- หน้าแรก
- วันพีซ กัปตัน พวกเราถึง “ราฟเทล” แล้ว
- บทที่ 221 คุณยายโคโคโร่... ยายคือนางเงือกงั้นเหรอ?
บทที่ 221 คุณยายโคโคโร่... ยายคือนางเงือกงั้นเหรอ?
บทที่ 221 คุณยายโคโคโร่... ยายคือนางเงือกงั้นเหรอ?
นามิอยากจะแย้งใจจะขาด แต่เธอก็ต้องกลืนคำพูดลงคอไป ลูฟี่รับปากไปแล้ว และไม่มีทางที่หมอนั่นจะคืนคำ เธอได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าพวกเขาบริจาคไปแค่ 3 พันล้านเบรี ยังเหลืออีกตั้ง 7 พันล้าน... ซึ่งก็มากพอที่จะทำให้พวกเขากลายเป็นมหาเศรษฐีโจรสลัดอยู่ดี
ชาวเมืองที่สูญเสียบ้านต่างซาบซึ้งใจจนท่วมท้น บางคนถึงกับคุกเข่าร้องไห้ด้วยความตื้นตัน ในโลกของวันพีซ การใช้ชีวิตนั้นยากลำบากในทุก ๆ วัน บ้านไม่ใช่แค่สิ่งก่อสร้าง แต่มันคือหลุมหลบภัย คือสัญลักษณ์แห่งความหวัง การสูญเสียบ้านคือหายนะ แต่กลุ่มหมวกฟางได้มอบเหตุผลให้พวกเขาเชื่อมั่นและมีความหวังอีกครั้ง
พวกเขายิ่งรู้สึกขอบคุณเมื่อรู้ความจริงว่า บิ๊กมัมเป็นฝ่ายบุกโจมตี และลูฟี่ต่อสู้เพื่อปกป้องพวกเขา แถมยังให้แน่ใจว่าทุกคนอพยพออกไปก่อนหน้านั้นแล้ว การเสียสละนี้มากพอที่จะชนะใจและได้รับความเคารพจากทุกคน
นายกเทศมนตรีไอซ์เบิร์กรับปากว่าจะดูแลโครงการก่อสร้างใหม่ด้วยตัวเอง พร้อมทั้งจะมีการตรวจสอบบัญชีรายจ่ายอย่างเปิดเผย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีเงินแม้แต่เบรีเดียวที่สูญเปล่า แม้ชาวเมืองจะไว้ใจเขาอยู่แล้ว แต่ไอซ์เบิร์กก็ยืนกรานที่จะทำเช่นนั้น ซึ่งยิ่งทำให้ศรัทธาที่ชาวเมืองมีต่อเขามั่นคงยิ่งขึ้น
ทาชิงิมองดูไอซ์เบิร์กแล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ เธอคิดถูกแล้ว... นายกฯ ไอซ์เบิร์กเป็นคนดี และการตัดสินใจของเธอที่ขัดขวาง CP9 เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
เธอรู้ดีว่าถ้าไม่มีคนอย่างเขาคอยดูแล ต่อให้ได้เงินชดเชยมา ความปลอดภัยและทรัพย์สินของชาวเมืองก็อาจจะยังตกอยู่ในความเสี่ยง
แฟรงกี้เองก็เฝ้ามองไอซ์เบิร์กอยู่ และแอบภูมิใจอยู่ลึก ๆ ในฐานะศิษย์ของทอม ไอซ์เบิร์กคือคนที่เหมาะสมที่สุดที่จะนำพาวอเตอร์เซเว่น และเขารู้ดีว่าเมืองนี้จะเจริญรุ่งเรืองต่อไปภายใต้การนำของศิษย์พี่
“ฮ่าฮ่าฮ่า! เจ้าหนูไอซ์เบิร์กเติบโตสมกับตำแหน่งนายกเทศมนตรีจริง ๆ”
เสียงที่คุ้นเคยดังลั่นขึ้น “แล้วก็กลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง... พวกเขาไม่ธรรมดาจริง ๆ ยายไม่นึกเลยว่าพวกเขาจะขับไล่สี่จักรพรรดิและเอาชนะศัตรูเก่ง ๆ พวกนั้นได้จริง ๆ พ่อหนุ่มลูฟี่นั่น หล่อไม่เบาเลยนะเนี่ย!”
“พี่ชายหมวกฟางเท่สุด ๆ ไปเลย!” เสียงเด็กผู้หญิงดังสมทบ
“เมี๊ยว!” เสียงแมวร้องตามมา
แฟรงกี้เบิกตากว้าง “ยายโคโคโร่! ชิมนีย์! กอนเบ! พวกเธอมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?!”
ป้าโคโคโร่หัวเราะร่า ยกขวดเหล้าขึ้นกระดกอึกใหญ่ “ฮ่าฮ่าฮ่า ยายมาถึงตั้งนานแล้วย่ะ! ยายเห็นแม้กระทั่งตอนที่อดีตพลเรือเอกคนดังคนนั้นตายด้วยซ้ำ!”
แฟรงกี้เงียบไปครู่หนึ่ง ยกโคล่าขึ้นจิบเงียบ ๆ
“แฟรงกี้...” ป้าโคโคโร่พูดต่อ “นายชอบพวกหมวกฟางใช่ไหมล่ะ? ทำไมไม่ไปผจญภัยกับพวกเขาล่ะ? ได้ยินว่าพวกเขายังหาช่างซ่อมเรืออยู่นะ”
“อย่าพูดบ้า ๆ น่า ยายแก่” แฟรงกี้สวนกลับทันควัน “ชั้นมีความสุขแบบซูเปอร์กับการใช้ชีวิตอิสระที่วอเตอร์เซเว่นอยู่แล้ว! ชั้นก็แค่ชมเจ้าพวกนั้นเพราะพวกมันเจ๋งดี ก็แค่นั้นแหละ!”
“ปากแข็งจริงนะ... นั่นคือสิ่งที่หัวใจนายเรียกร้องจริง ๆ เหรอ? อย่าลืมสิ่งที่ทอมเคยบอกสิ... ลูกผู้ชายต้องใช้ชีวิตโดยไม่เสียใจภายหลัง ดังนั้นอย่าโกหกตัวเอง! อีกอย่าง ในเมื่อรัฐบาลโลกหมายหัวนายแล้ว นายจะสู้กับพวกมันด้วยตัวคนเดียวได้ยังไง? นายมีกำลังพอที่จะต่อกรกับพวกมันเหรอ?”
แฟรงกี้เถียงไม่ออก
เขาชอบกลุ่มหมวกฟางจริง ๆ ตั้งแต่ลูฟี่ช่วยชีวิตเขา เขาได้เห็นเนื้อแท้และความแข็งแกร่งของพวกนั้น และเขาก็อยากเข้าร่วมจริง ๆ แต่เขาถือครองพิมพ์เขียวอาวุธโบราณ ‘พลูตัน’ อยู่ ถ้าเขาไปกับพวกนั้น ไม่เท่ากับพาอันตรายไปสู่กลุ่มรึไง? เขาทำแบบนั้นเพื่อหาที่หลบภัยให้ตัวเองไม่ได้หรอก
ป้าโคโคโร่ระเบิดเสียงหัวเราะ “ฮ่าฮ่าฮ่า! แฟรงกี้ นายกำลังประเมิน ‘ห้าจักรพรรดิ’ ต่ำไปนะ! พวกเขามี นิโค โรบิน อาชญากรที่รัฐบาลโลกต้องการตัวมากที่สุดอยู่บนเรือแล้ว... จะมีคนโรคจิตเพิ่มไปอีกสักคน จะเป็นอะไรไป?”
แฟรงกี้พูดไม่ออก มันก็จริง... การเข้าร่วมกับกลุ่มหมวกฟางอาจเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง แต่เขารู้สึกว่าตัวเองยังเก่งไม่พอเทียบกับพวกนั้น ถ้าเขาขอกลุ่มนั้นแล้วโดนปฏิเสธล่ะ? เขาคงทนความอับอายไม่ได้แน่
ป้าโคโคโร่ดูเหมือนจะรับรู้ถึงความลังเลของเขา แต่ไม่ได้พูดอะไรต่อ เธอเดินถือขวดเหล้าตรงเข้าไปทักทายกลุ่มหมวกฟางอย่างเป็นกันเอง
“ยายโคโคโร่...”
จู่ ๆ แฟรงกี้ก็ตะโกนถามขึ้น “ยายเป็นนางเงือกใช่ไหม? แล้วถ้าใช่... ยัยชิมนีย์ก็เป็นลูกครึ่งเงือกงั้นสิ?”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ตาถึงนี่เจ้าหนู” ป้าโคโคโร่หัวเราะชอบใจ “ดูออกถึงตัวตนที่แท้จริงของยายเลยเรอะ”
ทุกคนยืนตัวแข็งทื่อ เบิกตากว้างด้วยความช็อก
ซันจิทรุดฮวบลงคุกเข่า ทุบกำปั้นลงกับพื้นเรือระบายความอัดอั้น
“ไม่จริง! ยายแก่นั่นเป็นนางเงือกเนี่ยนะ?! นางเงือกต้องสวยสิโว้ย! เอาความฝันของชั้นคืนมานะ! แงงงงง! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!”
ทุกคนได้แต่จ้องมองเขา ความฝันของแกคือออลบลู ไม่ใช่นางเงือกนะเว้ย เจ้ากุ๊กลามก ทุกคนคิดในใจ แม้แต่ลูฟี่ก็ยังดูสยองนิด ๆ
“ยาย... เป็นนางเงือกเหรอ? เอิ่ม... มันดูขัด ๆ อยู่นะ” ปฏิกิริยาของซันจิก็พอเข้าใจได้ การที่ฝันสลายแบบนี้คงทำให้ใครหลายคนตั้งคำถามกับชีวิต
ป้าโคโคโร่ดุพวกเขาแบบขำ ๆ “เจ้าพวกเด็กบ้า! ให้เกียรติกันหน่อยสิ! สมัยสาว ๆ ยายก็สวยนะยะ! พอนางเงือกอายุมากขึ้น หางของเราจะแยกออกเป็นขา... และพอแก่ตัวลงแบบยาย ก็อย่างที่เห็น... เอาเถอะ เดี๋ยวพวกเธอไปถึงเกาะมนุษย์เงือก ก็จะได้เจอนางเงือกสวย ๆ เพียบเองแหละ!”
“เกาะมนุษย์เงือก? มีอยู่จริงเหรอ?” หลายคนถามขึ้น คิดว่าเป็นแค่ตำนาน
“มีจริงสิครับ! มันคือสรวงสวรรค์ของลูกผู้ชาย!” ซันจิโพล่งออกมา แต่พอเหลือบไปเห็นป้าโคโคโร่อีกครั้ง เขาก็ทรุดลงไปทุบพื้นต่อด้วยความสิ้นหวัง
“แน่นอนว่าเกาะมนุษย์เงือกมีอยู่จริง” ป้าโคโคโร่ยิ้ม “จริง ๆ แล้วมันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่หรอก เดี๋ยวพวกเธอไปถึงหมู่เกาะซาบอนดี้ ก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═