- หน้าแรก
- สัญญารักฉบับมาเฟีย ภรรยาตัวแสบของนายน้อยเหยียน
- บทที่ 49 - เคยมีผู้หญิงมาแล้วกี่คน
บทที่ 49 - เคยมีผู้หญิงมาแล้วกี่คน
บทที่ 49 - เคยมีผู้หญิงมาแล้วกี่คน
บทที่ 49 - เคยมีผู้หญิงมาแล้วกี่คน
จู๋เชี่ยนอิ่งเปิดตู้ตรงมุมห้องน้ำ ตอนแรกเธอก็คิดว่าน่าจะมีเสื้อคลุมอาบน้ำสำหรับผู้หญิงเตรียมไว้ให้ด้วย ก็ในเมื่อเขาพูดซะขนาดนั้น
เกี่ยวกับนายน้อยเหยียนคนนี้ ข่าวลือในวงสังคมส่วนใหญ่มักจะพูดถึงแต่อำนาจบารมีและความร่ำรวยของเขา
แต่สำหรับเรื่องชีวิตส่วนตัวของเขา จู๋เชี่ยนอิ่งกลับแทบไม่เคยได้ยินข่าวคราวเลย
แต่ถึงอย่างนั้น ตอนที่เขาพาเธอเข้ามาที่นี่ ชั่วแวบหนึ่งในใจเธอก็แอบรู้สึกขยะแขยงขึ้นมานิดๆ
เธอเข้าใจว่า ที่นี่คือรังรักของนายน้อยเหยียน
และเมื่อกี้ พอเขาบอกว่ามีเสื้อคลุมอาบน้ำอยู่ในตู้ เธอก็ยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเอง
แต่พอเปิดตู้ออกมา สิ่งที่ถูกพับอย่างเป็นระเบียบอยู่ข้างใน กลับมีแต่กางเกงในผู้ชาย และเสื้อคลุมอาบน้ำไซส์เดียวกันเป๊ะๆ อีกหลายตัว หรือว่า... สิ่งที่เธอคิดมันจะผิดงั้นเหรอ?
จู๋เชี่ยนอิ่งสวมกางเกงในของตัวเอง แล้วเอาเสื้อคลุมอาบน้ำตัวโคร่งมาพันรอบตัวอย่างมิดชิด พอมองตัวเองในกระจก ก็เห็นภาพคนในกระจกเหมือนเด็กที่แอบเอาเสื้อผ้าผู้ใหญ่มาใส่ ดูตลกพิลึก แถมสีหน้าก็ยังเต็มไปด้วยความประหม่าและหวาดกลัว...
"จู๋เชี่ยนอิ่ง กลัวแล้วเหรอ? เสียใจตอนนี้ทันไหม?" เสียงหยอกล้อของนายน้อยเหยียนดังมาจากข้างนอก คงจะรอนานแล้วล่ะสิ
จู๋เชี่ยนอิ่งสูดหายใจเข้าลึกๆ ยืดอกก้าวฉับๆ ไปที่ประตู บิดลูกบิดแล้วเปิดออกไป
นายน้อยเหยียนที่ยืนกอดอกพิงกำแพงรออยู่ พอได้ยินเสียงประตูก็หันมามอง ทั้งสองสบตากัน จู๋เชี่ยนอิ่งรู้สึกทำตัวไม่ถูก จึงหันหน้าหนี "เสื้อคลุมอาบน้ำ... มันใหญ่ไปหน่อย..."
สายตาของนายน้อยเหยียนเลื่อนไปตามคำพูดของเธอ ในหมู่ผู้หญิงด้วยกัน รูปร่างของเธอถือว่าสูงโปร่ง แต่เมื่อเทียบกับรูปร่างสูงใหญ่บึกบึนแบบเขาแล้ว มันก็ยังมีความต่างกันลิบลับอยู่ดี
เสื้อคลุมอาบน้ำของเขา พอมาอยู่บนตัวเธอแล้ว มันดูหลวมโคร่งสุดๆ
ถึงแม้เธอจะพยายามพันเสื้อคลุมไว้อย่างมิดชิด แต่คอเสื้อที่กว้างก็ยังไม่สามารถปิดบังลำคอระหงและไหปลาร้าสุดเซ็กซี่ของเธอได้เลย
สายตาของนายน้อยเหยียนหยุดอยู่ที่คอเสื้อของเธอสองสามวินาที เขาลอบกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะพยายามบังคับสายตาให้ละไปทางอื่น
สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเสียดายก็คือ เธอเล่นพันเสื้อคลุมซะแน่นจนเป็นก้อนกลม บดบังส่วนโค้งเว้าอันงดงามของร่างกายท่อนบนไปซะหมด แต่ก็อาจจะเป็นเพราะเสื้อคลุมมันใหญ่เกินไป เธอเลยต้องผูกสายรัดเอวให้แน่นขึ้น เมื่อมองจากมุมนี้ เอวของเธอถึงได้ดูคอดกิ่วจนน่าจะใช้สองมือรวบได้มิด
และสิ่งที่ทำให้เขาเสียดายที่สุดก็คือ เรียวขาคู่สวยที่ยาวและตรงราวกับไม้บรรทัดที่เขาชื่นชมที่สุด ก็ถูกเสื้อคลุมอาบน้ำตัวโคร่งนี้ปิดบังจนมองไม่เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว
"อืม... มันก็หลวมไปจริงๆ แหละ!"
นายน้อยเหยียนลูบปลายคาง สายตากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าขึ้นลงหลายรอบ
"แต่ว่า... จะเกี่ยวอะไรล่ะ? ยังไงซะเดี๋ยวก็ต้องถอดอยู่ดี!"
คำพูดที่ตรงไปตรงมาและโจ่งแจ้งขนาดนี้ ทำเอาจู๋เชี่ยนอิ่งพยายามจะตีหน้าตายแกล้งทำเป็นเก๋าเกมก็ทำไม่ลง ถึงแม้เธอจะเป็นฝ่ายเสนอตัวมาเอง แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทั้งโกรธทั้งอายกับอารมณ์ที่ปะทุขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอหันหน้าหนี ไม่อยากมองไอ้หน้าหล่อที่ทำหน้าตาเจ้าเล่ห์กวนประสาทชวนให้หมั่นไส้คนนั้น
นายน้อยเหยียนนานๆ ทีจะได้เห็นจู๋เชี่ยนอิ่งทำตัวไม่ถูกแบบนี้ ก็รู้สึกสะใจอยู่ลึกๆ เขาใช้เท้าถีบกำแพงเบาๆ พุ่งตัวมาหยุดอยู่ตรงหน้าจู๋เชี่ยนอิ่งในพริบตา "ทำไม จะให้ฉันอุ้มเธอขึ้นเตียงเหรอ?"
จู๋เชี่ยนอิ่งยังไม่ทันจะได้เอ่ยปากปฏิเสธคำเย้าแหย่ของเขา ก็เห็นเขาย่อตัวลง กว่าเธอจะรู้ตัว ร่างของเธอก็ถูกเขาอุ้มลอยขึ้นจากพื้นแล้ว
"ปล่อยฉันลงนะ!" จู๋เชี่ยนอิ่งพยายามตั้งสติอย่างเต็มที่
เธอไม่ใช่ผู้หญิงบอบบางอ่อนแอ การถูกอุ้มแบบนี้ ถือเป็นครั้งแรกในชีวิตของเธอเลย ความรู้สึกมันเลย... แปลกๆ ชอบกล!
แต่นายน้อยเหยียนไม่สนใจเสียงประท้วงของเธอเลย เขาอุ้มเธอไว้อย่างสบายๆ เดินจ้ำอ้าวไปที่ประตูห้องนอน ใช้เท้าเตะประตูที่แง้มอยู่ให้เปิดกว้าง ภายในห้องนอนมีเพียงแสงไฟสลัวๆ จากโคมไฟหัวเตียงเท่านั้น
"ฉันเดินเองได้!" จู๋เชี่ยนอิ่งยังคงไม่ยอมแพ้ พยายามดิ้นรนจะลงจากอ้อมแขนของเขา
ในเมื่อเธอเป็นฝ่ายเสนอตัวมาเอง เธอก็ควรจะต้องทำตัวให้ดูเป็นฝ่ายรุกบ้างสิ
การที่ถูกผู้ชายอุ้มไปที่เตียง มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเหยื่อที่กำลังจะถูกขย้ำ สถานการณ์ที่ถูกควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จและตกเป็นฝ่ายตั้งรับแบบนี้ เธอไม่ชอบเอาเสียเลย และทำใจยอมรับได้ยากมาก
ถึงแม้เธอจะไม่มีประสบการณ์เรื่องชายหญิงเลยแม้แต่น้อย แต่เธอยึดมั่นในหลักการของความยินยอมพร้อมใจทั้งสองฝ่าย เรื่องแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายชายหรือฝ่ายหญิง มันควรจะเป็นความสุข การมีปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน ไม่ใช่การบีบบังคับหรือการตักตวงผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
ในเมื่อมันคือความสุข และเรื่องนี้ยังไงก็ต้องเกิดขึ้นไม่ช้าก็เร็ว เธอเปิดใจรับและสนุกไปกับมันให้เต็มที่ดีกว่า จะมามัวนั่งกังวลไปทำไม?
นายน้อยเหยียนไม่รู้ว่าอุ้มจนเมื่อยแขน หรือว่าทนความดื้อรั้นของเธอไม่ไหว เขาหยุดเดินและวางเธอลงบนพื้น
พอเท้าแตะพื้นปุ๊บ จู๋เชี่ยนอิ่งก็เหมือนกลัวว่านายน้อยเหยียนจะเปลี่ยนใจ เธอรีบวิ่งจู๊ดไปที่เตียง สะบัดรองเท้าแตะทิ้งแล้วปีนขึ้นไปบนเตียงอย่างรวดเร็ว
นายน้อยเหยียนยกยิ้มมุมปากอย่างอารมณ์ดีเดินตามมา ตอนนี้เขาลืมเรื่องสิงป๋อลุนไปจนหมดสิ้นแล้ว และก็ลืมเรื่องที่เธอทำให้เขาหงุดหงิดไปด้วย
ความสนใจทั้งหมดของเขา ตอนนี้พุ่งเป้าไปที่เธอเพียงคนเดียว
ข่าวลือเกี่ยวกับนายน้อยเหยียนในแวดวงสังคมมีมากมาย หนึ่งในนั้นก็คือ เขาเป็นคนขี้งกและเจ้าคิดเจ้าแค้นที่สุด
แต่จริงๆ แล้ว ความขี้งกและเจ้าคิดเจ้าแค้นของเขานั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และบุคคลด้วย
อย่างเช่นตอนนี้ ในหัวของเขาไม่มีชื่อของสิงป๋อลุนอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว เพราะคนอย่างนายน้อยเหยียน ไม่มีทางยอมให้อารมณ์ดีๆ ของตัวเองต้องมาเสียเพราะคนนอกเด็ดขาด
แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า เขาจะยอมปล่อยสิงป๋อลุนไปง่ายๆ หรอกนะ เรื่องมันยังอีกยาวไกล เขาไม่ได้รีบร้อนที่จะจัดการกับหมอนั่นในตอนนี้สักหน่อย
หลังจากจู๋เชี่ยนอิ่งปีนขึ้นไปบนเตียง เธอก็แอบงงนิดๆ ว่า... แล้วต้องทำอะไรต่อล่ะ?
ก็แหม เธอมันเป็นสาวน้อยวัยใสบริสุทธิ์ผุดผ่อง ที่แม้แต่ความรักก็ยังไม่เคยมีนี่นา!
นายน้อยเหยียนหยุดยืนอยู่ข้างเตียง มองจู๋เชี่ยนอิ่งที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยสีหน้าสับสนงุนงงอย่างขำๆ ปกติเห็นแต่ตอนที่เธอฉลาดแกมโกง เจ้าเล่ห์เพทุบาย แต่พอเห็นจู๋เชี่ยนอิ่งทำหน้าตาซื่อบื้อแบบนี้ นายน้อยเหยียนกลับรู้สึกว่ามันช่างน่าเอ็นดูสุดๆ
อารมณ์ของเขายิ่งเบิกบานขึ้นไปอีก คุกเข่าข้างหนึ่งลงบนขอบเตียง โน้มตัวเข้าไปหาเธอ มือข้างหนึ่งยันเตียงไว้ข้างๆ ตัวเธอ ร่างของเขาโค้งลงมาคร่อมทับร่างของเธอเอาไว้
"คิดอะไรอยู่เหรอ?" นายน้อยเหยียนยิ้มมุมปาก ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ดวงตาที่หรี่ลงครึ่งหนึ่งแฝงประกายวิบวับอย่างมีนัยยะ
จู๋เชี่ยนอิ่งชะงักไป นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้เผชิญหน้ากับเขาในระยะประชิดขนาดนี้ สัญชาตญาณสั่งให้เธอเอนตัวไปข้างหลัง หวังจะถอยห่างจากเขาอีกนิด แต่ปากกลับตอบออกไปอย่างซื่อตรง
"คิดถึงนายไง!"
"หืม? คิดถึงฉันเหรอ?" อารมณ์ของนายน้อยเหยียนในตอนนี้ ไม่ใช่แค่คำว่า 'ดี' จะสามารถอธิบายได้หมดแล้วล่ะ!
ถึงแม้ว่าระหว่างเขากับเธอจะไม่มีความรักเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่การที่เธอคิดถึงเขาตอนอยู่บนเตียง มันถือเป็นการยกยอและให้เกียรติศักดิ์ศรีความเป็นชายของเขาอย่างสูงสุด
"อืม" จู๋เชี่ยนอิ่งพยักหน้ารับอย่างซื่อตรงอีกครั้ง แผ่นหลังของเธอค่อยๆ เอนลงไปจนสัมผัสกับพนักพิงเตียงโดยไม่รู้ตัว
"คิดถึงฉันเรื่องอะไรล่ะ?" นายน้อยเหยียนคลานขึ้นมาบนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ พอเธอถอย เขาก็ขยับเข้าใกล้ขึ้นอีก คราวนี้ใช้สองมือยันเตียงขนาบข้างตัวเธอ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์ ถึงแม้จะยังไม่ได้สัมผัสกันแนบชิด แต่ความรู้สึกมันกลับ... ดีอย่างประหลาด
จู๋เชี่ยนอิ่งเอียงคอมองอย่างใช้ความคิดจริงๆ จังๆ "คิดว่านายเคยมีผู้หญิงมาแล้วกี่คนกันแน่..."
คำพูดแบบนี้ จริงๆ แล้วไม่ควรจะพูดออกมาเลย แต่จู๋เชี่ยนอิ่งก็พูดมันออกมาจนได้ ลึกๆ ในใจแล้ว เธอคงจะแคร์เรื่องนี้อยู่เหมือนกันล่ะมั้ง
"แล้วเธอคิดว่า ฉันเคยมีมากี่คนล่ะ?" นายน้อยเหยียนยิ้มกริ่มแล้วถามกลับ ดวงตาที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มแฝงความหมายลึกซึ้ง จ้องมองใบหน้าของเธอไม่วางตา
(จบแล้ว)