- หน้าแรก
- วิถีชีวิตหรูหราสุดแสนสำราญ
- บทที่ 395 คลินิกแพทย์แผนจีนสุดเอาแต่ใจ
บทที่ 395 คลินิกแพทย์แผนจีนสุดเอาแต่ใจ
บทที่ 395 คลินิกแพทย์แผนจีนสุดเอาแต่ใจ
บทที่ 395 คลินิกแพทย์แผนจีนสุดเอาแต่ใจ
หลังจากจัดการปัญหาบุตรสาวของโหยวเหยียนหงเรียบร้อยแล้ว ในที่สุดหลัวเทียนวั่งก็มีเวลามานั่งสนทนากับแขกเหรื่อที่มาร่วมแสดงความยินดี หลัวเทียนวั่งรู้จักคนในเมืองหลวงไม่มากนัก แขกที่เหลืออยู่จึงมีเพียงเพื่อนเก่าแก่ของหลี่เซิงอวี่ไม่กี่คนเท่านั้น
"คลื่นลูกใหม่มาแรงจริงๆ!" ผู้เฒ่าเย่เอ่ยปากชม
หงเหวยเหวินหัวเราะร่วนพลางกล่าวอย่างซาบซึ้งใจ "ฉันเป็นหมอมาทั้งชีวิต แต่สิ่งที่เห็นในวันนี้มันเปิดหูเปิดตาจริงๆ"
"ใช่แล้วล่ะ การแพทย์แผนจีนของเรามีหวังฟื้นฟูกลับมาแล้ว!" หวงกั๋วชิ่งตบโต๊ะฉาดใหญ่
"เฮ้ย ตาเฒ่าหวง ทำอะไรของนายเนี่ย หัวใจฉันยิ่งไม่ค่อยดีอยู่ อย่าทำให้ฉันตกใจจนโรคหัวใจกำเริบสิ" จางเหวินฮั่นพูดติดตลก
หวงกั๋วชิ่งหัวเราะลั่น "ไม่เป็นไรหรอกน่า ต่อให้โรคหัวใจนายกำเริบ เสี่ยวหลัวก็ดึงนายกลับมาจากประตูยมโลกได้อยู่ดี"
"นั่นก็จริง" จางเหวินฮั่นพยักหน้าเห็นด้วย
ทว่าหลี่เซิงอวี่กลับมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย "อย่ามัวแต่ยกยอเทียนวั่งจนเกินไปเลย เขาอายุยังน้อย ชมเขาพอหอมปากหอมคอก็พอแล้ว"
"ตาเฒ่าหลี่ เลิกทำเป็นเคร่งขรึมได้แล้วน่า ในใจนายคงกำลังยิ้มแก้มปริอยู่สิท่า กลัวคนอื่นจะไม่รู้หรือไงว่านายมีลูกศิษย์เก่งกาจขนาดนี้?" ผู้เฒ่าเย่หัวเราะเบาๆ
"โธ่ ฉันล่ะหมดคำจะพูดกับพวกนายจริงๆ" หลี่เซิงอวี่ถอนหายใจ
"เสี่ยวหลัว เธอยังเรียนอยู่เลย แล้วคลินิกนี้จะทำยังไงตอนที่เธอต้องไปเรียนล่ะ?" ผู้เฒ่าเย่เอ่ยถาม
"ก็ปิดร้านสิครับ ผมจะเอาเวลาที่ไหนมานั่งเฝ้าร้านได้ทุกวัน" หลัวเทียนวั่งตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"หน้าร้านใหญ่โตขนาดนี้ ปิดทิ้งไว้เฉยๆ มันไม่เสียดายแย่หรือ?" ผู้เฒ่าเย่ถามต่อ
"ไม่เป็นไรหรอกครับ สามปีไม่มีลูกค้า มีลูกค้าทีเดียวก็กินไปได้สามปี ถ้ามีคนไข้แบบอาจารย์โหยวเหยียนหงมาสักสองสามคน ค่าเช่าร้านก็คงได้คืนมาอย่างรวดเร็วแล้วครับ" หลัวเทียนวั่งพูดกลั้วหัวเราะ
"เธอตั้งใจจะขูดรีดโหยวเหยียนหงจริงๆ หรือเนี่ย?" หงเหวยเหวินถาม
"ไม่ได้ขูดรีดเลยครับ มันคุ้มค่ากับราคาต่างหาก ยาบำรุงธาตุต้องใช้สมุนไพรล้ำค่าอย่างโสมป่ามาสกัดเป็นยาลูกกลอน มูลค่าของมันย่อมแพงหูฉี่ ผมจะเอาของล้ำค่าแบบนี้ไปขายถูกๆ ได้ยังไงกันล่ะครับ" หลัวเทียนวั่งอธิบาย
"นั่นก็จริง ว่ากันว่ามูลค่ายาบำรุงธาตุของเธอนี่เทียบได้กับเรือนสี่ประสานเลยนะ ท้ายที่สุดแล้ว ต่อให้เรือนสี่ประสานจะล้ำค่าแค่ไหน ก็ยังเทียบไม่ได้กับชีวิตคนหรอก" ดูเหมือนว่าผู้เฒ่าเย่จะได้ยินเรื่องที่หลัวเทียนวั่งนำเครื่องรางไปแลกกับเรือนสี่ประสานมาด้วยเช่นกัน
หลัวเทียนวั่งยิ้มแห้งๆ "ตอนนี้คลินิกแพทย์แผนจีนก็มีสถานที่ตั้งแล้ว ผมก็ไม่จำเป็นต้องเอาไปแลกกับเรือนสี่ประสานอีกต่อไปแล้วล่ะครับ"
"เสี่ยวหลัว เอาอย่างนี้ไหม เวลาที่เธอไม่ว่าง เดี๋ยวฉันมาช่วยเฝ้าร้านให้เอง?" ผู้เฒ่าเย่เสนอตัว
หลัวเทียนวั่งส่ายหน้า "แค่ผู้เฒ่าเย่แวะมาให้คำชี้แนะบ่อยๆ ผมก็ดีใจมากแล้วครับ จะกล้าให้ผู้เฒ่าเย่มานั่งเฝ้าร้านให้ได้อย่างไร อีกอย่าง คลินิกของเราก็ไม่เหมือนกับโรงพยาบาลหรือคลินิกทั่วไป คนที่ต้องการให้เรารักษาก็คงไม่รังเกียจที่จะต้องรอสักหน่อย ส่วนคนที่ไม่ต้องการ รอไปก็เปล่าประโยชน์ครับ"
"อืม พูดได้ดีมาก" หงเหวยเหวินหัวเราะเบาๆ
หลังจากส่งผู้เฒ่าเย่และคนอื่นๆ กลับไป หลี่เซิงอวี่ก็เตือนหลัวเทียนวั่งถึงเรื่องสำคัญบางอย่าง "ทักษะทางการแพทย์ของเธอยอดเยี่ยมมาก ฉันเองยังละอายใจที่สู้เธอไม่ได้ในเรื่องนี้ ทว่าในด้านประสบการณ์ชีวิต ฉันก็ยังอาบน้ำร้อนมาก่อนเธอ จิตใจคนในสังคมทุกวันนี้มันซับซ้อนเกินไป บางครั้งเราทำดีด้วยเจตนาดี แต่คนอื่นอาจไม่เห็นค่า ดังนั้น แม้เราจะไม่มีเจตนาร้าย แต่ก็ต้องระแวดระวังตัวไว้เสมอ ในมุมมองของจรรยาบรรณแพทย์ หมอไม่ควรเลือกปฏิบัติกับคนไข้ แต่ลึกๆ แล้ว ฉันก็ยังหวังว่าเธอจะรู้จักเลือกคนไข้บ้าง โดยเฉพาะเมื่อเจอคนไข้ที่มาพร้อมกับเจตนาร้าย ก็จงระวังตัวให้จงหนัก หากคนไข้อาการหนักและเธอไม่มั่นใจว่าจะรักษาได้ ก็อย่าได้รับเข้ารักษาเด็ดขาด คลินิกของเธอไม่มีอุปกรณ์กู้ชีพ หากเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นมา เธอจะทำอะไรไม่ถูกเลย พยายามหลีกเลี่ยงข้อพิพาทให้มากที่สุด..."
หลี่เซิงอวี่จะยอมพูดเรื่องล่อแหลมอย่างตรงไปตรงมาเช่นนี้ก็แต่กับลูกศิษย์ของตนเองเท่านั้น หากเป็นคนอื่น หลี่เซิงอวี่คงพูดจาหว่านล้อมสวยหรูไปตามน้ำแน่นอน
"อาจารย์หลี่ ผมจะจดจำคำสอนอันล้ำค่าของอาจารย์ไว้ให้ขึ้นใจครับ" หลัวเทียนวั่งกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจ
หลี่เซิงอวี่ระเบิดเสียงหัวเราะ "คำพูดพวกนี้ฉันต้องจ่าย 'ค่าเทอม' แลกมาไม่ใช่น้อยตลอดหลายปีของการเป็นหมอ ฉันก็แค่หวังว่าลูกศิษย์ของฉันจะไม่เดินตามรอยความผิดพลาดในอดีตของฉันก็เท่านั้นเอง"
หลังจากส่งแขกกลับไปหมดแล้ว หลัวเทียนวั่งก็ปิดประตูคลินิกลงทันที เขาโทรเรียกให้ร้านดอกไม้มาเก็บกระเช้าดอกไม้ทั้งหมดที่อยู่หน้าคลินิกไป เขาเดาว่าหากจังหวะดีๆ ร้านดอกไม้อาจจะนำกระเช้าพวกนี้ไปขายต่อได้อีก หลัวเทียนวั่งเพียงแค่ขอให้พวกเขามาทำความสะอาดพื้นที่หน้าคลินิกให้ แล้วก็ยกกระเช้าดอกไม้ให้ไปฟรีๆ
ลูกค้าเก่าบางคนที่เคยมาใช้บริการสมาคมแห่งนี้แวะเวียนมาดู และพบว่าป้ายร้านถูกเปลี่ยนไปแล้ว แถมคลินิกแพทย์แผนจีนที่เพิ่งเปิดใหม่ก็ยังปิดประตูลงกลอนเสียอีก ทำเอาพวกเขาประหลาดใจไปตามๆ กัน
เพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกนั้นมักจะหยุดยืนดูป้ายร้านคลินิกแพทย์แผนจีนหรูอี้อยู่เสมอ เดิมทีพวกเขากะว่าจะลองเข้าไปดูหน้าตาของคุณหมอแพทย์แผนจีนเสียหน่อย แล้วก็ลองสอบถามดูว่าพอจะมีวิธีรักษาโรคปวดขาจากรูมาตอยด์ที่เป็นมานานได้หรือไม่ แต่พอเดินมาถึงหน้าประตู กลับพบว่าร้านไม่ได้เปิดทำการ
ในเวลานี้ หลัวเทียนวั่งกำลังนั่งอยู่ในห้องเรียน ซูเอ้อร์เผยได้จัดให้มีการประชุมห้องสำหรับนักศึกษาทุกคน หัวข้อหลักในวันนี้คือเรื่องงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ คณะแพทย์แผนจีนมีกำหนดจะจัดงานเลี้ยงฉลองปีใหม่ และขอให้แต่ละห้องเตรียมการแสดงมาหนึ่งหรือสองชุด
เนื่องจากหลัวเทียนวั่งเคยแสดงมายากลอันน่าทึ่งให้ดูในการไปเที่ยวครั้งก่อน ซูเอ้อร์เผยจึงจัดการเสนอชื่อให้การแสดงมายากลของหลัวเทียนวั่งเป็นการแสดงหลักของห้องไปโดยปริยาย "หลัวเทียนวั่ง มายากลของนายยอดเยี่ยมมากเลยนะ ถ้านายไม่แสดง คงไม่มีใครในห้องเรากล้าขึ้นเวทีหรอก"
"หัวหน้าห้อง การแสดงมายากลของฉันมันไม่เหมาะกับบนเวทีหรอกนะ ทักษะของฉันมันมีจำกัด ขึ้นไปก็มีแต่จะโดนจับโป๊ะเปล่าๆ" หลัวเทียนวั่งอธิบายพร้อมกับขมวดคิ้ว
"ไม่มีทาง! วันนั้นพวกเราเห็นกันชัดๆ การแสดงของนายมันไร้ที่ติสุดๆ จะโดนจับโป๊ะได้ยังไง หลัวเทียนวั่ง ฉันว่านายต้องเพิ่มความมั่นใจให้ตัวเองหน่อยนะ" ซูเอ้อร์เผยไม่เข้าใจความหมายที่แท้จริงของหลัวเทียนวั่งเลย อันที่จริง หลัวเทียนวั่งไม่ได้กลัวมายากลจะถูกจับโป๊ะ แต่เขากลัวคนอื่นจะดูออกว่ามายากลของเขานั้นไม่ได้ใช้เทคนิคมายากลเลยแม้แต่น้อย แต่ใช้แหวนมิติล้วนๆ ต่างหาก
"หลัวเทียนวั่ง ตั้งแต่กลับมาจากอ่างเก็บน้ำซางกวน พวกเราก็ตั้งตารอคอยที่จะได้ดูมายากลของนายอีกครั้ง ไม่คิดเลยว่าจะได้ดูเร็วขนาดนี้" หลินหว่านผิงกล่าวพร้อมรอยยิ้ม
เถาจื้อเสียงก็ช่วยเกลี้ยกล่อมด้วย "หลัวเทียนวั่ง แสดงสักครั้งเถอะน่า กว่าหัวหน้าห้องจะจัดการเรื่องนี้ได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ ผู้หญิงตัวเล็กๆ ต้องวิ่งวุ่นทำเพื่อห้องเราทุกวัน นายจะทนเห็นเธอผิดหวังได้ลงคอเหรอ?"
"นั่นสิ หลัวเทียนวั่ง ถ้านายต้องการให้พวกเราช่วยอะไรก็บอกมาคำเดียวเลย พวกเรายินดีเป็นลูกมือให้นายเอง" เฉิงหมิงฮุยเสริม
เพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนของเขาต่างก็กระตือรือร้นที่จะช่วยเหลือหลัวเทียนวั่ง ทว่าคราวนี้หลัวเทียนวั่งยืนกรานหนักแน่น เขาไม่ได้แสดงมายากลจริงๆ เสียหน่อย ขืนให้เจ้าสามคนนี้มาช่วย มีหวังความลับแตกกันพอดี