- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุคแปดศูนย์ เป็นภรรยาทหาร เลี้ยงลูกด้วยมิติจิตสุดโกง
- บทที่ 47 การโน้มน้าว / บทที่ 48 ร่วมงานกันอย่างมีความสุข
บทที่ 47 การโน้มน้าว / บทที่ 48 ร่วมงานกันอย่างมีความสุข
บทที่ 47 การโน้มน้าว / บทที่ 48 ร่วมงานกันอย่างมีความสุข
บทที่ 47 การโน้มน้าว
ที่โรงพยาบาล หลังจากเหมียวชิงชิงผ่านวิกฤตจนพ้นขีดอันตรายแล้ว เธอก็ถูกย้ายไปพักฟื้นที่ห้องผู้ป่วย ทันทีที่ฟื้นขึ้นมาเธอก็คว้ากระบอกน้ำไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
ตาเฒ่า คุณต้องช่วยฉันตามหาผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้นะ! แล้วทำไมพวกคุณไม่รีบมาให้เร็วกว่านี้ ปล่อยให้เขาหนีไปได้แถมยังไม่รู้ชื่อแซ่อีก!
ยายแก่ นี่จะโทษฉันอีกเหรอ ก็บอกแล้วไม่ให้ไปไหนคนเดียวก็ไม่ฟัง แอบหนีออกมาจนอาการกำเริบอีก ถ้าไม่ได้คนดีๆ ช่วยไว้จะทำยังไง? ฉู่จ้านมองภรรยาที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ด้วยความห่วง
ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าจะกำเริบจังหวะพอดีขนาดนั้น ฉันแค่อยากออกมาซื้อของขวัญไปฝากหลานชายบ้าง! เหมียวชิงชิงเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
ก็บอกแล้วว่าหลานชายยังไม่กลับมา ซื้อของไปตอนนี้เขาก็ไม่อยู่ที่นี่ คุณฝืนจะรอที่นี่เดี๋ยวก็ได้สร้างความลำบากให้เขาอีกหรอก! เดี๋ยวฉันโทรศัพท์ไปบอกให้เขาลาหยุดแล้วกลับไปเยี่ยมคุณที่ปักกิ่งดีไหม? พอคุณหายดีแล้วเราค่อยกลับกัน! ฉู่จ้านเองก็จนใจกับนิสัยดื้อดึงของภรรยา
สมัยก่อนตอนฉู่จ้านออกรบ เหมียวชิงชิงเป็นผู้สื่อข่าวสนามรบ ทั้งคู่แต่งงานมีลูกผ่านร้อนผ่านหนาวและสงครามมาด้วยกัน จึงรักใคร่กลมเกลียวกันมาตลอด
ฉันกลับไปปักกิ่งกับคุณได้ แต่คุณต้องไม่บังคับให้หลานชายแต่งงานกับคนที่เขาไม่ชอบ ไม่อย่างนั้นฉันก็จะไม่กลับ!
เหตุที่หลานชายไม่ยอมกลับบ้านมาหลายปี ก็เพราะปู่ของเขาพยายามจะบังคับให้แต่งงานกับหลานสาวของสหายร่วมรบ จนเธอต้องแอบเดินทางมาที่มณฑล S เพื่อมาดูหลานชาย แต่กลับถูกตาเฒ่านี่ตามมาเจอ แถมยังมาป่วยจนไม่ได้เจอหน้าหลาน คิดแล้วก็คับแค้นใจ
คุณดูสิ เสี่ยวอ้ายมีตรงไหนไม่ดี คนดื้อรั้นอย่างไอ้หลานตัวดีนั่นถ้าไม่แต่งกับเสี่ยวอ้าย จะมีใครที่ไหนยอมเอา! ฉู่จ้านฟังแล้วโกรธจนหนวดกระดิก
ฉันไม่สน ยังไงพวกคุณก็ห้ามบังคับเขา! เหมียวชิงชิงยืนกรานจะปกป้องสิทธิ์ของหลานชาย
ได้ๆๆ ขอแค่คุณยอมกลับไปกับฉัน ต่อไปนี้ฉันจะไม่บังคับเขาเรื่องเสี่ยวอ้ายแล้วก็ได้!
หลี่เฉาที่ยืนอยู่ข้างๆ มองดูอดีตผู้บังคับบัญชาตามใจภรรยาอยู่เงียบๆ ถ้าไม่ได้คุณหญิงมีหวังคุณชายน้อยคงไม่ยอมกลับบ้านไปอีกนานแน่
หลี่เฉาคุณได้ยินไหม ตาเฒ่าตกลงแล้วนะ คุณช่วยเป็นพยานให้ฉันด้วย เดี๋ยวกลับถึงปักกิ่งแล้วเกิดกลับคำพูดขึ้นมา! เหมียวชิงชิงดีใจจนต้องหาพยาน
ครับ คุณหญิง ผมทราบแล้ว หลี่เฉาตอบรับพลางเหลือบมองสีหน้าถมึงทึงของอดีตผู้บังคับบัญชา ฉู่จ้านได้แต่ฮึดฮัดแล้วหันหนีไปทางอื่น
เช้าวันต่อมา หลังจากทุกคนกินมื้อเช้าและทำความสะอาดร้านเรียบร้อยแล้ว ฉินเสวี่ยก็ถือแผนงานธุรกิจและสะพายเป้ตรงไปที่โรงงานเสื้อผ้าอ้ายกั๋ว เธอออกมาแต่เช้าเลยเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ ถือว่าเป็นการออกกำลังกายไปในตัว
เมื่อไปถึงก็พบว่าคุณลุงหลี่คนเดิมยังคงเฝ้าประตูอยู่ ฉินเสวี่ยทักทายอย่างมีมารยาท คุณลุงหลี่คะ สวัสดีตอนเช้าค่ะ ฉันมาพบผู้อำนวยการกัวที่นัดไว้เมื่อวาน ไม่ทราบว่าเขาอยู่ที่ห้องทำงานไหมคะ?
อยู่ครับ เข้าไปได้เลย คุณลุงหลี่มองฉินเสวี่ยแวบหนึ่งแล้วก็อนุญาตให้ผ่านเข้าไป เด็กสาวคนนี้สายตาใสซื่อและมีมารยาท ไม่เหมือนพวกคนอื่นที่ชอบเชิดหน้ามองข้ามหัวพวกยามเฝ้าประตูอย่างพวกเขา
ขอบคุณค่ะคุณลุงหลี่ ฉินเสวี่ยขอบคุณแล้วรีบเดินตรงไปที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการโรงงาน
สวัสดีตอนเช้าค่ะผู้อำนวยการกัว! ฉินเสวี่ยเห็นกัวอ้ายกั๋วนั่งอยู่ในห้อง ดูเหมือนเขาจะรอเธออยู่จริงๆ
สวัสดีตอนเช้าฉินเสวี่ย! เชิญนั่งก่อน กัวอ้ายกั๋วรินน้ำต้มสุกมาวางตรงหน้าเธอ เมื่อคืนเขากลับไปนอนคิดอยู่นานมาก บางทีฉินเสวี่ยอาจจะเป็นดาวรุ่งพุ่งชนที่จะมาช่วยกอบกู้โรงงานของเขา วันนี้เขาเลยดูเกรงใจเธอมากกว่าเมื่อวานเสียอีก
งั้นฉันไม่เกรงใจนะคะ นี่คือแผนงานธุรกิจที่ฉันเขียนขึ้นมา ลองดูนะคะ อ่านจบแล้วเราค่อยคุยกันต่อ! ฉินเสวี่ยส่งแผนงานด้วยสองมือพร้อมกับเลื่อนภาพร่างดีไซน์ไปให้ด้วย
กัวอ้ายกั๋วอ่านรายละเอียดอย่างถี่ถ้วน สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่งยวด ฉินเสวี่ยคนนี้เป็นคนมีความสามารถจริงๆ! ขนาดแผนงานที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้เธอยังเขียนออกมาได้! อ่านแผนงานจบก็หยิบภาพร่างดีไซน์ที่ดูจะมากกว่าเมื่อวานขึ้นมาเปิดดูทีละใบ
จนกระทั่งดูจบ หัวใจของเขาก็ยังเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความตื่นเต้น ฉินเสวี่ย ทั้งหมดนี่เธอเป็นคนเขียนและวาดเองเหรอ?
ใช่ค่ะ เป็นผลงานของฉันเอง มีตรงไหนมีปัญหาหรือเปล่าคะ? ฉินเสวี่ยเห็นสีหน้าของกัวอ้ายกั๋วก็รู้ทันทีว่าเขาพอใจมาก เธอเลยแกล้งถามออกไปแบบนั้น
(จบบท)
…
บทที่ 48 ร่วมงานกันอย่างมีความสุข
ไม่มีปัญหาครับ แต่เรื่องที่ต้องปรับแก้คือชื่อโรงงานและเรื่องส่วนแบ่งผลกำไรนี่แหละ! กัวอ้ายกั๋วจิ้มไปที่จุดสำคัญในแผนงานที่เขาต้องการพูดถึง
อ๋อ เรื่องนี้เหรอคะ คุณรู้จักร้านเสื้อผ้าเฉินซีที่เพิ่งเปิดในตัวอำเภอเมื่อไม่กี่วันก่อนไหมคะ?
ฉินเสวี่ยรู้ดีว่าคนทำธุรกิจ มักจะมีหูตากว้างขวางและมีแหล่งข่าวของตัวเองอยู่แล้ว เธอจึงไม่กลัวเลยว่าเขาจะไม่รู้
ที่หมายถึงร้านที่เพิ่งเปิดแถวทางทิศตะวันออกใช่ไหมครับ รู้จักครับ แล้วยังไงต่อเหรอ? กัวอ้ายกั๋วรู้จักแน่นอนอยู่แล้ว เพราะภรรยาและลูกสาวของเขาก็ไปซื้อเสื้อผ้าจากร้านนั้นมาเหมือนกัน เขาเห็นแล้วก็รู้ว่าดีไซน์มันแปลกใหม่สวยงาม ซึ่งในอำเภอนี้ยังไม่มีใครทำ
ใช่ค่ะ ร้านนั้นฉันเป็นเจ้าของเอง แค่สัปดาห์กว่าๆ เฉินซีก็สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักในอำเภอแล้ว ฉันไม่กล้าพูดว่าคนทั้งอำเภอรู้จักเฉินซี แต่รับประกันได้ว่าเกินครึ่งอำเภอรู้จักแน่นอนค่ะ
ดังนั้นที่อยากร่วมงานกับคุณ ก็เพราะอยากจะขยายเฉินซีออกไปให้ทั่วประเทศ ไม่ทราบว่าคุณมีความมั่นใจไหมคะ? ส่วนเรื่องแบ่งหุ้น ถ้าจะให้ฉันเป็นคนออกไอเดีย ออกแบบดีไซน์ ฝึกอบรมพนักงาน และวางแผนการตลาดให้
ก็แบ่งกันคนละครึ่งห้าสิบห้าสิบค่ะ แต่ถ้าเป็นกรณีที่ฉันออกแค่แบบกับแผนธุรกิจ แล้วคุณรับผิดชอบส่วนที่เหลือทั้งหมด ก็แบ่งเป็นฉันสามคุณเจ็ด แบบนี้พอจะไหวไหมคะ?
ฉินเสวี่ยเสนอส่วนแบ่งห้าสิบห้าสิบโดยไม่รู้สึกว่าเอาเปรียบ เพราะภาระหนักทั้งหมดตกอยู่ที่เธอ เธอต้องลงแรงลงใจอย่างมาก กัวอ้ายกั๋วไม่ขาดทุนแน่นอน
ส่วนแบ่งนี้ดูจะสูงไปหน่อยไหมครับ ผมยังต้องจ่ายค่าจ้างพนักงานด้วยนะ! กัวอ้ายกั๋วคิดว่าแบบแรกน่าสนใจกว่า แต่ส่วนแบ่งที่ต้องแบ่งออกไปมันก็มากเกินไปนิด
ผู้อำนวยการกัวคะ คุณต้องมองแบบนี้ค่ะ ฉันต้องออกไอเดีย ออกแบบ และเทรนคนงานให้ คุณต้องเข้าใจว่าส่วนที่ฉันทำคือหัวใจสำคัญของธุรกิจ ส่วนคุณก็แค่จัดการในส่วนของคุณให้เรียบร้อย
ค่าจ้างพนักงานเทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่ฉันทุ่มเทลงไป ดังนั้นส่วนแบ่งนี้ไม่มากไปหรอกค่ะ อีกอย่างไอเดียของฉันต่างหากที่ล้ำค่าที่สุด ถ้าตอนนี้ฉันไม่ติดเรื่องเงินทุนและกำลังตั้งครรภ์อยู่ ฉันคงลงมือทำเองทั้งหมดไปนานแล้วค่ะ!
ฉินเสวี่ยแค่อยากขี้เกียจ กัวอ้ายกั๋วดูเป็นคนมีความสามารถและไว้ใจได้ ถ้าไม่ใช่เพราะเหตุผลเหล่านี้ เธอคงรอให้เงินทุนพร้อมแล้วค่อยซื้อที่ดินสร้างโรงงานเองดีกว่า
งั้นก็ได้ครับ ผมตกลง งั้นเรามาทำสัญญาและเซ็นชื่อกันตามที่คุณว่าเลย! กัวอ้ายกั๋วเข้าใจความหมายที่เธอสื่อแล้ว เขาคิดทบทวนดูแล้วก็เห็นด้วย เพราะด้วยหัวสมองของเธอ ต่อให้เขาไม่ร่วมมือ เธอก็ทำธุรกิจให้เติบใหญ่ได้อยู่ดี
ฉินเสวี่ยหยิบภาพร่างดีไซน์ออกมาอีกหลายชุดส่งให้กัวอ้ายกั๋ว นี่คือชุดที่เตรียมไว้สำหรับทำโฆษณาค่ะ คุณหาช่างทำแพทเทิร์นฝีมือดีมาตัดเย็บให้เรียบร้อย จากนั้นหานางแบบสาวสวยบุคลิกดีมาใส่
แล้วถ่ายทำเป็นโฆษณาไปออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ในช่วงเวลาทอง! อีกอย่าง นี่คือเงินหกพันหยวนเอาไปเป็นทุนทำโฆษณาด้วย แล้วก็อย่าลืมติดตั้งโทรศัพท์ที่โรงงานด้วยนะคะ ต้องใส่ที่อยู่และเบอร์โทรศัพท์ไว้ในโฆษณาด้วย
พอโฆษณาฉายปุ๊บออเดอร์จะเข้ามาแน่นอน ฉันเชื่อว่าคนเป็นผู้อำนวยการมาหลายปีอย่างคุณ เรื่องแค่นี้ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอกใช่ไหมคะ?
ฉินเสวี่ยหยิบเงินหกพันหยวนออกมาจากกระเป๋าให้กัวอ้ายกั๋ว เงินก้อนนี้เป็นเงินที่เธอไปเบิกจากธนาคารตอนเช้านี้หลังจากที่ตกลงกันแล้วเมื่อคืน โดยยังเหลือเงินส่วนหนึ่งไว้เป็นทุนหมุนเวียนที่ร้าน
กัวอ้ายกั๋วมองเงินหกพันหยวนตรงหน้าด้วยใจที่เต้นรัว ในยุคนี้คนที่มีเงินหมื่นนั้นหาได้ยากมาก แต่ไม่คิดว่าฉินเสวี่ยจะควักเงินหกพันออกมาได้ง่ายๆ โชคดีจริงๆ ที่เขาตอบตกลงร่วมงานด้วย
ไม่เช่นนั้นเขามั่นใจเลยว่าฉินเสวี่ยคงทำธุรกิจเองได้ในเวลาไม่นาน หรือไม่ก็แค่เช่าโรงงานเขาทำ ทุกอย่างก็พร้อมสรรพ แต่เธอกลับยอมแบ่งผลประโยชน์ให้เขาตั้งครรึ่งหนึ่ง
หลังจากทำสัญญา เซ็นชื่อ ประทับตราเรียบร้อย ทั้งสองก็จับมือกัน ผู้อำนวยการกัว ขอให้ร่วมงานกันอย่างมีความสุขนะคะ
ร่วมงานกันอย่างมีความสุขครับ! กัวอ้ายกั๋วรับคำพร้อมจับมือตอบ
งั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ ทุกอย่างให้ทำตามแผนธุรกิจที่เขียนไว้เลย ส่วนดีไซน์ที่ให้ไป เอาออกมาทำก่อนหกแบบ แบบละหนึ่งพันชิ้น! หลังจากโฆษณาฉายแล้วค่อยปรับเพิ่มจำนวนตามสถานการณ์
จากนั้นทุกเดือนค่อยเพิ่มดีไซน์ใหม่เข้าไปอีกเดือนละสองแบบ เปลี่ยนชื่อโรงงานเป็น ‘โรงงานเสื้อผ้าเฉินซี’ และเวลาถ่ายโฆษณาให้เขียนประโยคนี้ไปด้วยว่า ‘เฉินซีแฟชั่น เปรียบดั่งอาทิตย์อุทัย นำความสดใสมาสู่ใจคุณ’ ส่วนช่วงไม่กี่วันนี้ให้คุณคัดเลือกคนที่ฉลาดๆ มาสักกลุ่มนะคะ อีกสองสามวันฉันจะมาฝึกอบรมให้เอง!
ฉินเสวี่ยสั่งงานที่จำเป็นเสร็จสิ้นด้วยความสบายใจก่อนจะกลับไปที่ร้าน เธอตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะกลับไปที่ค่ายทหารสักหน่อย ไม่ได้กลับไปนานแล้ว ไม่รู้ว่าสามีคนนั้นจะกลับมาหรือยัง?
(จบบท)