- หน้าแรก
- NPC เกมนี้มันเถื่อน งั้นผมขอเชือดก่อนไม่รอแล้วนะ
- บทที่ 3 - เวรเอ๊ย ตานี้มันระดับตึงจัด
บทที่ 3 - เวรเอ๊ย ตานี้มันระดับตึงจัด
บทที่ 3 - เวรเอ๊ย ตานี้มันระดับตึงจัด
บทที่ 3 - เวรเอ๊ย ตานี้มันระดับตึงจัด
[นักเล่านิทาน ลองดูเขาพูดจาไหลลื่นราวกับสายน้ำ เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นธุลี ที่แท้ก็คือนักเล่านิทานท่องยุทธภพ : ท่องยุทธภพเล่านิทานจนแก่เฒ่า เรื่องราวในหนังสือ เวลาในโลกมนุษย์ผันผ่าน ล้วนอยู่ในใจคน ให้วิพากษ์วิจารณ์กันเอาเอง]
[พรสวรรค์ติดตัว : ผู้อื่นชื่นชอบที่จะพูดคุยกับคุณมากขึ้น มีโอกาสได้รับรู้ความลับที่ไม่มีใครรู้ได้ง่ายขึ้น ทุกวันจะได้รับ ข่าวลือ แบบสุ่มในพื้นที่หนึ่งข้อความ]
[ผลกระทบเชิงลบ : หลังจากได้รับ ข่าวลือ แล้ว ต้องแบ่งปันความลับหนึ่งข้อของคุณให้ผู้อื่นรับรู้ มิฉะนั้นอุณหภูมิร่างกายจะลดลงอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะตาย]
เศษเสี้ยวดวงชะตาใหม่งั้นหรือ
นักเล่านิทาน
นักเล่านิทานก็เป็นดวงชะตาชนิดหนึ่งด้วยหรือนี่
เฉินซุ่ยเริ่มสงสัยแล้วว่าสรุปแล้วเกมนี้มีดวงชะตากี่ประเภทกันแน่ เขากดเปิดช่องเก็บของตรงมุมขวาล่างของเกม หน้ากากนัวหกสิบเจี่ยจื่อกำลังนอนนิ่งอยู่ข้างใน
เมื่อแตะเบาๆ รอยหมึกสีเลือดก็ลุกลามไปทั่วหน้ากากอย่างรวดเร็ว ค่อยๆ ก่อตัวเป็นกงล้อที่เกิดจากการรวมตัวและแตกกระจายของหยดเลือด และตรงช่อง เจี่ยจื่อ นั้น ตัวอักษรสีเลือดสามตัวที่เขียนว่า นักเล่านิทาน ก็ไหลเวียนไปมาราวกับทรายดูด
[ต้องการสวมรอยเป็นดวงชะตานักเล่านิทานหรือไม่]
[ไม่]
เฉินซุ่ยลังเลเพียงเสี้ยววินาทีก็กดปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
สำหรับสถานการณ์ของเขาในตอนนี้ ภารกิจหลักคือหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้ เห็นได้ชัดว่าโบนัสค่าความโชคดีจากดวงชะตาไท่ซุ่ยน่าจะมีประโยชน์มากกว่า
แต่ว่า
เศษเสี้ยวดวงชะตานี้หาได้จากศพอย่างนั้นหรือ
นั่นหมายความว่า ถ้ามีศพมากพอจนเติมกงล้อหน้ากากนัวหกสิบเจี่ยจื่อให้เต็มได้ เขาก็จะมีพลังของดวงชะตาทั้งหกสิบเอ็ดอย่างพร้อมกันเลยสินะ
เมื่อคิดถึงตรงนี้เฉินซุ่ยก็อดสูดหายใจลึกไม่ได้
ดวงชะตาไท่ซุ่ยเทพขนาดนี้เชียวหรือ
เขาจะมีดวงชะตาแบบนี้ถึงหกสิบแบบเลยนะ
พลังของดวงชะตามากมายขนาดนี้เมื่อนำมารวมกันจะแข็งแกร่งขนาดไหน เขาไม่อยากจะคิดเลย
[ผู้ไร้เดียงสาผู้โชคดี คุณได้พบสถานที่พักพิงชั่วคราวแล้ว แต่ถ้ำซอมซ่อแห่งนี้ก็แค่ช่วยให้คุณรู้สึกอบอุ่นขึ้นเล็กน้อยและมีเวลาพักหายใจบ้าง ทว่าสถานการณ์อันเลวร้ายของคุณก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข]
[โชคดีที่คุณตาไวสังเกตเห็นท่อนเหล็กจุดไฟโผล่ออกมาจากอกเสื้อของศพที่ถูกหิมะกลบ คุณเปิดมันออกอย่างระมัดระวังและดีใจที่พบว่าข้างในยังมีเชื้อไฟอยู่]
[ทว่ากองไฟได้มอดดับไปหมดแล้ว มีเพียงเชื้อไฟอย่างเดียวคุณยังต้องหาเชื้อเพลิงมาจุดไฟเพื่อสร้างความอบอุ่น]
[คุณเตรียมตัวที่จะ]
ตัวเลือกสี่ข้อ ถอดเสื้อผ้าออกเพื่อจุดไฟ ตรวจสอบศพ เสี่ยงออกไปเก็บกิ่งไม้ ทำนายล่วงหน้าหนึ่งครั้ง (2/3)
เสี่ยงออกไปเก็บกิ่งไม้
คิดเพียงครู่เดียว เฉินซุ่ยก็เลือกที่จะเดินออกจากถ้ำไปเก็บกิ่งไม้อย่างเด็ดขาด
เสื้อผ้าบนตัวเขาเปียกหิมะไปหมด ไม่มีทางจุดไฟติดแน่ๆ ส่วนเรื่องศพ ถ้าบนตัวศพมีของที่ใช้สร้างความอบอุ่นได้ คงไม่นอนหนาวตายอยู่ตรงนี้หรอก
ใช้วิธีตัดตัวเลือกเอาสิ
[คุณฝ่าพายุหิมะออกจากถ้ำเพื่อเข้าไปหาความกิ่งไม้แห้งในป่า โชคดีที่คุณบังเอิญเจอโพรงต้นไม้แห่งหนึ่ง ข้างในมีกิ่งไม้มากพอให้คุณสร้างความอบอุ่น และยังมีผลไม้ป่าอีกจำนวนหนึ่งที่ช่วยให้คุณประทังความหิวได้]
[คุณก้าวเดินบนเส้นทางขากลับท่ามกลางเสียงปี่สั่วหน่า]
"หืม"
เสียงปี่สั่วหน่ามาจากไหนกัน
เฉินซุ่ยชะงักไปเล็กน้อย ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะตั้งสติได้ ตัวอักษรคำว่า [ตาย] สีแดงสดก็เด้งขึ้นมาอีกครั้ง
ตายอีกแล้วเหรอ
เฉินซุ่ยรีบกลับไปไล่อ่านข้อความ
[ผู้ไร้เดียงสาผู้โชคร้ายในความโชคดี ขณะที่คุณกำลังจะทำสำเร็จอยู่รอมร่อ คุณกลับพบเข้ากับเจ้าสาวผี]
[ท่ามกลางเสียงปี่สั่วหน่าอันไพเราะ เจ้าสาวผีถูกใจคุณ คุณถูกรุมจับสวมชุดแต่งงานและติดดอกไม้สีแดงฉูดฉาด ผู้คนมากมายต่างห้อมล้อมส่งคุณขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว คุณยังไม่ทันได้เห็นหน้าเจ้าสาวผีที่คลุมผ้าแดงด้วยซ้ำ ก็ถูกดูดพลังหยางไปจนหมดสิ้น]
[คุณตายแล้ว]
"เวรเอ๊ย"
เจ้าสาวผีนี่โผล่มาจากไหนอีกวะเนี่ย
เฉินซุ่ยทุบโต๊ะอย่างแรงโดยไม่สนใจสายตางุนงงของพี่ชายร้านเน็ตที่ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมากลางดึก เขากดหน้าจอโทรศัพท์ต่อไป
เกมขยะเอ๊ย
เอาใหม่
[วิญญาณของคุณล่องลอยอยู่ท่ามกลางฟ้าดิน ท่ามกลางความเลื่อนลอยคุณมองเห็นงูยักษ์สีดำตัวหนึ่งเชื่อมต่อระหว่างฟ้าดิน ปากคาบโคมไฟปรโลกเอาไว้ วิญญาณนับไม่ถ้วนกำลังคุกเข่ากราบไหว้โคมไฟนั้นราวกับหิ่งห้อยที่รวมตัวและแตกกระจาย]
[ผู้ไร้เดียงสาเอ๋ย ด้วยความไม่รู้ของคุณ ความตายจึงปฏิเสธที่จะเปิดประตูรับคุณ คุณจะถูกส่งกลับไปยังฉางซื่อ]
[คุณตื่นขึ้นมาในถ้ำ]
[ผู้ไร้เดียงสาผู้โชคร้ายในความโชคดี คุณรอดพ้นจากชะตากรรมที่ต้องแต่งงานกับเจ้าสาวผีมาได้ และกลับมายังที่พักพิงแห่งนี้อีกครั้ง ทว่าสถานการณ์อันเลวร้ายของคุณก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข]
[คุณตั้งใจจะ]
ยังคงเป็นตัวเลือกทั้งสี่ข้อ ตรวจสอบศพ เสี่ยงออกไปเก็บกิ่งไม้ ถอดเสื้อผ้าออกเพื่อจุดไฟ ทำนายล่วงหน้าหนึ่งครั้ง (2/3)
ออกไปลองอีกสักครั้งดีไหมนะ
เผื่อว่าเจ้าสาวผีจะไปแล้ว
หรือว่าจะลองเลือกข้ออื่นดูดี
เฉินซุ่ยรู้สึกลังเลนิดหน่อย เพิ่งเริ่มเกมมาไม่ทันไร เขาก็ตายไปถึงสองรอบแล้ว ตอนนี้เหลือเทียนไขชีวิตแค่เล่มสุดท้ายเท่านั้น
ขืนเลือกผิดอีกมีหวัง
ทำนายล่วงหน้าก่อน
เฉินซุ่ยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตัดสินใจว่าควรระมัดระวังตัวให้มากขึ้น พยายามเอาชีวิตรอดให้ได้นานที่สุด
[ตรวจสอบศพ (ดี)]
[เสี่ยงออกไปเก็บกิ่งไม้ (ร้ายแรง)]
[ถอดเสื้อผ้าออกเพื่อจุดไฟ (ร้าย)]
ให้ตายเถอะ
เจ้าสาวผีนั่นยังไม่ไปจริงๆ ด้วย
เมื่อเห็นคำว่าร้ายแรงสว่างวาบอยู่บนนั้น เฉินซุ่ยก็อดสูดหายใจลึกไม่ได้ นี่มันมาดักรอตรงจุดเกิดเลยเหรอเนี่ย
แล้วจะออกไปหาพระแสงอะไรล่ะ
ตรวจสอบศพ
[เมื่อเผชิญหน้ากับชายผู้น่าสงสารที่ถูกแช่แข็งจนตาย คุณได้ยื่นมืออันแสนชั่วร้ายออกไป]
[คุณพบ ตำนานซุ่ยขวงตี้ ที่ฉีกขาด บนนั้นบันทึกเรื่องราวประวัติศาสตร์นอกระบบของซุ่ยขวงตี้ จักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่งราชวงศ์ซุ่ย ทว่าตัวหนังสือเลือนลางจนแทบปะติดปะต่อเป็นคำไม่ได้ ชายผู้หนาวตายผู้น่าสงสารยังคงพยายามกินมันเพื่อประทังความหิว บนนั้นยังมีรอยฟันปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน]
[คุณพบเหรียญทงเป่าแห่งราชวงศ์ซุ่ย 1 เหรียญ สกุลเงินที่ออกโดยราชวงศ์ซุ่ย หากอยู่ข้างนอกอาจจะซื้อข้าวฟ่างได้ถุงเล็กๆ แต่ในสถานที่เช่นนี้ย่อมไม่มีค่าแม้แต่แดงเดียว]
[คุณพบมีดสั้นขึ้นสนิม 1 เล่ม แม้จะทื่อจนตัดหนังไม่ได้แม้แต่แผ่นเดียว แต่ก็พอจะใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวได้บ้าง]
[คุณพบจดหมายของนักเล่านิทาน ตัวหนังสือบนนั้นเปียกชุ่มจนแทบอ่านไม่ออก พอจะแยกแยะคำศัพท์ได้เพียงไม่กี่คำเช่น หายตัวไป หมู่บ้านฮว่อเหย้า เข้าพบผู้บังคับการหน่วยปิ่งจู๋ เห็นได้ชัดว่าแม้ในช่วงวาระสุดท้ายของชีวิต นักเล่านิทานก็ยังไม่ยอมเผามันเพื่อสร้างความอบอุ่น]
เหรียญทองแดงหนึ่งเหรียญ มีดสั้นขึ้นสนิมหนึ่งเล่ม หนังสือขาดรุ่งริ่งหนึ่งเล่ม และจดหมายที่อ่านไม่ออกหนึ่งฉบับ
[คุณจะเลือกเผาสิ่งใดเพื่อสร้างความอบอุ่น]
ให้ตายสิ
เขาก็ว่าอยู่ว่าถ้าศพของนักเล่านิทานมีของที่ใช้เผาสร้างความอบอุ่นได้ ทำไมถึงยังนอนตายอยู่ตรงนี้ ที่แท้ก็ต้องเลือกระหว่างหนาวตายกับอดตาย ขอเติมให้ท้องอิ่มขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะโดนแช่แข็งตายสินะ
เมื่อแยกแยะประโยชน์ของสิ่งของแต่ละชิ้นอย่างละเอียดแล้ว เฉินซุ่ยก็ตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว
[คุณโยนหนังสือครึ่งเล่มที่นักเล่านิทานกินเหลือลงไปในกองไฟ แสงไฟสว่างไสวขึ้นในถ้ำ มอบความอบอุ่นและพลังงานให้คุณเล็กน้อย ช่วยให้แขนขาที่แข็งทื่อของคุณฟื้นตัวกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง ทว่าคุณรู้ดีว่านี่เป็นเพียงความอบอุ่นชั่วคราวเท่านั้น ไม่นานกองไฟก็จะมอดดับลง]
[พายุหิมะข้างนอกยังคงไม่หยุดพัก ถ้ำซอมซ่อไม่อาจต้านทานความหนาวเหน็บได้ หากคุณยังไม่ออกเดินทาง จุดจบของนักเล่านิทานก็จะเป็นจุดจบของคุณเช่นกัน]
[จากนี้คุณเลือกที่จะ]
[รออยู่ในถ้ำต่อไปจนกว่าพายุหิมะจะหยุดตก]
[ฉวยโอกาสตอนที่พละกำลังฟื้นฟูออกไปหาสถานที่พักพิงแห่งใหม่]
[ทำนายล่วงหน้าหนึ่งครั้ง (1/3)]
5:30
เขานวดคอที่เริ่มเมื่อยล้าพลางเงยหน้ามองเวลาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เผลอแป๊บเดียว เขานั่งเล่นเกมขยะนี่มาเกือบชั่วโมงแล้วหรือเนี่ย
บอสเจี้ยงยังไม่ตอบข้อความกลับมา ราวกับว่าระเหยหายไปจากโลกนี้เสียแล้ว
ช่างเถอะ
เล่นเกมนี้ให้จบก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวเล่นเสร็จค่อยไปซื้อซาลาเปาที่โรงอาหาร กินเสร็จแล้วค่อยกลับไปนอนที่หอพัก
[ผู้ไร้เดียงสาเอ๋ย คุณไม่ได้เลือกที่จะนั่งรอความตาย การฝ่าพายุหิมะทิ้งความสบายใจชั่วคราวต้องใช้ความกล้าหาญอย่างมาก เห็นได้ชัดว่าคุณเลือกทางที่ถูกต้องแล้ว]
[ดวงจันทร์สีเลือดแขวนอยู่บนฟ้า หลังจากเดินย่ำผ่านทุ่งหิมะที่ดูเหมือนจะไร้ขอบเขต ในที่สุดคุณก็มาถึงทางแยกแห่งหนึ่ง ถนนสามสายทอดยาวอยู่ตรงหน้าคุณ]
[เส้นทางฝั่งซ้ายเต็มไปด้วยหิมะขาวโพลน ไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางใดๆ ขั้นบันไดทอดยาวคดเคี้ยวขึ้นไปสู่ยอดเขา ไม่รู้ว่าปลายทางอยู่ที่ใด]
[เส้นทางตรงกลางถูกปกคลุมด้วยป่าทึบ มีหิมะร่วงหล่นลงมาเป็นระยะ ทางเดินเปลี่ยวทอดยาวเข้าสู่ป่าลึกใต้แสงจันทร์สีเลือด พอมองเห็นต้นไม้ขึ้นสลับซับซ้อนเรียงรายยาวเหยียดไปจนสุดสายตา]
[เส้นทางฝั่งขวาคดเคี้ยวและสูงชัน ทางเดินบนเขาลาดลงมาจากไหล่เขา มองเห็นหุบเหวลึกสุดหยั่งรู้ที่อยู่ด้านข้าง หากพลาดพลั้งเพียงก้าวเดียวก็จะตกลงไปแหลกเหลวเป็นชิ้นๆ สิ้นใจตายคาที่อย่างแน่นอน]
[และคุณเลือกที่จะเหยียบย่างไปบน]
เส้นทางฝั่งซ้าย เส้นทางตรงกลาง เส้นทางฝั่งขวา ทำนายล่วงหน้าหนึ่งครั้ง (1/3)
เมื่อเห็นตัวเลือกทั้งสี่เด้งขึ้นมา มุมปากของเฉินซุ่ยก็ยกยิ้ม รอยยิ้มที่ปิดไม่มิดนั้นกดยากยิ่งกว่าปืนอาก้าเสียอีก
โชคดีนะที่เขายังเก็บการทำนายครั้งสุดท้ายเอาไว้ นี่มันเข้าทางเขาชัดๆ
มีเฉลยให้ลอกแล้วใครมันจะไปสุ่มเดาข้อสอบกันล่ะ
ทำนายล่วงหน้าหนึ่งครั้ง
ทำงานได้
เมื่อตัวเลือกการทำนายลุกไหม้จนสลายไป ตัวเลือกที่เหลืออีกสามข้อก็เปลี่ยนไป
[เส้นทางฝั่งซ้าย (ร้ายแรง)]
[เส้นทางตรงกลาง (ร้ายแรง)]
[เส้นทางฝั่งขวา (ร้ายแรง)]
เฉินซุ่ยเบิกตากว้างมองตัวเลือกทั้งสาม สมองราวกับมีจักรวาลเจ็ดแปดแห่งระเบิดขึ้นพร้อมกัน ซีพียูแทบจะไหม้จนควันออกหู
เวรเอ๊ย
ตานี้มันระดับตึงจัด
[จบแล้ว]