เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 430 - เปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ในหัวใจ!!

บทที่ 430 - เปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ในหัวใจ!!

บทที่ 430 - เปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ในหัวใจ!!


บทที่ 430 - เปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ในหัวใจ!!

"พวกแกจะไปรู้อะไร ถ้าใจไม่เหี้ยม อำนาจก็ไม่มั่นคง คนตายเท่านั้นแหละที่จะเก็บความลับได้ตลอดไป ตอนนี้จ้าวลี่เหยียนมันกลายเป็นหมาหัวเน่าไปแล้ว หมดประโยชน์กับพวกเราแล้ว มีแต่จะเป็นตัวถ่วงซะเปล่าๆ แถมตอนนี้มันก็อยู่เมืองนอก ฆ่าทิ้งไปก็จบ ใครมันจะไปสนล่ะ?!"

ผู้อาวุโสเผิงพูดจบ พี่น้องทั้งสี่คนก็มองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรต่อ

ผ่านไปพักใหญ่ พี่ใหญ่ถึงได้รวบรวมความกล้าถามขึ้นว่า "แล้วเรื่องนี้ คุณพ่อจะให้ใครไปจัดการล่ะครับ?"

ผู้อาวุโสเผิงชี้หน้าพี่ใหญ่ทันที

พี่ใหญ่ที่พอจะเดาออกอยู่แล้ว พยักหน้ารับทันที

ทว่าวินาทีต่อมา ผู้เป็นพ่อก็เอ่ยปากบอก "ลูกชายแก เผิงปั๋วเหวิน!"

"ปั๋วเหวิน!"

พี่ใหญ่สะดุ้งเฮือก รีบเงยหน้ามองด้วยความตื่นตระหนก เตรียมจะอ้าปากคัดค้านข้อเสนอของพ่อ แต่พอเห็นใบหน้าที่แผ่รังสีอำมหิตของพ่อ คำพูดที่เตรียมไว้ก็กลืนหายลงคอไปหมด

จังหวะนั้นเอง เผิงปั๋วเหวินก็เคาะประตูเดินเข้ามา เขาเอ่ยทักทายผู้อาวุโสเผิงว่า "คุณปู่" จากนั้นก็หันไปทักทายพี่น้องคนที่สอง สาม และสี่ของพ่อว่า "คุณอาสอง คุณอาสาม คุณอาสี่" แล้วก็หันมาหยุดสายตาที่ผู้เป็นพ่อ

"พ่อครับ!"

พี่ใหญ่ตระกูลเผิงพยักหน้ารับ

เผิงปั๋วเหวินหันไปถามผู้อาวุโสเผิงต่อ "คุณปู่เรียกผมกลับมา มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ?"

ผู้อาวุโสเผิงใช้สองมือยันไม้เท้าหัวมังกรที่ทำจากไม้ฮวงฮวาหลี่ ค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้ มองเผิงปั๋วเหวินด้วยแววตาเมตตาแล้วยิ้ม "พ่อแกอยากจะให้แกย้ายไปช่วยงานที่คณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลาง เพื่อไปทำภารกิจสำคัญน่ะ!"

"หืม? ภารกิจอะไรเหรอครับ?!"

ผู้อาวุโสเผิงตอบ "ไปอเมริกา หาตัวจ้าวลี่เหยียนให้เจอ!"

เผิงปั๋วเหวินมองหน้าผู้เป็นอาด้วยความงุนงง พยายามมองหาคำตอบจากสีหน้าของพวกเขา

ในเมื่อจ้าวลี่เหยียนหนีออกนอกประเทศไปแล้ว ยิ่งหนีไปไกลเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่จู่ๆ พ่อก็ส่งเขาไปตามหาตัวหมอนั่น เรื่องนี้มันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย

เมื่อเห็นทุกคนเอาแต่ปิดปากเงียบ เผิงปั๋วเหวินก็เริ่มปะติดปะต่อเรื่องราวได้ นี่คงเป็นคำสั่งของคุณปู่แน่ๆ เขาจึงหันไปถาม "คุณปู่ครับ ถ้าหาตัวเขาเจอ มันจะเป็นผลเสียกับพวกเราไม่ใช่เหรอครับ!"

"ก็เพราะแบบนี้ไง ฉันถึงอยากให้แกหาตัวมันให้เจอ แล้วจัดการเก็บมันซะ อย่าให้ใครรู้เรื่องเด็ดขาด!"

เผิงปั๋วเหวินถึงกับอึ้งกิมกี่ แววตาเบิกกว้างด้วยความประหลาดใจสุดขีด

"คุณปู่ คุณปู่จะให้ผมฆ่าคุณอาลี่เหยียนเหรอครับ?"

ผู้อาวุโสเผิงเอามือไพล่หลัง เดินหลังค่อมไปทางห้องอาหาร พลางพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ถ้าแกไม่กล้าลงมือ ก็บีบให้มันเป่าหัวตัวเองซะ!!"

พูดจบ

เขาก็เดินไปนั่งที่หัวโต๊ะ ตบโต๊ะเบาๆ แล้วสั่ง "กินข้าว!!"

--

ช่วงบ่าย

หลังจากหยางเทียนและจางจิงเชวี่ยเดินออกมาจากบ้านพักหมายเลขสามของคณะกรรมการพรรคมณฑล จางเกาเฉินก็พาทั้งคู่ไปที่โกดังของกองบังคับการ

ภายในโกดังเต็มไปด้วยอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่เขาขอให้จางเกาเฉินช่วยซื้อมา เพื่อนำมาประดิษฐ์สร้าง [เครื่องจับเท็จ]

ในขณะที่เขากำลังจะลงมือสร้างชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ ตามแบบร่างในหัว จู่ๆ เขาก็นึกถึงคำพูดของคุณน้ากวนจือขึ้นมาได้ ในฐานะคนเป็นหัวหน้า จะมาทำอะไรด้วยตัวเองทุกอย่างได้ยังไง

เขาเลยเดินกลับเข้าห้องทำงาน ปล่อยให้เสี่ยวเชวี่ยช่วยนวดไหล่คลายเมื่อยให้ ระหว่างนั้นเขาก็วาดแบบแปลนชิ้นส่วนที่จำเป็นสำหรับทำ [เครื่องจับเท็จ] ออกมาจนเสร็จสรรพ จากนั้นก็ส่งข้อความลงกลุ่ม "ทีมราชันย์" สั่งให้ไอ้แห้งและลูกทีมมารวมตัวกันที่โกดัง

แล้วก็สั่งให้พวกเขาลงมือประกอบชิ้นส่วนตามแบบแปลนที่เขาวาดไว้ ส่วนตัวเองก็ไปนั่งสวีทตีป้อมกับจางจิงเชวี่ยอยู่ข้างๆ

"ติ๊ง! อุปกรณ์สำคัญระดับเครื่องจับเท็จ โฮสต์ยังขี้เกียจลงมือทำเอง ขนาดมีของดีหล่นทับยังขี้เกียจขยับตัวไปรับ ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับแต้มปลาเค็ม 1,000 แต้ม!"

"ความคืบหน้าปัจจุบัน: 13,000/50,000"

ช่วงที่ผ่านมาวุ่นวายอยู่แต่กับเรื่องของสหายล่ายเหลียงหัว ไม่ค่อยได้ทำตัวเป็นปลาเค็มสักเท่าไหร่ แต้มปลาเค็มก็เลยไม่ค่อยกระเตื้องเลย

ตอนนี้อุตส่าห์มีเวลาว่างให้พักผ่อนตั้งหนึ่งอาทิตย์ เขาต้องใช้ให้คุ้มค่าซะหน่อยแล้ว

พอจบเกมไปได้หลายตา หยางเทียนก็บิดขี้เกียจ หันไปชวนจางจิงเชวี่ย "เสี่ยวเชวี่ย เราไปตกปลากันเถอะ!"

"คิกๆๆๆ... โอเค... งั้นเราไปซื้อโคล่ากันก่อนนะ!"

"ซื้อโคล่าเหรอ? หึๆๆ..." ไอ้แห้งลูบคาง หัวเราะเสียงแหลมเหมือนลิง

วันเวลาหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน ขอให้ผู้อ่านและผู้เขียนร่ำรวยปลอดภัย

เผลอแป๊บเดียว เวลาผ่านไปหนึ่งสัปดาห์

การหลบหนีของจ้าวลี่เหยียนแห่งซีเจียง ไม่เพียงแต่พรากเอาชีวิตอันสุขสบายของเขาไปเท่านั้น แต่ยังลากเอาพวกลูกกระจ๊อกหางแถวให้โดนร่างแหไปด้วย

วันก่อนหน้าที่หยางเทียนจะเดินทางไปอเมริกากับคณะทำงานของคณะกรรมการตรวจสอบวินัยส่วนกลาง

คณะกรรมการตรวจสอบวินัยเมืองได้ยุติการสอบสวนมู่เฉิงฮว่า รองผู้บังคับการตำรวจภูธรเมืองเฉียนโจว และหลังจากรายงานให้คณะกรรมการพรรคระดับเมืองทราบ เพื่อลงดาบปลดเขาออกจากตำแหน่งทางราชการและขับออกจากพรรค คณะกรรมการตรวจสอบวินัยเมืองก็ส่งตัวมู่เฉิงฮว่าให้สำนักงานอัยการเพื่อสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

หลังจากนั้น รองนายกเทศมนตรีควบผู้บังคับการตำรวจหลิวจื้อเสียง ก็ได้รับฟังความคิดเห็นและคำสั่งจากกรมตำรวจภูธรและคณะกรรมการพรรคอย่างครบถ้วน เขาจึงตัดสินใจให้เวินเจิ้งผิง หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนเข้ารับตำแหน่งแทน เลื่อนขั้นให้เขาเป็นสมาชิกคณะกรรมการพรรคแห่งตำรวจภูธรเมืองเฉียนโจว ควบตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจ

พอเวินเจิ้งผิงย้ายไป หวังเฮ่า รองผู้บังคับการตำรวจภูธรอำเภออวี๋เฉิง ก็ถูกดันขึ้นมารับตำแหน่งแทน ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรเมืองเฉียนโจว

ส่วนตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรอำเภออวี๋เฉิงที่ว่างลง ฟางอีหงคิดทบทวนอยู่หลายตลบ สุดท้ายก็ตัดสินใจโทรไปขอคำปรึกษาจากหยางเทียน

หยางเทียนที่เดินทางมาถึงปักกิ่งล่วงหน้าหนึ่งวัน ได้รับคำเชิญจากคุณตาผู้เฒ่ากวนเจ๋อเซิ่ง ให้มาพักที่บ้านพักสี่ประสานของแกในปักกิ่ง เพื่อเตรียมตัวไปสมทบกับคณะทำงานที่สนามบินในเช้าวันรุ่งขึ้น

ตกค่ำ ผู้เฒ่ากวนเจ๋อเซิ่งคันไม้คันมือ รบเร้าจะให้หยางเทียนดวลหมากรุกล้อมด้วยสักสองสามกระดาน แต่เริ่มเล่นไปได้ไม่ทันไร แกก็โดนหยางเทียนไล่ต้อนจนมุมซะแล้ว

โชคดีที่จู่ๆ โทรศัพท์ของหยางเทียนก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะพอดี

หยางเทียนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์คนโทรเข้า แล้วหันไปพยักหน้าขออนุญาตผู้เฒ่า

ผู้เฒ่าพยักหน้าอนุญาต หยางเทียนจึงเดินออกจากลานบ้าน ไปหยุดอยู่ใต้ต้นฮวายเฒ่าหน้าบ้าน แล้วกดรับสาย

ฟางอีหงบอกเล่าความลำบากใจให้หยางเทียนฟัง หยางเทียนก็สวนชื่อคนคนหนึ่งกลับไปทันที... "ฉีต้งเหว่ย"

ส่วนเหตุผล หยางเทียนอธิบายสั้นๆ แต่เปี่ยมไปด้วยพลัง

"กระสุนสามนัด แลกกับตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจได้สบายๆ!"

พูดจบ เขาก็เตือนให้ฟางอีหงไปเช็กประวัติการทำงานย้อนหลังของฉีต้งเหว่ยดู

หลังจากวางสาย หยางเทียนก็เดินกลับเข้าห้องหนังสือไป ก็เห็นผู้เฒ่ากวนเจ๋อเซิ่งกำลังชี้หน้าด่าแมวลายสลิดสีขาวดำตัวหนึ่งอยู่

"ทำไมแกถึงได้ซุ่มซ่ามแบบนี้ห๊ะ ไม่เห็นหรือไงว่าฉันกับเสี่ยวเทียนกำลังดวลหมากกันอยู่??"

หยางเทียนก้มมองกระดานหมาก...

หมากขาวหมากดำบนกระดานเละเทะปนเปกันไปหมดแล้ว

ในห้องทำงานผู้บังคับการตำรวจภูธรอวี๋เฉิง

หลังจากได้รับคำแนะนำจากหยางเทียน ฟางอีหงก็สั่งให้ฝ่ายธุรการพรินต์ประวัติการทำงานของฉีต้งเหว่ยมาให้ดูทันที แถมยังเข้าไปไล่ดูผลงานและประสบการณ์การทำงานสมัยที่หมอนั่นยังประจำอยู่ที่อำเภอรุ่ยเซียงด้วย

พอได้เห็นผลงานที่ฉีต้งเหว่ยเคยช่วยกองกำกับการปราบปรามยาเสพติดไล่ล่าพ่อค้ายา ถึงขั้นยอมโดนยิงเพื่อจับคนร้ายให้ได้

เขาก็ตัดสินใจเด็ดขาดทันที ให้ฉีต้งเหว่ยที่ปัจจุบันเป็นหัวหน้ากองกำกับการหน่วยสวาท ขึ้นมารับตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจภูธรอำเภออวี๋เฉิง

ในห้องทำงานหัวหน้ากองกำกับการหน่วยสวาทและสายตรวจพิเศษ

ฉีต้งเหว่ยที่กำลังนั่งทำงานล่วงเวลาอยู่ ก้มมองสายโทรศัพท์ที่เพิ่งถูกฟางอีหงตัดไป เขานั่งอึ้งอยู่บนเก้าอี้พักใหญ่ จิตใจสั่นไหวอย่างรุนแรง

ผ่านไปพักใหญ่ เขาค่อยๆ เดินลากขาออกจากห้องทำงาน

เขาหยุดยืนอยู่หน้ากระจกแต่งตัวหน้าประตูอย่างเหม่อลอย

อึดใจต่อมา

เขาปลดกระดุมคอเสื้อออก

รอยแผลเป็นกลางอกที่เคยถูกเจาะด้วยกระสุนปืน ตอนนี้มันกลับร้อนรุ่ม ราวกับมีเปลวเพลิงแผดเผาอยู่ในหัวใจ

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 430 - เปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่ในหัวใจ!!

คัดลอกลิงก์แล้ว