไง จะมานั่งทรมานตัวเองทำไมอีกล่ะ!’
เจียงผิงกลัวเสิ่นเพ่ยจือจะเห็นหนังสือโป๊ในมือ จึงรีบซ่อนมันไว้ข้างหลังอย่างลุกลี้ลุกลน
โชคดีที่เสิ่นเพ่ยจือไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก นางแอบอมยิ้มภูมิใจลึกๆ
‘สงสัยความสวยและเสน่ห์ของข้าคงจะมัดใจตาแก่นี่ซะอยู่หมัด จนเขายอมทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้โดนไล่ตะเพิดแน่ๆ!’
ถ้าเสิ่นเพ่ยจือรู้ความจริงว่าเจียงผิงเลือดกำเดาไหลเพราะมัวแต่นั่งดูหนังสือโป๊ล่ะก็ มีหวังนางคงกระชากคอเสื้อเขาลากลงจากเตียง แล้วกระทืบซ้ำให้จมดินไปแล้ว!
(จบแล้ว)