เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 : ตามหาสมุนไพร เก็บตัวฝึกฝน

บทที่ 15 : ตามหาสมุนไพร เก็บตัวฝึกฝน

บทที่ 15 : ตามหาสมุนไพร เก็บตัวฝึกฝน


บทที่ 15 : ตามหาสมุนไพร เก็บตัวฝึกฝน

“อ้า เจ้าต้องควบคุมอารมณ์ให้ดีนะ ตอนนี้เราอยู่ข้างนอกแล้ว เราต้องระมัดระวังทั้งคำพูดและการกระทำ ไม่เช่นนั้น เราก็อาจจะเผลอไปยั่วยุคนที่เราไม่ควรได้ และจากนั้น เรื่องมันก็อาจจะไม่จบแค่ที่เราฆ่าตัวตายเพื่อรับผิดก็ได้”

ระหว่างทาง ลู่เทียนหูอดไม่ได้ที่จะตักเตือน

“ไอ้เวรนั่นมันหยิ่งผยองเกินไป มันดูถูกเราโดยไม่มีเหตุผล แถมมันยังเรียกพวกเราว่าสุนัขด้วยซ้ำ เจ้าไม่ได้ยินที่มันพูดหรอ?” ลู่เหลียงเผิงโต้เถียง

“เห็นกันอยู่ว่าเขาเป็นคนยังไง เขามันพวกชอบออกคำสั่งและบังคับคนอื่น เราควรจะอดทนกับมันให้ได้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ด้วยทัศนคติของเขา สักวันหนึ่งเขาก็จะต้องชนกำแพงแน่นอน และมันก็คงจะสายเกินไปสำหรับการเสียใจ”

“เอาล่ะ เจ้าพูดถูก ข้าไม่ควรไปทะเลาะกับมัน” ลู่เหลียงเผิงรู้ว่าเขาผิดและไม่ต้องการจะโต้เถียงกับอีกฝ่ายต่อไป

ลู่หยุนยังคงเงียบขรึมอยู่เสมอ เขาไม่ต้องการจะมีส่วนร่วมหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาทของเด็กทั้งสองคน จิตใจของเขามุ่งเน้นไปที่การสังเกตร้านค้าทั้งสองฝั่งถนน

มณฑลเมฆาวารีมีขนาดใหญ่มาก และพวกเขาก็ใช้เวลาเดินเล่นมาหนึ่งชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังสำรวจไม่ครบทั้งเส้นถนน

ทันใดนั้น จู่ๆ ลู่หยุนก็หยุดเดิน สายตาของเขาจ้องมองไปที่ร้านค้าชื่อโถงพฤกษาล้ำค่า

โถงพฤกษาล้ำค่าได้รับการตกแต่งอย่างหรูหรา ด้านหน้าของอาคารเต็มไปด้วยความหรูหราและงดงาม มันตั้งอยู่บนถนนอย่างองอาจภาคภูมิใจ มีผู้คนเข้าออกร้านอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย

สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของลู่หยุนคือขวดต่างๆ ที่วางอยู่ในร้าน ไม่ว่าจะเป็นเครื่องลายคราม หยก หรืออะไรก็แล้วแต่

นอกจากนี้ เขาก็ยังได้กลิ่นหอมอันสดชื่นของยาที่ทำให้หัวใจเขาเต้นแรง

“ลองเข้าไปดูข้างในกันเถอะ” หลังจากมองดูได้ไม่นาน ลู่หยุนก็ตัดสินใจเข้าไป

ในขณะเดียวกัน ทั้งลู่เหลียงเผิงและลู่เทียนหูก็หยุดอยู่ที่หน้าทางเข้า พวกเขาแตะกระเป๋าเล็กๆ ของพวกเขา และพวกเขาก็ไม่ได้ติดตามเขาเข้าไป

“ท่านมีอะไรให้ข้าช่วยไหม?” ทันทีที่ลู่หยุนเดินเข้าไปในโถงพฤกษาล้ำค่า เสมียนก็เข้ามาหาเขาและแนะนำเขาอย่างจริงจัง “เรามียาทุกชนิด ทั้งยารักษา ยาเสริมปราณ ยาเสริมพลัง ยาล้างไขกระดูก ฯลฯ …”

“สวัสดี ข้าอยากจะทราบราคาสินค้าสักหน่อย หากพวกมันสมเหตุสมผล ข้าก็จะซื้อมันแน่นอน!” ลู่หยุนพูดอย่างไม่สะทกสะท้าน

เสมียนเหลือบมองเครื่องแต่งกายของลู่หยุนแล้วยิ้ม เขาไม่ได้มีความคิดที่จะดูถูกอีกฝ่ายเลย “ฮ่าฮ่าฮ่า ราคาสินค้าของโถงพฤกษาล้ำค่าของเรานั้นยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง และลูกค้าของเราก็สามารถมั่นใจได้เลยว่าจะได้ของดี”

หลังจากนั้น เขาก็หยิบหนังสือเล่มเล็กออกมาแล้วยื่นให้ลู่หยุนด้วยความเคารพ “เนื่องจากเรามีลูกค้าจำนวนมากและไม่สามารถรับรองได้ทั้งหมด ท่านจึงสามารถตรวจสอบรายชื่อสินค้าจากในนี้ได้เลย หากท่านต้องการอะไร ท่านก็เพียงแค่เรียกเราเท่านั้น”

“ตกลง” ลู่หยุนหยิบหนังสือเล่มเล็กมาและเริ่มดู

ยาปราณโลหิต มีฤทธิ์หลักในการเสริมพลังปราณและโลหิต ขายในราคาหนึ่งพันตำลึงเงินต่อขวด โดยมียาสิบสองเม็ดต่อขวด

ยากำลัง มีฤทธิ์หลักในการควบคุมร่างกายและเพิ่มความแข็งแกร่ง ขายราคาหนึ่งพันห้าร้อยตำลึงต่อขวด โดยมียาสิบเม็ดต่อขวด

ยาฟื้นคืนชีพ มีฤทธิ์หลักในการฟื้นฟูอาการบาดเจ็บภายในและภายนอก ขายในราคาสองพันตำลึงเงินต่อขวด โดยมียาเก้าเม็ดต่อขวด

เมื่อเขาเห็นราคาของยาสามขวดแรก ลู่หยุนก็ไม่สามารถมองไปไกลกว่านี้ได้อีก เขาปิดหนังสือเล่มเล็กลงทันทีและเดินออกจากโถงพฤกษาล้ำค่ามาอย่างเงียบๆ

เมื่อเห็นลู่หยุนที่มีใบหน้าเศร้าหมองเดินออกมา ลู่เหลียงเผิงและลู่เทียนหูก็สบตากัน ทั้งคู่แสดงสีหน้าว่าพวกเขารู้ว่ามันจะเป็นเช่นนั้น

“แล้วข้าจะกลับมาใหม่วันหลัง” ลู่หยุนพึมพำก่อนจะเดินต่อไปตามท้องถนน

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งสามคนก็มาถึงหน้าร้านขายยาแห่งหนึ่ง

ร้านขายยาไม่ใหญ่นัก แต่มันก็ไม่เล็กเช่นกัน แผ่นป้ายสีดำแขวนอยู่บนประตูไม้สีเทาโดยมีคำว่า 'ร้านขายยาหลินเฟย' เขียนอยู่

มีลูกค้าที่ดูธรรมดาๆ สองสามคนอยู่ในร้านขายยา และลู่หยุนก็เดินเข้าไปเหมือนลูกค้าทั่วไป

หลังจากมองไปรอบๆ อย่างรวดเร็ว เขาก็เห็นสมุนไพรที่คุ้นเคยมากมาย

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือร้านขายยาทั่วไปที่ทำให้ลู่หยุนรู้สึกมั่นใจในกระเป๋าเงินของเขาเองมากขึ้น

เมื่อลูกค้าคนอื่นๆ จากไปแล้ว เจ้าของร้านขายยาก็เดินเข้ามา

เขายืนเอามือไพล่หลัง สวมเสื้อคลุมสีเทา เขามีเคราแพะสีขาวเทาเป็นกระจุก และแม้ว่าเขาจะอายุเกินหกสิบแล้ว แต่เขาก็ยังคงแข็งแรงและดูมีสุขภาพดี

หลังจากเข้ามาใกล้ลู่หยุน เจ้าของร้านก็หัวเราะเบาๆ และพูดว่า “เจ้าหนุ่ม ดูเหมือนเจ้าจะมีร่างกายที่แข็งแรงและกระปรี้กระเปร่าน่าดูเลย และก็ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่จำเป็นต้องใช้สมุนไพรธรรมดาๆ ด้วย”

“เถ้าแก่ เรามาที่นี่เพื่อทำธุรกิจ ไม่จำเป็นต้องมีคำถามมากมายขนาดนี้ก็ได้” ลู่เหลียงเผิงพูดอย่างฉุนเฉียว

“ฮ่าฮ่า ถูกต้อง ข้าพูดจาไม่ดีเอง” เจ้าของร้านพูดด้วยสีหน้าสดใสเขาหัวเราะแล้วถามลู่หยุนว่า “แล้วเจ้ากำลังมองหาสมุนไพรชนิดใดอยู่ล่ะ? มาดูกันว่าร้านขายยาธรรมดาๆ ของข้าจะมีสิ่งที่เจ้าต้องการหรือเปล่า”

ลู่หยุนประคองแขนขวาขึ้นด้วยมือซ้ายและลูบคางเรียบๆ ของเขาโดยไตร่ตรองว่า “ข้าไม่ได้ต้องการสมุนไพรอะไรมากมาย แต่ถ้าเป็นพวกโสมโลหิตหรือเห็ดหลินจือก็ยังพอน่าสนใจอยู่”

“ โสมโลหิตและเห็ดหลินจือเป็นสมุนไพรหลักไม่กี่ชนิดในร้านขายยาของข้า แน่นอนว่าเรามีพวกมัน โปรดรอสักครู่เจ้าหนุ่ม แล้วข้าจะไปเอาพวกมันมาให้” เจ้าของร้านพูดก่อนจะเดินเข้าไปในห้องด้านหลัง

เมื่อเขาปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็ถือกล่องสองใบเดินเข้ามา

เขาวางพวกมันลงบนโต๊ะและเปิดอันหนึ่งเพื่อเผยให้เห็นโสมโลหิตที่วางอยู่ข้างใน

“โสมโลหิตนี้มีอายุมากกว่าห้าสิบปีแล้ว มันมีสรรพคุณดีเยี่ยมในการบำรุงพลังหยางและเสริมความแข็งแกร่งให้กับโลหิต หากเจ้าต้องการมัน ข้าก็ยินดีจะขายให้ในราคาร้อยตำลึง” เจ้าของร้านกล่าว

จากนั้นเขาก็เปิดกล่องอีกกล่องแล้วแนะนำว่า “เห็ดหลินจือนี้มีสรรพคุณบำรุงพลังปราณและทำให้จิตใจสงบ โดยทำหน้าที่บำรุงปอดและไตได้เป็นอย่างดี และมันก็มีอายุมากกว่าห้าสิบปีแล้วเช่นกัน ส่วนราคา…”

“ข้าเอาทั้งสอง แต่ข้าจะจ่ายแค่หนึ่งร้อยห้าสิบตำลึงเท่านั้น” ลู่หยุนปิดกล่องอย่างรวดเร็วและยื่นข้อเสนออย่างเด็ดขาด

“เจ้าหนุ่ม ราคาของเจ้า… มันลดเยอะเกินไปไหม?!” เจ้าของร้านลังเล ดวงตาของเขาเป็นประกายในขณะลูบเคราแพะ

“หนึ่งร้อยสี่สิบตำลึง!”

“เจ้าหนุ่ม…”

“หนึ่งร้อยสามสิบตำลึง!”

“พ่อหนุ่ม…”

“หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง!”

“ก็ได้ก็ได้ หนึ่งร้อยยี่สิบตำลึง!” เจ้าของร้านลูบเคราของเขาและจ้องมองไปที่ลู่หยุนก่อนจะพูดอย่างเย็นชา “ข้าไม่เคยเห็นใครต่อรองราคาเช่นเจ้ามาก่อน”

“ขอบคุณสำหรับความเมตตาของท่าน เถ้าแก่”ลู่หยุนรีบหยิบเงินออกมา จากนั้นเขาก็เก็บกล่องสองกล่องกลับไปโดยเกรงว่าเจ้าของร้านจะเปลี่ยนใจ

ในตอนแรก ลู่หยุนก็เตรียมที่จะยืมเงินจากลู่เทียนหูและลู่เหลียงเผิง แต่เขาก็ต่อรองราคาได้โดยไม่คาดคิด ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาสามารถจับจ่ายได้ด้วยตนเอง

“เอาล่ะ พวกเจ้าออกไปได้แล้ว!” หลังจากได้รับเงินแล้ว เจ้าของร้านก็พูดไล่อย่างเฉยเมย

“ฮ่าฮ่า แล้วข้าจะกลับมาอุดหนุนใหม่นะ”

ลู่หยุนหันหลังกลับและจากไปอย่างพึงพอใจ

หลังจากออกมาจากร้านขายยาแล้ว ลู่เหลียงเผิงก็กระซิบด้วยความประหลาดใจว่า “นี่ใช่ลู่หยุนที่ข้ารู้จักรึเปล่าเนี่ย?”

เด็กหนุ่มที่เพิ่งออกมาจากภูเขารู้สึกประหลาดใจอย่างแท้จริงกับการแสดงของลู่หยุน

ลู่เทียนหูส่ายหัวและยิ้มอย่างอดไม่ได้ “บางทีเราอาจจะไม่เคยเข้าใจเขาเลยจริงๆ ก็ได้”

เมื่อกลับมาถึงโรงแรม ลู่คังเซิงก็กล่าวว่า “ช่วงนี้มณฑลเมฆาวารีค่อนข้างไม่สงบ ดังนั้นพวกเจ้าจงอย่าออกไปเดินเล่นข้างนอกอีก จงใช้เวลาที่เหลือเพื่อฝึกฝนให้ดี”

“ยามก็ลาดตระเวนกันทั่วเมือง มันจะยังมีคนกล้าก่อปัญหาอยู่อีกหรอ?” ลู่เทียนหูกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้ว

“ทุกวันนี้สิ่งต่างๆ เริ่มโกลาหลวุ่นวาย มันไม่ง่ายดายอย่างที่เจ้าคิดหรอก เพราะฉะนั้นแล้ว เจ้าแค่อยู่ในห้องของเจ้าเองและฝึกฝนอย่างขยันขันแข็งก็พอแล้ว”

ดูเหมือนลู่คังเซิงจะไม่ได้อยากพูดอะไรไปมากกว่านี้ ด้วยเหตุนี้เอง เด็กหนุ่มทั้งสามจึงไม่กล้าถามอะไรต่อ

สำหรับลู่หยุนที่วางแผนจะแยกตัวออกไปเพื่อฝึกฝนอย่างเข้มงวดอยู่แล้ว เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย

หลังจากที่ลู่คังเซิงพูดจบแล้ว ลู่หยุนก็รีบกลับไปที่ห้องของเขา ปิดประตูลงกลอน และแทบจะรอไม่ไหวที่จะเปลี่ยนโสมโลหิตและเห็ดหลินจือที่เพิ่งได้มาให้กลายเป็นคะแนนพลังงาน...

จบบทที่ บทที่ 15 : ตามหาสมุนไพร เก็บตัวฝึกฝน

คัดลอกลิงก์แล้ว