เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - การโต้กลับครั้งยิ่งใหญ่ของนายน้อยเหยียน

บทที่ 42 - การโต้กลับครั้งยิ่งใหญ่ของนายน้อยเหยียน

บทที่ 42 - การโต้กลับครั้งยิ่งใหญ่ของนายน้อยเหยียน


บทที่ 42 - การโต้กลับครั้งยิ่งใหญ่ของนายน้อยเหยียน

ร้านข้างเคียงที่ผู้จัดการพูดถึงก็คือร้านคาราโอเกะเล่ออวิ้น สาขาหนึ่งในเมือง L ซึ่งมีประธานโจว คนที่นัดพบกับนายน้อยเหยียนตั้งแต่เช้าตรู่เมื่อวันก่อนเป็นเจ้าของนั่นเอง

ในตอนแรกที่นายน้อยเหยียนเดินเข้ามาเห็นสภาพดังกล่าว เขารู้สึกโมโหเป็นอย่างมาก แต่หลังจากได้รับฟังรายงานจากผู้จัดการ เขากลับนิ่งเงียบและสูบซิการ์ไปสองคำ พลางพ่นควันเป็นวงยาวออกมา มือข้างหนึ่งคีบซิการ์ไว้แล้วเคาะขี้เถ้าลงบนที่เขี่ยบุหรี่ซึ่งผู้จัดการคอยประคองรอรับอยู่

"แล้วสาขาอื่นล่ะ?"

น้ำเสียงของเขาเรียบสนิท บ่งบอกถึงการเก็บซ่อนความโกรธเกรี้ยวเอาไว้จนมิดชิด

ทว่า เมื่อเทียบกับนายน้อยเหยียนในยามที่กำลังระเบิดโทสะแล้ว ผู้จัดการกลับรู้สึกหวาดกลัวนายน้อยเหยียนที่ดูสุขุมลุ่มลึกและยากจะคาดเดาอารมณ์เช่นนี้มากกว่าเสียอีก

"นายท่าน สาขาอื่นก็สภาพไม่ต่างจากที่นี่เท่าไหร่ครับ"

นายน้อยเหยียนปรายตามองผู้จัดการที่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่กล้านั่งลงก่อนจะเอ่ยถาม "ทำไมถึงไม่รายงาน?"

ผู้จัดการยกหลังมือขึ้นปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผากอย่างเงียบเชียบ "นายท่าน พวกเรานึกว่าเขากำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้ายก่อนตายน่ะครับ กะว่าปล่อยให้ป่วนไปวันสองวันเดี๋ยวก็คงเจ๊งไปเอง ยิ่งช่วงนี้ใกล้จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้วด้วย พวกเราเลยคิดว่า ยอดขายเดือนนี้คงไม่ได้รับผลกระทบอะไรมากหรอกครับ"

นายน้อยเหยียนวางซิการ์ลงบนที่เขี่ยบุหรี่ที่ยังคงค้างอยู่ในอากาศ แล้วยื่นมืออีกข้างออกไป แม้ว่าผู้จัดการจะไม่ได้คอยปรนนิบัตินายน้อยเหยียนบ่อยเท่าฉินซิว แต่เขาก็รู้ใจเจ้านายคนนี้เป็นอย่างดี จึงรีบโน้มตัวลงหยิบแก้วน้ำเลมอนบนโต๊ะส่งให้นายน้อยเหยียนในทันที

นายน้อยเหยียนจิบน้ำอุ่นเพื่อบรรเทาอาการคอแห้ง

"พวกแกนี่เก่งกันจริงๆ นะ! เอาอะไรมามั่นใจว่าเขาแค่ป่วนไปวันสองวันแล้วจะเจ๊ง? ไม่คิดบ้างล่ะว่าเขากำลังจัดโปรโมชั่นรับเทศกาล ดึงคนมาทำให้ร้านคึกคัก พอถึงช่วงไหว้พระจันทร์ ธุรกิจเขาก็ยิ่งจะรุ่งโรจน์เป็นพลุแตกไง!"

น้ำเสียงของนายน้อยเหยียนนั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก ส่งผลให้เหงื่อบนหน้าผากของผู้จัดการยิ่งผุดพรายออกมาหนักกว่าเดิม "แต่ว่า..."

"แต่อะไรอีกล่ะ? แจ้งผู้จัดการทุกสาขาให้รีบมาประชุมหาทางแก้เดี๋ยวนี้เลย ถ้าพรุ่งนี้กลางคืน ธุรกิจยังเงียบเหงาเป็นป่าช้าแบบนี้อีก ช่วงเทศกาลไหว้พระจันทร์ปีนี้ พวกแกก็เตรียมตัวขาดทุนจนต้องโดดตึกตายได้เลย!"

"ครับ นายท่าน!"

ผู้จัดการคุ้นชินกับสไตล์การทำงานที่เด็ดขาดและรวดเร็วของนายน้อยเหยียนมานานแล้ว เมื่อรับคำสั่งเสร็จ เขาก็รีบควักโทรศัพท์ออกมากดโทรออกในทันที

สายแรก เขาโทรหาฉินซิว

"ผู้ช่วยพิเศษฉินครับ รบกวนคุณมาที่ถนนตีนฝั่งตะวันตกตอนนี้เลย... ครับ... ใช่ครับ นายท่านอยู่ที่นี่ครับ"

ฉินซิวผู้ได้รับฉายาว่าผู้ช่วยพิเศษสารพัดนึก เขาไม่ได้ชื่อนี้มาเพราะโชคช่วยเลยจริงๆ

คืนนั้น นายน้อยเหยียน ฉินซิว และผู้จัดการอีกหลายคน ต่างร่วมประชุมกันอยู่ที่ร้านคาราโอเกะจนถึงเวลาตี 2 กว่า จึงค่อยแยกย้ายกันกลับไป

ครั้นพอถึงคืนวันที่ 2 สถานการณ์ธุรกิจของเครือร้านคาราโอเกะยักษ์ใหญ่ทั้ง 2 แห่งในเมือง L ก็พลิกกลับตาลปัตรอย่างสิ้นเชิง

ร้านคาราโอเกะถงเหยาที่เงียบเหงามาหลายวัน จู่ๆ ก็กลับมาเนืองแน่นไปด้วยผู้คนจนแทบทุกห้องเต็มหมด ส่วนร้านคาราโอเกะเล่ออวิ้นที่เคยคนแน่นเอี้ยดเมื่อไม่กี่วันก่อน กลับว่างเปล่าจนเหล่าสาวนั่งดริ๊งก์และพนักงานเสิร์ฟต่างว่างงานจนต้องมานั่งแทะเมล็ดแตงโมเล่นมือถือฆ่าเวลา

ตกลงว่านายน้อยเหยียนกับพรรคพวกคิดแผนการอะไรออก ถึงสามารถพลิกสถานการณ์จากหน้ามือเป็นหลังมือได้ในชั่วข้ามคืนเช่นนี้?

ในช่วงเที่ยงของวันนั้น บนหน้าจอโฆษณา LED ของรถแท็กซี่และรถประจำทางทุกคันในเมือง L ต่างก็ปรากฏพาดหัวโฆษณาประโยคเดียวกันว่า "จ่ายร้อยลุ้นสิบล้าน"

เนื้อหาโฆษณาโดยสรุปคือ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปอีก 3 เดือน หากลูกค้ามียอดชำระครบ 100 หยวนในร้านคาราโอเกะถงเหยาทุกสาขาในเมือง L จะได้รับสิทธิ์จับรางวัล 1 ครั้ง โดยของรางวัลคือคฤหาสน์หรูริมแม่น้ำ 1 หลัง ในโครงการที่พัฒนาโดยกลุ่มบริษัทเหยียนหวง ซึ่งมีมูลค่าประเมินตามท้องตลาดสูงถึงเกือบ 10 ล้านหยวน

ด้วยเหตุนี้ สโลแกน "จ่ายร้อยลุ้นสิบล้าน" จึงแพร่สะพัดไปทั่วเมือง L อย่างรวดเร็วในพริบตา

โปรโมชั่นลดแลกแจกแถมของร้านเล่ออวิ้นที่ทำเพียงแค่ลดค่าเครื่องดื่ม หรือแถมเวลาในห้องร้องเพลงเพียงเล็กน้อย เมื่อต้องมาเจอกับรางวัลใหญ่ระดับ 10 ล้านเข้าไป ก็ถึงกับดูหมองลงไปถนัดตา

เพียงชั่วข้ามคืน วัยรุ่นแทบทุกคนที่ได้ยินโฆษณา "จ่ายร้อยลุ้นสิบล้าน" ต่างก็พร้อมใจกันเลือกไปเที่ยวสังสรรค์ที่ร้านคาราโอเกะถงเหยา

ตามปกติแล้ว จู๋เชี่ยนอิ่งไม่ค่อยสนใจเรื่องราวของตระกูลเหยียนเท่าไรนัก แต่ในตอนนี้ อย่างไรเสียเธอก็ถือว่าเป็นว่าที่ภรรยาที่ยังไม่ได้แต่งเข้าบ้านของนายน้อยเหยียน

ดังนั้นในคืนนั้น ตอนที่เธอนั่งรถออกไปร้องคาราโอเกะกับเพื่อนสนิทอย่างสิงป๋อลุน แล้วได้เห็นป้ายโฆษณาตามรถสาธารณะจนเต็มท้องถนนไปหมด เธอก็แอบยกนิ้วชื่นชมอยู่ในใจ

กลุ่มลูกค้าหลักของร้านคาราโอเกะก็คือเหล่าวัยรุ่น ซึ่งเป็นวัยที่ชอบการท่องเที่ยว ความสนุกสนาน และการเสี่ยงโชค

แคมเปญ "จ่ายร้อยลุ้นสิบล้าน" นอกจากจะมีของรางวัลที่ดึงดูดใจอย่างถึงที่สุดแล้ว ยังเป็นการตอบโจทย์ทางจิตวิทยาในเรื่องการเสี่ยงดวงและความท้าทายของวัยรุ่นได้เป็นอย่างดี

และที่สำคัญที่สุด สำหรับวัยรุ่นวัย 20 กว่าๆ ส่วนใหญ่ในยุคนี้ การจะได้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หรูราคาหลัก 10 ล้านด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง มันแทบจะเป็นความฝันที่เกินเอื้อม

แต่ตอนนี้ แค่จ่ายเงิน 100 เดียว ก็ได้ลุ้นโอกาสทำความฝันให้เป็นจริงแล้ว ลองคิดดูสิว่ามันจะดึงดูดใจวัยรุ่นได้มากขนาดไหน!

"ตระกูลถงโต้กลับรอบนี้ได้สวยงามมาก!" สิงป๋อลุนที่กำลังขับรถอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากชม

ก๊วนที่ออกมาร้องคาราโอเกะด้วยกันคืนนี้ มีจู๋เชี่ยนอิ่งรวมอยู่ด้วยทั้งหมด 5 คน อีก 3 คนเป็นเพื่อนสมัยเด็กของสิงป๋อลุน ซึ่งก็ถือว่าเป็นเพื่อนสนิทที่คบหากันมาหลายปีของจู๋เชี่ยนอิ่งเช่นกัน

"ทำไมตระกูลถงถึงต้องโต้กลับล่ะ?"

แน่นอนว่าจู๋เชี่ยนอิ่งรู้ว่าตระกูลถงก็คือครอบครัวฝั่งแม่ของคุณนายผู้เฒ่าเหยียน ถงเสี่ยวหวย และก็เป็นที่รู้กันดีว่าเมื่อ 10 ปีก่อน ธุรกิจทั้งหมดของตระกูลถงถูกส่งมอบให้นายน้อยเหยียนเป็นคนดูแล

แต่เธอไม่รู้ที่มาที่ไปของกิจกรรม "จ่ายร้อยลุ้นสิบล้าน" ครั้งนี้

"ก็ช่วงนี้ร้านเล่ออวิ้นเขาจัดโปรโมชั่น ลดราคาเครื่องดื่ม ร้องสองชั่วโมงแถมหนึ่งชั่วโมง จนดึงลูกค้าจากถงเหยาไปจนยอดตกฮวบน่ะสิ ได้ยินมาว่า เมื่อคืนจู่ๆ นายน้อยเหยียนก็ไปสุ่มตรวจงานที่ร้าน แล้ววันนี้ถงเหยาก็เลยงัดไม้เด็ดออกมาโต้กลับซะเลย!"

สิงป๋อลุนเป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลสิง มหาเศรษฐีอันดับสามของเมือง L ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองประธานของกลุ่มบริษัทสิง เรื่องข่าวสารพวกนี้เขาหูไวตาไวอยู่แล้ว

จู๋เชี่ยนอิ่งไม่ได้ซักไซ้ต่อ เห็นได้ชัดเลยว่า หลังจากนายน้อยเหยียนทิ้งเธอไว้กลางทางเมื่อคืน เขาก็ไม่ได้ตรงกลับบ้าน แต่แวะไปตรวจงานที่ร้านคาราโอเกะต่อ

ผู้ชายคนนี้ ถึงจะอารมณ์ร้ายไปหน่อย แต่สรุปแล้วก็เป็นวัยรุ่นสร้างตัวที่พึ่งพาได้คนหนึ่งแหละนะ!

"แล้วตกลงพวกเราจะไปร้านไหนดี? เล่ออวิ้นหรือถงเหยา?" หลวี่ฮุยที่นั่งอยู่เบาะหลังถามขึ้น

สิงป๋อลุนปรายตามองจู๋เชี่ยนอิ่ง "ก็ต้องถงเหยาสิ"

แม้ว่าข่าวผลการคัดเลือกจะยังไม่หลุดรอดไปถึงหูคนภายนอก และมีเพียงผู้เกี่ยวข้องไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้ความจริง จนเกือบทุกคนต่างพากันคิดว่าการคัดเลือกที่มีสาวงามเข้าร่วมกว่า 1,000 คนในครั้งนี้จบลงด้วยความล้มเหลวโดยไม่มีใครผ่านเกณฑ์เลย ทว่าสิงป๋อลุนกลับรู้ความจริงจากปากของจู๋เชี่ยนอิ่งแล้วว่า เธอคือผู้ชนะเพียงคนเดียวที่ผ่านการคัดเลือก

สิงป๋อลุนมองว่าการกระทำของนายน้อยเหยียนเป็นเพียงเรื่องตลกมาโดยตลอด โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าจนถึงตอนนี้ตระกูลเหยียนก็ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ เลย

ด้วยเหตุนี้ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเขาจึงพยายามหาทางพูดจาอ้อมค้อมเพื่อหลอกถามข้อมูลจากจู๋เชี่ยนอิ่งอยู่บ่อยครั้ง แต่ยัยเด็กนี่กลับปากแข็งเป็นบ้า

เรื่องไหนที่เธออยากเล่า เธอก็จะเล่าออกมาอย่างเปิดเผย แต่เรื่องไหนที่เธอไม่อยากพูด ต่อให้เอาแม่แรงมางัดปากก็ไม่มีทางยอมปริปากหรอก

"อิ่งเอ๋อร์ เธอไม่มีปัญหาอะไรใช่ไหม?" สิงป๋อลุนจงใจหันไปถามจู๋เชี่ยนอิ่ง

จู๋เชี่ยนอิ่งยักไหล่ "ฉันไม่มีปัญหา ตามเสียงส่วนใหญ่เลย!"

นิสัยของจู๋เชี่ยนอิ่งส่วนใหญ่จะออกแนวห้าวๆ ลุยๆ เหมือนผู้ชาย และเพราะเหตุนี้เอง เพื่อนสมัยเด็กของสิงป๋อลุนทั้งสามคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง จึงได้ยอมรับเธอเข้ามาอยู่ในแก๊งตลอดหลายปีที่ผ่านมา จนเธอกลายเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียวในกลุ่ม

"อิ่งเอ๋อร์ ได้ยินว่าช่วงนี้พ่อเธอวิ่งเต้นขอกู้เงินหลายที่แต่ก็โดนปฏิเสธหมด จริงหรือเปล่าเนี่ย?"

ทั้งสามคนที่นั่งอยู่เบาะหลัง ต่างก็มาจากตระกูลมหาเศรษฐี 1 ใน 10 อันดับของเมือง L เช่นเดียวกับสิงป๋อลุน

หลวี่ฮุยเป็นคุณชายเล็กของตระกูลหลวี่ มหาเศรษฐีอันดับ 5 ฉีเซียวเป็นคุณชายรองของตระกูลฉี มหาเศรษฐีอันดับ 7 และหลิงเฉินเป็นคุณชายสามของตระกูลหลิง มหาเศรษฐีอันดับ 9 ทั้งสามคนเหมือนกับสิงป๋อลุนตรงที่เป็นลูกที่เกิดจากภรรยาหลวง มีเพียงจู๋เชี่ยนอิ่งเท่านั้นที่เกิดจากภรรยารอง ดังนั้นหากพิจารณาตามฐานะทางเศรษฐกิจแล้ว จู๋เชี่ยนอิ่งจึงไม่เคยมองว่าตนเองอยู่ในระดับเดียวกับพวกเขาเลย

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 42 - การโต้กลับครั้งยิ่งใหญ่ของนายน้อยเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว