- หน้าแรก
- ไปรับจ๊อบสตรีมเมอร์แต่ดวงซวยเบอร์นี้เลยเข้าโรงพักทุกวันไปเลยครับ
- บทที่ 60 - เสียงไซเรนดังก้อง! ซูเฉิน: ซวยแล้ว คงไม่ได้มาจับฉันหรอกนะ?
บทที่ 60 - เสียงไซเรนดังก้อง! ซูเฉิน: ซวยแล้ว คงไม่ได้มาจับฉันหรอกนะ?
บทที่ 60 - เสียงไซเรนดังก้อง! ซูเฉิน: ซวยแล้ว คงไม่ได้มาจับฉันหรอกนะ?
เจียสิงฉวนเหมยอยู่ไม่ไกลจากลานจตุรัสวัฒนธรรมมากนัก แต่ด้วยความที่ซูเฉินขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าคันจิ๋ว ความเร็วก็เลยไม่ค่อยได้ดั่งใจ
แถมตั้งแต่ก้าวออกมาจากเจียสิง ดวงของซูเฉินก็เริ่มตก
เจอไฟแดงไปตั้งหลายแยก
ระหว่างที่จอดรอสัญญาณไฟ ซูเฉินก็พูดกับเพื่อนน้ำในห้องไลฟ์สดว่า
"เดี๋ยวตอนที่คุยธุรกิจ คงต้องขอปิดไลฟ์สดชั่วคราวนะครับ ยังไงซะมันก็เป็นความลับของบริษัทคนอื่นเขา"
...
ในขณะเดียวกัน ที่กองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษ
เมื่อผู้กองได้ยินว่าซูเฉินจะปิดไลฟ์สดตอนที่ไปเจรจาธุรกิจ เขาก็ตั้งใจจะเปลี่ยนไปใส่ชุดนอกเครื่องแบบ แล้วตามไปจับตาดูที่ร้านสตาร์บัคส์สักหน่อย
เพียงไม่นาน ผู้กองก็อยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ หอบโน้ตบุ๊กเครื่องหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
กองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษอยู่ค่อนข้างใกล้กับลานจตุรัสวัฒนธรรม เขาจึงเดินทางมาถึงเร็วกว่าซูเฉินเสียอีก
"ลูกพี่ ผมเห็นว่าแถวนี้มันใกล้กับกองกำกับการหน่วยปฏิบัติการพิเศษเลยนะ จะไม่มีปัญหาอะไรแน่นะครับ" หลี่ซื่อมองหัวหน้าที่อยู่ข้างๆ ด้วยความกังวล
แต่หัวหน้าแก๊งกลับยิ้มตอบ "ทำใจให้สบายเถอะ สถานที่ที่อันตรายที่สุด ก็คือสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดไงล่ะ"
"แกอย่าเกร็งให้มันมากนัก ยิ่งเกร็งก็ยิ่งเป็นจุดสนใจ"
...
บทสนทนาของทั้งกลุ่มกลับดึงดูดความสนใจของผู้กองหลิวเข้าอย่างจัง
ผู้กองหลิวนั่งอยู่ตรงโต๊ะด้านหลังของพวกเขาพอดี
ทางด้านซูเฉิน เขายังคงบิดคันเร่งสุดชีวิต จนในที่สุดก็มาถึงลานจตุรัสวัฒนธรรมก่อนเวลาบ่ายสามโมงจนได้
หลังจากที่เขากดพักไลฟ์สด เขาก็พุ่งพรวดเข้าไปในร้านสตาร์บัคส์ด้วยความเร็วแสง
เดิมทีผู้กองหลิวตั้งใจจะลุกขึ้นไปดูหน้าค่าตาของชายทั้งสามคน แต่พอเห็นซูเฉินเดินเข้ามา เขาก็ล้มเลิกความคิดแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ตามเดิม
"ฟู่ ... " ซูเฉินหอบหายใจแฮกๆ "เหนื่อยชะมัดเลย เกือบมาสายซะแล้ว"
คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามซูเฉิน คือชายสวมชุดสูทสีดำและแว่นกันแดด
บนข้อมือของเขายังสวมนาฬิกาเรือนหรู
เขาคนนี้ก็คือหัวหน้าแก๊งปลอมแปลงธนบัตรนั่นเอง
เขายิ้มแล้วพูดว่า "ไม่เป็นไรๆ พวกเราก็เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เอง เอาของมาด้วยหรือเปล่า"
ซูเฉินพยักหน้า ก่อนจะล้วงเอาภาพวาดแบงก์ดอลลาร์ออกมา
"เอามาด้วยครับ" ซูเฉินบอก
หัวหน้าแก๊งเห็นแบงก์ดอลลาร์ใบนั้นก็พยักหน้ารับ
ภายนอกเขาไม่ได้แสดงอาการอะไร แต่ภายในใจกลับรู้สึกตื่นตะลึงสุดขีด
นี่มันรูปวาดจริงๆ เหรอเนี่ย!
เขาทำแบงก์ปลอมมานานหลายปี นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้เห็นผลงานที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้!
"เป็นไงบ้างครับ" ซูเฉินยิ้ม แล้วยื่นรูปวาดส่งให้พวกเขาโดยตรง
ยังไงซะอีกฝ่ายก็จ่ายเงินมาแล้วนี่นา
หัวหน้าแก๊งพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ส่วนหลี่ซื่อที่นั่งอยู่ข้างๆ รวมถึงสมาชิกแก๊งอีกคน เห็นได้ชัดว่าเก็บอาการไม่เก่งเท่าหัวหน้า
ความตื่นตระหนกตกใจล้วนปรากฏชัดเจนอยู่บนใบหน้า
ผู้กองหลิวเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ
"ซื้อขายแบงก์ดอลลาร์ปลอม ... บวกกับคำพูดของพวกมันเมื่อกี้ ... " ผู้กองหลิววิเคราะห์อยู่ในใจ
เขาขมวดคิ้วแน่น ลุกขึ้นยืน ทำทีเป็นว่าจะเดินออกไปข้างนอก
ตอนที่เดินผ่านโต๊ะของซูเฉิน เขาแกล้งหันกลับไปชำเลืองมอง ทำให้เห็นใบหน้าของชายคนนั้นเข้าพอดิบพอดี
เป็นเป้าหมายที่พวกเขาสงสัยจริงๆ ด้วย!
เมื่อรู้ว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ผู้กองหลิวก็รีบเดินออกจากร้านสตาร์บัคส์ทันที ก่อนจะกรอกเสียงผ่านวิทยุสื่อสารไปยังตำรวจฝั่งตรงข้าม "ส่งกำลังพลมาเดี๋ยวนี้ ผู้ต้องสงสัยอยู่ที่ร้านสตาร์บัคส์!"
ภายในร้านสตาร์บัคส์
หัวหน้าแก๊งเก็บแบงก์ดอลลาร์ลงไป มองหน้าซูเฉินด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่มพลางเอ่ยขึ้น
"ทางเรามีเรื่องอยากจะรบกวนให้คุณช่วยหน่อยน่ะ พรุ่งนี้คุณพอจะมีเวลาไหม"
ซูเฉินพยักหน้าตอบ "มีครับ ผมมีเวลาเหลือเฟือเลย"
"ถ้าอย่างนั้นก็เยี่ยมไปเลย" อีกฝ่ายยิ้ม "เดี๋ยวฉันให้ที่อยู่ไป พรุ่งนี้คุณลองแวะไปหน่อยดีไหม"
พูดจบ เขาก็ล้วงเอากระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งยื่นให้ซูเฉิน
ซูเฉินร้อง "อืม" ตอบรับ พร้อมกับยื่นมือไปรับกระดาษแผ่นนั้นมา
"ส่วนเรื่องค่าตอบแทน ... ทางเราให้คุณหนึ่งแสนหยวนเป็นไง"
ซูเฉินคิดว่าตัวเองหูฝาดไปชั่วขณะ จึงร้องถามด้วยความตกใจ "เท่าไหร่นะครับ"
"หนึ่งแสน!" อีกฝ่ายตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
"หนึ่งแสนเหรอ" ใบหน้าของซูเฉินเต็มไปด้วยความตกตะลึง "ตั้งหนึ่งแสน แน่ใจนะครับว่าเป็นแค่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ"
ภายใต้สายตาอันตื่นตะลึงของซูเฉิน อีกฝ่ายก็พยักหน้ารับ
"เรื่องเล็กๆ น้อยๆ แค่ช่วยพวกเราวาดรูปอะไรนิดหน่อยก็พอ"
แค่วาดรูปเนี่ยนะให้ตั้งหนึ่งแสน?
ซูเฉินรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก แอบคิดในใจ "พวกนี้คงไม่ได้กะจะหลอกฉันไปตัดไตหรอกนะ!"
วาดรูปอะไรกันถึงได้ให้เงินตั้งหนึ่งแสน?!
เขานึกไม่ออกจริงๆ
ซูเฉินไม่ได้ตอบรับทันที แต่กลับก้มลงมองที่อยู่ในมือ
เมื่ออีกฝ่ายเห็นว่าซูเฉินมีท่าทีลังเล จึงถามขึ้น "หรือว่ายังไม่พอใจเรื่องราคา"
"เรื่องราคาพวกเราคุยรายละเอียดกันได้นะ"
ซูเฉินยิ้มแล้วส่ายหน้าพลางตอบ "ไม่ใช่ไม่พอใจหรอกครับ แต่มันเยอะเกินไปต่างหาก!"
"ผมนึกไม่ออกจริงๆ ว่าวาดรูปอะไรถึงจะมีมูลค่าตั้งหนึ่งแสน"
"ฮ่าๆๆ" พออีกฝ่ายได้ยินก็หัวเราะลั่นก่อนจะพูดว่า "เรื่องนี้คุณวางใจได้เลย ทางเราจ่ายเงินให้คุณอย่างแน่นอน"
พูดจบ เขาก็ล้วงเอาบัตรธนาคารใบหนึ่งออกมาแล้วบอกว่า "นี่คือเงินมัดจำห้าหมื่นหยวน ถ้าคุณสนใจ พรุ่งนี้ก็มาตามที่อยู่นี้ได้เลย"
เขาวางบัตรธนาคารลงบนโต๊ะ และมองหน้าซูเฉินด้วยท่าทีนิ่งสงบ
ซูเฉินไม่ได้หยิบบัตรธนาคารขึ้นมาทันที แต่กลับพุ่งความสนใจไปที่ที่อยู่ในมือ
"ที่อยู่ของคุณนี่มันอยู่ห่างไกลความเจริญไปหน่อยนะ" ซูเฉินพูด "ผมจำได้ว่าแถวนั้นมีแต่หมู่บ้านร้างนี่นา ไม่ยักจำได้ว่ามีบริษัทอะไรไปตั้งอยู่ด้วย"
พออีกฝ่ายได้ยินก็ส่งยิ้มแหยๆ แล้วอธิบาย "บริษัทเพิ่งจะสร้างเสร็จใหม่ๆ น่ะ ที่ดินแถวนั้นมันราคาถูก ก็ช่วยไม่ได้นี่นา คุณก็รู้ดีว่าที่ดินในเจียงเฉิงมันแพงหูฉี่ขนาดไหน"
"หลักๆ คือพวกเราอยากให้คุณช่วยออกแบบอะไรบางอย่างให้หน่อยน่ะ คุณวางใจได้เลย"
หลังจากฟังคำอธิบายของเขาจบ ซูเฉินก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะหยิบบัตรธนาคารใบนั้นขึ้นมา
คำอธิบายของเขาก็ฟังดูมีเหตุผลอยู่บ้าง
ถ้าเป็นการจ้างออกแบบโลโก้ หรือป้ายโฆษณา ราคาหลักแสนก็ถือว่าไม่ได้แพงอะไร
แถมที่ดินแถวนั้นก็ราคาถูกจริงๆ ถูกกว่าพวกเขตนิคมอุตสาหกรรมตั้งเยอะ
อีกอย่าง ถ้าจะจับเขาไปตัดไต แล้วจะเอาเงินมาให้เขาทำไมล่ะ
ถ้าเขาเอาเงินห้าหมื่นนี่ไปเก็บไว้ที่บ้าน หรือโอนเข้าบัญชีตัวเอง หมอนี่ก็ต้องเสียเงินไปฟรีๆ ห้าหมื่นไม่ใช่หรือไง
เงินหนึ่งแสน สำหรับเขาในตอนนี้ไม่ใช่จำนวนเงินน้อยๆ เลย การมีเงินหนึ่งแสนหยวนก้อนนี้ จะช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของเขาให้ดีขึ้นได้อย่างมาก
หลังจากผ่านการต่อสู้ดิ้นรนทางความคิดอย่างหนักหน่วง ในที่สุดซูเฉินก็ตอบตกลงไปพลางๆ ก่อน
ม้าไม่กินหญ้าป่าไม่อ้วน คนไม่รับทรัพย์หน้ามืดไม่รวย!
มีเงินให้หาแต่ไม่ยอมหาคือลูกเต่า!
อีกอย่าง ซูเฉินมีทั้งทักษะการใช้มีดและทักษะแม่นปืน ต่อให้อีกฝ่ายมีเจตนาร้าย ก็คงจะเอาชนะซูเฉินได้ยาก
พลังการต่อสู้ของซูเฉินก็ถือว่าสูงเอาเรื่องเหมือนกัน
"ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้เจอกัน ยินดีที่ได้ร่วมงานนะ" เมื่อหัวหน้าแก๊งเห็นว่าซูเฉินรับเงินมัดจำไปแล้ว เขาก็ลุกขึ้นยืนพลางยื่นมือขวาออกไป
ซูเฉินพยักหน้า ลุกขึ้นยืนแล้วจับมือกับอีกฝ่าย
"ยินดีที่ได้ร่วมงานเช่นกันครับ"
ไม่รู้ทำไม ในสายตาของซูเฉิน ชายสามคนนี้ถึงดูแปลกๆ ชอบกล
ในขณะที่เขากำลังเตรียมตัวจะเดินออกจากร้าน จู่ๆ เสียงไซเรนรถตำรวจก็ดังกึกก้องมาจากถนนด้านนอก
!!!
ทั้งสี่คนสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจทันที
พวกเขามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ใบหน้าเต็มไปด้วยความงุนงง!
ซูเฉินโดนเชิญไปจิบชาบ่อยจนแทบจะกลายเป็นภาพจำฝังใจกับเสียงไซเรนรถตำรวจไปแล้ว
ส่วนทางฝั่งแก๊งปลอมแปลงธนบัตรก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง ในเมื่อพวกเขาทำเรื่องผิดกฎหมาย พอได้ยินเสียงไซเรนรถตำรวจก็ต้องเกิดความหวาดกลัวเป็นธรรมดา การมีปฏิกิริยาแบบนี้จึงถือเป็นเรื่องปกติ
"ซวยแล้ว คงไม่ได้มาจับฉันหรอกนะ!" ซูเฉินพึมพำ
[จบแล้ว]