เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 : คะแนนพลังงาน

บทที่ 1 : คะแนนพลังงาน

บทที่ 1 : คะแนนพลังงาน


บทที่ 1 : คะแนนพลังงาน

เปรี้ยง! ปร้าง!!

ฟ้าแลบวาบและฟ้าร้องคำราม น้ำฝนหยดลงมาจากชายหลังคาอย่างต่อเนื่อง

หยดน้ำหล่นกระทบลงบนพื้นหิน มันแตกกระจายและกระเด็นราวกับไข่มุกที่ตกลงบนแผ่นหยก สะท้อนด้วยเสียงที่คมชัดและน่าฟัง

ภายในห้องใต้หลังคา เด็กชายอายุไม่ถึงสิบขวบกำลังนอนอยู่บนเตียงไม้ที่เรียบง่าย ใบหน้าของเขาซีดเซียวและห่อด้วยผ้าห่มสีขาวซีด

ที่มุมห้องข้างเตาไฟ มีเด็กสาวร่างอ่อนแอคนหนึ่งกำลังยืนอยู่

เมื่อแสงแลบจากฟ้าผ่าส่องเข้ามาจากหน้าต่างที่แตก แสงสว่างวาบก็ได้ส่องลงมาที่เธอ เธอตัวสูงไม่เกินห้าฟุต มีผิวขาว หน้าตาไร้เดียงสา ปิวละเอียดอ่อนเล็กน้อย และสวมชุดผ้าลินินสีเทา

โดยไม่สนใจหยาดเหงื่อบนหน้าผาก เธอเทยาจากเตาลงในชามดินเหนียวที่เตรียมเอาไว้อย่างระมัดระวังก่อนที่จะรีบเดินไปข้างเตียง

“เสี่ยวหยุน ยาพร้อมแล้ว เมื่อดื่มแล้วเจ้าก็จะอาการดีขึ้นนะ”

เด็กสาวค่อยๆ เป่ายาหนึ่งช้อนเต็มแล้วนำไปวางไว้ที่ริมฝีปากของเด็กชายขณะที่เธอกระซิบเบาๆ

ทันใดนั้น แสงก็ส่องทะลุท้องฟ้า มันเจิดจ้า พร่างพรายและทำให้ทุกอย่างสว่างจ้าราวกับเวลากลางวัน

“ดื่มยานะ ดื่มยา!”

เพราะเธอกำลังพยายามป้อนยาน้องชายของเธอด้วยความกังวล ดังนั้นเด็กสาวจึงไม่ได้สังเกตเห็นแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ส่องเข้ามาในห้องและผสานเข้าตรงระหว่างคิ้วของเด็กชายเลย

“อึก…”

“อึก…”

ลำคอของเด็กชายขยับเล็กน้อยในขณะที่เขากลืนยาลงคอ จากนั้นตามมาด้วยเสียงประหลาดใจและตื่นเต้นของหญิงสาว

“น้องพี่…”

ลู่หยุนได้ยินเสียงเรียกเล็กแหลม เขารู้สึกชาไปทั่วร่างกายราวกับว่ากระดูกและกล้ามเนื้อทุกส่วนได้แยกออกจากกัน พร้อมกับความเจ็บปวดที่อธิบายไม่ได้นี้ เขาค่อยๆ สัมผัสได้ถึงกระแสข้อมูลที่วุ่นวายที่ผสานเข้ากับจิตสำนึกของเขา

หมู่บ้านธารวิญญาณ

ภูเขาเมฆานิมิต

ลู่หยุนตื่นขึ้นมาอย่างช้าๆ ในห้องที่ทรุดโทรม

ในขณะเดียวกัน ความทรงจำประปรายก็ไหลท่วมท้นอยู่ในจิตใจของเขา มันทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคย

ความทรงจำต่างๆ แล่นผ่านจิตใจของเขาอยู่เป็นเวลานาน หัวใจของลู่หยุนก็เต็มไปด้วยอารมณ์ที่หลากหลาย

ความตื่นเต้น ความสุข ความกังวล ความกลัว...

“การข้ามมิติเป็นเรื่องลึกลับในตำนานมาโดยตลอด ฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเกิดขึ้นกับฉันในวันนี้”

ในเมื่อเขาได้อยู่ในจุดนี้แล้ว ลู่หยุนจึงยอมรับอย่างรวดเร็วถึงความจริงที่ว่าจิตวิญญาณของเขาได้ข้ามภพมาแล้ว

และโดยบังเอิญ บุคคลที่วิญญาณของเขาได้ย้ายเข้ามาก็มีอีกชื่อหนึ่งว่าลู่หยุน เหมือนกัน

ตามความทรงจำในใจของเขา นี่คือโลกแห่งศิลปะการต่อสู้ ที่ซึ่งสำนักยุทธ์ต่างแข่งขันกัน ครอบครัวขุนนางแย่งชิงอำนาจ ผู้ว่าการต่อสู้กัน และโจรก็สัญจรไปมาโดยไม่มีการควบคุม

นอกจากนี้ สัตว์อสูรก็ยังบุกมาโจมตีเมืองเป็นครั้งคราว พวกมันสร้างความหายนะให้กับโลกมนุษย์อย่างหนัก

เจ้าของร่างเดิมนี้เป็นเด็กชายชาวนาธรรมดาๆ ที่มีร่างกายอ่อนแอ หลังจากล้มป่วยอย่างหนัก สติสัมปชัญญะของเขาก็จางหายไปและถูกแทนที่ด้วยลู่หยุน!

“มันเป็นโลกที่มหัศจรรย์จริงๆ…”

ขณะที่ลู่หยุนค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งและเตรียมจะลุกออกจากเตียง จู่ๆ ประตูก็เปิดออก และร่างที่อ่อนแอในฝันของเขาก็ปรากฏตัวขึ้น

“เสี่ยวหยุน…” ด้วยอารมณ์ที่ล้นหลาม เด็กหญิงรีบวิ่งเข้ามากอดลู่หยุนโดยทันที ดวงตาของเธอชุ่มชื้นไปด้วยหยาดน้ำใส

“เสี่ยวหยุน ในที่สุดเจ้าก็ฟื้นขึ้นมาสักที”

“พี่สาว…” ลู่หยุนกระซิบเบาๆ เขารู้สึกได้ถึงความตื่นเต้นและความสุขของหญิงสาว

เขารู้ดีว่าจากนี้ไปเขาจะต้องรับบทเป็นเจ้าของร่างนี้แล้ว

“พี่สาวระวังหน่อย ข้าหายใจไม่ออก” ในไม่ช้า ลู่หยุนก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ลู่หยู พี่สาวของเสี่ยวหยุนรู้สึกตื่นเต้นมากเกินไปจนเผลอกอดเขาจนหายใจไม่ออก

ร่างกายนี้อ่อนแอและอ่อนล้าจากอาการป่วยร้ายแรง ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงทำให้ลู่หยุนเพ่งสมาธิกับความคิดของเขาได้ยาก

“อ่า มันเป็นความผิดของข้าเอง ข้าตื่นเต้นเกินไป เจ้าดีขึ้นแล้วใช่ไหม?”

หลังจากปล่อยลู่หยุนและสังเกตใบหน้าที่ซีดเซียวของเขา ลู่หยูก็ถามด้วยความกังวล

“ไม่เป็นไร ข้าแค่ต้องการพักผ่อนเล็กน้อย ไม่ต้องห่วงข้านะพี่สาว” ลู่หยุนปลอบเธอให้มั่นใจ

“มันเป็นความผิดของเรา ทั้งของข้าและพี่ใหญ่ของเจ้า เราไม่ได้ดูแลเจ้าอย่างดี”

ลู่หยูลุกขึ้นยืน เธอเปิดหน้าต่าง และแสงแดดก็ส่องเข้ามา มันทำให้ทั้งห้องสว่างขึ้นมาในทันที

เมื่ออาบแสงแดดอันอ่อนโยน ร่างกายของลู่หยุนก็รู้สึกอบอุ่นและสบายขึ้น

“ร่างกายของข้าเป็นแบบนี้มาตลอดหลายปีที่ผ่านมา ข้าต้องขอบคุณการทำงานหนักของพี่ใหญ่ และความเอาใจใส่ของพี่สาว ไม่เช่นนั้นข้าก็คงจะเอาตัวไม่รอดแน่” ลู่หยุนกล่าวด้วยรอยยิ้มและปลอบใจลู่หยู

ฝูงสัตว์อสูรขนาดเล็กได้บุกโจมตีโลกมนุษย์เมื่อสิบปีที่แล้ว พวกมันส่งผลกระทบต่อมณฑลเมฆาวารีและมณฑลอื่นๆ โดยรอบ และก่อให้เกิดความเสียหายอย่างมากต่อหมู่บ้านธารวิญญาณ

พ่อของลู่หยุนซึ่งเป็นสมาชิกของทีมล่าสัตว์ในหมู่บ้านเองก็ได้เสียชีวิตลงอย่างน่าอนาถภายใต้กีบเท้าของสัตว์อสูร

แม่ของลู่หยุนเองก็ได้รับผลกระทบจากความโกลาหลวุ่นวาย มันได้ทำลายรากฐานของเธอและทำให้เธอให้กำเนิดลู่หยุนออกมาก่อนกำหนดและเสียชีวิตลงในที่สุด

เนื่องจากความทุกข์ทรมานจากการคลอด ลู่หยุนจึงเกิดมาพร้อมกับร่างกายที่ไม่เพรียบพร้อม สุขภาพของเขาอ่อนแอและมักจะป่วยหนัก

ในเวลานั้น ลู่หยูพี่สาวของเขาก็อายุได้เพียงสี่ถึงห้าขวบเท่านั้น

และลู่เหอ พี่ใหญ่ของเขาซึ่งอายุยังไม่ถึงแปดขวบก็ต้องกลายเป็นคนหาเลี้ยงครอบครัว

แม้ว่าทั้งพี่ชายและพี่สาวของเขาจะรักลู่หยุนมาก โดยพยายามหาสิ่งที่ดีที่สุดมาให้สำหรับเขา แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถทำอะไรกับความบกพร่องแต่กำเนิดของเขาได้

อาจกล่าวได้ว่าลู่หยุนโชคดีมากที่มีชีวิตรอดอยู่มาได้จนถึงสิบปี

“พี่สาว แล้วพี่ใหญ่อยู่ที่ไหน? ทำไมข้าไม่เห็นเขาเลย?” ใบหน้าของลู่หยุนเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“เขาไปทดสอบทีมล่าสัตว์ ตราบใดที่เขาผ่านการทดสอบ เขาก็จะกลายเป็นสมาชิกของทีมล่าสัตว์ และสภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวเราก็จะดีขึ้น” ขณะที่เธอพูดสิ่งนี้ ใบหน้าของลู่หยูก็ผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด และเธอก็ตั้งตารอที่จะมีอนาคตที่สดใสขึ้นกว่านี้

“ทีมล่าสัตว์?” ใบหน้าของลู่หยุนเองก็แสดงถึงความคาดหวัง

ทีมล่าสัตว์เป็นกองกำลังป้องกันของหมู่บ้านธารวิญญาณ และสมาชิกทุกคนก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่ทรงพลัง

พวกเขามีพละกำลังมหาศาลและได้เพลิดเพลินกับการดูแลรักษาที่ดีที่สุด

น่าเสียดายที่ทั้งหมดนี้ไม่เกี่ยวข้องกับลู่หยุน

ข้อบกพร่องแต่กำเนิดของเขาและรูปร่างที่อ่อนแอทำให้เขากลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ยากกว่าคนธรรมดาถึงสิบเท่า

“แม้หลังจากก้าวเข้าสู่โลกแห่งศิลปะการต่อสู้แล้ว ฉันก็ยังคงถูกกำหนดให้เป็นคนธรรมดาและอ่อนแองั้นหรอ?”

ความรู้สึกอ้างว้างเพิ่มขึ้นในใจของลู่หยุน

“เสี่ยวหยุน นี่คือซุปที่ทำมาจากโสมโลหิต มันจะช่วยให้ร่างกายของเจ้าฟื้นตัวเร็วขึ้น”

ลู่หยูยื่นชามยาสมุนไพรที่ทำมาจากโสมโลหิตขึ้นมามอบให้เขา

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดลู่หยุนก็รับชามมาด้วยมือทั้งสองข้าง

เขาเคยดื่มซุปโสมโลหิตนี้อยู่บ่อยครั้งในอดีต แต่ผลของมันก็มีจำกัด มันแทบจะรักษาชีวิตของเขาเอาไว้ไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับรักษาโรคของเขา?

และเพื่อลดภาระของครอบครัว เขาจึงปฏิเสธที่จะกินซุปในตลอดปีที่ผ่านมา

แต่ตอนนี้ ลู่หยุนคนใหม่ก็ได้แตกต่างออกไป และแน่นอนว่าเขาจะไม่ปฏิเสธมัน

เมื่อได้รับโอกาสมีชีวิตครั้งที่สอง เขาก็ไม่ต้องการที่จะละทิ้งความหวังแม้เพียงเล็กน้อย

เมื่อซุปโสมโลหิตไหลลงสู่ท้องของเขา แสงวาบก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตาของลู่หยุน และหน้าจอแสงก็ปรากฏขึ้นในขอบเขตการมองเห็นของเขา

[ คะแนนพลังงาน: +1.1 ]

จบบทที่ บทที่ 1 : คะแนนพลังงาน

คัดลอกลิงก์แล้ว