- หน้าแรก
- ยอดตำรวจปลาเค็มกับระบบสืบสวนขั้นเทพ
- บทที่ 470 - วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล!!
บทที่ 470 - วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล!!
บทที่ 470 - วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล!!
บทที่ 470 - วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล!!
หยางเทียนกับจางจิงเชวี่ยสบตากัน ก่อนจะเอามือปิดหน้าแอบขำคิกคัก
ในแววตาของจางจิงเชวี่ยยิ่งปิดบังความรักเอาไว้ไม่อยู่
เธอคาดไม่ถึงเลยว่า พอพี่หยางเทียนขอต่ออีกรอบ เขาจะดุดันและบ้าพลังขนาดนี้
ไม่ใช่แค่อึดทนนานเท่านั้นนะ
แต่นี่ยังไม่ยอมหยุดพักเลยสักวินาทีเดียว
เธอแค่เปรยขึ้นมาขำๆ ว่า "พี่เบาๆ หน่อยสิ เดี๋ยวเตียงไม้ฮวงฮวาหลี่ของคุณตาพังเอาหรอก??"
เขาก็ยิ่งได้ใจ โหมกระหน่ำจนเตียงหักดังโครมจริงๆ
ผู้ชายที่แพ้ใครไม่เป็น
สัญชาตญาณความอยากเอาชนะพลุ่งพล่านทะลุปรอท
ผลก็คือ พอตอนเช้าเสี่ยวเชวี่ยตื่นขึ้นมาจะไปอาบน้ำล้างหน้า ก็แทบจะทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ต้องเอามือยันกำแพงพยุงตัวเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างทุลักทุเล
"ตุ้บ!"
ผู้เฒ่ากวนเจ๋อเซิ่งโยนท่อนไม้ทิ้งลงพื้น หันไปหัวเราะร่วนใส่หยางเทียน "เตียงหลังนี้มันมีอายุมาเป็นร้อยๆ ปีแล้วนะเว้ย สมัยราชวงศ์ชิงน่ะ เคยมีจอหงวนฝ่ายบู๊มานอนด้วยซ้ำ นึกไม่ถึงเลยนะว่า สิ่งที่จอหงวนฝ่ายบู๊ทำไม่สำเร็จ แกจะทำสำเร็จได้ ฉันล่ะยอมใจแกจริงๆ ไม่มีจุดอ่อนเลยนะพ่อหนุ่ม!"
"คุณตาคะ!"
จางจิงเชวี่ยร้องเรียกด้วยความเขินอายหน้าแดงแจ๋
"พวกทหารยามมองกันตาโตหมดแล้ว"
กวนเจ๋อเซิ่งหันไปมองแวบหนึ่ง
พวกทหารยามที่คอยดูแลเรื่องอาหารการกินและความปลอดภัยให้ท่านผู้เฒ่า ต่างก็รู้หน้าที่ รีบเดินหนีออกจากห้องกันไปอย่างรวดเร็ว
"จะไปกลัวอะไรเล่า นี่มันคือความสามารถล้วนๆ ไม่ใช่เรื่องน่าอายซะหน่อย ถ้าตอนหนุ่มๆ ฉันมีพละกำลังล้นเหลือขนาดนี้นะ ป่านนี้ชื่อเสียงฉันคงดังกระฉ่อนไปทั่วทั้งกองทัพแล้ว!"
ผู้เฒ่ากวนเจ๋อเซิ่งหัวเราะ "ฮ่าๆๆ" ดังลั่น เดินเข้าไปตบไหล่หยางเทียนป้าบใหญ่ แล้วชมเปาะ "ไอ้หนุ่ม แกนี่มันเจ๋งจริงๆ อนาคตไกลกว่าจอหงวนฝ่ายบู๊ซะอีก!"
"ใครอนาคตไกลนะ?!"
จู่ๆ เสียงของกวนจือก็ดังทะลุเข้ามาจากนอกห้อง
หน้าจางจิงเชวี่ยยิ่งแดงเถือกไปกันใหญ่ รีบจ้ำอ้าวจะไปที่ประตู แต่พอก้าวไปได้แค่ก้าวเดียว ขาทั้งสองข้างก็อ่อนยวบยาบแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น น่าอับอายสุดๆ
หยางเทียนรีบปรี่เข้าไปพยุงตัวเธอขึ้นมา จางจิงเชวี่ยเลยต้องใช้มือยันกำแพงพยุงตัวเดินออกไปจากห้อง
"แม่คะ"
กวนจือมองลูกสาวแวบหนึ่ง พอเห็นว่าลูกสาวต้องเอามือยันกำแพงเดิน ก็อดถามด้วยความแปลกใจไม่ได้ "บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่าลูก?"
"เปล่าค่ะ"
"ตะคริวกินเหรอ?"
"ก็ไม่ใช่ค่ะ"
"แล้วทำไมลูกถึงเดินแปลกๆ แบบนั้นล่ะ ทำไมต้องยันกำแพงเดินด้วย!?"
จางจิงเชวี่ยก้มหน้างุด หน้าแดงลามไปถึงใบหู "หนู..."
พอเห็นหน้าแดงแจ๋ของลูกสาว กวนจือก็ถึงบางอ้อทันที แอบบ่นด่าหยางเทียนในใจไปชุดใหญ่
"นี่กะจะไถนาลูกสาวฉันให้พรุนเลยหรือไง ไม่รู้จักถนอมผู้หญิงตัวเล็กๆ บ้างเลย!"
แต่บ่นเสร็จ รอยยิ้มก็ดันผุดขึ้นมาบนใบหน้าซะอย่างนั้น
"ดูท่าไอ้หนุ่มนี่จะร่างกายกำยำบึกบึนดีจริงๆ!"
เธอหันไปค้อนขวับใส่จางจิงเชวี่ย ก่อนจะกระซิบเตือนเสียงเบา "ยังหนุ่มยังสาวน่ะมันก็ดีอยู่หรอก แต่ก็อย่าหักโหมให้มันมากนักนะ เดี๋ยวจะสูญเสียพลังปราณไปซะหมด โดยเฉพาะผู้ชายน่ะ... ถ้าปล่อยพลังหยางออกมามากเกินไป มันจะบำรุงกลับคืนมาได้ยากนะลูก"
จางจิงเชวี่ยพยักหน้ารับหงึกๆ
กวนจือยังบ่นต่อ "แถมลูกเดินกะเผลกออกไปแบบนี้ มันจะดูไม่งามเอานะ!"
"หนู... หนูเข้าใจแล้วค่ะแม่"
กวนจือพยักหน้า ก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องนอน
จางจิงเชวี่ยเพิ่งจะนึกขึ้นได้ รีบพุ่งไปขวางหน้ากวนจือ กางแขนกางขาสกัดไว้ "แม่คะ แม่เข้าไปไม่ได้นะคะ!"
"ทำไมแม่ถึงเข้าไปไม่ได้ล่ะ?!"
"นี่มันห้องหอของหนูกับพี่เขานะคะ!"
"อ้าว แล้วทำไมคุณตาถึงเข้าไปได้ล่ะ?!"
จางจิงเชวี่ยหน้าแดงแปร๊ด เถียงข้างๆ คูๆ "ก็... ก็นี่มันบ้านของคุณตานี่คะ!"
"นั่นมันก็เป็นบ้านที่แม่เติบโตมาตั้งแต่เด็กเหมือนกันแหละ"
พูดจบ กวนจือก็ไม่สนคำทัดทานของจางจิงเชวี่ย เดินดุ่มๆ เข้าไปในห้องเลย
วินาทีต่อมา
เธอก็ถึงกับอึ้งกิมกี่ไปเลย
【แม่เจ้าโว้ย หักจริงด้วยแฮะ ไอ้หนุ่มเทียนนี่ มันจะดุดันบ้าพลังยิ่งกว่าวัวถึกอีกเหรอเนี่ย??】 —— เสียงในใจของกวนจือ
"เมื่อวานที่ปักกิ่งมีแผ่นดินไหวเหรอคะพ่อ??"
ผู้เฒ่ากวนเจ๋อเซิ่งเอามือไพล่หลัง หัวเราะตอบ "ใช่แล้ว แผ่นดินไหวแค่เฉพาะจุดน่ะ ไม่มีปัญหาอะไรหรอก!"
หยางเทียนหัวเราะแหยๆ เลิกคิ้วมองคุณน้ากวนจือแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบเผ่นหนีไปให้พ้นทางทันที
กวนจือปรายตามองหยางเทียนตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะหันไปถามผู้เฒ่ากวนว่า "พ่อคะ พ่อเพิ่งบอกว่าเตียงหลังนี้มันแข็งแรงทนทานสุดๆ ไปเลยไม่ใช่เหรอคะ!"
"แล้วพ่อจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ ว่าไอ้หนุ่มนี่มันจะล่ำบึ้กยิ่งกว่าวัวอีก! ฮ่าๆๆๆๆ!"
เสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วห้อง จางจิงเชวี่ยได้แต่ยืนเอามือปิดหน้าด้วยความอับอายอยู่ที่ประตู
ในขณะที่หัวใจของกวนจือกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ รู้สึกกระสับกระส่ายอย่างบอกไม่ถูก
พอเดินออกมาจากห้อง ผู้เฒ่ากวนเห็นเสี่ยวเชวี่ยยังคงหน้าแดงแจ๋อยู่ ก็เลยยิ้มปลอบใจ "ไม่ต้องเขินหรอกหลานรัก เดี๋ยวตาจะไปตามหาช่างไม้ฝีมือดีที่สุดมาซ่อมเตียงให้ใหม่! แต่ตาตัดสินใจแล้วนะ ว่าจะยกเตียงหลังนี้ให้หลานกับหยางเทียนไปเลย เพราะพวกหลานเป็นคู่แรกในประวัติศาสตร์เลยนะที่ทำเตียงนี้พังได้!"
"ขะ... ขอบคุณค่ะคุณตา"
หยางเทียนชิงตอบรับคำขอบคุณตัดหน้าเสี่ยวเชวี่ยไปก่อนเลย
เสี่ยวเชวี่ยอาจจะไม่รู้คุณค่าที่แท้จริงของเตียงหลังนี้ แต่หยางเทียนรู้ซึ้งดี
เตียงหลังนี้ไม่ได้มีดีแค่ทำมาจากไม้ฮวงฮวาหลี่ไหหลำราคาแพงหูฉี่เท่านั้น แต่มันยังเป็นของเก่าแก่โบราณที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสูงลิบลิ่วอีกด้วย
ลำพังแค่มูลค่าของเนื้อไม้ฮวงฮวาหลี่ ก็ประเมินคร่าวๆ ว่าทะลุหลักล้านเข้าไปแล้ว และถ้าบวกรวมกับคุณค่าทางประวัติศาสตร์เข้าไปด้วยล่ะก็ อย่างต่ำๆ ก็ต้องเหยียบสิบล้านแน่นอน
--
หลังกินข้าวเที่ยงเสร็จ
กวนจือก็ขับรถไปส่งหยางเทียนกับจางจิงเชวี่ยที่สนามบินนครหลวง
ตรงจุดรอขึ้นเครื่องบินส่วนตัว
กวนจือลูบหัวจางจิงเชวี่ยเบาๆ แล้วบอกว่า "ของขวัญที่พวกผู้ใหญ่ให้มา แม่ให้คนขนขึ้นไปเก็บบนเครื่องบินเรียบร้อยแล้วนะ พอกลับไปถึงซีเจียงแล้ว ลูกกับหยางเทียนก็ตั้งใจทำงานกันให้ดีๆ แล้วก็ดูแลเอาใจใส่กันให้ดีๆ ด้วยล่ะ!"
"อืม!!"
จางจิงเชวี่ยพยักหน้ารับ ก่อนจะเงยหน้าถามด้วยความสงสัย "แม่คะ แม่ไม่กลับซีเจียงพร้อมพวกเราเหรอคะ?"
"ยังไม่ต้องรีบจ้ะ แม่ขออยู่เป็นเพื่อนคุณตาที่ปักกิ่งต่ออีกหน่อย!"
"อืม หนูเข้าใจแล้วค่ะ"
จางจิงเชวี่ยตอบรับ กวนจือก็เผลอปรายตามองไปทางหยางเทียน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก ในใจก็เกิดความเหงาหงอยและอ้างว้างขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
【เฮ้อ——】
ภายนอกเธอดูเหมือนกำลังยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ในหัวกลับเต็มไปด้วยความรู้สึกหดหู่
"ขอกอดทีสิครับแม่!"
จู่ๆ หยางเทียนก็อ้าแขนออกกว้าง
กวนจือถึงกับอึ้งไปเลย
"เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ?"
"แม่ไงครับ"
"อ้อ... ใช่สิ... ฉันเป็นแม่ของเธอแล้วนี่นา"
จางจิงเชวี่ยแอบหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ
แววตาของกวนจือยิ่งสับสนวุ่นวายไปกันใหญ่ แต่แน่นอนว่าเธอไม่มีทางปฏิเสธอ้อมกอดของหยางเทียน
ในวินาทีที่หยางเทียนสวมกอดเธอ ความรู้สึกสับสนวุ่นวายที่เกาะกินอยู่ในหัวใจและสมอง ก็มลายหายไปจนหมดสิ้น
ไม่กี่วินาทีต่อมา
รอยยิ้มอันสดใสก็ผุดขึ้นบนใบหน้าของกวนจือ
"ขึ้นเครื่องเถอะจ้ะ ลูกเขย!"
【วันข้างหน้าของเรายังอีกยาวไกล!!】 —— เสียงในใจของกวนจือ
—
หลังจากหยางเทียนกลับมาถึงซีเจียงได้ไม่กี่วัน การสอบสวนจ้าวลี่เหยียนของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลางก็สิ้นสุดลงก่อนกำหนด และได้มีการรวบรวมหลักฐานทั้งหมดส่งตัวให้สำนักงานอัยการอวี้จางเพื่อทำการสอบสวนต่อไป ซึ่งทางสำนักงานอัยการก็ได้ยื่นฟ้องพฤฤติกรรมผิดกฎหมายของเขาต่อศาลทันที
พอกลับมาประจำการที่กองบังคับการสืบสวนตำรวจภูธรมณฑลซีเจียง หยางเทียนก็ไม่เพียงแต่ใช้ชีวิตคู่สุดสวีทหวานแหววเท่านั้น แต่ยังเริ่มต้นชีวิตประจำวันแบบปลาเค็มที่เอาแต่หมกตัวประดิษฐ์ของเล่นไปวันๆ อีกด้วย
ในตอนที่เขาเกือบจะประดิษฐ์เครื่องจับเท็จเสร็จสมบูรณ์ โปรเจกต์ลงทุนพันล้านของกวนจือและกวนจิ่งชิวก็เริ่มต้นขึ้นพร้อมกัน
โดยมีกองบัญชาการตำรวจภูธรมณฑลซีเจียงเป็นแกนนำ นำเงินลงทุนจากบริษัทร่วมทุนของกวนจือและบริษัทร่วมทุนของกวนจิ่งชิวมารวมกัน ก่อตั้งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน ในชื่อ "บริษัท ซีเจียง จิ่งอู้ ไซแอนซ์ แอนด์ เทคโนโลยี จำกัด"
บริษัทแห่งนี้จะดำเนินงานภายใต้รูปแบบ รัฐบาลเป็นผู้ควบคุมดูแล ส่วนภาคเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการ
โดยกองบัญชาการตำรวจภูธรมณฑลซีเจียงถือหุ้น 40% กวนจือ หยางเทียน และกวนจิ่งชิว ถือหุ้นคนละ 20%
และตามคำแนะนำของหยางเทียน สำนักงานใหญ่ของบริษัทจะตั้งอยู่ที่เมืองเฉียนโจว มณฑลซีเจียง
(จบแล้ว)