- หน้าแรก
- สัญญารักฉบับมาเฟีย ภรรยาตัวแสบของนายน้อยเหยียน
- บทที่ 27 - ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะ
บทที่ 27 - ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะ
บทที่ 27 - ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะ
บทที่ 27 - ใครกันแน่ที่เป็นผู้ชนะ
เกิดมาจนป่านนี้ นายน้อยเหยียนไม่เคยต้องมาทนอึดอัดใจแบบนี้มาก่อน
ตอนนี้เขาโกรธจนลมออกหู แน่นอนว่าต้องหาคนมาระบายอารมณ์สักหน่อย
พอคิดว่ายัยตัวต้นเหตุน่าจะกำลังนอนมุดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มอย่างสบายใจ นายน้อยเหยียนก็ยิ่งหงุดหงิดจนแทบระเบิด
เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ค้นหาประวัติการโทรแล้วกดโทรกลับทันที
ไอ้ความคิดที่ตั้งใจจะปล่อยให้เธอรอเพื่อสั่งสอนน่ะเหรอ ปลิวหายไปกับสายลมหมดแล้ว
ตอนนี้เขาแค่อยากจะลากตัวเธอออกมา แล้วด่าให้เปิงสักตั้ง
ไม่รู้ว่าเธอจงใจแก้แค้นเขาหรือเปล่า โทรศัพท์ดังอยู่นานมากก็ยังไม่มีคนรับ
จังหวะที่นายน้อยเหยียนเริ่มหมดความอดทนและแทบจะปาโทรศัพท์ทิ้ง ในที่สุดปลายสายก็กดรับ
"ฮัลโหล... สวัสดีค่ะ..." น้ำเสียงงัวเงียและอู้อี้เพราะอาการคัดจมูกของคนเพิ่งตื่นนอน ดังลอดเข้ามาในหูของนายน้อยเหยียน
"จู๋! เชี่ยน! อิ่ง!"
นายน้อยเหยียนเค้นเสียงตะคอกเรียกชื่อเธอทีละพยางค์ กัดฟันกรอดๆ ราวกับว่าอีกฝ่ายมีความแค้นฝังหุ่นกับเขามาตั้งแต่ชาติปางก่อน
เสียงสวบสาบเสียดสีกันดังมาจากปลายสาย จากนั้นน้ำเสียงของจู๋เชี่ยนอิ่งก็ฟังดูตื่นขึ้นมานิดหน่อย "นายน้อยเหยียนเหรอคะ?"
"ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใคร?"
นายน้อยเหยียนตอกกลับอย่างอารมณ์เสีย ตีให้ตายเขาก็ไม่ยอมรับหรอกว่า เมื่อกี้เขาเกือบจะใจอ่อนยวบเพราะน้ำเสียงอู้อี้งัวเงียของเธอไปแล้ว
"นายท่านเหยียนกับนายหญิงเหยียนยังอยู่บ้านใช่ไหมคะ? พรุ่งนี้เย็นพวกคุณสะดวกไหมคะ? ฉันอยากจะเข้าไปกราบเยี่ยมอย่างเป็นทางการน่ะค่ะ"
จู๋เชี่ยนอิ่งที่อยู่ปลายสาย ดูเหมือนจะหลุดจากภวังค์ความงัวเงียได้อย่างรวดเร็ว ไม่เพียงแต่สมองจะกลับมาแล่นฉิว แต่น้ำเสียงก็กลับมาใสแจ๋วเหมือนปกติด้วย
"ไม่ว่าง!"
ในที่สุดนายน้อยเหยียนก็นึกขึ้นได้แล้ว ว่าต้องปล่อยให้เธอรอซะบ้าง... ใช่ ต้องปล่อยให้รอ!
เขานึกว่าเธอจะปรี๊ดแตกใส่ ที่ไหนได้ เธอกลับบอกว่า "งั้นเหรอคะ... ถ้าอย่างนั้นก็ เอาไว้คุณนายน้อยเหยียนดูแล้วกันนะคะ ว่าสะดวกเมื่อไหร่ค่อยบอกฉันอีกที บ๊ายบายค่ะ!"
พูดจบ เธอก็ชิงตัดสายไปดื้อๆ โดยไม่รอฟังว่านายน้อยเหยียนจะพูดอะไรต่อ
นายน้อยเหยียนได้ยินเสียง "ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด" ดังมาจากโทรศัพท์ เขายกโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ปรากฏว่าสายถูกตัดไปแล้วจริงๆ!
จู๋! เชี่ยน! อิ่ง!
นายน้อยเหยียนกัดฟันกรอดสบถด่าในใจ ตอนนี้เขาแทบอยากจะพุ่งตัวไปที่บ้านตระกูลจู๋ ลากตัวเธอขึ้นมาฟาดให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
หลังจากนั้น เลขาฯ ของนายน้อยเหยียนก็โดนด่ายับเยินเพียงเพราะเรื่องขี้ปะติ๋ว
ส่วนฉินซิว ผู้ช่วยพิเศษสารพัดประโยชน์ ก็ถูกนายน้อยเหยียนสั่งให้ไปซื้อข้าวเที่ยงให้ แถมไม่ใช่ร้านไก่กาที่ไหนก็ได้นะ ต้องเป็นร้านอาหารเก่าแก่ชื่อดังที่อยู่ทางใต้ของเมืองเท่านั้น
บริษัทเครือเหยียนหวงตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมือง การที่ผู้ช่วยพิเศษต้องถ่อไปซื้อข้าวไกลถึงตอนใต้ของเมือง กว่าจะไปถึงและกลับมาได้ อย่างน้อยๆ ก็ต้องใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง
"นายน้อยครับ... ข้าวซื้อกลับมา ป่านนั้นคงเย็นชืดหมดแล้วนะครับ?" ฉินซิวคิดว่านายน้อยเหยียนยังคงพาลโกรธเขาเรื่องที่จู๋เชี่ยนอิ่งโทรหา "ให้ผมโทรหาคุณจู๋ดีไหมครับ?"
ฉินซิวไม่รู้หรอกว่า ทั้งสองคนเพิ่งจะปะทะคารมกันไปหมาดๆ
และดูจากผลลัพธ์แล้ว คนที่พ่ายแพ้ ก็ดูเหมือนจะเป็นเจ้านายของเขาซะด้วย
"จะโทรหาเธอทำไม? ให้เธอเอาข้าวมาส่งหรือไง?" ประโยคนี้ นายน้อยเหยียนตั้งใจจะพูดประชดประชันฉินซิวแท้ๆ
แต่พอหลุดปากไปแล้ว นายน้อยเหยียนกลับรู้สึกว่าไอเดียนี้ก็เข้าท่าดีเหมือนกันนะ ไม่เพียงแต่จะได้หักหน้ายัยผู้หญิงจู๋เชี่ยนอิ่งนั่น แต่ยังจะได้เห็นเธอทำหน้าเจื่อนด้วยตาตัวเองอีกต่างหาก
เข้าท่าๆ!
"เอาล่ะ นายไม่ต้องไปซื้อแล้ว นายมีหน้าที่โทรไปบอกเธอ ให้เธอทำกับข้าวมาส่งให้ฉัน กับข้าวไม่ต้องเยอะ เอาแค่กับข้าวสี่อย่าง ซุปหนึ่งอย่าง ข้าวสองถ้วย ผลไม้ล้างปากสองอย่าง แล้วก็ของว่างยามบ่ายอีกสามอย่าง ขอเป็นของหวานสไตล์จีนนะ"
หลังจากสั่งงานเสร็จ นายน้อยเหยียนก็แอบภูมิใจในความฉลาดของตัวเองเงียบๆ
ขนมสไตล์จีนที่เธอให้คนเอามาส่งให้วันนั้น รสชาติอร่อยถูกปากเขามากจริงๆ
นายน้อยเหยียนโบกมือไล่ให้ฉินซิวไปจัดการ ในใจรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
จู๋เชี่ยนอิ่ง วันนี้นายท่านจะให้โอกาสเธออีกครั้งนะ ถ้ามื้อเที่ยงนี้เธอทำมาได้อร่อยถูกปาก แล้วก็เตรียมของว่างยามบ่ายมาได้อย่างดีเยี่ยมล่ะก็ ฉันจะยอมให้เธอมาเยี่ยมที่บ้านพรุ่งนี้เย็นก็ได้ แต่ถ้าไม่ล่ะก็... หึหึ!
ฉินซิวแอบโอดครวญในใจ รู้อย่างนี้ตอนแรกไม่น่าสาระแนพูดชื่อจู๋เชี่ยนอิ่งขึ้นมาเลย ไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวแท้ๆ!
แต่คนเป็นลูกน้องอย่างเขา จะไปบ่นร้องเรียนกับใครได้ล่ะ? สิ่งเดียวที่ทำได้ก็คือ ก้มหน้าก้มตาทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดนั่นแหละ
ฉินซิวจงใจเดินไปโทรศัพท์ที่ห้องประชุมข้างๆ ห้องทำงานของนายน้อยเหยียน รอไม่นาน ปลายสายก็กดรับ "ฮัลโหล... สวัสดีค่ะ..."
แค่ฟังก็รู้แล้วว่า โดนเขาโทรปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกรอบ
ฉินซิวรู้สึกผิดจับใจ รีบกล่าวขอโทษเสียงอ่อย "คุณจู๋ครับ ขอโทษด้วยนะครับ ผมฉินซิวครับ ขอโทษที่รบกวนเวลานอนของคุณนะครับ..."
"ไม่เป็นไรค่ะ คุณฉินมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ?" จู๋เชี่ยนอิ่งตอบกลับอย่างสุภาพ
ยิ่งเธอพูดดีด้วย ฉินซิวก็ยิ่งรู้สึกผิด "คุณจู๋ครับ คืออย่างนี้นะครับ วันนี้นายน้อยของเราท่านทานอะไรไม่ค่อยลง อยากทานอาหารรสมือแม่บ้านน่ะครับ จะรบกวนคุณจู๋ช่วยทำอาหารมาจากบ้านแล้วเอามาส่งให้หน่อยได้ไหมครับ?"
ปลายสายเงียบกริบ ฉินซิวไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึงข้อเรียกร้องเรื่องเยอะของนายน้อยเหยียนออกมาเลย
"คุณจู๋ครับ?"
"อืม ก็ได้ค่ะ บ้านฉันทานข้าวเช้า เลยเดี๋ยวฉันลองไปดูในครัวก่อนว่ามีอะไรเหลือบ้าง แล้วจะห่อไปส่งให้นะคะ"
จู๋เชี่ยนอิ่งตอบตกลงอย่างง่ายดายเกินคาด แต่เดี๋ยวนะ เธอไม่ได้คิดจะทำกับข้าวใหม่ๆ ให้เจ้านายของเขาเลย แถมยังจะเอาของเหลือๆ มาให้อีกเหรอ?
"คุณจู๋ครับ คืออย่างนี้นะครับ คุณก็รู้ใช่ไหมว่า นายน้อยของเราเป็นคนกินยาก อาหารธรรมดาๆ ท่านทานไม่ค่อยลงน่ะครับ คุณจู๋พอจะช่วยลงมือทำกับข้าวสี่อย่าง ซุปหนึ่งอย่าง ข้าวสองถ้วย ผลไม้ล้างปากสองอย่าง แล้วก็ของว่างสไตล์จีนอีกสามอย่าง ให้นายน้อยหน่อยได้ไหมครับ?"
ฉินซิวรีบพูดรวดเดียวจบแบบไม่กล้าหยุดพักหายใจเลย เพราะเขากลัวว่าถ้าหยุดชะงักไปนิดเดียว เขาจะไม่มีความกล้าพอที่จะพูดข้อเรียกร้องพวกนี้ของนายน้อยเหยียนออกมาอีก
คราวนี้ จู๋เชี่ยนอิ่งไม่ได้ตอบตกลงในทันที แต่กลับถามกลับมาว่า "คุณฉินคะ นี่เป็นคำสั่งของนายน้อยเหยียนใช่ไหมคะ?"
ฉินซิวจะตอบว่าใช่ก็ไม่เต็มปาก จะตอบว่าไม่ใช่ก็ไม่ได้อีก
"โอเคค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว รบกวนคุณฉินส่งที่อยู่บริษัทกับชั้นที่ทำงานมาให้ฉันด้วยนะคะ ทำเสร็จแล้วเดี๋ยวฉันเอาไปส่งให้ค่ะ อ้อ อย่าลืมบอกพนักงานต้อนรับไว้ล่วงหน้าด้วยนะคะ ฉันจะได้เข้าไปได้"
ฉินซิวรีบกล่าวขอบคุณซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในใจรู้สึกซาบซึ้งจู๋เชี่ยนอิ่งจนแทบน้ำตาไหล อยากจะมอบกายถวายชีวิตเพื่อเป็นการตอบแทนให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย
"ขอบคุณมากครับคุณจู๋ เดี๋ยวผมส่งที่อยู่ไปให้นะครับ ส่วนเรื่องพนักงานต้อนรับ ผมจะจัดการบอกไว้ให้เรียบร้อยเลยครับ พอคุณจู๋มาถึง แค่บอกว่าแซ่จู๋ก็เข้าไปได้เลยครับ!"
ฉินซิวเดินกลับมาที่ห้องทำงานของนายน้อยเหยียนด้วยรอยยิ้มที่หุบไม่ลง
"นายน้อยครับ คุณจู๋บอกว่าทำเสร็จแล้วจะรีบเอามาส่งให้ครับ"
อารมณ์ของนายน้อยเหยียนดีขึ้นมาทันตาเห็น
เขาคิดว่า คราวนี้ตัวเองเป็นฝ่ายชนะและเอาคืนได้สำเร็จแล้ว!
นายน้อยเหยียนมีอาหารมื้อเที่ยงที่เปี่ยมไปด้วยความรักรออยู่ ฉินซิวก็ไม่จำเป็นต้องอยู่เป็นก้างขวางคออีกต่อไป พอถึงเวลาพักเที่ยง เขาก็รีบชิ่งไปกินข้าวที่โรงอาหารทันที
นายน้อยเหยียนก็ไม่ได้รั้งเขาไว้ รู้สึกว่าคราวนี้ตัวเองเอาชนะได้สำเร็จ จึงอารมณ์ดีก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปอย่างเบิกบานใจ
นายน้อยเหยียนเป็นคนที่มีระเบียบวินัยในชีวิตสูงมาก เวลาตื่น นอน กิน ขับถ่าย ล้วนแต่เป๊ะตรงเวลาเสมอ
โดยปกติแล้ว เขาจะทานอาหารเที่ยงตอนเที่ยงตรงเป๊ะ ดังนั้นพอถึงเวลา กระเพาะของเขาก็จะส่งเสียงร้องเตือนทันที
แต่เพราะข้อเรียกร้องของเขามันค่อนข้างเยอะ เขาจึงเผื่อเวลาให้จู๋เชี่ยนอิ่งเพิ่มอีกสามสิบนาทีอย่างใจกว้าง
แต่พอเขารู้สึกตัวอีกที ว่ากระเพาะมันร้องประท้วงมาพักใหญ่แล้ว พอยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นเวลาบ่ายโมงตรงแล้ว
เลยเวลาอาหารเที่ยงปกติของเขามาหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ
(จบแล้ว)