เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 575 ปรับตัวสูงขึ้น

บทที่ 575 ปรับตัวสูงขึ้น

บทที่ 575 ปรับตัวสูงขึ้น


"ผักชีมี คื่นช่ายก็มี ผักกาดเขียวก้านไม่มีปัญหา ต้นอ่อนผักกาดเขียวก็มี พริกหวานมี... อืม ผักที่คุณต้องการเรามีหมด เถ้าแก่ คุณต้องการเท่าไหร่คะ?"

"เชี่ยเอ๊ย ยังไงเค่อพู่เซียนเซิงของพวกคุณก็พึ่งพาได้จริงๆ!"

คนที่โทรมาเป็นฝ่ายจัดซื้อของพื้นที่แห่งหนึ่ง จากนั้นเขาก็บอกรายชื่อผักมายาวเหยียด

เวิ่นหรงที่รับสายอยู่ ก็พิมพ์ตัวเลขลงในตารางบนคอมพิวเตอร์ทีละตัว

เฉินเจียจื้อเดินผ่านมา พอเห็นเธอจดเสร็จ จึงเอ่ยขึ้น "ใช้คอมพิวเตอร์เก่งขึ้นนะ พิมพ์เร็วมากเลย"

"เถ้าแก่" เวิ่นหรงเพิ่งสังเกตเห็นว่าเฉินเจียจื้อมาแล้ว เธอหันหน้าไปพูดว่า "ไม่เร็วก็ไม่ได้หรอกค่ะ โทรศัพท์สายเข้าติดๆ กันเลย นี่ไงคะ มาอีกแล้ว"

"ลำบากหน่อยนะ ทำงานต่อเถอะ"

เวิ่นหรงรับสายโทรศัพท์อีกครั้ง พร้อมกับพูดด้วยประโยคคล้ายๆ กัน ภายในออฟฟิศก็มีพนักงานอีกหลายคนที่กำลังรับสายโทรศัพท์เหมือนกับเธอ

เฉินเจียจื้อเดินไปที่ออฟฟิศของเฉินเจิ้งซวี่ที่อยู่ห้องข้างๆ ซึ่งเขาก็กำลังคุยโทรศัพท์อยู่เช่นกัน

คนที่คุยกับเขาน่าจะเป็นโจวเสี่ยวหมาที่เซนเฉิง ดูเหมือนว่าออเดอร์ทางเซนเฉิงจะเพิ่มขึ้นเร็วเกินไป รถส่งของไม่พอใช้ เลยอยากให้ทางฮวาเฉิงจัดสรรรถไปช่วย แต่รถของฮวาเฉิงนอกจากจะต้องส่งให้ภัตตาคารและโรงแรมแล้ว บางครั้งยังต้องไปส่งให้ลูกค้าเก่าอีก รถจึงไม่พอใช้เหมือนกัน

เฉินเจียจื้อยืนฟังอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดแทรกขึ้น "บอกเสี่ยวหมาให้รอแป๊บ เดี๋ยวฉันจะลองโทรไปถามดูว่า พอจะขอยืมรถส่งของอีเวโก้ (Iveco) ของเยว่ห่วงกรุ๊ปมาใช้ก่อนได้ไหม"

เฉินเจิ้งซวี่ประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะพูดทวนให้โจวเสี่ยวหมาฟัง หลังจากวางสายแล้ว เขาก็เอ่ยอย่างลังเลว่า "รถของเยว่ห่วงกรุ๊ปก็เหมือนจะใช้อยู่นะ สองวันนี้ผมเห็นรถพวกเขาจอดอยู่ตรงแผงแล้วก็นอกตลาดอยู่เลย"

"แผง?"

"ใช่ครับ ตอนนี้พวกเขาไม่ปิดบังเลย ขับรถส่งของมารับผักที่แผงตรงๆ เลย"

ปัจจุบันการเข้าซื้อกิจการเยว่ห่วงกรุ๊ปของเค่อพู่เซียนเซิงยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เหตุผลข้อแรกคือ สินทรัพย์ของเยว่ห่วงกรุ๊ปยังต้องประเมินราคา ข้อสองคือ ตรงกับช่วงวันหยุดวันชาติพอดี

แต่เจตจำนงของทั้งสองฝ่ายก็ตกลงกันไว้ชัดเจนแล้ว

เฉินเจียจื้อยิ้มแล้วพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นก็ยิ่งต้องถามเลย พวกโรงเรียนกับหน่วยงานราชการส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่หยุดยาวช่วงวันชาติ สเกลการจัดส่งผักของเยว่ห่วงกรุ๊ปจะต้องได้รับผลกระทบแน่นอน"

"ก็จริงครับ"

ให้เฉินเจิ้งซวี่เป็นคนโทรไปถามคงไม่เหมาะสมเท่าไหร่

เฉินเจียจื้อหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา ลังเลอยู่ที่เบอร์ของเจิงป๋อเหวินครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนผ่านแล้วกดโทรหาหลีจื่อหลิว

"ไม่มีปัญหาครับเถ้าแก่เฉิน เดี๋ยวผมจัดการให้คนเอารถไปส่งให้เดี๋ยวนี้เลย"

"งั้นก็รบกวนประธานหลีแล้วครับ ขอให้มีความสุขในวันชาตินะครับ"

"ฮ่าฮ่า ขอให้คุณทำมาค้าขึ้นเหมือนกัน" หลีจื่อหลิวหัวเราะแล้วพูดต่อ "เดี๋ยวนะ คุณถึงขั้นต้องมายืมรถแบบนี้ ธุรกิจต้องกำลังไปได้สวยมากๆ แน่เลย"

"สมพรปากครับ ก็ถือว่าใช้ได้อยู่"

"ถ้าอย่างนั้นผมก็เบาใจแล้ว การตัดสินใจมอบเยว่ห่วงกรุ๊ปให้คุณเป็นทางเลือกที่ถูกต้องจริงๆ" หลีจื่อหลิวพูด "เดี๋ยวผมไปจัดการเรื่องรถให้ก่อนนะ เถ้าแก่เฉิน ไว้วันหลังไปตีกอล์ฟด้วยกันอีกนะ"

"ตราบใดที่คุณไม่รังเกียจที่บุคลิกของผมตามไม่ทัน ผมก็ไม่มีปัญหาแน่นอนครับ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า... บุคลิกแบบนี้เดี๋ยวสักวันก็ปรับตัวได้เองแหละ"

เมื่อนึกถึงตอนที่เฉินเจียจื้อพูดจิกกัดตัวเองว่า 'ยังสลัดคราบชาวสวนไม่ได้' หลีจื่อหลิวก็อารมณ์ดีขึ้นมา

จากนั้น หลีจื่อหลิวก็ติดต่อไปหาเจิงป๋อเหวิน ผู้จัดการใหญ่ของเยว่ห่วงกรุ๊ป เพื่อให้จัดการส่งรถไป

ในเวลานี้ รถส่งของของเยว่ห่วงกรุ๊ปก็ยังคงติดโลโก้ของเยว่ห่วงกรุ๊ปอยู่

ช่วงวันชาติคนเยอะ ถือโอกาสโปรโมทไปในตัวก็ดีเหมือนกัน

"ได้ครับท่านประธาน เดี๋ยวผมจะรีบให้คนเอารถไปส่งให้เดี๋ยวนี้เลย"

"อืม ช่วงนี้เค่อพู่เซียนเซิงมีผักเยอะไหม?"

"ช่วงไม่กี่วันก่อนผักในตลาดก็มีเยอะอยู่ครับ แต่พอมาถึงวันนี้ มีแค่เค่อพู่เซียนเซิงเจ้าเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่ได้ แถมยังมีผักหลากหลายชนิด แล้วก็ปริมาณเยอะมากด้วย"

"ดูท่าเยว่ห่วงกรุ๊ปก็คงเอาผักมาจากเค่อพู่เซียนเซิงเยอะเหมือนกันสินะ"

อีกด้านหนึ่ง หลังจากเฉินเจียจื้อคุยกับหลีจื่อหลิวเสร็จ เขาก็คุยเรื่องงานกับเฉินเจิ้งซวี่ต่ออีกครู่หนึ่ง จากนั้นเฉินเจิ้งซวี่ก็ได้รับโทรศัพท์จากฟางฉงโจวแห่งเยว่ห่วงกรุ๊ป ว่าเตรียมจะให้เค่อพู่เซียนเซิงยืมรถอีเวโก้ 20 คันรวดเดียว ซึ่งรถแต่ละคันก็สามารถบรรทุกของได้มากกว่ารถตู้ขนาดเล็กทั่วไปมากนัก

เฉินเจิ้งซวี่จึงรีบไปจัดการรับช่วงต่อทันที

เฉินเจียจื้อเดินตรวจตราไปรอบๆ บริษัทต่อ ระหว่างเดินผ่านแผนกการตลาด มีเสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะดังขึ้นแต่ไม่มีคนรับสาย เขาจึงหยิบขึ้นมารับ

"ฮัลโหล สวัสดีครับ ที่นี่เค่อพู่เซียนเซิง"

"อ้อ สวัสดีครับ ผมจะขอซื้อผักจากถังจิ้ง เค่อพู่เซียนเซิงยังมีผักเหลือเยอะไหม?"

"เยอะครับ คุณต้องการผักอะไรบอกผมมาได้เลยครับ เดี๋ยวผมจะไปบอกถังจิ้งให้"

"ผักเยอะก็ดีแล้วครับ" ปลายสายถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะพูดต่อ "ผมมาจากแผง 24 ตลาดรวมศูนย์โลจิสติกส์เหอผิงในจูไห่นะครับ อยากจะสั่งผักสักลอต เดี๋ยวคืนนี้ผมจะส่งรถไปรับของที่ตลาดเจียงหนาน รบกวนช่วยบอกให้ถังจิ้งจัดเตรียมของขึ้นรถให้หน่อยนะครับ ส่วนค่าผักของเมื่อไม่กี่วันก่อน ผมโอนให้ตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว"

"ได้ครับ คุณบอกรายการมาได้เลย"

ภายในออฟฟิศเสียงค่อนข้างดังจอแจ เฉินเจียจื้อต้องทวนสอบอีกสองรอบ ถึงจะจดรายละเอียดทั้งหมดลงไปได้

ในตอนนั้นเอง พนักงานขายที่ชื่อถังจิ้งก็ถือโทรศัพท์มือถือกลับมาที่โต๊ะทำงานพอดี

เฉินเจียจื้อจึงสั่งให้เขายืนยันรายการสินค้ากับพ่อค้าส่งจากจูไห่อีกครั้ง

ตลอดช่วงบ่าย ภายในบริษัทเต็มไปด้วยเสียงโทรศัพท์ดังไม่ขาดสาย ส่วนใหญ่ล้วนเป็นลูกค้าที่โทรมาสั่งผัก

จากนั้นเฉินเจียจื้อก็เดินไปที่แผนกการเงิน

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป การโอนเงินคืนจากตลาดต่างๆ ก็รวดเร็วขึ้น

อย่างเช่นเจียวเฮ่อซินจากตลาดเฉินจ้ายในเหอหนาน เจียงฮุยจากตลาดหูเจียเมี่ยวในซีอาน เพื่อเป็นการรับประกันว่าเค่อพู่เซียนเซิงจะจัดส่งสินค้าให้ตรงเวลาและครบตามจำนวน พวกเขาจึงโอนเงินมาให้ตั้งแต่เช้าตรู่ ส่วนเจ้าอื่นๆ ก็ไม่น้อยหน้า

ตอนที่เฉินเจียจื้อเข้ามาสอบถาม วันนี้บริษัทได้รับเงินโอนกลับมาแล้วกว่า 24 ล้านหยวน ส่วนเมื่อวานก็โอนกลับมาแล้วกว่า 10 ล้านหยวน

ในจำนวนนี้จะต้องหักแบ่งไปจ่ายให้กับฐานการผลิตตามออเดอร์อีกประมาณสิบถึงยี่สิบเปอร์เซ็นต์

และค่าขนส่งก็เป็นค่าใช้จ่ายก้อนโตเช่นกัน

นอกจากนี้ ตลาดอย่างซานเจี่ยวถังในอู่ฮั่น หรือตลาดหม่าหวังตุยในฉางซา ยังต้องจ่ายค่าการจัดการอีก 3% ของยอดขาย

ซึ่งในความเป็นจริงมันก็คือค่าคุ้มครองนั่นแหละ

ก่อนที่ตลาดไห่จี๋ซิงในฉางซาจะก่อตั้งขึ้น ตลาดหม่าหวังตุยถือเป็นตลาดค้าส่งผักและอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในหูหนานมาโดยตลอด เรื่องราวที่เกิดขึ้นในตลาดแห่งนั้นสามารถนำมาเขียนเป็นนิยายบันทึกยุทธภพได้เลย

ยกตัวอย่างเช่นพริกแห้งที่สต็อกไว้ลอตนี้ เค่อพู่เซียนเซิงส่งไปให้พ่อค้าส่งรายใหญ่ในตลาดหม่าหวังตุยที่ราคาประมาณ 9,000 หยวนต่อตัน หรือ 4.5 หยวนต่อชั่ง ในขณะที่ราคาพริกขี้หนูแห้งในตลาดหม่าหวังตุยตอนนี้พุ่งขึ้นไปถึง 10 หยวนต่อชั่งแล้ว

แถมหูหนานยังเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีการบริโภคพริกขี้หนูมากที่สุดอีกด้วย

เรื่องแบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติมากในตลาดหม่าหวังตุย พวกผักเครื่องเทศอย่างต้นหอมซอย ขิง หรือกระเทียม ล้วนถูกผูกขาดอยู่ในมือของคนเพียงไม่กี่กลุ่ม

อย่างไรก็ตาม เค่อพู่เซียนเซิงจะติดต่อซื้อขายกับพ่อค้าส่งรายใหญ่เท่านั้น ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเส้นสายภายในตลาด กำไรส่วนต่างตรงกลาง เค่อพู่เซียนเซิงจึงไม่สามารถหามาได้ การวิ่งรถไปส่งที่ตลาดหม่าหวังตุยก็ค่อนข้างมีความเสี่ยงสูง เพราะตามรายทางมีพวกมาเฟียคุมถนนอยู่เยอะ

กระทั่ง 20 กว่าปีให้หลัง ในวงการรถบรรทุกก็ยังมีคำกล่าวที่ว่า 'กินให้อิ่ม เติมน้ำมันให้เต็ม วิ่งบนทางด่วนหูหนานห้ามจอดพัก'

นอกจากการเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้น เฉินเจียจื้อก็ยังให้คำแนะนำกับเหอเฉียงไปว่า ร้านอาหารเจี่ยเม่ยข้างทางในกว่างซีอาจจะไม่ค่อยได้แวะ แต่ร้านอาหารข้างทางในหูหนานต้องแวะบ่อยๆ แค่ให้บุหรี่สักสองสามคอตตอน ก็พอจะเลี่ยงพวกมาเฟียคุมถนนได้แล้ว

งานขายในตลาดและงานจัดส่งสินค้าล้วนดำเนินไปอย่างร้อนแรง การโอนเงินกลับก็เป็นไปอย่างราบรื่น

เฉินเจียจื้อใช้เวลาก่อนเลิกงานในการจัดการเรื่องจ่ายเงินงวดต่อไป

เมื่อถึงเวลา พนักงานขายและพนักงานส่งของต่างก็รีบกินข้าวในโรงอาหารให้เสร็จ แล้วก็รีบกลับไปประจำการตามหน้าที่ของตัวเอง

ความมืดมิดค่อยๆ คืบคลานเข้าปกคลุมตลาดเจียงหนานอีกครั้ง

หลังจากนั่งอยู่ในออฟฟิศมาหนึ่งถึงสองชั่วโมง เฉินเจียจื้อก็เริ่มนั่งไม่ติด เขาตั้งใจจะไปเดินสูดอากาศที่ตลาดสักหน่อย

หลังจากลงมาชั้นล่าง เขาก็สังเกตเห็นว่านอกจากรถบรรทุกขนาดใหญ่แล้ว ด้านล่างก็ยังมีรถส่งของอีเวโก้ของเยว่ห่วงกรุ๊ปจอดอยู่อีกหลายคัน ภายในคลังคัดแยกสินค้าก็กำลังวุ่นวายอยู่ตลอดเวลา

"เถ้าแก่ จะไปตลาดเหรอครับ ผมไปส่งให้ไหม"

เฉินเจียจื้อเพิ่งจะเดินไปได้แค่ไม่กี่ก้าว ก็เห็นหลีเล่อขับรถอีเวโก้กำลังจะออกเดินทางพอดี

"วันนี้ในตลาดรถไม่ติดเหรอ?"

"ไม่ติดครับ" หลีเล่อตอบ "วันนี้ผักในตลาดมีน้อยกว่าเมื่อสองวันก่อนเยอะเลย มีแค่พวกเราที่ผักเยอะที่สุด"

"งั้นฉันติดรถไปด้วยคน"

เฉินเจียจื้อเปิดประตูขึ้นรถ รถรุ่นอีเวโก้มีขนาดสูงและใหญ่กว่า ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นดีกว่า "รถคันนี้ดีกว่ารถพวกเราเยอะเลยนะ"

หลีเล่อพูดขึ้น "แต่ก็แพงเอาเรื่องนะครับ คันหนึ่งก็ปาไปยี่สิบกว่าแสนแล้ว"

เฉินเจียจื้อยิ้ม "รออีกสักพักมันก็เป็นของพวกเราแล้วล่ะ เดี๋ยวให้ผู้จัดการซวี่หารถให้สักคันสิ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นก็ดีเลยครับ"

คุยกันไปพลาง รถก็แล่นเข้ามาในตลาด

คืนนี้รถก็ไม่ได้ติดหนักจริงๆ รถที่เข้ามาส่งสินค้ามีน้อยกว่าเมื่อสองวันก่อนไปกว่าครึ่ง แต่ก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว

แต่รถที่เข้ามาซื้อผักและคนมาซื้อมีเยอะมาก รถอีเวโก้เลยต้องค่อยๆ ขับช้าๆ เข้าไปในตลาด

หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเจียจื้อก็เห็นเย่ช่านเจียงกับหวังฉีอยู่ที่ริมถนน เขาตะโกนเรียก "ประธานเย่ ผู้จัดการหวัง มาเดินตรวจตลาดเหรอครับ?"

"เถ้าแก่เฉิน" เย่ช่านเจียงหันไปมอง ก่อนจะเอ่ยถาม "วันนี้เค่อพู่เซียนเซิงก็มีผักเข้ามาไม่น้อยเลยนะ จะยังยืนระยะไปได้อีกกี่วันล่ะ?"

"อยู่ได้จนหมดช่วงวันชาติสบายๆ ครับ"

"เก่งมากเลยนะ" เย่ช่านเจียงถามต่อ "เถ้าแก่เฉินตั้งใจเตรียมตัวมาเพื่อช่วงวันชาติเลยเหรอ?"

"ใช่ครับ ผักของเค่อพู่เซียนเซิงในทุกช่วงวันหยุดเทศกาลจะเยอะกว่าปกติอยู่แล้วครับ"

"มันมากกว่าปกติไปเยอะเลยล่ะ ฉันได้ยินมาว่า ทางหูหนานกับหูเป่ยก็มีผักของพวกนายไปลงขายด้วยนี่"

"ฮ่าฮ่า โชคช่วยน่ะครับ"

เฉินเจียจื้อโบกมือลา ก่อนจะแยกย้ายกันไป

หวังฉียังคงมองรถอีเวโก้สลับไปมา "ประธานเย่ ทำไมเฉินเจียจื้อถึงไปนั่งรถของเยว่ห่วงกรุ๊ปล่ะครับ?"

"เยว่ห่วงกรุ๊ปกำลังจะขายให้เค่อพู่เซียนเซิงแล้วล่ะ"

"เอ๋? แต่เยว่ห่วงกรุ๊ปก็เป็นบริษัทที่คนคนนั้นก่อตั้งขึ้นมาไม่ใช่เหรอครับ"

"เสี่ยวเฉินจ่งเส้นสายใหญ่ไง ไม่งั้นนายคิดว่าทำไมเขาถึงรู้ล่วงหน้าว่าวันชาติจะได้หยุดยาวล่ะ?"

หวังฉีขมวดคิ้วแน่น พลางนึกถึงข่าวลือของเสี่ยวเฉินจ่ง เฉินกวนเย่คือคนที่สามารถติดต่อกับคนในแวดวงระดับสูงได้ตลอดเวลา

พอคิดแบบนี้ก็เข้าใจทะลุปรุโปร่งเลย

"มิน่าล่ะ ผมถึงรู้สึกว่าทำไมผักของพวกเขายิ่งขายก็ยิ่งเยอะ ที่แท้ก็เตรียมตัวมาแต่เนิ่นๆ นี่เอง"

"อืม"

ทั้งสองคนเดินจากเจียงหนานมาจนถึงเยว่ซิ่ว ผักของเค่อพู่เซียนเซิงก็ยังคงมีจำนวนเยอะอยู่

หวังฉีเกาหัวพลางพูดว่า "ประธานเย่ ถ้าเรารวมกับเยว่ซิ่วแล้ว ควรจะแบ่งแผงให้เค่อพู่เซียนเซิงสักกี่แผงดีล่ะครับ?"

เย่ช่านเจียงเหลือบมองเขาแวบหนึ่ง นี่มันหาเรื่องแทงใจดำชัดๆ ตอนนี้ตัวเขาเองก็ยังไม่รู้เหมือนกัน

"ก็ดูไปทีละก้าวแล้วกัน"

ตอนนี้เวลาผ่านไปเก้าโมงกว่าแล้ว

เฉินเจียจื้อยังเดินไปไม่ถึงแผง ก็เห็นผู้คนยืนเบียดเสียดกันอยู่ตรงแผงแล้ว

ภาพแบบนี้เห็นจนชินตาแล้ว เขากลับรู้สึกว่ามองแผงของคนอื่นดูโล่งตาสบายใจกว่าเยอะเลย

"เสี่ยวถัง ผักกาดเขียวก้านยังมีอีกไหม ขอเพิ่มอีกสัก 600 ชั่งได้หรือเปล่า?"

"งั้นคุณก็ต้องช่วยเหมาคะน้าไปเพิ่มหน่อยล่ะ"

"ได้ๆ คะน้าก็เอามาอีก 600 ชั่ง ผักต้องสวยนะ"

"แน่นอนครับ ช่วงนี้คะน้าทั้งสวยทั้งถูกเลย"

"เรื่องสวยฉันยอมรับ แต่เรื่องถูกนี่พักก่อนเถอะ ใครบ้างจะไม่รู้ว่าผักของเค่อพู่เซียนเซิงพวกนายขายแพงจะตายชัก!"

ตอนที่เดินผ่านแผงผักกาดเขียวก้าน เฉินเจียจื้อก็เห็นถังจิ้งกำลังขายผักกาดเขียวก้านกับคะน้าพอดี

คะน้าของเค่อพู่เซียนเซิงมีราคาแพงกว่าตลาด ทำให้ขายออกช้ามาก ส่วนใหญ่ต้องพึ่งพาลูกค้าประจำช่วยเหมาไป

ในช่วงเวลาแบบนี้ ต่อให้แพงขึ้นสักหน่อย ลูกค้าประจำก็ไม่บ่นอะไรหรอก

ทั้งสองฝ่ายต่างก็มีความเข้าใจตรงกันเป็นอย่างดี

นี่คือคุณค่าของการรักษาฐานลูกค้าประจำเอาไว้ ยิ่งยอมขายให้ในราคาต่ำสุดได้

แต่ปริมาณผักมันเยอะเกินไป ลำพังแค่ลูกค้าประจำก็ช่วยซื้อไม่หมด ยังไงแผงก็ต้องระบายของออกไปให้ได้

โชคดีที่ครั้งนี้มีผักกาดเขียวก้านและผักชีมาช่วย เลยสามารถขายแบบพ่วงกันไปได้

โดยเฉพาะผักกาดเขียวก้านที่มีความสามารถในการดึงดูดยอดขายได้ดีกว่า

เฉินเจียจื้อยืนดูอยู่ข้างๆ สักพัก ก็เห็นว่าถังจิ้งสามารถขายคะน้าออกไปได้เยอะพอสมควร นอกจากการขายแบบพ่วงแล้ว ความหน้าหนาก็เป็นปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ถังจิ้งถือว่าใจกล้าหน้าด้านเอาเรื่องเลยล่ะ

เฉินเจียจื้อเดินเข้าไปถาม "วันนี้ผักกาดเขียวก้านเปิดราคาลังละเท่าไหร่?"

"เถ้าแก่" ถังจิ้งหันหน้ามาตอบ "ยังลังละ 75 หยวนเหมือนเดิมครับ วันนี้คาดว่าทางเจียงหนานจะจัดส่งมาให้กว่า 40 ตัน ผักกาดเขียวก้านก็ขายดีมาตลอด ส่วนต้นอ่อนผักกาดก้านไก่ของเผิงชุนก็ขายได้เรื่อยๆ ครับ"

"อืม หลังจากนี้เดี๋ยวฉันจะคุยกับทางฟาร์มให้พยายามส่งมาให้ได้หลายๆ เดือนต่อปี"

ผักกาดเขียวก้านถือเป็นสายพันธุ์ดาวรุ่งที่เพิ่งจะโผล่มาในปีนี้เลยก็ว่าได้

แต่การจะให้มีผลผลิตส่งตลาดอย่างต่อเนื่องยาวนานก็เป็นเรื่องยากพอสมควร

เฉินเจียจื้อหยิบมีดคัตเตอร์ขึ้นมากรีดเปิดลังผักกาดเขียวก้านเพื่อตรวจสอบสินค้า เขาพิจารณาดูอยู่ครู่หนึ่ง หากพึ่งพาการแตกก้านตามธรรมชาติของผักกาดเขียวเพียงอย่างเดียว การจะให้มีผลผลิตตลอดทั้งปีก็เป็นเรื่องยาก แต่ถ้ามีสายพันธุ์ที่เหมาะสมกับผักกาดเขียวก้าน ก็คงไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป

เรื่องนี้คงต้องไปพึ่งพาการเพาะพันธุ์ซะแล้ว

ในขณะเดียวกัน คะน้าก็ยังสามารถนำไปผสมข้ามสายพันธุ์กับบรอกโคลีจนเกิดเป็นบรอกโคลีคะน้าได้ แล้วผักกาดเขียวก้านจะสามารถนำไปผสมข้ามสายพันธุ์กับบรอกโคลีได้หรือเปล่านะ?

เฉินเจียจื้อคิดว่าน่าจะลองดูสักตั้ง

หลังจากหยิบมีดคัตเตอร์ขึ้นมา เฉินเจียจื้อก็ไม่วางมันลงอีกเลย เขาเดินฝ่าฝูงชนไปมา พอสบโอกาสก็กรีดเปิดลังตรวจสอบสินค้าเป็นระยะ บางครั้งก็พูดคุยเรื่องราคาตลาดกับเฉิงเจียซู่ หูจินฮุย และคนอื่นๆ บ้าง

ด้วยความที่มีผักหลากหลายสายพันธุ์ แค่ตรวจสินค้าอย่างเดียวก็เล่นเอาเขาเหงื่อตกจนชุ่มแผ่นหลังแล้ว

ทว่าลูกค้าที่เดินผ่านไปมากลับรู้สึกยินดีที่ได้เห็นภาพแบบนี้ พวกเขาทักทาย พร้อมกับเอ่ยแซวเล่นๆ ว่า ผักของเค่อพู่เซียนเซิงไม่ต้องตรวจหรอก

แต่สายตากลับจ้องมองเข้าไปในลังโฟมอย่างไม่ปิดบัง

พอเลยสี่ทุ่ม ผักของเค่อพู่เซียนเซิงก็ยิ่งขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ขายหมดไปคันหนึ่ง รถอีกคันก็แล่นเข้ามาเสริมทันที

ผักในแผงจึงไม่เคยลดน้อยลงเลย

ทำเอาบรรดาพ่อค้าแม่ค้าหลายคนถึงกับมองตาค้าง

ผู้คนก็ผลัดกันเดินเข้าออก เดี๋ยวก็คนเยอะ เดี๋ยวก็คนน้อย จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงเช้ามืด ถึงจะกลับมาเป็นช่วงเวลาที่พีกที่สุดของวันอีกครั้ง

ตอนนั้นเฉินเจียจื้อก็กลับไปพักผ่อนแล้ว

เมื่อเทียบกับการขายผักในตอนกลางคืน งานประสานงานและจัดสรรผักในช่วงกลางวันก็สำคัญไม่แพ้กัน

ในตลาดขนาดใหญ่หลายๆ แห่ง ธุรกิจของแผงเค่อพู่เซียนเซิงก็ยิ่งดำเนินไปได้สวยมากขึ้นเรื่อยๆ

โดยทั่วไปแล้ว ลูกค้าที่มาซื้อผักในช่วงเย็นและช่วงหัวค่ำ ล้วนเป็นลูกค้าที่อยู่ห่างไกลจากเจียงหนาน ส่วนลูกค้าที่มาในช่วงดึกถึงเช้ามืดจึงจะเป็นลูกค้าในพื้นที่ และเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 และวันที่ 1 มีผักในตลาดเยอะมาก คืนวันที่ 2 หลายคนจึงมาตลาดค่อนข้างดึก

ทว่า พอคนเหล่านี้มาถึงตลาดก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ

ทำไมผักถึงน้อยลงขนาดนี้?

ด้วยเหตุนี้ หลายๆ คนจึงเริ่มเข้าสู่โหมดแย่งชิงผักกันอีกครั้ง

แน่นอนว่า ราคาผักก็เริ่มถูกดันให้สูงขึ้นตามไปด้วย

"เฒ่าอู๋ ทำไมยังไม่รีบวิ่งอีก ขืนชักช้ากว่านี้จะซื้อผักไม่ทันเอานะ!"

เฒ่าอู๋กำลังเดินเข้าไปในตลาด ข้างๆ ก็มีคนรีบวิ่งแซงหน้าเขาไปอย่างเร่งรีบ เขาจึงยิ้มพลางตอบกลับไป "นายรีบวิ่งไปเถอะ ฉันน่ะเป็นลูกค้าวีไอพีของเค่อพู่เซียนเซิงเว้ย ผักน่ะจัดขึ้นรถเสร็จสรรพตั้งนานแล้ว ฉันก็แค่มาขับรถกลับไปก็เท่านั้นแหละ"

"งั้นแกก็ควรจะไปที่ลานจอดรถสิ~"

เสียงค่อยๆ เบาลงตามระยะห่างที่ไกลออกไป แต่เสียงของเฒ่าอู๋กลับยังคงดังกังวานชัดเจน

"ฉันก็แค่อยากจะมาดูพวกนายแย่งซื้อผักกันเฉยๆ แหละ"

ครู่ต่อมา เฒ่าอู๋ก็ได้เห็นภาพการแย่งชิงผักที่แผงเค่อพู่เซียนเซิง ซึ่งนั่นก็สร้างความพึงพอใจให้กับอารมณ์ของเขาได้อย่างเต็มเปี่ยม

ที่ปู้จี๋ 'ราชันแห่งพืชผัก' อย่างเย่ฉู่ก็มองดูแผงของเค่อพู่เซียนเซิงอีกครั้ง เขารู้สึกว่าทุกครั้งเค่อพู่เซียนเซิงมักจะคว้าโอกาสของตลาดได้อย่างแม่นยำเสมอ ส่วนที่ฉางซาวั่นในฮ่องกง ผักกวางตุ้งของเหอซิงและตงอวี้ก็ขายได้ไม่เลว ทว่าผักกาดก้านใบหลิวของเค่อพู่เซียนเซิงที่ขายได้ในราคาสูงปรี๊ดนั้น กลับทำให้ใครหลายคนรู้สึกเหมือนมีก้างติดคอ ผ่านมาหนึ่งปีแล้ว การจะหาซื้อเมล็ดพันธุ์ผักกาดก้านใบหลิวก็ยังคงเป็นเรื่องยากลำบากอยู่ดี

...

จบบทที่ บทที่ 575 ปรับตัวสูงขึ้น

คัดลอกลิงก์แล้ว