เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 480 - คุณน้าดีที่สุดเลย

บทที่ 480 - คุณน้าดีที่สุดเลย

บทที่ 480 - คุณน้าดีที่สุดเลย


บทที่ 480 - คุณน้าดีที่สุดเลย

"ไม่อยากฟังครับ" หลิวชิงซงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มตอบ

เขาไม่ได้พูดเล่นหรอกนะ แต่บางเรื่องสำหรับเย่ชิงเหมยอาจจะเป็นข่าวดี ทว่าสำหรับเขามันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้

"เธอแน่ใจนะ?" เย่ชิงเหมยถาม

"แน่ใจครับ" หลิวชิงซงหันหลังเดินหนี

"เอ๊ะ! เดี๋ยวสิ!" เย่ชิงเหมยรีบคว้าแขนหลิวชิงซงไว้ "อย่าเพิ่งไปสิ! ฉันไม่อมพะนำแล้วก็ได้ โอเคไหมล่ะ?"

"งั้นก็รีบพูดมาสิครับ" หลิวชิงซงยิ้ม

อู๋เองก็ตั้งใจฟังอย่างสนใจ

"โอเค!" เย่ชิงเหมยทำสีหน้าจริงจัง "คืออย่างงี้นะ ช่วงนี้มีสัตว์ประหลาดทะเลไปอาละวาดตามน่านน้ำของหลายๆ ประเทศ มันทำลายเรือประมงกับเรือรบไปตั้งหลายลำเลยล่ะ"

"พวกตัวแทนจากประเทศอินทรี หมีขาว แล้วก็ประเทศอื่นๆ ก็เลยอยากจะชวนพวกเราให้ร่วมมือกันจัดการกับสัตว์ประหลาดตัวนี้ โดยสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทนอย่างงามเลยล่ะ"

"นี่น่ะเหรอข่าวดีของคุณ?" หลิวชิงซงขมวดคิ้ว

อู๋พอฟังเข้าใจแล้วก็รู้สึกผิดหวัง หันหลังเดินกลับไป

"นี่ไม่ใช่ข่าวดีหรือไง?" เย่ชิงเหมยประหลาดใจ "สัตว์ประหลาดทะเลตัวนี้มันทำลายเรือประมง เรือรบ แล้วก็ฆ่าชาวประมงไปตั้งมากมายเชียวนะ มันเป็นตัวอันตรายที่ทุกคนควรจะช่วยกันกำจัดทิ้งไม่ใช่เหรอ?"

"การที่เราได้รับเชิญให้ไปร่วมมือด้วย ถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งเลยนะ พวกประเทศเล็กๆ ประเทศอื่นอยากจะไปร่วมด้วยแทบตาย เขายังไม่เชิญเลย!"

"งั้นผมขอถามคุณหน่อย สัตว์ประหลาดทะเลมันมาทำลายเรือประมง เรือรบของเราหรือเปล่า? แล้วมันได้ฆ่าชาวประมงของเราไหมล่ะ?" หลิวชิงซงย้อนถาม

"เรื่องนี้..." เย่ชิงเหมยตอบไม่ถูก

ใจจริงเธอก็อยากจะตอบว่ามีนะ แต่พอลองคิดดูดีๆ ช่วงนี้ถึงแม้ว่าสัตว์ประหลาดทะเลจะอาละวาดไปทั่วโลก แต่ก็ไม่เคยโผล่มาแถวน่านน้ำอ่าวเยว่เลี่ยงเลยสักครั้ง ถ้าตอบว่ามีก็เท่ากับโกหกน่ะสิ

แต่ถ้าตอบว่าไม่มี การไปร่วมมือกับพวกอินทรี หมีขาวเพื่อล่าสัตว์ประหลาดทะเล มันก็เป็นการทำสงครามโดยไม่มีความชอบธรรมไม่ใช่เหรอ?

เมื่อคิดได้เช่นนี้ เย่ชิงเหมยก็สูดลมหายใจเข้าลึก "ชิงซง บอกความจริงฉันมาเถอะ เธอรู้ความลับอะไรเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดทะเลตัวนี้ใช่ไหม?"

"ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย" หลิวชิงซงรีบปฏิเสธ

"แล้วทำไมเธอถึงพูดเข้าข้างสัตว์ประหลาดทะเลตัวนี้ล่ะ?" เย่ชิงเหมยซักไซ้

"ผมไปพูดเข้าข้างมันตอนไหนกัน? ผมก็แค่พูดความจริงเท่านั้นเอง ไม่ใช่เหรอ?" หลิวชิงซงจ้องหน้าเย่ชิงเหมย "พี่ ถ้าตระกูลเย่ของพี่อยากจะไปร่วมมือกับประเทศอื่นๆ ล่าสัตว์ประหลาด ผมก็ไม่ห้ามหรอกนะ แต่พี่อย่ามาชวนผมก็แล้วกัน"

"ผมไม่มีความสามารถพอ แล้วก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย"

ล้อเล่นหรือเปล่าเนี่ย! ปลาหมึกพันตาก็คือ 'สายลับ' ที่เขาเอาไปปล่อยไว้ตามน่านน้ำประเทศต่างๆ ถ้าเขาไปร่วมล่าด้วย แล้วเขาจะกลายเป็นตัวอะไรล่ะ?

"เธอแน่ใจนะว่าจะไม่ไป?" สีหน้าของเย่ชิงเหมยเริ่มไม่สู้ดี

ก่อนหน้านี้เธอคิดว่าหลิวชิงซงจะตอบตกลงง่ายๆ เสียอีก!

แต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอจะคิดไปเอง

"แน่ใจแน่นอนครับ" หลิวชิงซงตอบเสียงหนักแน่น

"งั้นเธอช่วยติดต่อเดดพูลกับหน้ากากชายให้ฉันหน่อยได้ไหม? ขอแค่พวกเขายอมไปสักคนก็ยังดี" เย่ชิงเหมยถามอีกครั้ง

"ไม่ได้ครับ ผมไม่อยากให้พวกเขามีจุดจบแบบศพไม่สวยเหมือนเซียวเหยาจื่อ" หลิวชิงซงตอบเสียงต่ำ

"ก็ได้!" เย่ชิงเหมยรู้ดีว่าขืนพูดต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ จึงยิ้มแห้งๆ แล้วบอกลาหลิวชิงซงเดินจากไป

เพื่อความปลอดภัย หลิวชิงซงรีบเดินเข้าไปในห้องหนังสือ หยิบโทรศัพท์โทรหาเดดพูลทันที

ตู๊ด-ตู๊ด-ตู๊ด-

ไม่นานก็มีคนรับสาย ปลายสายมีเสียงเดดพูลที่ตื่นเต้นดีใจดังมา "ลูกพี่ วันนี้ลมอะไรหอบมาถึงโทรหาผมได้เนี่ย?"

หลิวชิงซง "ช่วงนี้ตระกูลเย่ได้ไปหานายบ้างไหม?"

เดดพูล "หาครับ! เมื่อวานเพิ่งจะมาชวนผมไปล่าสัตว์ประหลาดทะเลด้วยกันอยู่เลย แต่ผมปฏิเสธไปหมดแล้ว ผมทำตามคำสั่งลูกพี่อย่างเคร่งครัด ตอนนี้ก็นั่งเฝ้าธุรกิจอยู่ที่เกาะฮ่องกงนี่แหละ ไม่ไปไหนทั้งนั้น"

หลิวชิงซง "ปฏิเสธไปก็ดีแล้ว จำไว้นะ! อย่าไปร่วมล่าสัตว์ประหลาดทะเลเด็ดขาด มันคือปลาหมึกพันตา พวกเดียวกันกับเรา"

เดดพูล "เรื่องนี้อาร์ซีบอกผมตั้งนานแล้วครับ ลูกพี่ไม่ต้องห่วงหรอก"

หลิวชิงซง "รู้ก็ดีแล้ว งั้นนายไปทำงานต่อเถอะ ฉันไม่กวนแล้ว"

เดดพูล "โอเคครับ! โอเคครับ!"

……

ในที่สุด ตระกูลเย่ก็ไม่ได้เข้าร่วมภารกิจล่าสัตว์ประหลาดทะเลในครั้งนี้

เพราะที่หลิวชิงซงเตือนมานั้นถูกต้องที่สุด สัตว์ประหลาดทะเลไม่ได้มาสร้างความเดือดร้อนที่น่านน้ำอ่าวเยว่เลี่ยง ถ้าหากร่วมมือกันกำจัดมันได้สำเร็จ ก็เท่ากับเป็นการกำจัดศัตรูให้ประเทศอื่นๆ

ซึ่งนั่นไม่ใช่ผลลัพธ์ที่พวกเขาอยากจะเห็น

ดังนั้น การไม่เข้าร่วมล่าสัตว์ประหลาดทะเลจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

แต่ประเทศอื่นๆ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากสัตว์ประหลาดทะเลไม่ได้คิดแบบนั้น หลังจากประชุมหารือกันหลายครั้ง พวกเขาก็จัดตั้งกองเรือขนาดใหญ่ มุ่งหน้าไปยังน่านน้ำทะเลปะการังเพื่อล่าสัตว์ประหลาด

แน่นอนว่าปลาหมึกพันตาได้รับข้อความเตือนจากหลิวชิงซงล่วงหน้าแล้ว มันจึงดำน้ำลึกลงไปซ่อนตัวอยู่ที่ความลึกหลายพันเมตรอย่างนิ่งสงบ รอจนกระทั่งกองเรือแยกย้ายกันกระจายกำลังไปตามน่านน้ำรอบๆ มันถึงโผล่ขึ้นมาจากผิวน้ำ และเริ่มไล่ล่าเหยื่อ

เมื่อจัดการเป้าหมายได้สำเร็จ ปลาหมึกพันตาก็ไม่คิดจะสู้ต่อ มันดำดิ่งกลับลงไปซ่อนตัวใต้มหาสมุทรอีกครั้ง

พฤติกรรมแบบนี้ทำให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกโกรธแค้นจนแทบคลั่ง แต่พวกเขาก็ไม่กล้าใช้อาวุธทำลายล้างสูง เมื่อไม่มีทางเลือก จึงทำได้แค่สั่งให้ถอนกำลังออกจากน่านน้ำทะเลปะการังโดยด่วน

ปลาหมึกพันตาแอบสะกดรอยตามพวกเขาไปเงียบๆ เพื่อเริ่มต้นเกมล่าเหยื่อของมันอีกครั้ง

……

ในขณะที่หลายประเทศทั่วโลกกำลังปวดหัวกับปลาหมึกพันตา หลิวชิงซงกลับกำลังย่างปลาหมึกกับหอยเป๋าฮื้อกินอย่างสบายอารมณ์อยู่ที่สวนหลังบ้าน

อู๋ถือน้ำเต้าใส่เหล้ามานั่งอยู่ข้างๆ กินเนื้อหอยเป๋าฮื้อสลับกับจิบเหล้ารสเลิศ "ชิงซง เจ้าจะปล่อยให้ปลาหมึกพันตาไปสร้างความปั่นป่วนให้ประเทศต่างๆ ทั่วโลกแบบนี้จริงๆ เหรอ?"

"แล้วอาจารย์คิดว่าผมควรจะทำยังไงล่ะครับ?" หลิวชิงซงยิ้มมองอู๋

"หาโอกาสให้ปลาหมึกพันตาหยุดซะเถอะ!" อู๋ตอบเสียงจริงจัง "โลกมิติที่เจ้าอยู่นี้ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ อย่าเห็นว่าตอนนี้ปลาหมึกพันตามันเก่งกาจอาละวาดไปทั่ว ถ้าเมื่อไหร่ที่โดนพวกประเทศมหาอำนาจรุมล้อมเอาล่ะก็ มันก็หนีไม่พ้นความตายอยู่ดี"

"เรื่องนั้นผมรู้ครับ" หลิวชิงซงหุบยิ้ม "ผมก็เตรียมทางหนีทีไล่ให้ปลาหมึกพันตาไว้ตั้งนานแล้วล่ะ อาจารย์ไม่ต้องห่วงหรอกครับ"

"หืม?" อู๋ค่อนข้างแปลกใจ

ขณะที่กำลังจะถามรายละเอียดถึงทางหนีทีไล่ที่เตรียมไว้ให้ปลาหมึกพันตา ก็ได้ยินเสียงหวานใสของเสี่ยวหนัวมี่ดังมาจากข้างนอก "คุณน้า คุณน้า... คุณน้าอยู่หนายคะ?"

"ทำไมเหรอ?" หลิวชิงซงตะโกนถาม

เสี่ยวหนัวมี่วิ่งตามเสียงเข้ามาในสวนหลังบ้าน หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ "ปาป๊าของเสี่ยวเถาชี่เรียกให้ไปเที่ยวเมืองกู่ซา หนู... หนูอ้าก็อยากไป ได้หมายคะ?"

"เรื่องแบบนี้เธอต้องไปหาแม่ของเธอสิ! มาถามน้าทำไมกัน" หลิวชิงซงหัวเราะ

อู๋เองก็ยิ้มออกมาเช่นกัน

"หม่าม้าต้องม่ายยอมแน่ๆ เลยค่ะ" เสี่ยวหนัวมี่เบะปาก

ถ้ายอม เธอคงไม่มาหาคุณน้าหรอก

"แล้วเธอแน่ใจได้ยังไงว่าน้าจะยอมให้เธอไป?" หลิวชิงซงยื่นมือไปลูบหัวเล็กๆ ของเสี่ยวหนัวมี่ แววตาเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดู

"หนูแน่จายสิคะ" เสี่ยวหนัวมี่กอดขาขวาของหลิวชิงซงแน่น แล้วเงยหน้าเล็กๆ ขึ้นมอง "เพราะคุณน้าดีกับหนูอ้าที่สุดเลย"

"ยัยเด็กคนนี้นี่" หลิวชิงซงได้ยินแล้วก็อดหัวเราะไม่ได้ "จริงๆ แล้วน้าก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้เธอไปเที่ยวเมืองกู่ซาหรอกนะ แต่เธอจะโดดเรียนไปเที่ยวไม่ได้นะ เข้าใจไหม?"

"หนูม่ายได้โดดเรียนน้า! มะรืนนี้เป็นวันชาติ คุณครูให้พวกหนูหยุดตั้งหลายวันแน่ะ!" เสี่ยวหนัวมี่ตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

"งั้นเหรอ?" หลิวชิงซงชะงักไป

เขาเพิ่งจะรู้สึกตัวว่า ปี 1980 นี้เวลาผ่านไปเร็วเหลือเกิน เผลอแป๊บเดียวก็จะถึงวันที่ 1 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันชาติเสียแล้ว

"เรื่องจิงแน่นอนสิคะ" สีหน้าของเสี่ยวหนัวมี่ดูร้อนรน "คุณน้า ตกลงคุนน้าจายอมให้หนูอ้าปายเที่ยวที่เมืองกู่ซาหรือเปล่าคะ?"

"แล้วหวังเป้ากับเย่ชวี่ปิ้งจะไปกันด้วยไหม?" หลิวชิงซงไม่ได้ตอบคำถามของเสี่ยวหนัวมี่ในทันที แต่กลับถามกลับไปแทน

"ไปค่ะ จาไปกันหมดเลย" เสี่ยวหนัวมี่ตอบ

"อย่างนี้นี่เอง!" หลิวชิงซงมองดูท้องฟ้า "งั้นเธอไปทำการบ้านก่อนนะ เดี๋ยวคุณน้าขอไปถามคุณปู่เถาก่อนว่าเรื่องราวเป็นยังไงกันแน่"

ในเมื่อพวกเด็กๆ จะไปเที่ยวเมืองกู่ซากันหมด เขาก็ต้องจัดขบวนรถคอยคุ้มกัน ไม่ใช่ว่านึกจะไปก็ไปได้เลยง่ายๆ

"อื้อๆ!" เสี่ยวหนัวมี่พยักหน้าหงึกๆ แล้วก็วิ่งกระโดดโลดเต้นออกไป

หลิวชิงซงฝากฝังอะไรอู๋ไว้สองสามคำ แล้วก็หันหลังเดินไปยังบ้านอิฐแดงที่อยู่ติดกัน

ในสวนหลังบ้านของบ้านอิฐแดง เถากั๋วชิ่งกับปู่เจียงกำลังนั่งเล่นหมากรุกกันอยู่ เมื่อเห็นหลิวชิงซงเดินเข้ามา ก็รีบลุกขึ้นยิ้มต้อนรับ "ชิงซง เธอคงจะมาถามเรื่องที่พวกเด็กๆ จะไปเมืองกู่ซาสินะ?"

"ครับ" หลิวชิงซงพยักหน้า

"ความจริงแล้วนี่เป็นไอเดียของเถาอวี่น่ะ เขาคิดถึงเสี่ยวเถาชี่ ก็เลยอยากให้ฉันพาเสี่ยวเถาชี่ไปเที่ยวหาที่เมืองกู่ซา แต่สุดท้ายหวังเป้าก็อยากจะไปด้วย เย่ชวี่ปิ้งก็ขอตามไปอีกคน ฉันไม่มีทางเลือกก็เลยต้องตอบตกลงไปทั้งหมดน่ะ" เถากั๋วชิ่งบอกความจริง

"พั่งตุนกับจินอวี้โถวก็จะไปด้วยเหรอครับ?" หลิวชิงซงถาม

"อืม ไปหมดเลย" เถากั๋วชิ่งยืนยัน

"แล้วต้องให้ผมเตรียมอะไรบ้างไหมครับ?" หลิวชิงซงลากเก้าอี้มานั่ง

ในเมื่อไปกันหมด เขาก็คงไม่มีสิทธิ์ไปห้าม ดังนั้นการปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

"ถ้าเธอมีเวลาก็ตามไปเที่ยวด้วยกันสิ ไม่เห็นจะต้องเตรียมอะไรเลย" เถากั๋วชิ่งหยิบกาน้ำชาขึ้นมารินน้ำชาให้หลิวชิงซงครึ่งแก้ว "แต่เธอต้องไปคุยกับพี่สาวคนโตของเธอให้รู้เรื่องก่อนนะ ฉันกลัวว่าเธอจะไม่ยอมให้เสี่ยวหนัวมี่ไปเมืองกู่ซาน่ะ"

"เรื่องนั้นง่ายนิดเดียวครับ" หลิวชิงซงยิ้ม หลังจากคุยเล่นกับเถากั๋วชิ่งและปู่เจียงต่ออีกสองสามคำ เขาก็ลุกขึ้นไปหาหลิวชุนฮวา พี่สาวคนโต

สองสามเดือนที่ผ่านมานี้ หลิวชุนฮวาอยู่แต่บ้านเลี้ยงหวังเหวินป๋อ ไม่ค่อยได้ออกกำลังกายเลย ตอนนี้เธอจึงอ้วนขึ้นมาเป็นกอง

เมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าตัวเก่าใส่ไม่ได้สักตัว เธอก็อดไม่ได้ที่จะบ่นใส่หวังขุยอู่ที่อยู่ข้างๆ "ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของพี่นั่นแหละ ให้ฉันอยู่แต่บ้านเลี้ยงลูกทุกวัน ดูสิว่าตอนนี้ฉันอ้วนขึ้นมาตั้งเท่าไหร่แล้ว?"

"อ้วนแล้วไม่ดีตรงไหนล่ะ? ฉันอยากจะอ้วนยังอ้วนไม่ได้เลยเนี่ย!" หวังขุยอู่ได้ยินแล้วก็ไม่ได้โกรธ กลับพูดติดตลกกลับไปว่า "เมียจ๋าอย่าโกรธไปเลยน่า เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไป..."

ยังไม่ทันจะพูดจบ หลิวชิงซงก็ผลักประตูเข้ามาขัดจังหวะพอดี "พี่ใหญ่ พี่เขย... คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ?"

"ไม่ได้คุยอะไรหรอก แค่บ่นว่าช่วงนี้ฉันอ้วนจนไม่มีเสื้อผ้าจะใส่แล้วน่ะ" หลิวชุนฮวาตอบด้วยรอยยิ้มขื่นๆ

"ไม่มีชุดใส่ก็ไปซื้อสิครับ! ไปเมืองกู่ซาก็ได้ ที่นั่นเสื้อผ้าราคาถูก แถมยังมีให้เลือกหลายแบบเลยนะ" หลิวชิงซงสบโอกาสพูดขึ้นมา

"แต่เมืองกู่ซาใช่ว่าจะนึกอยากไปก็ไปได้ง่ายๆ ซะหน่อย" หลิวชุนฮวาถอนหายใจเบาๆ "ค่ารถพวกนั้น เอามาซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้ฉันได้ตั้งหลายชุดเลยนะ"

"ไม่ต้องจ่ายค่ารถหรอกครับ เสี่ยวเถาชี่ชวนเสี่ยวหนัวมี่กับน้องเล็กไปเที่ยวเมืองกู่ซา ถ้าพี่อยากไปก็ติดรถไปพร้อมกันได้เลย ไปด้วยกันกลับด้วยกัน" หลิวชิงซงช่วยเตือนความจำ

นี่ก็ถือเป็นการพูดช่วยเสี่ยวหนัวมี่ไปในตัวด้วยเหมือนกัน

มีหรือที่หลิวชุนฮวาจะฟังไม่ออก เธอชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะเบิกบานใจขึ้นมาทันที "จริงเหรอ? ฉันจะได้นั่งรถไปเที่ยวเมืองกู่ซาฟรีๆ จริงๆ เหรอเนี่ย?"

"จริงสิครับ" หลิวชิงซงยิ้มยืนยัน

"แล้วเอาหวังเหวินป๋อไปด้วยได้ไหม?" หวังขุยอู่ถามขึ้นมา

"ได้สิครับ" หลิวชิงซงตอบ "ถ้าพี่เขยอยากไปก็ไปได้เหมือนกันนะ เพราะครั้งนี้จะมีขบวนรถคอยคุ้มกันเด็กๆ ไปด้วย ยังมีที่นั่งว่างอีกตั้งเยอะแยะเลยล่ะ"

"งั้นก็เยี่ยมไปเลย" หวังขุยอู่ถูมือไปมาพลางเดินเข้าไปในห้องนอน "ฉันขอตัวไปเก็บกระเป๋าเตรียมของก่อนนะ เมียจ๋า! เธอก็อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่เลย รีบมาช่วยฉันจัดของเร็วเข้า!"

"โอเคจ้ะ!" หลิวชุนฮวายิ้ม หลังจากคุยกับหลิวชิงซงต่ออีกสองสามคำ เธอก็เดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อจัดกระเป๋าเตรียมตัวเดินทาง

……

เมื่อเตรียมตัวทุกอย่างพร้อมสรรพ ในเวลาสิบโมงเช้าของวันรุ่งขึ้น พวกเด็กๆ ก็ขึ้นรถออกจากหน่วยผลิตเล็กต้นฮวายไป

หลิวชิงซงไม่ได้ตามไปด้วย เขาถูกพ่อลากไปประชุมที่คอมมูนซงมู่แทน

กว่าจะกลับมาถึงบ้าน เวลาก็ปาเข้าไปสี่ทุ่มกว่าแล้ว

หลิวชิงซงเห็นว่าที่บ้านไม่มีอะไรผิดปกติ หลังจากบอกพ่อกับแม่แล้ว เขาก็มุ่งหน้าไปยังสวนหลังบ้านแล้วเข้าสู่ลานขยะหมื่นภพ

ข้างกระจกตามรอย หุ่นยนต์โลหะเหลวกำลังตรวจสอบทิศทางของพวกเด็กๆ อยู่

เมื่อเห็นหลิวชิงซงเข้ามา ก็รีบชี้ไปที่ภาพในกระจกตามรอยแล้วพูดว่า "เจ้านายครับ ขบวนรถที่ส่งเด็กๆ ไปเมืองกู่ซาติดอยู่ที่ตำบลกู่ซีครับ ต้องให้คาร์เมล่าไปช่วยไหมครับ?"

"นายว่าไงนะ?" หลิวชิงซงหันไปมองกระจกตามรอย เห็นว่าในตำบลกู่ซีมีพายุฝนตกลงมาอย่างหนัก ถนนที่จะมุ่งหน้าไปยังเมืองกู่ซาถูกน้ำท่วมขังจนหมด เขาก็อดขมวดคิ้วไม่ได้ "พวกเสี่ยวหนัวมี่ปลอดภัยดีใช่ไหม?"

"ตอนนี้ถือว่ายังปลอดภัยอยู่ครับ แต่เรื่องของอนาคตพูดยาก" หุ่นยนต์โลหะเหลวตอบ

"งั้นนายรีบไปเรียกเถาวัลย์พิทักษ์นายมาเปิดระบบส่งตัวข้ามมิติที ฉันจะไปตำบลกู่ซีด้วยตัวเอง" หลิวชิงซงพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

ไม่ไปก็ไม่ได้ ถ้าเกิดเด็กๆ เป็นอะไรขึ้นมา เขาคงต้องเสียใจไปตลอดชีวิตแน่ๆ

"ได้ครับ! ได้ครับ!" หุ่นยนต์โลหะเหลวพยักหน้ารัวๆ

ขณะที่กำลังจะไปเรียกเถาวัลย์พิทักษ์นาย อู๋ก็โผล่มาอยู่ข้างๆ "ชิงซง ให้คาร์เมล่าไปที่ตำบลกู่ซีก็พอ เจ้าต้องออกไปข้างนอกกับข้าสักหน่อย"

"ไปไหนเหรอครับ?" หลิวชิงซงถาม

หุ่นยนต์โลหะเหลวเองก็หันไปมองอู๋เช่นกัน

"ข้าพบเผ่าเอลฟ์อยู่ในกองขยะที่ห่างจากเรือท่องเจ็ดพิภพไปหนึ่งพันกิโลเมตร" อู๋พูดด้วยน้ำเสียงต่ำ "ลูกธนูของพวกมันร้ายกาจมาก เมื่อกี้เกือบจะเอาชีวิตข้าไปแล้ว เจ้าต้องไปดูซะหน่อย"

"ถ้าเป็นศัตรู ก็ต้องกำจัดทิ้งให้หมด"

"ถ้าเป็นมิตร ก็ต้องทำข้อตกลงกันไว้ให้ชัดเจน"

"งั้นอาจารย์นำทางเลยครับ" หลิวชิงซงรีบบอก

"โอเค!" อู๋คว้าไหล่หลิวชิงซงไว้ ร่างของพวกเขาเลือนรางแล้วหายวับไปทันที

หุ่นยนต์โลหะเหลวรีบไปหาคาร์เมล่า ชั่วครู่เดียว เถาวัลย์พิทักษ์นายก็เปิดช่องมิติ ส่งคาร์เมล่าไปปรากฏตัวบนเนินเขาเล็กๆ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของตำบลกู่ซี

เมื่อยืนอยู่บนเนินเขาเล็กๆ คาร์เมล่าสามารถมองเห็นขบวนรถที่อยู่ห่างออกไปสองร้อยเมตรท่ามกลางความมืดมิดและสายฝนที่เทกระหน่ำได้อย่างชัดเจน

เนื่องจากฝนตกหนัก เสี่ยวหนัวมี่ เสี่ยวเถาชี่ น้องเล็ก และเด็กคนอื่นๆ จึงถูกพาไปพักที่โรงแรมเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามถนน ส่วนบรรดาคนขับรถต่างก็ยืนรออยู่ตรงหน้าประตู

รอให้ฝนหยุดตก เพื่อที่จะได้เดินทางต่อไปยังเมืองกู่ซา

เมื่อคาร์เมล่าเห็นดังนั้นก็ขมวดคิ้ว

ขณะที่เธอกำลังจะไปสำรวจดูภูมิประเทศรอบๆ เพื่อจัดการระบายน้ำฝน เสียงกรีดร้องของเสี่ยวเถาชี่ก็ดังมาจากโรงแรมเล็กๆ นั่น

หัวใจของคาร์เมล่ากระตุกวูบ เธอรีบวิ่งฝ่าสายฝนมุ่งหน้าไปยังโรงแรมเล็กๆ ด้วยความเร็วสูงสุดเท่าที่จะทำได้

เมื่อเข้าไปใกล้และชะโงกหน้ามองผ่านหน้าต่าง ถึงได้รู้ว่ามันคือการตื่นตูมไปเอง สาเหตุที่เสี่ยวเถาชี่กรีดร้อง เป็นเพราะถูกจิ้งจกที่จู่ๆ ก็โผล่มาหลอกเอาต่างหาก

คาร์เมล่าถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก ขณะที่กำลังจะผละออกจากหน้าต่าง รอบตัวเธอกลับมีชายชุดดำใส่เสื้อกันฝนสี่คนปรากฏตัวขึ้น หนึ่งในนั้นซึ่งเป็นหัวหน้าเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "แกเป็นใคร? มาด้อมๆ มองๆ อยู่ตรงหน้าต่างตั้งใจจะทำอะไรฮะ?"

"อย่าเพิ่งยิงนะ ฉันไม่ใช่คนร้ายหรอก" คาร์เมล่าจำชายชุดดำสี่คนนี้ได้ทันทีว่าพวกเขาคือคนของตระกูลเย่ เธอรู้สึกแปลกใจปนตกใจ จึงรีบยกมือขึ้นทั้งสองข้าง แล้วใช้พลังพรางตัวหายวับไปทันที

นี่ไม่ใช่ว่าเธอกลัวคนของตระกูลเย่นะ แต่เธอไม่อยากมีเรื่องบาดหมางกับพวกเขาต่างหาก

ยังไงซะคนตระกูลเย่ตอนนี้ก็มาคอยคุ้มกันเด็กๆ ไม่ได้มาทำร้ายเด็กๆ สักหน่อย

แน่นอนว่า คาร์เมล่าก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกัน ว่าคนตระกูลเย่ทั้งสี่คนนี้จับสัมผัสเธอได้ยังไง

เพราะด้วยทักษะการซ่อนเร้นกลิ่นอายของเธอ ต่อให้เป็นหลิวชิงซงมาเองก็ยังอาจจะไม่รู้เลยด้วยซ้ำ

แต่เวลานี้ไม่ใช่เวลามาคิดเรื่องพวกนี้ เมื่อเห็นว่าคนตระกูลเย่ทั้งสี่ไม่ได้ออกตามล่าตัวเธอที่กำลังล่องหนอยู่ คาร์เมล่าจึงกระโดดขึ้นไปบนหลังคาฝั่งตรงข้าม แล้วลอยตัวมุ่งหน้าไปยังถนนที่ถูกน้ำท่วมต่อไป

……

ณ ลานขยะหมื่นภพ

ณ ตีนกองขยะที่สูงตระหง่านเสียดฟ้า

หลิวชิงซงและอู๋ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกัน

หลังจากกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง หลิวชิงซงก็เอ่ยถามขึ้นว่า "อาจารย์ เผ่าเอลฟ์ที่อาจารย์พูดถึงอยู่ในกองขยะกองนี้เหรอครับ?"

อู๋พยักหน้า "ใช่ หลังจากนี้เจ้าต้องระวังตัวให้ดีนะ พลธนูของเผ่าเอลฟ์นั้นร้ายกาจมาก โดยเฉพาะพวกที่ยิงธนูอาบไฟ เจ้าต้องระวังอย่าให้พวกมันล็อกเป้าได้เด็ดขาด"

"เข้าใจแล้วครับ" หลิวชิงซงหยิบเสื้อคลุมล่องหนออกมาสวม จากนั้นก็นำมีดสั้นเจาะเกราะกับโล่กัปตันอเมริกาออกมาเตรียมพร้อมไว้

ขณะที่เขากำลังจะใช้ทักษะล่องหนปีนขึ้นไปบนกองขยะอย่างเงียบเชียบ จู่ๆ ก็มีเสียงลมพัดวูบดังมาจากด้านหลัง ตามมาด้วยเสียงผู้หญิงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นดังก้องอยู่ข้างหู "ตาแก่ ยังกล้ากลับมาอีกเหรอ? ไม่กลัวว่าจะหนีไม่รอดอีกหรือไง?"

"ใครน่ะ?" หลิวชิงซงรีบกวาดสายตามองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง

อู๋ก็ล้วงเอาค้อนหน้าตาประหลาดออกมาถือไว้ในมือ

เมื่อเห็นเอลฟ์สาวสวยงดงามเดินออกมาจากกองขยะทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ ในมือขวาที่ขาวเนียนดุจหยกถือไม้คเท้าเวทที่เปล่งประกายแสงห้าสี อู๋ก็รีบเตือนหลิวชิงซงทันที "ระวังให้ดี! ยัยนี่คือนักเวทเอลฟ์จากเผ่าเอลฟ์ พลังของนางร้ายกาจมากเลยนะ"

"เหรอครับ?" หลิวชิงซงขมวดคิ้ว

ไม่รู้ทำไม เขาไม่รู้สึกถึงเจตนาร้ายจากนักเวทเอลฟ์คนนี้เลย ในทางกลับกัน ลูกแก้วบัญชาวารีบนหว่างคิ้วของเขากลับมีปฏิกิริยาตอบสนองกับไม้เท้าเวทในมือของนักเวทเอลฟ์คนนั้นด้วย

"นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?" หลิวชิงซงประหลาดใจเป็นอย่างมาก

ตอนนี้นักเวทเอลฟ์เองก็มีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน เธอจ้องมองหลิวชิงซงตั้งแต่หัวจรดเท้า "บนตัวท่านมีลูกแก้วบัญชาวารีงั้นเหรอ?"

"ใช่ครับ" หลิวชิงซงไม่ปฏิเสธ

ก็ในเมื่อมันมีปฏิกิริยาตอบสนองกับไม้เท้าเวทแล้วนี่นา จะให้ปกปิดก็คงปิดไม่มิดหรอก

"ถ้าอย่างนั้น... ท่านพอจะช่วยข้าสักเรื่องได้ไหม?" นักเวทเอลฟ์ลดไม้เท้าเวทลง แล้วเปลี่ยนท่าทีเป็นนอบน้อมขึ้นมาทันที

"ช่วยเรื่องอะไรครับ?" หลิวชิงซงถาม

"ตามข้ามาสิ" นักเวทเอลฟ์หันหลังเดินกลับเข้าไปในกองขยะที่สูงเสียดฟ้านั้น

หลิวชิงซงเพิ่งจะสังเกตเห็นว่า กองขยะขนาดมหึมากองนี้ถูกเผ่าเอลฟ์ดัดแปลงไปหมดแล้ว ภายนอกอาจจะดูเหมือนกองขยะธรรมดา แต่ภายในกลับเป็นโลกอีกใบหนึ่ง

อู๋ก็สังเกตเห็นเรื่องนี้เช่นกัน เขาจึงรีบเตือน "ชิงซง อย่าตามยัยนักเวทเอลฟ์นั่นไปนะ ระวังจะเป็นกับดัก"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมสัมผัสได้ว่าเธอไม่ได้คิดร้ายอะไร" พูดจบ หลิวชิงซงก็เดินตามเข้าไปในกองขยะขนาดยักษ์นั้น

อู๋ไม่มีทางเลือก ทำได้เพียงเดินตามเข้าไปด้วย

วูบ~! วูบ~~!

หลังจากทั้งสองคนเดินทะลุม่านพลังเข้าไป ก็พบกับทะเลทรายที่กว้างใหญ่ไพศาลสุดลูกหูลูกตา

ท่ามกลางทะเลทรายมีฝุ่นทรายปลิวว่อน มองไปทางไหนก็เห็นแต่เม็ดทรายสีเหลืองทอง

ในแอ่งกระทะทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีโอเอซิสเล็กๆ แห่งหนึ่งตั้งอยู่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเผ่าเอลฟ์นั่นเอง

แต่รอบๆ โอเอซิสนั้นกลับเต็มไปด้วยโครงกระดูกของเอลฟ์ บางจุดกองสุมกันสูงถึงห้าหกเมตรเลยทีเดียว

เมื่อนักเวทเอลฟ์เห็นว่าหลิวชิงซงเดินตามเข้ามาแล้ว เธอจึงหันกลับมาพูดด้วยสีหน้าอมทุกข์ว่า "เผ่าเอลฟ์ของเราพลัดหลงเข้ามาในลานขยะหมื่นภพเมื่อแปดพันกว่าปีก่อนเพราะอุบัติเหตุ และเราก็สร้างถิ่นฐานอาศัยอยู่ที่นี่ แต่ตั้งแต่เกิดภัยพิบัติเมื่อสามร้อยกว่าปีก่อน แหล่งน้ำของเราก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ตอนนี้แหล่งน้ำแหล่งสุดท้ายกำลังจะแห้งขอดลงแล้ว"

"ในเมื่อท่านครอบครองลูกแก้วบัญชาวารี คงสามารถช่วยเผ่าเอลฟ์ของเราหาแหล่งน้ำได้แน่"

"ขอเพียงท่านยินดีช่วย ข้าจะยอมตอบแทนท่านทุกอย่าง แม้กระทั่งยอมมอบตัวเป็นข้ารับใช้ หรือยอมเป็นภรรยาของท่านก็ตาม"

……

——

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 480 - คุณน้าดีที่สุดเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว