เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 605 ช่วงสิ้นปี

บทที่ 605 ช่วงสิ้นปี

บทที่ 605 ช่วงสิ้นปี


"ดูทำตัวเข้าสิ ขายหน้าไปถึงฮวาเฉิงแล้ว!"

บนเตียง เฉินเจียฟางนั่งกึ่งนอนโดยมีผ้าห่มคลุมท่อนล่างไว้ ในมือยังถือโทรศัพท์มือถืออยู่ พอวางสายเสร็จก็เริ่มต่อว่าอี้ติ้งก้านทันที "คุณโทรหาลูก พ่อแม่ แล้วก็เจียจื้อน่ะฉันพอเข้าใจ แต่ทำไมต้องโทรหาชีหย่งเฟิงกับอ้าวเต๋อไห่ด้วยล่ะ? แค่ออกทีวีต้องทำขนาดนี้เลยเหรอ? ไม่ใช่ครั้งแรกซะหน่อย! วันๆ คิดแต่จะโอ้อวด!"

"ผมก็แค่คิดว่าใกล้จะถึงตรุษจีนแล้ว เลยอยากสานสัมพันธ์กันหน่อยไง"

"ต้องให้คุณมาทำตัวอวดเก่งด้วยเหรอ"

"คุณไม่เข้าใจหรอก"

"ทำไมฉันจะไม่เข้าใจ?"

"ถ้าคุณเข้าใจ คุณก็คงได้เป็นผู้จัดการฟาร์มหมื่นหมู่ไปแล้วล่ะ"

ตอนที่เฉินเจียฟางกำลังคุยโทรศัพท์ อี้ติ้งก้านกำลังแช่เท้าในน้ำร้อนอยู่ พอแช่เสร็จและเช็ดเท้าเรียบร้อย เขาก็รีบปีนขึ้นเตียงแล้วมุดเข้าไปในที่อุ่นๆ ใต้ผ้าห่ม "ตัวเย็นเฉียบเลย อย่ามาแตะตัวฉันนะ!"

"นอนสักพักก็อุ่นแล้วน่า"

อากาศที่เจียอีเริ่มอุ่นขึ้นแล้ว แต่อุณหภูมิตอนกลางคืนยังค่อนข้างต่ำอยู่

เมื่อตื่นขึ้นมา ตลาดผักก็ยังคงถูกปกคลุมไปด้วยหมอกสีขาวหนาทึบ

มีพนักงานระดับจัดการที่ตื่นเช้าเดินกลับมาจากในสายหมอก อี้ติ้งก้านมองเห็นชัดเจนว่าเป็นเจี่ยนสุยเฟิง ฮั่วเหลียนหยุน และหลินเจิ้งหงทั้งสามคน

"เหล่าหลิน มีน้ำค้างแข็งหรือเปล่า?"

"ไม่มีครับ ปลอดภัยหายห่วง อุณหภูมิกำลังสูงขึ้น ผักรอบนี้เก็บเกี่ยวได้อย่างปลอดภัยแน่นอน"

ฤดูกาลนี้หลินเจิ้งหงปลูกบรอกโคลี เขาเอ่ยชมว่า "สายพันธุ์นี้ยอดเยี่ยมจริงๆ ทนต่ออุณหภูมิต่ำได้ด้วย"

อี้ติ้งก้านกล่าวว่า "แน่นอนอยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นคนญี่ปุ่นคงไม่กล้าขายแพงขนาดนั้นหรอก!"

พูดตามตรง ทุกคนในเจียอีต่างก็ยอมรับในสายพันธุ์ทนหนาวดีเยี่ยมนี้มาก

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาก็ได้สัมผัสถึงความยอดเยี่ยมของมันด้วยตัวเอง แถมตอนนี้ก็กำลังทำเงินให้อยู่อีกด้วย

หลินเจิ้งหงถามว่า "ผู้จัดการอี้ วันนี้ยังต้องเร่งเก็บเกี่ยวเต็มกำลังอยู่ไหมครับ?"

"เก็บให้เต็มที่เลย!" อี้ติ้งก้านหัวเราะร่วน "ลูกค้าบรอกโคลีล็อตแรกได้รับของแล้ว เสียงตอบรับดีมาก ลูกค้าที่ฮ่องกงกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างก็สั่งออเดอร์เพิ่มกันหมดแล้ว!

แถมทางญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ก็เพิ่มออเดอร์มาด้วยเหมือนกัน ตลาดผักหมู่บ้านฝานหรงผลิตได้ไม่ทันความต้องการ ยังต้องพึ่งเจียอีคอยซัพพอร์ต บรอกโคลีราคาชั่งละเจ็ดแปดหยวน ตอนนี้แหละที่ต้องรีบเก็บเกี่ยวให้เร็วที่สุด

อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลตรุษจีนแล้ว เก็บเกี่ยวได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น!"

"ได้ครับ!" หลินเจิ้งหงตอบรับอย่างยินดี ก่อนจะหันไปมองเจี่ยนสุยเฟิงกับฮั่วเหลียนหยุนอย่างได้ใจ "ฮ่าฮ่า โชคชะตาหมุนเวียนเปลี่ยนผัน ในที่สุดรอบนี้ก็ถึงตาฉันแล้วโว้ย!"

เจี่ยนสุยเฟิงเบ้ปาก "จะปล่อยให้นายได้ใจไปก่อนก็แล้วกัน อย่าลืมสิว่าผักกาดก้านของพวกเราท่านผู้บริหารก็เป็นคนเจาะจงเลือกเองเหมือนกันนะ"

"ก็ถูกของนาย" ฮั่วเหลียนหยุนเสริม "คุณค่าของคำพูดศักดิ์สิทธิ์จากท่านผู้บริหารน่ะ พวกเราเข้าใจดีกว่านายซะอีก"

"เอาล่ะๆ เถียงกันไปก็ไม่มีประโยชน์" อี้ติ้งก้านเอ่ยขัด "ไปกินข้าวเช้ากันได้แล้ว กินเสร็จก็รีบไปเก็บผัก!"

หลังอาหารเช้า กลุ่มคนงานที่เดินมากันเป็นฝูงใหญ่จากทั่วทุกสารทิศ ต่างก็หยิบตะกร้าใส่ผักแล้ววิ่งลงไปในแปลงนา เป็นภาพที่ดูยิ่งใหญ่อลังการมาก

นอกจากบรอกโคลีแล้ว ที่เจียอียังมีผักกาดหอม ผักกาดขาวเหลือง และผักอื่นๆ ที่เตรียมจัดส่งไปยังตลาดทางภาคเหนือด้วย

และหลังจากคนงานลงไปในแปลงผักกันหมดแล้ว อี้ติ้งก้านถึงได้ไปเดินตรวจตราแปลงผักที่เจี่ยนสุยเฟิงและฮั่วเหลียนหยุนเป็นคนดูแล

เขาตรวจสอบพื้นที่เพาะปลูกผักกาดก้านอย่างละเอียด

"ยังดีนะที่สองคนนี้ยังพอรู้ขอบเขตอยู่บ้าง"

ต้นหอมซอยของเจี่ยนสุยเฟิงและฮั่วเหลียนหยุนเริ่มถอนกันตั้งแต่ช่วงวันขึ้นปีใหม่สากล ผ่านไปไม่กี่วันก็มีข่าวเรื่องผักกาดก้านออกมา

เจี่ยนและฮั่วทั้งสองคนตัดสินใจเด็ดขาดมาก รีบมาหาเขาเพื่อขอใช้ที่ดินที่เพิ่งไถพรวนเสร็จในการเพาะปลูกผักกาดก้านทันที

ซึ่งความจริงแล้วเรื่องนี้ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์การขายผักฤดูหนาวไปทางภาคเหนือเลย

แต่ก็ไม่มีใครเข้าใจเจียจื้อได้ดีไปกว่าเขาแล้ว

ตั้งแต่เริ่มทำธุรกิจมา ในเรื่องของการเก็งกำไรตลาด ยังไม่เคยมีครั้งไหนที่พลาดเลย ทุกครั้งล้วนเข้าเป้าอย่างแม่นยำ

ดังนั้นอี้ติ้งก้านจึงเห็นด้วยกับความคิดของเจี่ยนและฮั่ว ให้ปลูกผักกาดก้าน

เพียงแต่เขาก็แอบกังวลว่าจะปลูกมากเกินไป

อี้ติ้งก้านเดินไปตามแปลงผักกาดก้านที่ทอดยาวติดกันเป็นผืน ผักกาดก้านในแต่ละแปลงมีขนาดไม่เท่ากัน

ล็อตแรกสุดคือเมล็ดที่หว่านไปเมื่อประมาณวันที่ 8 มกราคม ตอนนั้นอุณหภูมิที่เจียอีกำลังต่ำ ถึงแม้จะเร่งการงอกแล้ว แต่ผักกาดก้านก็ยังงอกช้าอยู่ดี ตอนนี้ผ่านมา 20 กว่าวันแล้ว ก็ยังโตได้ไม่มากนัก

"ที่เจียจื้อบอกว่าภูมิภาคจีนตอนใต้เริ่มย้ายต้นกล้าวันที่ 15 มกราคม อย่างตลาดผักเจียงซินก็ยังมีโรงเรือนทรงโค้งขนาดเล็กสำหรับเก็บความอบอุ่น ผักกาดก้านก็อาจจะตัวไล่เลี่ยกัน" พอคิดได้ดังนี้ อี้ติ้งก้านก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาโทรหากัวหม่านชางอีกครั้ง

"เหล่ากัว ช่วงนี้เหอลี่หว่านเมล็ดผักกาดก้านวันละเท่าไหร่?"

"ประมาณ 20 หมู่ครับ"

"ก็ถือว่าไม่เยอะนะ" อี้ติ้งก้านเลิกคิ้วขึ้น ก่อนจะพูดว่า "เหล่ากัว ท่านผู้บริหารมองเห็นศักยภาพของผักกาดก้านนะ นายควรจะลงมือให้หนักกว่านี้สิ!"

กัวหม่านชางกล่าว "ผักกาดก้าน 20 หมู่ก็ไม่น้อยแล้วนะครับ หว่านต่อเนื่องกันหนึ่งเดือน ก็ได้พื้นที่ตั้ง 600 หมู่แล้ว"

"แต่เหอลี่มีตั้ง 5,000 หมู่นะ นายดูเจียอีของพวกเราสิว่าเก็งกำไรกันยังไง พื้นที่หมื่นหมู่ พวกเรากล้าปลูกตั้งเจ็ดพันหมู่เลยนะ!"

กัวหม่านชางตอบ "แนวทางของเราไม่เหมือนกันครับ ทุกปีพวกเรายังต้องปลูกพืชหมุนเวียนอีก 3-4 พันหมู่ ปีนี้ก็เหมือนกัน ทั้งฟักเขียว ฟักทอง แล้วก็ต้นกล้าบวบกำลังเพาะกล้าอยู่ ในคู่มือการปลูกล่าสุดน่าจะอัปเดตแล้วล่ะ ต่อไปเหอลี่จะต้องเปลี่ยนไปใช้รูปแบบการปลูกปีละสามรอบ ส่วนการปลูกผักกวางตุ้งกับผักกาดก้านทั่วไปก็จะถูกย้ายออกไปปลูกข้างนอกแทน"

"อ้อ"

"เหอลี่เองก็ไม่แย่นะครับ ปีนี้ราคาผักกวางตุ้งฉือทำราคาได้ดีมาก คนอื่นขายกันหยวนกว่าๆ แต่พวกเราขายได้สามสี่หยวน ดังนั้นแนวทางมันถึงต่างกันไงครับ"

"เข้าใจแล้ว งั้นแค่นี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันไปคุยกับคนอื่นต่อ"

"ได้ครับ"

จากนั้นอี้ติ้งก้านก็ติดต่อไปหาเซี่ยเวิ่นเหลียงและเฉียนหัว

ในสายตาของเขา ปริมาณการหว่านเมล็ดผักกาดก้านของตลาดผักเจียงซินและตลาดผักเลียนโจวก็ดูจะเพลย์เซฟไปหน่อย

ไม่เข้าใจคุณค่าของคำพูดศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกเอ่ยออกมาเลยหรือไง?!

'หรือว่าเจียอีจะหว่านผักกาดก้านเพิ่มอีกสักหน่อยดี?'

'เวรเอ๊ย อยากทำก็ต้องทำเลยสิ!'

อี้ติ้งก้านรีบไปหาเจี่ยนและฮั่วที่กำลังช่วยเก็บเกี่ยวบรอกโคลีอยู่ทันที เขาพูดกำชับทั้งสองคนอย่างจริงจัง จนทำให้ทั้งคู่รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเช่นกัน ดูบรอกโคลีสองพันหมู่ที่อยู่ตรงหน้านี่สิ ขายได้ตั้งชั่งละเจ็ดแปดหยวนเชียวนะ!

นี่แหละคือคุณค่าที่ท่านผู้บริหารเป็นคนเจาะจงเลือกให้!

เฉินเจียจื้อไม่รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในเจียอีเลยแม้แต่น้อย

เมื่อใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีน เค่อพู่เซียนเซิงนอกจากจะเร่งเก็บเกี่ยวและจัดจำหน่ายบรอกโคลีแล้ว

ผักกวางตุ้งฉือและผักกาดก้านไก่เองก็ไม่ได้ถูกทอดทิ้งเช่นกัน

ทุกเช้าที่เฉินเจียจื้อไปถึงบริษัท บนรายงานงบการเงินก็จะมีตัวเลขห้าหกล้านหยวนเพิ่มขึ้นมาอย่างเรียบง่ายเสมอ

ล่วงเลยมาจนถึงวันที่ 2 กุมภาพันธ์ อีกเพียงสองวันหรือก็คือวันที่ 4 กุมภาพันธ์ก็จะเป็นวันส่งท้ายปีเก่า และในขณะเดียวกันก็เป็นวันเริ่มต้นฤดูใบไม้ผลิด้วย

ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่าง เฉินเจียจื้อก็คลำทางลุกขึ้นจากเตียงและแต่งตัว

หลี่ซิ่วลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย "เจียจื้อ จะออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าตรู่เลยเหรอ?"

"อืม~ วันนี้ตลาดต้องเตรียมสต็อกสินค้าน่ะ"

เฉินเจียจื้อตอบกลับเสียงเบา "คุณนอนต่ออีกสักพักเถอะ เมื่อคืนคังคังกวนจนดึกเลยนี่นา"

นอกจากเวลาที่เล่นด้วยกันแล้ว เขาก็แทบไม่ได้ช่วยเลี้ยงลูกในชีวิตประจำวันเลย ส่วนใหญ่ก็ยกให้หลี่ซิ่วเป็นคนจัดการ

ล้างหน้าเสร็จ เฉินเจียจื้อก็เดินลงไปชั้นล่าง เอี๋ยนชงก็สตาร์ทรถรออยู่ก่อนแล้ว

เมื่อไปถึงบริษัท แผนกธุรกิจต่างก็ยุ่งกันจนหัวหมุน

ช่วงใกล้เทศกาลตรุษจีน การจัดส่ง การขายผัก และอื่นๆ ก็ไม่มีข้อจำกัดเรื่องเวลาที่เข้มงวดอีกต่อไปแล้ว

เอาตามที่สะดวกได้เลย

ภัตตาคารและโรงแรมขนาดใหญ่บางแห่ง จะเตรียมผักสำรองไว้สำหรับหลายๆ วันในคราวเดียว ซึ่งนี่ก็ทำให้ปริมาณการจัดส่งเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีฝ่ายจัดซื้อบางคนที่เริ่มออกกวาดซื้อผักตามตลาดตั้งแต่ช่วงกลางวันอีกด้วย

สำหรับพ่อค้าแม่ค้าก็เช่นกัน ส่วนใหญ่แล้ววันนี้ก็จะหยุดงานกันแล้ว มีเพียงพ่อค้าส่งผักส่วนน้อยเท่านั้นที่จะยังคงยืนหยัดขายไปจนถึงเช้ามืดวันพรุ่งนี้

หลี่ไฉกับเฉินเจิ้งซวี่เองก็ยังคงอยู่ที่บริษัท

เฉินเจียจื้อเรียกทั้งสองคนมาหา "ยังมีเรื่องสำคัญอะไรที่ยังไม่ได้ทำอีกไหม ส่งมาให้ผมจัดการเถอะ แล้วตอนเย็นพวกคุณค่อยมาใหม่"

เฉินเจิ้งซวี่กล่าว "เยว่ห่วงนอกจากปริมาณการจัดส่งจะเยอะแล้ว เรื่องอื่นก็ไม่ค่อยมีอะไรมากครับ หลักๆ คือต้องมั่นใจว่าผักจะส่งไปถึงตรงเวลา"

"ที่แผงขายก็คล้ายๆ กันครับ ขอแค่ผักมาส่งตรงเวลา พนักงานขายก็จัดการได้หมด ตอนเย็นนอกจากจะมาเก็บกวาดแล้ว ก็ไม่มีเรื่องอะไรให้ทำหรอกครับ" หลี่ไฉคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะแล้วพูดว่า "ท่านผู้บริหารครับ คุณไปคิดดีกว่าว่าหลังจบผักกาดก้านแล้วควรจะปลูกผักอะไรต่อดี!"

เฉินเจิ้งซวี่อมยิ้ม "ที่ผู้จัดการไฉพูดก็มีเหตุผลนะครับ เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่างการขายผัก ไม่จำเป็นต้องให้คุณออกโรงเองหรอก ท่านผู้บริหารเป็นคนคอยกุมบังเหียนจะดีกว่า"

เฉินเจียจื้อโบกมือไล่ทั้งสองคนอย่างจนใจ

บริษัทกำลังยุ่งวุ่นวายแท้ๆ แต่เขากลับไม่มีความรู้สึกมีส่วนร่วมเลย ได้แต่นั่งเผชิญหน้ากับตัวเลขที่เย็นชา

ต่อให้จะทำเงินได้ไม่น้อย แต่พอมองทุกวันมันก็มีเบื่อกันบ้าง

"น่าเบื่อจัง ยังคงคิดถึงช่วงเวลาที่ได้เป็นแค่ชาวสวนผักธรรมดาๆ แฮะ"

เฉินเจียจื้อวางรายงานงบการเงินลง ชงชาดื่มครู่หนึ่ง แล้วก็พรวนดินให้กับต้นศุภโชค

"ตอนเย็นไปเดินตลาดเล่นดีกว่า เผื่อจะเห็นโอกาสอะไรใหม่ๆ"

ดื่มชา จัดการงาน เล่นอินเทอร์เน็ต อ่านหนังสือ นอนหลับ วันหนึ่งที่เรียบง่ายผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

ยามค่ำคืนมาเยือน

หลี่ไฉมาถึงบริษัท หลังจากรับทราบการจัดการงานแล้วก็เตรียมตัวไปตลาด เฉินเจียจื้อเดินตามออกมา

"ท่านผู้บริหาร คุณก็จะไปด้วยเหรอครับ? ไม่กลับบ้านเหรอ?"

"ผมกลับไปมาแล้ว กินข้าวเย็นเสร็จถึงได้มาที่นี่อีกไง"

เฉินเจียจื้อขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว "ไปเถอะ ไปดูที่ตลาดกันว่าพอจะมีโอกาสอะไรบ้างไหม"

หลี่ไฉหัวเราะ "ถ้าเจอสถานการณ์อย่างวันนี้ แล้วท่านผู้บริหารยังมองแนวโน้มตลาดออกอีก นั่นก็ถือว่าสุดยอดไปเลยล่ะครับ!"

เทศกาลตรุษจีนด้านหนึ่งก็มีความต้องการในการเตรียมสต็อกสินค้า ในขณะเดียวกันก็ยังมีพ่อค้าแม่ค้าที่หยุดงานล่วงหน้า สถานการณ์มีความซับซ้อนมาก การจะค้นหาสายพันธุ์ผักที่มีโอกาสทำกำไรจากผักมากมายหลากหลายชนิดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย

เฉินเจียจื้อหัวเราะร่วน "ก็ต้องพึ่งดวงดูน่ะสิ เผื่อบังเอิญวันนี้จะเจอเข้าไงล่ะ?"

"ก็ได้ครับ"

หลี่ไฉขับรถมุ่งตรงไปยังตลาดเจียงหนาน

เฉินเจียจื้อเอ่ยถามขึ้น "เรื่องควบรวมปรับปรุงตลาดมีข่าวคราวอะไรบ้างไหม?"

หลี่ไฉส่ายหน้า "ฝั่งนึงเป็นรัฐวิสาหกิจ ส่วนอีกฝั่งเป็นบริษัทเอกชน คงต้องยืดเยื้อเถียงกันไปอีกนานเลยล่ะครับ คาดว่าปีนี้ก็คงจะยาก"

เฉินเจียจื้อนิ่งเงียบไป เมื่อถึงหน้าประตูทางเข้าตลาด เขาก็ส่งสัญญาณให้หยุดรถ แล้วเดินไปยังตลาดเยว่ซิ่ว

เหลือเวลาอีกเพียงวันกว่าๆ ก็จะถึงวันส่งท้ายปีเก่า พ่อค้าปลีกส่วนใหญ่ก็แทบจะไม่มารับของกันแล้ว พ่อค้าแม่ค้าที่ยังคงเปิดร้านอยู่ก็ลดน้อยลงไปมาก

แผงขายที่ยังเปิดอยู่ ถ้าไม่ใช่แผงขายที่มีศักยภาพ ก็จะเป็นพวกที่มีช่องทางลูกค้าเฉพาะกลุ่มของตัวเอง แผงขายประเภทนี้มีค่อนข้างน้อย และเค่อพู่เซียนเซิงก็ถือว่าโดดเด่นที่สุดในหมู่พวกเขา

ส่วนอีกประเภทหนึ่งก็คือ พวกที่มีผักเน่าเสียตกค้างอยู่ในตลาด ขายเป็นของค้างสต็อกแต่ก็ยังระบายออกไปไม่ทัน

และประเภทหลังนี่แหละที่เป็นเป้าหมายของเฉินเจียจื้อ

ผักที่ตกค้างล้นตลาดในปีนี้ อาจจะกลายเป็นโอกาสทองในฤดูกาลหน้า หรือในช่วงเวลาเดียวกันของปีหน้าก็ได้

ตรรกะนี้อาจจะใช้ไม่ได้ผลในอนาคต แต่สำหรับตอนนี้ โอกาสที่จะตัดสินใจได้ถูกต้องนั้นมีสูงมาก

"ขึ้นฉ่าย... เอ๊ะ ไม่ได้สิ ตลาดขึ้นฉ่ายตกต่ำอย่างหนักก็น่าจะเป็นช่วงหนึ่งถึงสองปีนี้นี่แหละ ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงหรอก"

ออเดอร์ขึ้นฉ่ายจากทงไห่รอบนี้ พวกชาวสวนน่ะได้รับการรับประกัน แต่เค่อพู่เซียนเซิงกลับไม่ได้กำไรเลย

รอบต่อไปจะรับออเดอร์ขึ้นฉ่ายมาทำไม่ได้อีกแล้ว

"มันฝรั่ง หัวไชเท้า ก็มีมาตลอดนั่นแหละ เพียงแต่รับของมามากเกินไปหน่อย"

"ต้นกระเทียมก็ไม่ได้ขายดีขนาดนั้น"

"ผักกวางตุ้งฉือ... ก็ยังมีอยู่แฮะ"

จำนวนร้านค้ามีไม่มากนัก เฉินเจียจื้อจึงเดินดูได้อย่างรวดเร็ว เขาจดจำสถานการณ์ของสินค้าค้างสต็อกตามแผงต่างๆ เอาไว้ในใจ เพียงไม่นาน เขาก็เดินมาถึงทางเดินที่แผงขายของตัวเองตั้งอยู่ ที่บริเวณทางแยก แผงขายของตงอวี้ก็ยังคงเปิดอยู่เช่นกัน

เฉินเจียจื้อเห็นชวีจิ่งไท่กำลังยืนกระซิบกระซาบอะไรบางอย่างอยู่กับหยางเจี้ยนจุนของตงอวี้

เขาจึงส่งเสียงทักทายออกไป "ผู้จัดการชวี ผู้จัดการหยาง ช่วงปีใหม่แบบนี้กำลังวางแผนลับอะไรกันอยู่อีกล่ะ?"

ชวีจิ่งไท่ที่ยืนหันหลังให้เฉินเจียจื้อสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ ส่วนหยางเจี้ยนจุนก็สีหน้าเปลี่ยนไปเช่นกัน

ชวีจิ่งไท่หันหน้ากลับมาแล้วพูดว่า "ผู้จัดการเฉินล้อเล่นแล้ว ผมกับผู้จัดการหยางก็แค่คุยกันเรื่อยเปื่อย คุยกันเรื่อยเปื่อยเท่านั้นเอง"

เฉินเจียจื้อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง แต่ก็ไม่สะดวกที่จะซักไซ้ให้มากความ เขาจึงเดินตรงผ่านไป

ชวีจิ่งไท่ถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะหันกลับมาแล้วกดเสียงต่ำ "ผู้จัดการหยาง ถ้าคุณไม่ยอมแบ่งเมล็ดพันธุ์ผักกาดก้านใบหลิวในที่ดินส่วนตัวของคุณมาให้ผมบ้างล่ะก็ ตอนนี้ผมจะไปบอกเฉินเจียจื้อเดี๋ยวนี้เลย!"

จบบทที่ บทที่ 605 ช่วงสิ้นปี

คัดลอกลิงก์แล้ว