- หน้าแรก
- หนีวิวาห์ไฮโซมาติดกับดักรักคุณอาเศรษฐี
- บทที่ 64 คุณลุงกับโลลิ
บทที่ 64 คุณลุงกับโลลิ
บทที่ 64 คุณลุงกับโลลิ
บทที่ 64 คุณลุงกับโลลิ
หลังจากทานอาหารเสร็จ ซือถงแอบลูบท้องที่ป่องออกมานิดหน่อย ภายใต้สายตาของอวี้หานเซิน เธอกินน้อยลงสักคำไม่ได้เลยจริงๆ
ยิ่งได้รู้จักกันมากขึ้น ก็ยิ่งรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนเผด็จการมาก
ขึ้นรถแล้ว อวี้หานเซินก็สั่งคนขับรถ "ไปซีซานเฟิงหลิน"
บ้านพักส่วนตัวของอวี้เหยียนซี
รถมายบัคแล่นไปตามเลนรถยนต์อย่างนุ่มนวล จู่ๆ ซือถงก็เหลือบไปเห็นธนาคารแห่งหนึ่งแล่นผ่านสายตาไป เธอรีบพูดขึ้น "จอดรถหน่อยได้ไหมคะ? ฉันอยากแวะไปธนาคารค่ะ"
"เถ้าแก่ต่งจ่ายค่าชดเชยให้ฉันมาก้อนหนึ่ง คุณช่วยบอกเลขบัญชีของคุณมาให้ฉันทีสิคะ"
พอได้ยินว่าเธอต้องการจะคืนเงิน อวี้หานเซินก็ตอบเรียบๆ "ไม่ได้จำ"
แค่คุยกันสองสามประโยค รถก็แล่นผ่านไปไกลโขแล้ว เวลานี้ธนาคารก็ปิดทำการแล้ว จะกดเงินสดมาคืนอวี้หานเซินก็ทำไม่ได้
ซือถงเอ่ย "งั้นคุณกลับไปแล้วช่วยส่งเลขบัญชีมาให้ฉันหน่อยนะคะ พรุ่งนี้ฉันจะโอนเงินคืนให้คุณค่ะ"
อวี้หานเซินไม่ตอบรับปฏิเสธ
รถแล่นมาจอดที่หน้าตึกของบ้านโจวโจวในเวลาไม่นาน ซือถงลงจากรถ อวี้หานเซินก็ลงตามมาด้วย
"ไม่ได้เจอโจวโจวตั้งนาน ฉันจะขึ้นไปดูเขาหน่อย" อวี้หานเซินเห็นซือถงทำหน้าสงสัย ก็เลยอธิบาย
ซือถงพยักหน้า
เข้าลิฟต์ รูดการ์ด อวี้เหยียนซีให้การ์ดลิฟต์กับเธอใบหนึ่ง เพื่อความสะดวกในการเข้าออก
พอโจวโจวเห็นอวี้หานเซิน ใบหน้าเล็กๆ ที่ดูเย็นชาก็เผยให้เห็นความดีใจที่หาดูได้ยาก "คุณน้า!"
เขากางแขนวิ่งเข้ามาหา อวี้หานเซินโน้มตัวลง สอดมือเข้าใต้รักแร้ของโจวโจว แล้วอุ้มเด็กชายน้ำหนักหลายสิบชั่งขึ้นมาอย่างสบายๆ
"แปดขวบแล้วยังจะให้อุ้มอีก ไม่เขินหรือไง" อวี้เหยียนซีวันนี้หยุดพักผ่อน เห็นแบบนั้นก็อดแซวไม่ได้
ช่วงเวลาที่เธอเจอมรสุมชีวิตคู่ จนท้อแท้หมดอาลัยตายอยาก ก็ได้อวี้หานเซินนี่แหละที่คอยดูแลโจวโจว ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ก็ได้อวี้หานเซินในฐานะน้าชายคอยทำหน้าที่แทนพ่อ โจวโจวถึงไม่ได้รู้สึกปมด้อยเพราะขาดพ่อ
"ตอนที่คุณน้าไม่อยู่ ได้เชื่อฟังแม่หรือเปล่า? หืม?" อวี้หานเซินอุ้มโจวโจวไปนั่งที่โซฟา ให้เด็กชายนั่งบนตัก น้ำเสียงทุ้มต่ำและอ่อนโยน
นี่เป็นครั้งแรกที่ซือถงได้เห็นอวี้หานเซินทำหน้าตาใจดีเป็นพ่อคนแบบนี้ ดูออกเลยว่าเขาเป็นผู้อาวุโสที่ดีคนหนึ่งจริงๆ
โจวโจวตาหยีเป็นสระอิ พยักหน้ารับ
อวี้หานเซินลูบหัวเขา "เด็กดี"
ตอนที่ซือถงกำลังสอนโจวโจว อวี้หานเซินก็ถูกอวี้เหยียนซีเรียกไปที่ห้องหนังสือ
เธอรินชาให้น้องชาย ยิ้มตาหยีถาม "ตั้งใจจะสารภาพความจริงกับสาวน้อยเมื่อไหร่ล่ะ?"
เมื่อเดือนก่อนจู่ๆ อวี้หานเซินก็บอกว่าจะจ้างครูสอนพิเศษให้โจวโจว แถมยังเจาะจงเรียกหาครูซือจากสถาบันกวดวิชาด้วย ค่าจ้างก็ให้เพิ่มเป็นสองเท่า ตอนนั้นเธอก็คิดอยู่แล้วว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ
ต่อมาพอได้คลุกคลีกับซือถง เธอก็พบว่าเด็กสาวคนนี้ไม่เพียงแต่สวย แต่ยังฉลาด นิสัยก็ดี ถ้าเธอเป็นผู้ชาย เธอก็คงจะชอบเหมือนกัน
แต่เธอก็ยังไม่แน่ใจว่าน้องชายของเธอจะคิดแบบนั้นกับแม่หนูน้อยหรือเปล่า แต่ตอนนี้ พอเห็นท่าทีไม่ปฏิเสธของอวี้หานเซิน เธอก็รู้เลยว่าเธอเดาถูกแล้ว
"เอาสิ ไม่ยักรู้ว่านายจะชอบแนวโคตรแก่กินหญ้าอ่อนแบบนี้นะเนี่ย" อวี้เหยียนซีอายุมากกว่าอวี้หานเซินแปดปี เอาเข้าจริงๆ เธอก็ค่อนข้างเป็นห่วงเรื่องคู่ครองของน้องชายอยู่เหมือนกัน
ก็คนอายุเลยสามสิบแล้วแต่ยังไม่เคยมีแฟน ในแวดวงนี้อวี้หานเซินถือเป็นคนแปลกประหลาดเพียงคนเดียวเลยล่ะ
"ถ้าแม่รู้เข้า ไม่รู้จะดีใจขนาดไหนนะเนี่ย" แววตาของอวี้เหยียนซีฉายแววตื่นเต้น
แต่ทว่า เธอก็แอบห่วงน้องชายอยู่ลึกๆ "แม่หนูน้อยอยู่ม.6 น่าจะอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดเองมั้ง? นายต้องระวังตัวหน่อยนะ อย่าให้คนมีเจตนาไม่ดีเอาไปใส่สีตีไข่ เดี๋ยวนายจะไปติดเทรนด์ทวิตเตอร์เอา เสียภาพลักษณ์นักธุรกิจผู้ซื่อสัตย์หมด"
การไปยุ่งกับผู้เยาว์ มันไม่ใช่เรื่องน่ายกย่องอะไรเลยนะ
เถ้าแก่หลายคนก็เพราะคุมท่อนล่างตัวเองไม่อยู่ ถึงได้ถูกนักข่าวสื่อมวลชนตอกตรึงไว้บนเสาประจาน
อวี้หานเซินจิบชาอย่างสบายใจ พอได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นมาลอยๆ ว่า "เธออายุยี่สิบเอ็ดแล้ว"
อวี้เหยียนซีอึ้งไป "ยี่สิบเอ็ด? เป็นไปได้ยังไง?"
ตอนที่อวี้หานเซินเจอซือถงครั้งแรก ก็ดูออกว่าเด็กสาวน่าจะอายุยี่สิบต้นๆ แต่พอมารู้ว่าเธอเรียนอยู่ม.6 เขาก็เลยเดาว่าเธอน่าจะอายุสิบเจ็ดสิบแปด
จนกระทั่งเด็กสาวได้รับบาดเจ็บที่บ้านตระกูลอวี้ ตอนไปลงทะเบียนประวัติที่โรงพยาบาลด้วยบัตรประชาชน เขาถึงได้รู้ว่าซือถงอายุยี่สิบเอ็ดแล้ว
อายุยี่สิบเอ็ดแต่ยังเรียนอยู่ม.6 มันไม่ปกติจริงๆ
เขาลองเลียบเคียงถามอู๋ซีฉินดู ก็ได้รู้จากปากอู๋ซีฉินว่าซือถงเคยดรอปเรียนไปสี่ปี
ส่วนสาเหตุที่ดรอปเรียน อู๋ซีฉินเองก็ไม่แน่ใจนัก แต่เด็กมัธยมปลายดรอปเรียน ส่วนใหญ่ก็ไม่พ้นเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วยอะไรเทือกนั้นแหละ
"คงจะป่วยน่ะ ดรอปเรียนไปสี่ปี" อวี้หานเซินอธิบาย
อวี้เหยียนซีถึงบางอ้อ "แม่หนูน้อยผอมจริงๆ ด้วย อาจจะเกี่ยวกับการป่วยเมื่อก่อน ถ้างั้นต่อไปนายก็ต้องดูแลเธอให้ดีๆ หน่อยนะ ขุนให้แมหนูน้อยอ้วนๆ หน่อยสิ"
อวี้หานเซินกระตุกยิ้มมุมปาก ดูเหมือนจะอารมณ์ดีไม่น้อย
"จริงสิ ช่วงนี้จือเหิงยังอาละวาดเรื่องแฟนเก่าอยู่หรือเปล่า?" พอพูดถึงอวี้จือเหิง อวี้เหยียนซีก็รู้สึกผิดอยู่ลึกๆ
เธอก็เป็นทนายความเหมือนกัน แต่ตอนที่อวี้จือเหิงวิ่งวุ่นขอร้องให้คนไปช่วยแฟนเก่าของเขา เป็นช่วงที่เธอเจอมรสุมชีวิตคู่ ใช้ชีวิตอย่างเลื่อนลอย ก็เลยไม่ได้ช่วยอะไรเขาเลย
ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ด้วยอิทธิพลของเธอในวงการกฎหมาย การจะช่วยเด็กสาวคนหนึ่งมันไม่ใช่เรื่องยากเลย
ถึงตระกูลลู่คนอื่นจะกลัว แต่เธอไม่กลัวหรอก
อวี้หานเซินพูดว่า "ช่วงนี้เขาดูสงบสติอารมณ์ลงเยอะแล้วล่ะ"
อวี้เหยียนซีพยักหน้า ก่อนจะพูดต่อว่า "เด็กผู้หญิงคนนั้น ตอนนี้ก็น่าจะออกจากคุกแล้วสินะ? หวังว่าทั้งสองคนจะไม่ได้เจอกันอีกนะ แล้วก็หวังว่าแม่หนูน้อยจะได้รับการดัดนิสัย แล้วกลับตัวกลับใจเป็นคนดีนะ"
สองทุ่ม
ซือถงสอนโจวโจวเสร็จ อวี้หานเซินก็เดินลงไปพร้อมกับเธอ
"คุณน้า ลาก่อนครับ" โจวโจวมองอวี้หานเซินตาละห้อย ดูอาลัยอาวรณ์มาก
อวี้หานเซินลูบหัวเด็กชาย "ปิดเทอมเมื่อไหร่ เดี๋ยวคุณน้าจะพาไปเที่ยวนะ"
"ครับ!" โจวโจวดีใจขึ้นมาทันที
อวี้เหยียนซีมองดูแผ่นหลังของทั้งสองคน ยิ้มจนหุบปากไม่ลง คุณลุงวัยกลางคนกับโลลิ ส่วนสูงและอายุที่ห่างกันขนาดนี้ มองยังไงก็น่าฟินจริงๆ