เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 510 - คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อ

บทที่ 510 - คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อ

บทที่ 510 - คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อ


บทที่ 510 - คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อ

ไม่ใช่สิ ตอนนี้ค่ายกลเขาวงกตแปดทิศถูกถอนกลับมาจากเกาะฮ่องกงแล้ว แถมยังเปิดใช้งานอยู่ คนต่างถิ่นไม่มีทางเข้าไปล่าสัตว์บนเขาได้หรอก

"ถ้าไม่ใช่คนต่างถิ่น ก็เหลือความเป็นไปได้อย่างเดียว" หลิวชิงซงขมวดคิ้วมองไปที่ภูเขาเสือเบื้องหน้า "ต้องเป็นชาวบ้านจากหน่วยผลิตเล็กฉานฉูหรือหน่วยผลิตใกล้เคียงที่เข้ามาล่าสัตว์ป่าแน่ๆ"

คิดมาถึงตรงนี้ หลิวชิงซงก็ปวดหัวตึบขึ้นมา เพราะถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงๆ เขาก็คงเข้าไปห้ามปราบอะไรไม่ได้

"ชิงซง มัวเหม่ออะไรอยู่ล่ะ?" หลิวฮว่าเหล่ยที่กำลังมัดหมูป่าอยู่ร้องเร่ง "รีบมาช่วยกันหน่อยสิ เราจะได้หามหมูป่าตัวนี้กลับไปชำแหละที่บ้าน"

"ดูท่าปีนี้เราคงไม่ต้องซื้อเนื้อหมูแล้วล่ะ หมูป่าตัวนี้ตัวเดียวก็น่าจะพอ" โจวเหม่ยหลิงพูดขึ้นยิ้มๆ

"คุณยายคะ ขาหมูต้องเก็บไว้ให้หนูกินนะคะ" เสี่ยวหนัวมี่ที่หดตัวอยู่ในเสื้อโค้ตตัวหนาเสนอหน้าขึ้นมา

"จ้า! จ้า! จ้า!" โจวเหม่ยหลิงตอบรับอย่างอารมณ์ดี

หลิวชิงซงหัวเราะเบาๆ รับไม้คานมาช่วยหลิวฮว่าเหล่ยหามหมูป่า ย่ำหิมะเสียงดังกรอบแกรบมุ่งหน้ากลับบ้าน

ไม่นานนัก คนทั้งกลุ่มก็กลืนหายไปในพายุหิมะขาวโพลน ทิ้งไว้เพียงรอยเท้าเป็นทางยาว

...

เมื่อกลับถึงบ้าน โจวเหม่ยหลิงกับหลี่เฟินเฟินรับหน้าที่ต้มน้ำ ส่วนหลิวชิงซงกับหลิวฮว่าเหล่ยก็ไปหาบันไดกับม้านั่งยาวมาช่วยกันจับหมูป่าวางพาด แล้วใช้น้ำร้อนลวกขูดขนออกจนเกลี้ยง

หลังจากขูดขนเสร็จ หลิวชุนฮวากับหลิวลี่จวนก็เข้ามาช่วยด้วย พวกเขาช่วยกันชำแหละเนื้อหมูป่าใส่กะละมังกระเบื้องยกเข้าไปในครัว

"พี่ใหญ่ ก่อนหน้านี้ที่ทำการไปรษณีย์โทรมาบอกว่าให้พี่กับชิงซงหาเวลาไปรับของที่หวังขุยซานส่งมาที่สาขาถนนเจี่ยฟ่างด้วยนะ" หลี่เฟินเฟินบอกหลิวชุนฮวาระหว่างที่กำลังเติมฟืนเข้าเตา

"งั้นเหรอ?" หลิวชุนฮวายิ้ม

เธอรู้เรื่องที่หวังขุยซานจะส่งของมาให้ แต่นึกไม่ถึงว่าจะช้าขนาดนี้ ช้าจนเธอเกือบจะลืมไปแล้ว

"จริงสิคะ ไม่เชื่อพี่ลองไปถามชิงซงดูสิ เขา..." หลี่เฟินเฟินยังพูดไม่ทันจบ เสียงตะโกนดังก้องก็ดังมาจากหน้าประตูบ้าน "ชิงซงอยู่บ้านไหม?"

"ใครน่ะ?" หลิวฮว่าเหล่ยรีบเดินออกไปดู

หลิวชุนฮวา หลิวลี่จวน หลี่เฟินเฟิน และโจวเหม่ยหลิงก็รู้สึกสงสัยเช่นกัน

"ฉันเอง" ถังไห่ยวิ่นที่สะพายปืนล่าสัตว์หดคอตอบกลับมาจากหน้าประตู

ด้านหลังของถังไห่ยวิ่นยังมีชาวบ้านจากหน่วยผลิตเล็กฉานฉูอีกหลายคน ทุกคนล้วนสะพายปืนล่าสัตว์ และด้วยความที่พวกเขาฝ่าพายุหิมะมา ตามตัวจึงเต็มไปด้วยหิมะเกาะขาวโพลน

"อ้าว! หัวหน้าถังนี่เอง" หลิวฮว่าเหล่ยยิ้มรับ "มายืนตากหิมะอยู่ทำไมล่ะ เข้ามาคุยกันในบ้านสิ"

"ไม่ต้องหรอก" ถังไห่ยวิ่นกระทืบเท้าไล่หิมะ "ฉันมาหาชิงซงให้ช่วยหน่อย เขาอยู่บ้านหรือเปล่า?"

"มีเรื่องอะไรเหรอครับ?" หลิวชิงซงโผล่มาพร้อมกับปังตอในมือข้างหนึ่ง และขาหมูในมืออีกข้าง

"เอ่อ..." ถังไห่ยวิ่นอึกอัก

"มีอะไรก็พูดมาเถอะครับ พ่อผมไม่ใช่คนอื่นคนไกลซะหน่อย" หลิวชิงซงเร่ง

"ก็ได้!" ถังไห่ยวิ่นยิ้มเจื่อน "เรื่องมันเป็นแบบนี้ ญาติของหวังตงสี่หลายคนขึ้นไปล่าสัตว์บนภูเขาเสือตั้งแต่เมื่อวาน จนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลย ฉันเลยอยากจะวานให้นายเป็นคนนำทางขึ้นไปตามหาพวกเขาสักหน่อย"

สาเหตุที่เขามาขอร้องหลิวชิงซง ก็เป็นเพราะเห็นว่าหลิวชิงซงเชี่ยวชาญเส้นทางบนภูเขาเสือดีนั่นเอง

แต่หลิวชิงซงฟังแล้วกลับขมวดคิ้ว

แม้แต่หลิวฮว่าเหล่ยเองก็เริ่มชักสีหน้าไม่พอใจ "หัวหน้าถัง คุณมาขอให้ชิงซงลูกผมขึ้นเขา ไม่ดูสภาพอากาศหน่อยเหรอครับ? หิมะตกหนักขนาดนี้ ให้เขาขึ้นเขาไปตามหาคน มันก็เท่ากับส่งเขาไปตายชัดๆ ไม่ใช่เหรอ?"

"ใช่ครับ อย่าหาว่าผมไม่เห็นแก่หน้าคุณเลย คุณกลับไปทางไหนก็ไปทางนั้นเถอะ! หิมะตกหนักแบบนี้ ผมไม่มีทางเป็นคนนำทางขึ้นเขาเด็ดขาด" หลิวชิงซงพูดเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง

"แต่... แต่ว่า..." ถังไห่ยวิ่นมีท่าทีอิดออด

"แต่อะไรล่ะ?" หลิวฮว่าเหล่ยขมวดคิ้ว

"แต่ถ้าชิงซงไม่นำทางขึ้นไป ญาติของหวังตงสี่ก็คงต้องตายอยู่บนภูเขาเสือแน่ แล้วจะให้ฉันกลับไปบอกหวังตงสี่ยังไงล่ะ?" ถังไห่ยวิ่นตอบหน้าจ๋อย

"จะตายก็ช่างปะไร อย่างน้อยก็ดีกว่าให้ชิงซงลูกผมไปเสี่ยงตายล่ะวะ" หลิวฮว่าเหล่ยตอบกลับอย่างมีน้ำโห แล้วหมุนตัวกลับไปจัดการกับเนื้อหมูป่าต่อ

หลิวชิงซงรอจนหลิวฮว่าเหล่ยเดินไปไกล จึงกระซิบถามถังไห่ยวิ่นว่า "ญาติของหวังตงสี่ขึ้นเขาช่วงเวลานี้ คงไม่ได้ไปแค่ล่าสัตว์เฉยๆ หรอกมั้ง?"

"นาย... นายรู้ได้ยังไง?" ถังไห่ยวิ่นตกใจ

"เพราะคนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อไงล่ะ อากาศหนาวเหน็บขนาดนี้ยังอุตส่าห์ดั้นด้นขึ้นภูเขาเสือไป ก็ต้องเป็นเพราะมีคนจ่ายหนักแน่ๆ" ถึงตรงนี้ หลิวชิงซงก็ตบไหล่ถังไห่ยวิ่นเบาๆ "ผมแนะนำนะ ใครเป็นคนจ้างญาติหวังตงสี่ขึ้นเขา คุณก็ไปตามตัวคนนั้นเอาเองเถอะ"

"ฉันไม่กล้าไปตามหรอก! เพราะคนคนนั้นพักอยู่บ้านนาย แถมยังเป็นคนรู้จักนายด้วย" ถังไห่ยวิ่นกระซิบตอบ

"คนรู้จักผมเหรอ?" หลิวชิงซงแปลกใจ

"อืม หล่อนชื่อโจวเอินซิ่ว" ถังไห่ยวิ่นพูดต่อ

ไม่อย่างนั้น วันนี้เขาคงไม่บาหน้ามาขอร้องให้หลิวชิงซงขึ้นเขาหรอก

"อ้าว... แล้วทำไมคุณไม่รีบบอกผมแต่แรกหะ?" หลิวชิงซงเริ่มฉุน

ถ้ายอมบอกแต่แรก เรื่องคงไม่บานปลายมาถึงขั้นนี้หรอก

"โจวเอินซิ่วสั่งกำชับฉันไว้ ว่าห้ามบอกนายเด็ดขาด" ถังไห่ยวิ่นบอกเหตุผลด้วยรอยยิ้มเจื่อน "ฉันเห็นแก่เงินค่าจ้างที่หล่อนให้มาสูงลิ่ว ก็เลยตกปากรับคำไป"

"แล้วโจวเอินซิ่วจ้างหวังตงสี่ขึ้นภูเขาเสือไปทำอะไร?" หลิวชิงซงถาม

"ไปเก็บเห็ดหลินจือป่าที่หน้าผาฮว่าเจียวไง" ถังไห่ยวิ่นตอบ

"ฉันว่าแล้วเชียว" หลิวชิงซงแค่นหัวเราะเยือกเย็น "เอาอย่างนี้แล้วกัน ผมมีสองทางเลือกให้คุณ หนึ่งคือกลับไปบอกครอบครัวหวังตงสี่ให้เตรียมจัดงานศพได้เลย สองคือรีบไปหาปู่เจียง แล้วเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังซะ"

"เอ่อ..." ถังไห่ยวิ่นเริ่มลังเล

แต่หลังจากคิดดูแล้ว ในที่สุดเขาก็เลือกทางที่สอง บอกลาหลิวชิงซงแล้วมุ่งหน้าไปหาปู่เจียง

หลิวชิงซงไม่ได้ตามไป เขาเลือกที่จะกลับไปช่วยจัดการกับหมูป่าที่สวนหลังบ้านต่อ

ไม่กี่นาทีต่อมา เสียงปู่เจียงตะคอกด่าโจวเอินซิ่วก็ดังมาจากบ้านอิฐแดงข้างๆ ตามมาด้วยเสียงระดมพลคนของตระกูลเย่ทั้งหมด

เรียกรวมพลไปทำไมน่ะเหรอ

ก็ต้องไปช่วยคนที่ภูเขาเสือน่ะสิ

หลิวชิงซงเดาออกอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้สนใจจะเข้าไปยุ่ง

เพราะเขาไม่มีหน้าที่ต้องไปตามล้างตามเช็ดเรื่องที่โจวเอินซิ่วก่อเอาไว้

แต่หลังจากนั้น เขาก็เข้าไปในลานขยะหมื่นภพ ใช้ดาวเทียมและกระจกตามรอยตรวจดูความเคลื่อนไหวของญาติหวังตงสี่บนภูเขาเสือ

สิบกว่านาทีต่อมา ในที่สุดเขาก็พบตัวคนเหล่านั้นอยู่ในซอกเขาลึกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน

แต่น่าเสียดายที่ทุกคนถูกหิมะกัดจนแข็งตายไปหมดแล้ว ไม่มีสัญญาณชีพหลงเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย

หลิวชิงซงถอนหายใจยาว หลังจากคิดทบทวนดูแล้ว เขาก็สั่งให้เถาวัลย์พิทักษ์นายเคลื่อนย้ายร่างของพวกเขาไปไว้ที่เชิงเขาในจุดที่สังเกตเห็นได้ง่าย

เมื่อคนของตระกูลเย่มาเจอศพแล้ว เขาก็กำชับอู๋ หุ่นยนต์โลหะเหลว และอาร์ซีสองสามประโยค ก่อนจะกลับมาช่วยทำมื้อเย็นต่อ

...

หลังจากทานมื้อเย็นเสร็จ

ครอบครัวของหวังตงสี่ก็ร้องห่มร้องไห้มารับศพกลับไป

ถึงแม้จะได้รับเงินชดเชยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย แต่ปู่เจียงก็ไม่คิดจะปล่อยโจวเอินซิ่วไปง่ายๆ เขาโทรศัพท์ไปเพียงสายเดียว คนของตระกูลเย่ก็ลากตัวโจวเอินซิ่วไปขังทันที

เรื่องนี้ทำให้โจวเอินจวิ้นร้อนใจจนนั่งไม่ติด หลังจากปรึกษากับหยาเม่ยสองสามคำ ทั้งคู่ก็พากันมาขอร้องหลิวชิงซงให้ช่วยเหลือ

เมื่อหลิวชิงซงเห็นว่าโจวเอินจวิ้นเป็นห่วงสวัสดิภาพของโจวเอินซิ่วจริงๆ จึงกระซิบเตือนสติว่า "นายคิดว่าปู่เจียงอยากจะขังลูกพี่ลูกน้องของนายไว้จริงๆ เหรอ? ฉันจะบอกให้นะ ที่ท่านทำไปก็เพราะไม่มีทางเลือกอื่นต่างหาก"

"ก็ลูกพี่ลูกน้องของนายเล่นเป็นต้นเหตุทำให้คนตายไปตั้งหลายคนนี่นา"

"ถ้านายลองเป็นปู่เจียงดูบ้าง นายจะทำยังไง?"

"นายจะไม่สนใจความเป็นตายของครอบครัวหวังตงสี่ แล้วปกป้องคนของตัวเองแบบไม่ลืมหูลืมตาอย่างนั้นเหรอ?"

"ฉันบอกได้เลยนะ ว่าขืนทำแบบนั้นไปก็เปล่าประโยชน์ วิธีเดียวที่จะจบเรื่องนี้ได้ ก็คือต้องจับลูกพี่ลูกน้องของนายไปขังไว้ชั่วคราวเท่านั้นแหละ"

"ก็ได้ครับ!" โจวเอินจวิ้นเข้าใจความหมายที่หลิวชิงซงต้องการจะสื่อแล้ว เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เขาจึงต้องยอมเดินกลับไปพร้อมกับหยาเม่ยแต่โดยดี

...

ช่วงบ่ายวันที่สี่หลังจากพายุหิมะพัดถล่ม ในที่สุดท้องฟ้าก็เปิดเสียที

ทันทีที่หลิวชิงซงตื่นขึ้นมา เสี่ยวหนัวมี่ เสี่ยวเถาชี่ และเด็กคนอื่นๆ ก็ลากเขาออกไปเล่นปาหิมะ พอเล่นจนเหนื่อย ทุกคนก็มานั่งผิงไฟกินหม้อไฟกันที่สวนหลังบ้าน

วันเวลาอันแสนสุขแบบนี้ดำเนินไปจนถึงวันที่สี่ เมื่อหลิวชิงซงเห็นว่าหิมะบนถนนละลายหมดแล้ว ขณะที่เขากำลังจะพาหลี่เฟินเฟินและพี่สาวไปรับของที่หวังขุยซานส่งมาในเมือง โจวปินก็นั่งรถจี๊ปมาหาพอดี

ด้านหลังรถจี๊ป ยังมีรถเก๋งอีกหลายคันขับตามมาด้วย พร้อมกับรถบรรทุกขนาดใหญ่อีกหนึ่งคัน

คนขับรถบรรทุกคือหลิวหาง ทันทีที่ลงจากรถ เขาก็แหกปากตะโกนลั่น "พี่หลิว ของที่ไปรษณีย์ผมไปรับมาให้แล้วนะพี่ โอ้โห! เยอะแยะไปหมด ผมต้องใช้รถบรรทุกคันใหญ่ตั้งหนึ่งคันถึงจะขนหมดแน่ะ"

"งั้นเหรอ?" หลิวชิงซงรีบเดินออกจากบ้าน หลังจากทักทายโจวปินและคนอื่นๆ สองสามคำ เขาก็หันไปถามหลิวหาง "ข้างในมีอะไรบ้างล่ะ?"

"ไม่รู้สิครับ ห่อซะมิดชิดเลย" หลิวหางพาเหอเผิงและลูกน้องคนอื่นๆ เดินไปที่รถบรรทุก แล้วเริ่มช่วยกันยกลงมาทีละชิ้น

หลิวชิงซงตั้งใจจะเข้าไปช่วย แต่โจวปินดึงตัวไว้ แล้วพาไปยืนใต้ต้นส้มโอ "เรื่องญาติของหวังตงสี่ที่ไปตายบนภูเขาเสือ ฉันได้ยินมาแล้วนะ ตอนนี้เบื้องบนมีคำสั่งให้ปิดภูเขาเสืออย่างเด็ดขาด นายมีความคิดเห็นยังไงบ้าง?"

"เฮ้อ! ปัญหาคือมันปิดไม่ได้หรอกครับ" หลิวชิงซงถอนหายใจ

"ทำไมถึงปิดไม่ได้ล่ะ?" โจวปินสงสัย

"ก็ภูเขาเสือมันกว้างใหญ่ซะขนาดนั้น ถึงคุณจะปิดทางเข้าหลักได้ แต่คุณจะห้ามชาวบ้านที่อยู่แถวๆ นั้นขึ้นเขาได้เหรอ? พวกเขาคุ้นเคยกับเส้นทางบนภูเขาเสือเป็นอย่างดี จะลอบขึ้นเขามันก็ง่ายนิดเดียว" หลิวชิงซงอธิบาย

"แล้วนายคิดว่าเราควรจะทำยังไงดีล่ะ?" โจวปินขมวดคิ้ว

ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ดีล่ะก็ มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่สำหรับเขาเลยทีเดียว

"ทุกอย่างมันเริ่มมาจากเห็ดหลินจือป่าบนหน้าผาฮว่าเจียวในภูเขาเสือ ถ้าอยากจะแก้ปัญหาให้จบสิ้นไปเลย ตอนนี้มีอยู่วิธีเดียวครับ" หลิวชิงซงลดเสียงลง "นั่นคือการผลิตเห็ดหลินจือป่าจำนวนมากๆ"

"ผลิตเห็ดหลินจือป่าจำนวนมากๆ งั้นเหรอ???" โจวปินอึ้งไปเลย

"ใช่ครับ" หลิวชิงซงพยักหน้า "ตอนนี้เห็ดหลินจือป่าจากหน้าผาฮว่าเจียวเป็นที่ต้องการของตลาดมาก มีเงินก็หาซื้อยาก ญาติของหวังตงสี่ถึงได้ยอมเอาชีวิตไปทิ้งบนเขาไงล่ะครับ"

"ถ้าเราสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องปริมาณเห็ดหลินจือป่าได้ ก็จะไม่มีใครกล้าเสี่ยงขึ้นภูเขาเสืออีกแล้ว"

"แต่ปัญหาคือ เห็ดหลินจือป่าบนภูเขาเสือมันจะไปผลิตได้ทีละมากๆ ได้ยังไงล่ะ?" โจวปินยิ้มเจื่อน ชักสงสัยว่าหลิวชิงซงคงจะยังไม่ตื่นดี

"ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับ?" หลิวชิงซงมองโจวปินด้วยสายตาล้อเลียน "คนทั่วไปรู้แค่ว่าเห็ดหลินจือป่าที่มาจากหน้าผาฮว่าเจียวบนภูเขาเสือมันราคาแพงหูฉี่ แต่สรรพคุณทางยาที่แท้จริงน่ะ มีกี่คนที่รู้กันเชียว?"

"ในเมื่อคนอื่นเขาก็ทำเงินจากเรื่องนี้ได้ แล้วทำไมพวกเราจะทำบ้างไม่ได้ล่ะ?"

"ผมจะบอกอะไรให้นะ ขอแค่คุณกับผมวางแผนจัดการให้ดี รับรองว่าไม่มีใครสงสัยหรอก"

"แล้วปู่เจียงกับปู่เนี่ยจะไม่มีสงสัยบ้างเหรอ?" โจวปินถาม

"ถ้าพวกเขาต้องการเห็ดหลินจือป่า เราก็ให้ของแท้ไปสิครับ คุณคิดว่าพวกเขาจะสงสัยเหรอ?" หลิวชิงซงยักไหล่ถามกลับ

"เอ่อ... ฉันเข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว" โจวปินชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น เขารู้สึกทึ่งในแผนการของหลิวชิงซงมาก

"แต่ผมต้องเตือนคุณก่อนนะ ว่าเงินก้อนนี้มันก็ไม่ได้หามาได้ง่ายๆ หรอก เพราะเห็ดหลินจือป่าของปลอมสรรพคุณทางยาย่อมสู้ของแท้ไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าคุณอยากจะได้ทั้งเงินทั้งชื่อเสียง ก็ต้องวางแผนให้รอบคอบ อย่างน้อยๆ ก็ต้องเตี๊ยมกับปู่เจียงไว้ก่อนล่วงหน้านะครับ" หลิวชิงซงเตือนสติ

"ฉันจะจัดการเอง" โจวปินมองไปรอบๆ "ที่ฉันมาวันนี้ นอกจากจะมาคุยเรื่องเห็ดหลินจือป่ากับนายแล้ว ฉันยังเอาใบชา บุหรี่ แล้วก็เหล้ามาฝากนายด้วยนะ ปีใหม่นี้นายจะได้ไม่ต้องไปหาซื้อที่ไหนอีก"

"นี่ คุณเอาบุหรี่กับเหล้ามาให้ผมทำไมเนี่ย?" หลิวชิงซงหัวเราะ

"ก็อยากจะเอามาแลกปลาเตียวจื่อป่ากับเนื้อสัตว์ป่าจากนายไง ฉันขอไม่มากหรอก แค่เนื้อหมูป่าสักไม่กี่ร้อยชั่ง เนื้อแพะป่าอีกสักไม่กี่ร้อยชั่งก็พอ" โจวปินตอบ

"ฝันไปเถอะคุณ" หลิวชิงซงถลึงตาใส่โจวปิน "บุหรี่กับเหล้าผมรับไว้ได้ แต่จำนวนเนื้อสัตว์ป่าน่ะ ผมรับปากไม่ได้หรอกนะ เพราะตอนนี้ในป่ามีแต่หิมะปกคลุม คนจะเข้าไปยังเข้าไม่ได้เลย"

"ไม่เป็นไร ฉันเชื่อใจนาย" พูดจบโจวปินก็เดินไปที่รถจี๊ปที่จอดอยู่ไม่ไกล เปิดฝากระโปรงท้าย แล้วขนเอาบุหรี่ เหล้า ใบชา และของขวัญอื่นๆ ออกมาจนหมด จากนั้นก็ให้คนขับรถช่วยกันยกเข้าไปไว้ในห้องโถงบ้านหลิวชิงซง

หลิวฮว่าเหล่ยเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น รอจนโจวปินพาทีมงานไปหาปู่เจียงแล้ว เขาก็รีบดึงแขนหลิวชิงซงเข้าไปในห้องหนังสือ "ชิงซง ตอนนี้บ้านเราก็ไม่ได้ขัดสนเรื่องกินเรื่องใช้แล้ว แกจะไปรับของจากผู้กำกับโจวทำไมล่ะ?"

ผู้กำกับโจว

ก็คือโจวปินนั่นเอง

"พ่อ กลัวอะไรครับ" หลิวชิงซงยิ้มแห้งๆ นั่งลงที่โต๊ะหนังสือ "เขาเอาบุหรี่กับเหล้ามาขอแลกกับเนื้อปลาเตียวจื่อป่า เนื้อแพะป่า และเนื้อหมูป่าของหน่วยผลิตเล็กต้นฮวายเราต่างหากล่ะครับ!"

"ถ้าผมไม่รับไว้"

"แบบนี้เราก็ขาดทุนแย่สิครับ"

"งั้นเหรอ?" หลิวฮว่าเหล่ยถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะหัวเราะออกมา "ถ้าเป็นแบบนั้นพ่อก็เบาใจแล้วล่ะ แต่บุญหรี่กับเหล้าเยอะแยะขนาดนี้ เอามากองไว้ในบ้านก็ดูไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เดี๋ยวพ่อแบ่งไปให้ลุงใหญ่กับอาสามของแกบ้างดีกว่า"

"ได้เลยครับ! ได้เลย!" หลิวชิงซงพยักหน้ารับคำ เมื่อเห็นเสี่ยวหนัวมี่ตะโกนเรียกอยู่หน้าประตู เขาก็บอกหลิวฮว่าเหล่ยแล้วเดินออกไป

ที่หน้าประตู เย่ชิงเหมยก็มาถึงเหมือนกัน ข้างๆ เธอยังมีปรมาจารย์ไทเก๊ก เฉินลี่ชิง และลูกศิษย์อย่างเฉินจวินหรูและหวังปินเดินตามมาด้วย

พอเห็นหลิวชิงซงเดินออกมา พวกเขาก็รีบเข้าไปทักทาย

เฉินลี่ชิงพูดกลั้วหัวเราะว่า "ชิงซง ฉันอยากจะพาชวี่ปิ้งไปร่วมการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ระดับชาติสักครึ่งเดือน นายจะอนุญาตไหม?"

"ผมจะขัดข้องอะไรล่ะครับ ขอแค่ชวี่ปิ้งยินยอม คุณก็พาเขาไปได้เลยครับ" หลิวชิงซงตอบโดยไม่ต้องคิด "แต่ผมสงสัยนิดหน่อย ทำไมคุณถึงเลือกเขาไปล่ะครับ?"

"ก็เพราะในบรรดาลูกศิษย์ของฉันทั้งหมด เขาเป็นคนที่เข้าใจวิชาไทเก๊กได้ลึกซึ้งที่สุดไงล่ะ" เฉินลี่ชิงลูบเคราตอบ

"อย่างนี้นี่เอง!" หลิวชิงซงมองไปรอบๆ ก่อนจะตะโกนเรียกเย่ชวี่ปิ้งที่กำลังวิ่งเล่นอยู่ "ชวี่ปิ้ง มานี่หน่อยสิ"

"มาแล้วครับ มาแล้วครับ" เย่ชวี่ปิ้งวิ่งเหยาะๆ มาหาหลิวชิงซง

เสี่ยวหนัวมี่ เสี่ยวกัวปา เสี่ยวเถาชี่ น้องเล็ก และเด็กคนอื่นๆ ก็วิ่งตามมาติดๆ แล้วล้อมรอบหลิวชิงซงเอาไว้

...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 510 - คนตายเพราะทรัพย์ นกตายเพราะเหยื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว