- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคแปดศูนย์ เป็นภรรยาทหาร เลี้ยงลูกด้วยมิติจิตสุดโกง
- บทที่ 89 รสชาติทั้งสามแบบ / บทที่ 90 คำกำชับ
บทที่ 89 รสชาติทั้งสามแบบ / บทที่ 90 คำกำชับ
บทที่ 89 รสชาติทั้งสามแบบ / บทที่ 90 คำกำชับ
บทที่ 89 รสชาติทั้งสามแบบ
ฉินเสวี่ยคีบผักกาดเขียวเข้าปากเคี้ยวอย่างช้าๆ พลางคิดในใจว่า ในเมื่อเขาไม่ได้พูดเล่น แล้วเธอควรจะเตรียมของขวัญไปให้เพื่อนของเขาด้วยไหมนะ?
พวกพืชผักสวนครัวคงไม่สะดวกที่จะเอาออกมา ส่วนเหล้าที่ครั้งก่อนกะจะเอาไปให้ หลี่เจ่ากับอันห่าว ตอนนี้ก็ยังเหลืออยู่อีกสี่ไหเล็กๆ
เพียงแต่ปฏิกิริยาของพวกฉู่โม่หลินตอนดื่มคราวก่อนมันดูเกินเบอร์ไปหน่อย จะเอาไปกำนัลคนอื่นมันจะดีหรือเปล่านะ!
"เสวี่ยเอ๋อร์ คิดอะไรอยู่ครับ? รีบกินมื้อเช้าเถอะ ปล่อยให้เย็นแล้วกินจะไม่ดีต่อสุขภาพนะ" ฉู่โม่หลินเห็นภรรยานั่งเหม่อขมวดคิ้วอยู่อย่างนั้นโดยไม่ยอมตักข้าวต้มกินเสียที!
"อ๋อ กำลังคิดว่าเดี๋ยวต้องเตรียมของขวัญไปให้เพื่อนคุณหรือเปล่าน่ะค่ะ? อยู่บ้านก็เหมือนไม่มีอะไรจะให้เลย จะมีก็แต่เหล้าดอกท้อที่พวกคุณดื่มกันคราวก่อนยังพอเหลืออยู่บ้าง ตัวนั้นเอาไปให้เพื่อนคุณได้ไหมคะ?
ในบ้านมีแค่สิ่งนี้สิ่งเดียวที่พอจะเชิดหน้าชูตาได้ ถ้าจะให้ไปซื้อของขวัญ ฉันไม่มีคูปองก็ซื้อไม่ได้อยู่ดีค่ะ" ฉินเสวี่ยคิดว่าถามชายหนุ่มตรงๆ เลยน่าจะดีที่สุด!
"อื้ม เหล้าตัวนั้นแบ่งไปให้คนละไหก็ได้ครับ พวกเขาเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็ก โตมาด้วยกัน ความสัมพันธ์ถือว่าดีมาก!" ฉู่โม่หลินลองคิดดูแล้ว เพื่อนสนิททั้งสองคนนั้นมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเขามาก และไว้ใจในเรื่องนิสัยใจคอได้ ดังนั้นจะให้เหล้าดอกท้อไปบ้างก็คงไม่มีอะไรต้องกังวล
"ถ้าอย่างนั้นก็เอาตามที่คุณว่าค่ะ เพียงแต่พวกเขามักจะชอบดื่มเหล้ารสแรงๆ หรือว่ารสละมุนๆ หน่อยล่ะคะ?" ฉินเสวี่ยสืบถามเพราะเหล้าของเธอมีรสสัมผัสที่แตกต่างกันถึงสามแบบเลยทีเดียว!
"เสวี่ยเอ๋อร์ เหล้าตัวนี้คุณมีหลายแบบด้วยเหรอครับ?"
"เอ่อ... ก็ไม่เยอะหรอกค่ะ มีแค่สามแบบเอง" ฉินเสวี่ยตอบ แม้แบบจะไม่เยอะแต่ปริมาณน่ะไม่น้อยเลยล่ะ!
"เสวี่ยเอ๋อร์ ถ้าคุณเอาสิ่งนี้ไปให้คนอื่นหมดแล้ว ถ้าผมอยากดื่มขึ้นมาจะยังมีเหลืออยู่อีกไหมครับ?" ฉู่โม่หลินคิดแล้วถามให้แน่ใจไว้ก่อน
ถ้าเกิดให้คนอื่นไปหมดจนตัวเขาเองไม่มีดื่ม เขาก็เลือกที่จะไม่ให้หรอกนะ นี่มันเป็นเหล้าที่ภรรยาของเขาทำขึ้นมาเชียวนะ!
ขนาดตัวเขาเองยังไม่ได้ดื่มเต็มที่เลย เพื่อนฝูงอะไรนั่นน่ะช่างมันก่อนเถอะ ต้องถอยไปอยู่แถวหลังนู่น!
ถ้าหากเพื่อนสนิทของเขารู้เข้าว่าตัวเองมีค่าไม่เท่าเหล้าไหหนึ่ง มีหวังคงได้ชี้หน้าตะโกนใส่ฉู่โม่หลินชัวร์!
"เอ่อ... คุณอยากดื่มงั้นเหรอคะ? แล้วคุณต้องการเท่าไหร่ล่ะ?" ฉินเสวี่ยเอ่ยถามเสียงอ้อมแอ้ม
ตั้งแต่วันนั้นที่พวกเขาดื่มกันเสร็จก็ไม่เห็นชายหนุ่มพูดถึงเรื่องเหล้าอีกเลย เธอก็นึกว่าเขาจะไม่ชอบเสียอีก!
"เสวี่ยเอ๋อร์ ความหมายของคุณคือ... ถ้าผมต้องการเท่าไหร่ก็ได้งั้นเหรอครับ?" นัยน์ตาคมเข้มของฉู่โม่หลินหรี่ลงเล็กน้อย!
นี่แปลว่าภรรยาเริ่มไม่ระแวงที่จะเปิดเผยความลับต่อหน้าเขาแล้วใช่ไหม?
เหมือนอย่างข้าวต้มปลานี่ก็เหมือนกัน เขารู้ดีว่าที่บ้านไม่มีปลาเลยสักตัว แต่ตอนนี้ตรงหน้ากลับมีข้าวต้มปลาสดๆ มาวางอยู่!
"เอ่อ... จะพูดแบบนั้นก็ได้ค่ะ เพียงแต่ที่ทำสำเร็จแล้วมีแค่สามรสชาตินะคะ! รวมๆ แล้วก็มีแค่สี่ห้าร้อยจินเท่านั้นเอง! ไม่ได้เยอะแยะอะไรมากมายหรอกค่ะ!" ฉินเสวี่ยลองคำนวณดู ในมิติมกดอกท้อตั้งเยอะแยะ อยากจะทำเท่าไหร่ก็ย่อมได้
ซึ่งที่เธอทำไว้คราวก่อนมันก็มีอยู่แค่สี่ห้าร้อยจินโดยประมาณเท่านั้นเอง!
"อะไรนะ? สี่ห้าร้อยจินงั้นเหรอ?" ต่อให้เป็นคนสุขุมเยือกเย็นอย่างฉู่โม่หลินก็ยังอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมาด้วยความตกใจ นี่มันเหล้าหมักนับร้อยปีเลยนะ!
ผ่านพ้นความวุ่นวายและกลียุคมาตั้งหลายปี จะมีของดีอะไรหลงเหลือมาได้ขนาดนี้ ของพวกนี้ถ้าไม่ใช่เพราะถูกฝังไว้ใต้ดินก็คงไม่รอดมาได้หรอก
แต่นั่นก็ต้องอยู่ในเงื่อนไขที่ห้ามมีใครค้นพบด้วย ทว่าปริมาณสี่ห้าร้อยจินนี่มันไม่ใช่จำนวนน้อยๆ เลยนะ ทว่าภรรยาตัวน้อยกลับใช้คำว่า 'เท่านั้นเอง' เหมือนยังไม่ค่อยพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้เสียอย่างนั้น!
นี่เขาจะพูดได้ไหมว่าตัวเองเก็บได้สมบัติล้ำค่าเข้าให้แล้ว?
"ใช่ค่ะ มันเยอะมากเลยเหรอคะ?" ฉินเสวี่ยไม่เข้าใจว่าทำไมฉู่โม่หลินต้องทำท่าทางตกอกตกใจขนาดนั้น!
สำหรับเธอแล้วอยากได้เท่าไหร่ก็ทำเอาใหม่ได้ ตอนแรกแค่ลองผิดลองถูกทำดูเฉยๆ ก็เลยทำออกมาไม่มาก! แต่จากท่าทางของฉู่โม่หลินนี่แปลว่ามันเยอะมากงั้นเหรอ?
"เสวี่ยเอ๋อร์ คุณรู้ไหมว่านี่มันเป็นเหล้าที่บ่มมากี่ปีแล้ว?" ฉู่โม่หลินมองฉินเสวี่ยแล้วเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง!
ฉินเสวี่ยอยากจะบอกเหลือเกินว่ามันเพิ่งหมักได้แค่เดือนสองเดือนเองจะไปเก่าแก่อะไรจากไหน แต่พอนึกขึ้นได้ว่าความเร็วของเวลาในมิติมันต่างจากโลกภายนอก เธอจึงทำเพียงแค่ส่ายหน้าไปมา!
ฉู่โม่หลินคิดไว้แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้: "เสวี่ยเอ๋อร์ ถึงแม้ผมจะไม่เคยดื่มเหล้าดีๆ อะไรมามากมาย
แต่จากรสสัมผัสและความบริสุทธิ์เข้มข้นตอนที่ดื่มเมื่อคราวก่อน นำคือน้ำจัณฑ์ร้อยปี ชัดๆ ถ้าไม่ผ่านเวลาบ่มมาสักหนึ่งร้อยปี ไม่มีทางได้เหล้าที่ดีขนาดนี้ออกมาหรอกครับ
เพราะฉะนั้น ต่อไปนี้เว้นแต่ผมแล้ว คุณห้ามไปพูดเรื่องเหล้านี้กับใครอีกเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ?
แล้วก็น้ำที่คุณให้ผมดื่มนั่นก็เหมือนกัน ห้ามไปพูดถึงกับคนอื่น และห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าคุณมีมันอยู่ ได้ยินชัดเจนไหมครับ?"
ฉู่โม่หลินจ้องมองฉินเสวี่ย พลางกำชับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังเป็นอย่างยิ่ง!
(จบบท)
…
บทที่ 90 คำกำชับ
ถึงแม้ฉู่โม่หลินจะไม่รู้ว่าภรรยาตัวน้อยเอาของพวกนี้มาจากไหน และไม่รู้ว่าความลับของเธอนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด!
แต่หากมีใครรู้เข้า ภรรยาของเขาอาจจะตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิตก็เป็นได้ ดังนั้นฉู่โม่หลินจึงต้องป้องกันไว้ก่อน และต้องกำจัดความเสี่ยงทั้งหลายให้สิ้นซากตั้งแต่ยังไม่เริ่ม!
ฉินเสวี่ยเห็นชายหนุ่มพูดด้วยท่าทางจริงจังขนาดนั้นก็พยักหน้ารับ: "ตกลงค่ะ ในเมื่อคุณไม่ให้พูด ฉันก็จะไม่พูด!"
เธอไม่ใช่คนโง่ ชายคนนี้คือคนที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยในทุกๆ วัน คิดจะปิดบังไปตลอดคงไม่มีทางเป็นไปได้ ฉินเสวี่ยจึงจงใจเผยร่องรอยให้เขาเห็นทีละนิด และผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้เธอพึงพอใจมาก
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้คิดจะสืบเสาะความลับของเธอเลยสักนิด แต่กลับเป็นห่วงความปลอดภัยของเธอแทน คราวนี้ฉินเสวี่ยจึงวางใจได้เสียที!
ฉู่โม่หลินใช้มือลูบหัวเธอเบาๆ: "อืม เสวี่ยเอ๋อร์ของเราเก่งมากครับ"
ฉินเสวี่ยแอบบ่นอุบในใจอย่างช่วยไม่ได้ ชายคนนี้ติดใจการลูบหัวเธอไปแล้วหรือไงนะ? เอะอะก็ลูบเอาๆ!
หลังจากทั้งสองคนตกลงกันเรียบร้อย ก็ทานมื้อเช้ากันอย่างเงียบๆ และจัดการทำความสะอาดบ้านจนเสร็จสรรพ จากนั้นฉินเสวี่ยก็กลับเข้าห้องไปตักเหล้าดอกท้อรสแรงใส่ไหเล็กๆ ออกมาหกไห!
เธอเติมจนเต็มไหที่ซื้อมาเมื่อคราวก่อน ตามที่ฉู่โม่หลินบอกคือเขามีเพื่อนสนิทที่โตมาด้วยกันสองคนอยู่ที่นี่ ก็แบ่งให้คนละสองไหเล็ก ส่วนอีกสองไหที่เหลือก็เก็บไว้ให้ฉู่โม่หลิน!
นอกจากนี้ยังมีเหล้ารสละมุนอีกสี่ไหเล็กเก็บไว้ที่บ้านด้วย วันหน้าค่อยหาของสิ่งอื่นไปกำนัลอันห่าวแทนแล้วกัน!
"ฉู่โม่หลิน ของพวกนี้จะถือไปยังไงดีคะ?" ฉินเสวี่ยพิจารณาไหเหล้าเล็กๆ สี่ไหที่ไม่มีบรรจุภัณฑ์อะไรเลย ดูไม่ค่อยมีราคาค่างวดเอาเสียเลย!
หรือเธอควรจะไปหาโรงงานเครื่องปั้นดินเผา เพื่อสั่งทำไหสวยๆ ดีนะ?
ฉู่โม่หลินมองดูรอบๆ แล้วไปหยิบสายริบบิ้นสีแดงมาสองสามเส้น พอฉินเสวี่ยเห็นสายริบบิ้นสีแดงก็นึกไอเดียออกทันที: "สายแบบนี้ยังมีอีกไหมคะ?"
ฉู่โม่หลินหันหลังเดินไปหยิบมาอีกปอยใหญ่! ฉินเสวี่ยรับมาแล้วเริ่มลงมือถัก ถักเป็นตาข่ายสำหรับหิ้ว ในยุคก่อนพวกพ่อค้าจะใช้ไม้ไผ่หรือกิ่งหลิวถัก แต่ตอนนี้ฉินเสวี่ยใช้ริบบิ้นสีแดงถักแทน!
จะว่าไป พอมีตาข่ายถักจากริบบิ้นสีแดงพวกนี้มาสวมครอบแล้วหิ้วดู ก็ทำให้ดูสวยงามขึ้นมากทีเดียว!
ฉู่โม่หลินมองดูวิธีการถักของฉินเสวี่ย ก่อนจะหยิบเชือกริบบิ้นสีแดงสองสามเส้นมานั่งลงข้างๆ เธอ แล้วลงมือถักตามบ้าง!
ฉินเสวี่ยเหลือบมองแวบหนึ่งดวงตาก็เป็นประกาย ถ้าเธอไม่ได้ตาฝาด เมื่อครู่ฉู่โม่หลินเพิ่งจะมองดูวิธีการถักของเธอแป๊บเดียวก็เริ่มถักเองเลยไม่ใช่เหรอ!
ช่างเรียนรู้ได้เร็วเกินไปแล้ว แถมยังถักออกมาได้สวยงามขนาดนี้อีกด้วย!
"ว้าว ฉู่โม่หลิน คุณเก่งจังเลยค่ะ! ถักออกมาได้สวยมากจริงๆ!" ชายหนุ่มที่ได้รับคำชมเลิกคิ้วมองฉินเสวี่ยแวบหนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าก้มตาถักของในมือต่อไป!
"ฉู่โม่หลิน ขอถามอะไรหน่อยสิคะ!" ฉินเสวี่ยขยับเข้าไปใกล้ตัวเขาอีกนิด!
เมื่อเห็นหญิงสาวขยับเข้ามาใกล้ ชายหนุ่มก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที: "เรื่องอะไรเหรอครับ ว่ามาสิ"
"คือ... คุณรู้ไหมคะว่าที่ไหนมีเมล็ดพันธุ์สมุนไพรขายบ้าง? สมุนไพรแบบไหนก็ได้ค่ะ แต่แน่นอนว่าถ้าเป็นเมล็ดพันธุ์สมุนไพรล้ำค่าได้ก็ยิ่งดี โดยเฉพาะเมล็ดโสม หรือพวกกวาวเครือแดง อะไรพวกนี้ มีเท่าไหร่ฉันรับหมดเลยค่ะ คุณพอจะรู้ไหมว่าหาได้จากที่ไหน?"
ชายหนุ่มได้ยินแล้วก็อยากจะเอ่ยปากบอกเหลือเกินว่า 'คุณนี่เป็นพยาธิในท้องผมหรือเปล่านะ!'
"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมมี?" เมล็ดพันธุ์โสมนี้ฉู่โม่หลินมีอยู่จริงๆ มันมาจากตอนที่เขาไปปฏิบัติภารกิจในแถบพื้นที่ภูเขาเมื่อปีที่แล้ว แล้วได้ช่วยเหลือคุณตาคนหนึ่งไว้ คุณตาจึงมอบมันให้เป็นของตอบแทน!
ตอนนั้นคุณตาจะให้โสมเป็นหัวๆ ด้วยซ้ำ แต่ตอนนั้นเขาไม่ยอมรับ เพราะเขาปลูกไม่เป็น เอามาก็ไม่มีประโยชน์อะไร!
แต่คุณตาไม่ยอมล่ะสิ รู้สึกว่าถ้าไม่มีอะไรตอบแทนก็ไม่สบายใจ เลยยัดเยียดให้เขาจนได้!คุณตาบอกว่าได้เมล็ดพวกนี้มาตอนขึ้นเขาไปขุดหาสมุนไพร
ทุกครั้งที่เจอเมล็ดพันธุ์ต่างๆ ก็จะเก็บกลับมาปลูกเองที่บ้าน แล้วก็เก็บรวบรวมเมล็ดที่ได้สะสมเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีเมล็ดพันธุ์สมุนไพรอื่นๆ อีกด้วย!
ลูกชายของคุณตาแบ่งไปปลูกบ้างแล้ว ส่วนที่เหลือก็ยกให้เขาหมดเลย เขาจึงเลือกรับมาเฉพาะเมล็ดพันธุ์สมุนไพร ส่วนโสมเป็นหัวๆ นั้นไม่ยอมเอา!
พอนึกถึงตอนนั้น พวกเพื่อนทหารยังพากันล้อเลียนเขาอยู่เลยว่า ต่อไปถ้าเลิกเป็นทหารแล้วก็ไปเป็นชาวสวนปลูกสมุนไพรขายได้เลย! ของพวกนี้ได้มาเพราะความบังเอิญแท้ๆ!
ฉู่โม่หลินเก็บมันกลับมาวางทิ้งไว้ปีกว่าแล้วโดยไม่ได้แตะต้องเลย ถ้าวันนี้ฉินเสวี่ยไม่พูดขึ้นมา เขาก็คงลืมเรื่องนี้ไปแล้วเหมือนกัน!
"ว้าว ฉู่โม่หลิน คุณมีจริงๆ เหรอคะ! สุดยอดไปเลย!" ฉินเสวี่ยดีใจมากจนโผเข้าหาแผ่นหลังของเขา สองแขนโอบกอดรอบคอแล้วหอมแก้มเขาไปฟอดใหญ่!
ฉู่โม่หลินรีบเอื้อมมือไปประคองด้านหลังทันทีเพราะกลัวหญิงสาวจะตกลงไป เขารีบหันหน้ากลับมามองพลางเอ่ยอย่างอ่อนใจว่า: “ระวังหน่อยสิครับ จะเป็นแม่คนอยู่แล้วนะ!”
(จบบท)