- หน้าแรก
- ไปรับจ๊อบสตรีมเมอร์แต่ดวงซวยเบอร์นี้เลยเข้าโรงพักทุกวันไปเลยครับ
- บทที่ 200 - เด็กพวกนี้มันหาทำจริงๆ เล่นซ่อนหากันในห้องดับจิตเนี่ยนะ!
บทที่ 200 - เด็กพวกนี้มันหาทำจริงๆ เล่นซ่อนหากันในห้องดับจิตเนี่ยนะ!
บทที่ 200 - เด็กพวกนี้มันหาทำจริงๆ เล่นซ่อนหากันในห้องดับจิตเนี่ยนะ!
ไม่นานนัก ซูเฉินก็จัดการเผาศพเสร็จไปหนึ่งราย
เขายืนพิงกำแพงและเริ่มพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งอย่างเป็นกันเอง
เพื่อนร่วมงานหญิงคนนี้แซ่หลิน เป็นเจ้าหน้าที่แต่งศพ หน้าที่หลักของเธอคือการแต่งหน้าและจัดการความเรียบร้อยให้กับศพก่อนนำไปประกอบพิธี
ซูเฉินถอดหมวกออกแล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้า
ความร้อนที่แผ่ออกมาจากเตาเผานั้นรุนแรงมาก บวกกับชุดป้องกันที่ซูเฉินต้องสวมใส่ ยิ่งทำให้เขาเหงื่อแตกพลั่กราวกับอาบน้ำ
"พี่หลินครับ งานของพี่นี่ดูสบายกว่าของผมเยอะเลยนะ ... " ซูเฉินส่งยิ้มและพูดแซวเล่น
เพื่อนร่วมงานหญิงหัวเราะเบาๆ เมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน ก่อนจะตอบกลับว่า "ก็จริงนะ ฉันเองก็คิดว่างานของฉันสบายดีเหมือนกัน แถมเงินเดือนก็สูงลิ่ว เสียอย่างเดียวคือคนทั่วไปไม่ค่อยกล้ามาทำน่ะ"
พี่หลินเป็นชาวอีสานของจีน เสียงหัวเราะของเธอจึงดังกังวานและเต็มไปด้วยความร่าเริง
"นายสนใจอยากลองมาทำดูไหมล่ะ? เดี๋ยวฉันสอนให้เอง" พี่หลินเสนอ "เรียนรู้แค่เดือนเดียวก็ออกไปรับงานเองได้แล้ว"
ทว่าซูเฉินกลับส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
เขามาที่นี่ก็เพื่อรับงานพาร์ตไทม์แค่ชั่วคราวเท่านั้น ทำงานเสร็จแค่วันเดียวก็คงเผ่นแล้วล่ะ
ในระหว่างที่ยังไม่มีศพถูกส่งเข้ามา ทั้งสองคนก็พูดคุยเรื่องสัพเพเหระกันไปเรื่อยเปื่อย
ในขณะเดียวกัน
ทางด้านเด็กซนสองคนที่กำลังเล่นซ่อนหากัน ก็แอบย่องเข้ามาในสถานฌาปนกิจได้สำเร็จ
เด็กชายในชุดสีเทายกนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบเสียง ก่อนจะจูงมือเด็กหญิงตัวเล็กเข้าไปในห้องดับจิต
"ที่นี่หนาวจังเลย ... " เด็กหญิงกอดอกแน่น ปากคอสั่นพึมพำ
แต่เด็กชายในชุดสีเทากลับเดินไปปิดประตูห้องดับจิตให้สนิท แล้วชี้ไปที่เตียงสแตนเลสภายในห้อง พร้อมกับบอกว่า "บนเตียงพวกนั้นมีผ้าห่มคลุมอยู่ด้วยนะ ถ้าเรามุดเข้าไปอยู่ในผ้าห่มก็คงไม่หนาวแล้วล่ะ"
พูดจบ เขาก็เดินไปที่เตียงซึ่งคุณยายของเขาเคยนอนพัก ก่อนจะมุดเข้าไปใต้ผ้าห่ม
แล้วนอนขดตัวอยู่อย่างเงียบๆ
...
...
กลับมาทางด้านซูเฉิน เขายังคงยืนพูดคุยกับเพื่อนร่วมงานอย่างออกรส แต่แล้วก็มีศพใหม่ถูกส่งเข้ามา
"มีงานเข้าแล้วครับ" ซูเฉินเอ่ยขึ้น "งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนนะ คุยกันแค่นี้แหละ"
พูดจบ เขาก็หันหลังกลับไปคุมแผงควบคุมเตาเผาศพทันที
ซูเฉินค่อยๆ เข็นศพไปวางบนสายพานลำเลียง ก่อนจะเปิดประตูเตาเผาออก
มวลความร้อนมหาศาลแผ่พุ่งออกมาระลอกใหญ่ ปะทะเข้ากับใบหน้าของซูเฉินอย่างจัง
เตาเผานี้สามารถทำอุณหภูมิได้สูงถึงแปดร้อยถึงเก้าร้อยองศาเซลเซียส แถมยังเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ เพียงแค่กดปุ่ม ศพก็จะถูกเผาไหม้จนกลายเป็นเถ้ากระดูก ไม่เหลือแม้แต่คราบน้ำมันให้เห็น!
ซูเฉินเอื้อมมือไปกดปุ่มเริ่มทำงาน ก่อนจะถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
...
ด้านนอกสถานฌาปนกิจ
เด็กคนอื่นๆ ที่เล่นซ่อนหาด้วยกันต่างก็ถูกหาจนเจอครบหมดแล้ว ยกเว้นเด็กสองคนที่แอบเข้าไปซ่อนในสถานฌาปนกิจ
พวกเด็กๆ ออกตามหาทั้งสองคนอยู่นานสองนาน แต่ก็ยังไร้วี่แวว
"แม่ฉันบอกว่าแถวนี้มีพวกแก๊งลักพาตัวเด็กเพ่นพ่านอยู่ด้วยนะ หรือว่าสองคนนั้นจะโดนจับตัวไปแล้ว?!" เด็กคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"พวกเขาจะไปซ่อนอยู่ที่ไหนได้อีกล่ะ? หรือว่าจะแอบกลับบ้านไปแล้ว?"
"ก็เป็นไปได้นะ บางทีอาจจะกลับบ้านไปแล้วจริงๆ ก็ได้ ... "
"อ้อ จริงสิ! พวกเขามีฐานทัพลับอยู่นี่นา คราวก่อนก็แอบไปซ่อนที่นั่น ฉันตั้งหากว่าจะเจอ ... "
...
พวกเด็กๆ ต่างก็ช่วยกันออกความเห็นและคาดเดากันไปต่างๆ นานา ก่อนจะพากันเดินมุ่งหน้าไปยังฐานทัพลับของทั้งสองคน
ทว่าเมื่อไปถึง ก็พบเพียงความว่างเปล่า
"แปลกจัง ที่นี่ก็ไม่มี หรือว่าพวกเขาจะกลับบ้านไปแล้วจริงๆ?!"
"เป็นไปได้สูง งั้นพวกเราลองไปดูที่บ้านของพวกเขาเถอะ"
หลังจากยืนปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง พวกเด็กๆ ก็ตัดสินใจเดินไปตามหาเพื่อนที่บ้าน
แต่ก็ช่างบังเอิญเสียเหลือเกิน ระหว่างทางพวกเขาได้บังเอิญพบกับพ่อของเจินเจินพอดี
เมื่อผู้เป็นพ่อสังเกตเห็นว่าลูกสาวไม่ได้อยู่ในกลุ่มเด็กๆ เขาจึงเอ่ยถามขึ้น "เจินเจินล่ะ? เห็นบอกว่าจะมาเล่นกับพวกเธอนี่นา ทำไมถึงไม่มาด้วยกันล่ะ?"
เด็กๆ ต่างก็หันมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"เอ๋? เจินเจินยังไม่ได้กลับบ้านหรอกเหรอครับ? พวกเรากำลังเล่นซ่อนหากันอยู่ แต่จู่ๆ เจินเจินกับเสี่ยวฮวาก็หายตัวไปไหนไม่รู้ครับ"
เสี่ยวฮวาคือเด็กชายในชุดสีเทาคนนั้น
เมื่อผู้เป็นพ่อได้ยินดังนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันทันที เขารีบออกเดินตามหาลูกสาวพร้อมกับกลุ่มเด็กๆ ทันที
แต่หลังจากออกตามหาอยู่นาน ก็ยังไม่พบวี่แววของทั้งสองคนเลย
พ่อของเจินเจินเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหาภรรยาและพ่อแม่ของเสี่ยวฮวาทันที
เนื่องจากทั้งสองครอบครัวอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันและเป็นเพื่อนบ้านที่สนิทสนมกัน จึงมีเบอร์ติดต่อกันอยู่แล้ว
ทันทีที่พ่อแม่ของเสี่ยวฮวาทราบข่าว พวกเขาก็ร้อนใจดั่งไฟลุ่ม ทิ้งร้านบะหมี่ที่กำลังขายดิบขายดี แล้วรีบวิ่งออกตามหาลูกชายทันที
กลุ่มผู้ใหญ่ช่วยกันเดินร้องเรียกชื่อเด็กทั้งสองคนไปตามท้องถนนนานกว่าครึ่งชั่วโมง แต่ก็ยังไร้เสียงตอบรับ!
"แล้วเสี่ยวฮวาไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนกันล่ะเนี่ย?!" ผู้เป็นแม่ยืนกระวนกระวายใจอยู่ใต้แสงไฟริมถนน
ตอนนี้เธอยังคงสวมผ้ากันเปื้อน ตามเนื้อตามตัวเต็มไปด้วยคราบแป้งสาลีสีขาว
"หรือว่าเราควรจะแจ้งตำรวจดี?!" พ่อของเจินเจินเสนอแนะ
ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างพร้อมเพรียง
ในเวลานี้ การแจ้งตำรวจดูจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว
สถานีตำรวจเขตตะวันออก
ผู้กองจางรับสายแจ้งเหตุเด็กหายจากพ่อของเจินเจินอย่างรวดเร็ว
"เด็กหายงั้นเหรอครับ?" ผู้กองจางเอ่ยถาม "หายไปแถวไหนครับ แล้วหายไปนานเท่าไหร่แล้ว?!"
พ่อของเจินเจินตอบกลับด้วยน้ำเสียงร้อนรน "หายไปแถวๆ สถานฌาปนกิจนี่แหละครับ หายไปหลายชั่วโมงแล้วด้วย"
เมื่อผู้กองจางได้ฟังดังนั้น คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น
"แบบนี้คงไม่ได้แล้วล่ะครับ ตามกฎหมายแล้วถ้าคนหายไปไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมง เราจะยังรับแจ้งความไม่ได้ ... " ผู้กองจางอธิบายอย่างลำบากใจ "คุณลองพยายามหาดูอีกรอบดีไหมครับ บางทีเด็กๆ อาจจะแค่กลับบ้านไปก่อนแล้วก็ได้"
พ่อของเจินเจินตอบกลับเสียงเครียด "ไม่ได้กลับไปเลยครับ ผมให้ภรรยารออยู่ที่บ้านแล้ว ถ้าพวกแกกลับไป ภรรยาผมต้องโทรมาบอกแน่ๆ"
"พวกเราเดินหาจนทั่วแล้ว ก็ยังไม่เจอเลย ... "
"แถมช่วงนี้ผมได้ข่าวว่ามีแก๊งลักพาตัวเด็กออกอาละวาดอยู่แถวนี้ด้วย ผมกลัวว่าเด็กๆ จะถูกพวกมันจับตัวไปน่ะสิครับ?!"
เมื่อผู้กองจางได้ฟังข้อสันนิษฐานของพ่อเจินเจิน เขาก็นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจ "เอาอย่างนี้ก็แล้วกันครับ พวกคุณรออยู่ที่นั่นก่อน เดี๋ยวผมจะพาคนไปช่วยตามหา"
"ช่วงนี้เมืองเจียงเฉิงมีแก๊งลักพาตัวเด็กเพ่นพ่านอยู่จริงๆ ถ้าเด็กถูกลักพาตัวไป ยิ่งรู้ตัวเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่จะหาเจอก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น"
พูดจบ ผู้กองจางก็วางสาย แล้วรีบสั่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่มุ่งหน้าไปยังสถานฌาปนกิจทันที
สถานีตำรวจเขตตะวันออกตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานฌาปนกิจมากนัก เพียงไม่นาน ผู้กองจางและทีมงานก็เดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ
...
กลับมาทางด้านซูเฉิน
เขาเพิ่งจะจัดการเผาศพรายหนึ่งเสร็จเรียบร้อย และกำลังเข็นรถลากเข้าไปในห้องดับจิตเพื่อรับศพรายต่อไป
"ฟู่ ... " ซูเฉินถอนหายใจยาวพลางบ่นพึมพำ "เหนื่อยชะมัดเลย งานใช้แรงงานนี่มันหนักจริงๆ"
พูดจบ เขาก็เข็นศพรายต่อไปมุ่งหน้าไปยังห้องเผาศพทันที
เผาศพรายนี้เสร็จ ก็จะถึงคิวเตียงที่เสี่ยวฮวานอนซ่อนตัวอยู่พอดี
...
บริษัทเจียสิงฉวนเหมย
เร่อปายังคงนั่งจ้องหน้าจอไลฟ์สดของซูเฉินตาไม่กะพริบ
ในหน้าจอ ซูเฉินกำลังเข็นรถลากพลางบ่นกระปอดกระแปดว่าเหนื่อยแทบขาดใจ
ภายในห้องดับจิตนั้นกว้างขวางและเงียบสงัด เสียงพูดของซูเฉินจึงสะท้อนก้องไปมาเบาๆ
เสียงล้อรถเข็นเสียดสีกับพื้นดังกึกกัก ฟังดูวังเวงและชวนขนลุกพิลึก
เมื่อเร่อปาเห็นภาพและได้ยินเสียงนั้น ขนอ่อนทั่วร่างของเธอก็ลุกชันด้วยความหวาดกลัว!
"นี่น่ะเหรอสภาพภายในห้องดับจิต ... น่ากลัวเป็นบ้าเลย!"
เธอเหลือบมองช่องคอมเมนต์ ซึ่งตอนนี้บรรดาเพื่อนน้ำกำลังพิมพ์เล่าเรื่องผีและคอมเมนต์แซวซูเฉินกันอย่างเมามัน
ยิ่งได้อ่านเรื่องผีในคอมเมนต์ เร่อปาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวจับใจ!
[โอ้โห ฉากนี้ทำเอาฉันนึกถึงหนังผีของลุงเก้าเลย จะมีผีดิบเจียงซือโผล่มาไหมเนี่ย?!]
[บางทีศพที่สตรีมเมอร์กำลังเข็นอยู่อาจจะเป็นราชาผีดิบเจียงซือก็ได้นะ!]
[ฮ่าๆๆ ภาพในหัวฉันมาเป็นฉากๆ เลย แต่จะว่าไป สตรีมเมอร์ไม่รู้สึกกลัวบ้างเลยเหรอ?]
[ถึงสตรีมเมอร์จะทำหน้าตานิ่งๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่จริงๆ แล้วคงกลัวจนฉี่ราดไปแล้วแหละ (อีโมจิหัวหมา)!]
...
ซูเฉินละมือจากการเข็นรถ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูคอมเมนต์ ก่อนจะขมวดคิ้วเข้าหากัน
เขาสังเกตเห็นว่าเพื่อนน้ำหลายคนกำลังพิมพ์คอมเมนต์ล้อเลียนและหยอกล้อเกี่ยวกับศพ
แบบนี้มันไม่ถูกต้องเลยนะ
"อะแฮ่ม ทุกคนจะแซวหรือจะล้อเลียนผมก็ได้นะ แต่การเอาศพมาล้อเลียนแบบนี้มันดูจะ ... " ซูเฉินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงจริงจัง "คนตายเป็นใหญ่นะครับ เราควรจะให้เกียรติผู้ล่วงลับกันบ้าง"
มีเพื่อนน้ำหลายคนที่เรียนหมอหรือทำงานในสายการแพทย์ เมื่อได้ยินคำพูดของซูเฉิน ต่างก็พากันกดไลก์รัวๆ
ในวิชาเรียนพื้นฐานทางการแพทย์ มีวิชาหนึ่งที่บังคับเรียน นั่นก็คือวิชากายวิภาคศาสตร์
และการเรียนกายวิภาคศาสตร์ กฎข้อแรกที่ต้องปฏิบัติคือ 'การเคารพและให้เกียรติอาจารย์ใหญ่'!
ดังนั้น นักศึกษาแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ส่วนใหญ่จึงได้รับการปลูกฝังให้มีความเคารพและยำเกรงต่อร่างผู้เสียชีวิตเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว
คำพูดของซูเฉินในครั้งนี้ จึงโดนใจและได้รับเสียงชื่นชมจากทุกคนไปเต็มๆ!