- หน้าแรก
- วิถีชีวิตหรูหราสุดแสนสำราญ
- บทที่ 341: หวงเฒ่ามาถึงแล้ว
บทที่ 341: หวงเฒ่ามาถึงแล้ว
บทที่ 341: หวงเฒ่ามาถึงแล้ว
บทที่ 341: หวงเฒ่ามาถึงแล้ว
หลัวเทียนวั่งไม่ได้แสดงความคิดเห็นใดๆ ออกมาเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา
"เทียนวั่ง ลูกคิดว่าเราควรกลับไปลงทุนไหม?" หลัวเจิ้งเจียงเอ่ยถาม
จู่ๆ หลัวเทียนวั่งก็โพล่งขึ้นมา "พ่อครับ ให้ผมกลับไปดูแลที่ดินที่วัดสุ่ยโข่วดีไหมครับ?"
"จะเป็นไปได้ยังไง! ผลการเรียนลูกดีขนาดนี้ อนาคตก็ต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยสิ พอเรียนจบก็ต้องไปทำงานในเมืองใหญ่ จะกลับไปอยู่ตึกแถววัดสุ่ยโข่วให้อนาคตมืดมนทำไมกัน" หลัวเจิ้งเจียงรีบปราม
"พ่อก็รู้นี่ครับว่าผมไม่เหมือนคนอื่น สิ่งที่เหมาะกับคนอื่นอาจจะไม่เหมาะกับผมก็ได้ การดูแลที่ดินนี่แหละเหมาะกับผมที่สุดแล้ว" หลัวเทียนวั่งแย้ง
"ไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีทางเด็ดขาด รอให้ลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยก่อนแล้วค่อยว่ากัน อีกไม่กี่วันปู่กับย่าก็จะมาถึงเมืองฮวาเฉิงแล้วนะ หวงเฒ่าก็มาด้วย เดี๋ยวเอาหวงเฒ่าไปไว้ที่หมู่บ้านประมงก่อน ส่วนปู่กับย่าก็ให้อยู่เมืองฮวาเฉิงไปก่อน พอสร้างบ้านที่หมู่บ้านประมงเสร็จ ค่อยย้ายไปอยู่ที่นั่น แต่ถ้าพวกเขาปรับตัวเข้ากับเมืองฮวาเฉิงได้ก็คงดี ครอบครัวเราจะได้อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตา คึกคักดีออก" หลัวเจิ้งเจียงปฏิเสธความคิดของลูกชาย ก่อนจะรีบเปลี่ยนเรื่องทันควัน เขาไม่อยากปล่อยให้หลัวเทียนวั่งจมปลักอยู่กับความคิดบ้าๆ พวกนี้ ขืนปล่อยให้เด็กคนนี้ตัดสินใจไปแล้ว มีหวังได้เตลิดเปิดเปิงกู่ไม่กลับแน่
โชคดีที่สำหรับหลัวเทียนวั่ง มันเป็นเพียงความคิดชั่ววูบเท่านั้น ความปิติยินดีจากข่าวการมาเยือนของปู่กับย่าและหวงเฒ่า ทำให้เขาลืมความคิดนั้นไปเสียสนิท
ไม่กี่วันต่อมา รถบรรทุกคันหนึ่งซึ่งบรรทุกวัวสีเหลืองตัวใหญ่กำยำก็มาจอดเทียบที่หมู่บ้านประมงตงเซิ่ง หลัวเทียนวั่งมายืนรออยู่ที่นี่ตั้งนานแล้ว ทันทีที่เห็นหลัวเทียนวั่ง หวงเฒ่าที่ตอนแรกดูเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็พลันร่าเริงขึ้นมาทันตาเห็น ทันทีที่ประตูเหล็กท้ายรถบรรทุกเปิดออก มันก็กระโจนลงมาเหยียบพื้นอย่างมั่นคง
หลัวเทียนวั่งรีบวิ่งเข้าไปสวมกอดหัวของหวงเฒ่าแน่น "หวงเฒ่า แกมาถึงสักที! ฉันคิดถึงแกแทบแย่"
หวงเฒ่าเองก็เอาหัวถูไถหลัวเทียนวั่งอย่างแรง บ่งบอกถึงความดีใจอย่างสุดซึ้ง หลัวเทียนวั่งจูงหวงเฒ่าไปยังบ้านใหม่ของมันด้วยความเบิกบานใจ
"ตั้งแต่นี้ไปแกจะอยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวพอฉันว่างก็จะมาหา" หลัวเทียนวั่งลูบหัวหวงเฒ่าอย่างแรง จากนั้นก็ถ่ายทอดยันต์วิญญาณพฤกษาเข้าไปในตัวมัน ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางของหวงเฒ่าก็มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
เสี่ยวเฮยซึ่งคุ้นเคยกับหวงเฒ่ามากที่สุดก็เข้าคลอเคลียอยู่ไม่ห่าง น่าเสียดายที่เจ้านกกระจอกน้อยพากาอีกหลายตัวบินตามไต้จินโจวไปแล้ว และยังไม่มีข่าวคราวส่งกลับมาเลย หากมันรู้ว่าหวงเฒ่ามาถึงแล้ว มันก็คงจะดีใจมากเช่นกัน
หลังจากจัดแจงที่อยู่ให้หวงเฒ่าเรียบร้อยแล้ว หลัวเทียนวั่งก็รีบเดินทางกลับเมืองฮวาเฉิง ปู่กับย่าส่งหวงเฒ่ามาที่เมืองฮวาเฉิงก่อนเพื่อจัดการธุระต่างๆ ที่บ้านให้เรียบร้อย แล้วจึงค่อยตามมาทีหลัง
หลัวเป่าหลินและเซียวชุนซิ่วไม่ได้พบหน้าหลัวเทียนวั่งมานาน เมื่อได้พบกันก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ทำเอาหลัวเทียนซื่ออิจฉาตาร้อนผ่าว ถึงแม้ว่าหลัวเทียนซื่อจะได้อยู่บ้านช่วงหนึ่งเหมือนกัน แต่จะเอาไปเปรียบกับช่วงเวลาที่หลัวเทียนวั่งอยู่เคียงข้างปู่กับย่าได้อย่างไร
"ปู่กับย่ารักพี่ใหญ่มากกว่าแน่เลย คงคิดว่าผมไม่ฉลาดเท่าพี่ล่ะสิ" หลัวเทียนซื่อทำปากยื่น
"ใครบอกว่าเทียนซื่อไม่ฉลาด เทียนซื่อของปู่ฉลาดที่สุดเลย ฉลาดกว่าพี่ใหญ่อีกนะ ที่ปู่กับย่ารักพี่ใหญ่มากกว่านิดหน่อย ก็เพราะเขาไม่ฉลาดเท่าหลานยังไงล่ะ ปู่กับย่าก็เลยต้องดูแลเขาเป็นพิเศษ" หลัวเป่าหลินพูดยิ้มๆ
"จริงเหรอครับ?" หลัวเทียนซื่อเบิกตากว้าง
"จริงสิจ๊ะ" เซียวชุนซิ่วหัวเราะคิกคักไม่หยุด
"อืม งั้นผมต้องคอยดูแลพี่เขาแล้วล่ะ" หลัวเทียนซื่อมองหลัวเทียนวั่งด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ
สถานการณ์ของไต้จินโจวดูย่ำแย่มาก เขาประเมินความอนุรักษ์นิยมและความเกลียดชังคนต่างถิ่นของชาวหลิ่งหนานต่ำเกินไป ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขาไม่สามารถแฝงตัวเข้าไปในแก๊งนั้นได้เลย มิหนำซ้ำยังเกือบถูกจับได้ตั้งหลายครั้ง โชคดีที่ไหวตัวทันและปรับเปลี่ยนแผนได้ทันเวลา ทว่าเขาก็ยังคงห่างไกลจากการเจาะเข้าสู่กลุ่มแกนนำของแก๊งและล้วงข้อมูลสำคัญอยู่มากนัก
"ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ คดีนี้ไม่มีทางปิดลงได้ ฉันจะต้องใช้เวลาอีกตั้งหลายปีกับการเป็นสายลับงั้นเหรอ? ไม่หรอก วิธีนี้มันใช้ไม่ได้ผล ในเมื่อมีเสี่ยวหลัวคอยช่วยเหลือ ฉันก็สามารถบุกทะลวงจากด้านหน้าได้เลย ทำไมต้องมาใช้วิธีแบบนี้ด้วยนะ กรอบความคิดเดิมๆ นี่มันตัวปัญหาจริงๆ" ไต้จินโจวพักอยู่ในโรงแรมซอมซ่อและดูมีลับลมคมนัยแห่งหนึ่ง เขานอนทอดกายอยู่บนเตียงเดี่ยวเก่าๆ เจ้านกกระจอกน้อยและลูกสมุนของมันซ่อนตัวอยู่เป็นอย่างดี พวกมันสามารถแกะรอยจากเบาะแสที่มีอยู่เพื่อค้นหาแหล่งผลิตยาเสพติดได้อย่างสบายๆ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ ไต้จินโจวจึงตัดสินใจเปลี่ยนแผนทันที
วันรุ่งขึ้น ไต้จินโจวเปลี่ยนโฉมตัวเองใหม่และเดินออกจากเมืองเล็กๆ ในภูมิภาคหลิ่งหนานด้วยท่าทางองอาจผ่าเผย
เมื่อหลัวเทียนวั่งได้พบไต้จินโจวอีกครั้ง เขาก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก "ปิดคดีได้เร็วขนาดนี้เลยเหรอครับ?"
"จะเป็นไปได้ยังไง มีปัญหาเรื่องแผนการน่ะ ฉันคิดคดีนี้ง่ายเกินไป ความเกลียดชังคนต่างถิ่นของชาวหลิ่งหนานมันเกินกว่าที่ฉันจินตนาการไว้มากนัก ฉันไม่คิดเลยว่าแม้แต่ในธุรกิจสีเทาแบบนี้ พวกเขาก็ยังคงกีดกันคนต่างถิ่นอยู่ดี ฉันเข้าถึงแวดวงของพวกเขาไม่ได้เลย แต่ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง มันก็แสดงให้เห็นว่าแก๊งผลิตและค้ายาเสพติดพวกนี้ต้องมาจากที่เดียวกันแน่ๆ ฉันสามารถหาช่องทางเจาะเข้าถึงพวกเขาจากจุดนี้ได้เลย"
"ขอแค่ระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้ ผมก็ช่วยคุณหาแหล่งกบดานของพวกมันได้สบายครับ" หลัวเทียนวั่งเสนอตัว
"ไม่ได้ ฉันจะให้เธอเข้ามาพัวพันกับเรื่องนี้ไม่ได้หรอก แม้ช่วงนี้ฉันจะยังสืบสาวราวเรื่องของแก๊งนี้ได้ไม่ทะลุปรุโปร่ง แต่ฉันก็พอจะเห็นเบาะแสบ้างแล้ว คนพวกนี้มันโหดเหี้ยมอำมหิต ถ้าพวกมันรู้ว่าเธอช่วยฉันไขคดี พวกมันต้องตามมาล้างแค้นแน่นอน"
"ถ้าคุณไม่พูด ผมไม่พูด แล้วใครจะไปรู้ล่ะครับ?" หลัวเทียนวั่งหัวเราะร่วน
ไต้จินโจวพยักหน้าเห็นด้วย "ก็จริงนะ แต่ฉันจะรู้สึกแย่ถ้ารับเอาความดีความชอบของเธอมาเป็นของตัวเอง"
"ถือเป็นการเอาความดีความชอบไปได้ยังไงครับ นี่เป็นการปกป้องผมต่างหาก เอาจริงๆ ผมก็สนใจอยากจับคนร้ายเหมือนกันนะครับ" หลัวเทียนวั่งพูดยิ้มๆ
"เอาล่ะๆ งั้นตกลงตามนี้ เธอมีหน้าที่แค่ช่วยฉันหาคนพวกนี้ให้เจอ ส่วนที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง เธอไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ" ไต้จินโจวกล่าว
ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ หลัวเทียนวั่งได้เดินทางไปยังเมืองเล็กๆ แห่งนั้นพร้อมกับไต้จินโจว
"คนในเมืองนี้หลายคนน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับแก๊งนี้อย่างใกล้ชิด พวกเขามักจะคอยจับตาดูคนแปลกหน้าที่เข้ามาป้วนเปี้ยนแถวนี้ เธออายุยังน้อย อาจจะไม่เป็นที่ดึงดูดสายตาพวกมันเท่าไหร่ แต่ถ้าทำตัวแปลกๆ มากเกินไป ก็อาจจะทำให้พวกมันสงสัยได้เหมือนกัน" ไต้จินโจวเตือน
"ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมไม่ทำตัวให้พวกมันจับได้แน่ๆ คนธรรมดาทั่วไปแทบจะไม่สังเกตเห็นผมด้วยซ้ำไป" ในเรื่องนี้ หลัวเทียนวั่งมีความมั่นใจเต็มเปี่ยมทีเดียว
หลัวเทียนวั่งมักจะมีสุนัขสีดำตัวหนึ่งเดินตามต้อยๆ และเขาก็อุ้มแมวสีเทาไว้ในอ้อมแขน เขาดูกลมกลืนราวกับเด็กนักเรียนมัธยมปลายที่เดินเล่นในละแวกบ้าน ไม่มีผิดเพี้ยน ไม่ต้องรอให้ไต้จินโจวเตือน หลัวเทียนวั่งก็สังเกตเห็นคนดูต้นทางอยู่รอบทิศทางมาตั้งแต่แรกแล้ว
หลัวเทียนวั่งไม่ค่อยเข้าใจนัก คนพวกนี้เป็นคนแบบไหนกันนะ ถึงกล้าทำตัวโจ่งแจ้งขนาดนี้ แก๊งนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ มิน่าล่ะไต้จินโจวถึงไม่มีความคืบหน้าอะไรเลยมาตั้งนาน ถ้าเขาไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน คงถูกคนพวกนี้จับได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่มาถึงแล้วล่ะมั้ง