- หน้าแรก
- สัญญารักฉบับมาเฟีย ภรรยาตัวแสบของนายน้อยเหยียน
- บทที่ 21 - เธอคือคนของนายน้อยเหยียน
บทที่ 21 - เธอคือคนของนายน้อยเหยียน
บทที่ 21 - เธอคือคนของนายน้อยเหยียน
บทที่ 21 - เธอคือคนของนายน้อยเหยียน
ดูเหมือนว่าข่าวลือภายนอกเหล่านั้นจะไม่ได้เกินจริงเลยสักนิด
ตอนที่เขาเปิดดูประวัติของจู๋เชี่ยนอิ่ง เขายังคิดว่าข้อมูลพวกนั้นเขียนเกินจริงไปหน่อย และรู้สึกว่ามันมีเจตนาเรียกร้องความสงสารแอบแฝงอยู่
แต่พอเขาได้มานั่งอยู่ในบ้านตระกูลจู๋จริงๆ ได้เผชิญหน้ากับพ่อแม่ของจู๋เชี่ยนอิ่งจริงๆ เขาถึงได้รู้ว่า ข้อมูลที่เขียนไว้ในประวัตินั้น นอกจากจะไม่ได้เกินจริงแล้ว ยังปิดบังความจริงที่เลวร้ายไว้อีกมากมายเหลือเกิน
ภายในห้องนั่งเล่น นอกจากครอบครัวตระกูลเหยียนทั้งสามคนแล้ว ก็เต็มไปด้วยคนของตระกูลจู๋ แต่คนกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ กลับเงียบกริบอย่างน่าอึดอัด
ที่จู๋จื่อโจวและเฉินจิ้งเงียบ เป็นเพราะไม่รู้จะรับมือกับการซักไซ้ไล่เลียงอย่างไม่ลดละของนายน้อยเหยียนอย่างไรดี
ส่วนความเงียบของบรรดาคุณนายคนอื่นๆ และลูกๆ ของพวกหล่อน เห็นได้ชัดว่าเป็นการเงียบเพื่อรอสมน้ำหน้าและรอดูงิ้วฉากใหญ่
ทางด้านนายหญิงเหยียน เมื่อเห็นว่าบรรยากาศในห้องนั่งเล่นเริ่มเย็นยะเยือกขึ้นเรื่อยๆ ก็ส่งยิ้มออกมาเพื่อช่วยคลี่คลายสถานการณ์
"ลูกจ๋า" นายหญิงเหยียนเพิ่งจะนั่งลงได้ไม่นาน แต่ก็ต้องรับบทเป็นคนกลางคอยไกล่เกลี่ยบรรยากาศอยู่ตลอด "ลูกจะรีบร้อนไปทำไมกัน อิ่งเอ๋อร์ก็แค่ออกไปข้างนอกแป๊บเดียว โทรศัพท์อาจจะแบตหมดจนเครื่องดับไปก็ได้ จำเป็นต้องทำเป็นเรื่องใหญ่เรื่องโตขนาดนี้เชียวหรือ?"
แต่นายน้อยเหยียนกลับไม่รับไมตรีจากแม่ตัวเอง "แม่ครับ เวลาแม่กับพ่อไปเที่ยวกันทีละเป็นปีๆ ครึ่งปี พวกแม่ยังโทรศัพท์กลับมาคุยกับผมทุกวันเลย ไม่ใช่หรือไงครับ?"
ในสายตาคนนอก นายน้อยเหยียนเป็นคนเอาแต่ใจ อารมณ์ร้าย และแปรปรวนง่าย ถ้าเขาไม่ได้พูดออกมาจากปากตัวเอง คงไม่มีใครเชื่อหรอกว่า เขาจะเป็นลูกชายยอดกตัญญูที่คอยนั่งรอโทรศัพท์รายงานตัวจากแม่ทุกวันอย่างว่าง่าย
นายน้อยเหยียนไม่ได้มีความรู้สึกรักใคร่ผูกพันอะไรกับจู๋เชี่ยนอิ่ง แต่ลึกๆ ในใจเขา นับตั้งแต่วินาทีที่เขารู้สึกสนใจในตัวผู้หญิงคนนี้ เขาก็ยอมรับสถานะของเธอไปแล้วโดยปริยาย
ในความเข้าใจของเขา นับตั้งแต่วินาทีที่จู๋เชี่ยนอิ่งถูกคนขับรถของตระกูลเหยียนมาส่งกลับถึงบ้านตระกูลจู๋ มันก็เป็นการประกาศความจริงข้อหนึ่งให้คนตระกูลจู๋ได้รับรู้แล้ว นั่นก็คือ นับจากนี้เป็นต้นไป จู๋เชี่ยนอิ่งคือคนของเขานายน้อยเหยียน
แต่คนของเขานายน้อยเหยียน กลับต้องมาทนรับการหมางเมินในบ้านตระกูลจู๋ถึงเพียงนี้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้แต่พ่อแม่แท้ๆ ยังไม่สนใจไยดี คนเป็นๆ หายตัวไปทั้งคน กลับไม่มีใครสนใจ ไม่มีใครไถ่ถาม
ถ้าไม่ใช่เพราะเขากับพ่อแม่มาเยี่ยมเยียนถึงบ้าน คนในบ้านหลังนี้ก็คงไม่มีใครรู้ตัว และไม่มีใครใส่ใจจริงๆ ว่าจู๋เชี่ยนอิ่งหายตัวไป
พฤติกรรมแบบนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับการง้างมือตบหน้านายน้อยเหยียนฉาดใหญ่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
คนของเขานายน้อยเหยียน ต้องมาทนรับการเมินเฉยและเย็นชาในบ้านตระกูลจู๋แบบนี้น่ะหรือ?
"นายท่านจู๋ จู๋เชี่ยนอิ่ง ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของคุณหรือเปล่าครับ?" ตอนที่พูดประโยคนี้ นายน้อยเหยียนมองจู๋จื่อโจวด้วยสายตาเย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
นายหญิงเหยียนมีหรือจะไม่เข้าใจความไม่พอใจของลูกชาย? เพียงแต่ว่า ครอบครัวพวกเธอเพิ่งจะมาเยือนเป็นครั้งแรก จะทำตัววางอำนาจบาตรใหญ่เกินไปก็คงไม่ดีใช่ไหมล่ะ?
อีกอย่าง เรื่องระหว่างลูกชายกับจู๋เชี่ยนอิ่ง ถึงจะมีผลการคัดเลือกเป็นเครื่องยืนยัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้ทั้งคู่ยังไม่มีสถานะหรือความผูกพันใดๆ ต่อกันเลย ในเมื่อยังไม่มีสถานะที่ชัดเจน ตอนนี้ลูกชายของเธอก็ดูเหมือนจะยังไม่มีจุดยืนหรือสิทธิ์อะไรที่จะไปออกรับแทน หรือทวงคืนความยุติธรรมให้กับจู๋เชี่ยนอิ่งเลยสักนิด
"ลูกจ๋า พูดจากับผู้ใหญ่แบบนี้ได้ยังไงกัน?"
ถึงแม้นายหญิงเหยียนจะรู้สึกเห็นใจชะตากรรมของว่าที่ลูกสะใภ้ในบ้านตระกูลจู๋จับใจ แต่ความเห็นใจก็ส่วนความเห็นใจ หากมองในมุมของจู๋จื่อโจว นี่มันเป็นเรื่องภายในครอบครัวตระกูลจู๋ พวกเธอที่เป็นคนนอก หากเข้าไปก้าวก่าย ก็ถือว่าเป็นการสอดมือเข้าไปยุ่งโดยไม่มีเหตุผลอันควร!
นายน้อยเหยียนเมื่อไม่ได้คำตอบใดๆ จากจู๋จื่อโจว ความอดทนก็หมดลงจนแทบไม่เหลือ เขาผุดลุกขึ้นยืน โดยไม่แม้แต่จะปรายตามองหน้าจู๋จื่อโจวเลยสักนิด
"พ่อครับ แม่ครับ เรากลับกันเถอะ!"
ทางด้านจู๋จื่อโจว สีหน้าเปลี่ยนไปทันที จู่ๆ เขาก็นึกอะไรขึ้นมาได้ รีบดึงแขนเฉินจิ้งแล้วพูดอย่างร้อนรนว่า "อาจิ้ง รีบโทรหาเสี่ยวอวี่เร็ว เข้าดูสิว่าแกรู้ไหมว่าอิ่งเอ๋อร์ไปไหน!"
คำพูดของเขา ทำเอาแม้นายหญิงเหยียนที่ฟังอยู่ยังต้องแอบส่ายหน้า อาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันแท้ๆ กลับต้องโทรไปถามเบาะแสลูกสาวคนโตจากลูกสาวคนเล็กที่อยู่ไกลถึงเมือง R ครอบครัวนี้ ช่างเหลวไหลสิ้นดี
และฟังจากคำพูดของจู๋จื่อโจว ดูเหมือนว่าเขาเองก็ไม่รู้เบอร์โทรศัพท์ของลูกสาวคนเล็กด้วยซ้ำ
นายหญิงเหยียนซึ่งตอนนี้ยังถือว่าเป็นคนนอก อดไม่ได้ที่จะเดาะลิ้นด้วยความประหลาดใจกับผู้ชายคนนี้
ด้วยสภาพแวดล้อมที่หล่อหลอมมา ตั้งแต่เล็กจนโต ผู้ชายที่เธอคลุกคลีด้วยส่วนใหญ่ล้วนเป็นพวกโหดเหี้ยมอำมหิต แต่ถึงผู้ชายพวกนั้นจะโหดเหี้ยมแค่ไหน สุดท้ายแล้วเมื่ออยู่ต่อหน้าลูกๆ ของตัวเอง พวกเขาก็มักจะอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักเสมอ
ผู้ชายที่เย็นชาและไม่ใส่ใจลูกสาวตัวเองถึงขนาดนี้อย่างจู๋จื่อโจว นับว่าหาได้ยากจริงๆ
เฉินจิ้งลุกลี้ลุกลนหยิบโทรศัพท์ออกมา ค้นหาอยู่นานกว่าจะเจอเบอร์ของจู๋เชี่ยนอวี่ แล้วกดโทรออก
นายน้อยเหยียนยืนนิ่งไม่ไหวติง เขาอยากจะรอดูว่า สามีภรรยาคู่นี้จะงัดลูกไม้ไหนมาเล่นอีก
"เสี่ยวอวี่ ช่วงนี้พี่สาวลูกได้ติดต่อมาบ้างไหม?"
เฉินจิ้งเปิดลำโพงโทรศัพท์ตามคำสั่งของจู๋จื่อโจว
"แม่คะ เมื่อคืนพี่เพิ่งจะโทรหาหนูเอง มีอะไรหรือเปล่าคะ?" น้ำเสียงของจู๋เชี่ยนอวี่ไพเราะและเต็มไปด้วยความสดใส ฟังแล้วทำให้รู้สึกดีได้อย่างง่ายดาย
นายน้อยเหยียนเดาว่า จู๋เชี่ยนอวี่คนนี้ก็น่าจะหน้าตาคล้ายๆ กับพี่สาวของเธอ
"แล้วพี่เขาได้บอกหรือฝากฝังอะไรลูกไว้บ้างไหม?"
ปกติแล้วเฉินจิ้งมักจะทุ่มเทเวลาและแรงกายส่วนใหญ่ไปกับการเอาใจจู๋จื่อโจว จึงดูแลลูกสาวทั้งสองคนค่อนข้างน้อย ลูกสาวคนโตมีความคิดเป็นของตัวเองมาตั้งแต่เด็ก พออายุสิบกว่าขวบ ก็แทบจะไปไหนมาไหนในบ้านหลังนี้ได้อย่างอิสระ ตัวเฉินจิ้งเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก เพราะคิดว่าเดี๋ยวสักพักลูกก็คงกลับมาเอง ส่วนลูกสาวคนเล็กที่ต้องไปเรียนต่างเมืองเป็นเวลาหนึ่งปี ก็เป็นลูกสาวคนโตนี่แหละที่คอยดูแล ดังนั้น ถ้าลูกสาวคนโตจะเดินทางไกล ก็คงจะบอกลูกสาวคนเล็กไว้ล่วงหน้าแน่ๆ
"อ๋อ... เมื่อเช้าตรู่พี่ส่งข้อความมาหาหนูค่ะ บอกว่าจะไปธุระสักพักนึง ยังไม่รู้กำหนดกลับที่แน่นอน" น้ำเสียงของจู๋เชี่ยนอวี่ที่อยู่ไกลถึงเมือง R ฟังดูราบเรียบ ดูเหมือนเธอจะชินกับการที่พี่สาวหายตัวไปสักระยะแบบนี้แล้ว
เฉินจิ้งแอบลอบมองนายน้อยเหยียน "แล้วพี่เขาบอกไหม ว่าจะไปไหน?"
"พี่ไม่ได้บอกค่ะ แม่คะ ตอนที่พี่ไป พี่ไม่ได้บอกแม่ไว้เหรอคะ?" จู๋เชี่ยนอวี่ก็ดูเหมือนจะรู้สึกแปลกใจเช่นกัน
สีหน้าของเฉินจิ้งดูกระอักกระอ่วน เมื่อคืนจู๋จื่อโจวมาค้างคืนที่ห้องเธอ ลูกสาวคนโตคงจะมาหาเธอแหละ แต่เธอคงจะหลับสนิทเกินไป เลยไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย
"มะ... ไม่ได้บอก..."
คนเป็นแม่ทำตัวแบบนี้ จะบอกว่าไม่รู้สึกผิดเลย ก็คงเป็นไปไม่ได้
"แม่คะ ทำไมแม่เป็นคนแบบนี้เนี่ย? ช่างเถอะค่ะ พูดกับแม่ไปก็ไลฟ์บอย หนูวางสายแล้วนะ!" โทรศัพท์ถูกตัดสายทิ้งไปพร้อมกับคำต่อว่าอย่างหัวเสียของจู๋เชี่ยนอวี่
จากนั้น เสียง "ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด ตื๊ด..." ของสายที่หลุดไปก็ดังก้องไปทั่วห้องนั่งเล่น เสียงบาดหูนั้นทำให้ครอบครัวตระกูลเหยียนทั้งสามคนถึงกับขมวดคิ้ว
"พ่อครับ แม่ครับ เราไปกันเถอะ!"
นายน้อยเหยียนไม่อยากจะเสวนากับจู๋จื่อโจวและเฉินจิ้งอีกต่อไป เขากวาดตามองพ่อแม่แวบหนึ่ง แล้วก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปที่ประตู
ส่วนนายหญิงเหยียน หลังจากฟังโทรศัพท์สายนี้จบ ก็รู้สึกเอือมระอากับพ่อแม่สุดขั้วคู่นี้ของจู๋เชี่ยนอิ่งเต็มทน เธอดึงแขนนายท่านเหยียน ลุกขึ้นยืน แล้วพยักหน้าให้จู๋จื่อโจวเล็กน้อย "นายท่านจู๋ ในเมื่อคุณหนูห้าไม่อยู่บ้าน ถ้างั้นพวกเราขอตัวลากลับก่อนนะคะ วันนี้มารบกวนแล้วค่ะ!"
นายหญิงเหยียนถึงกับเปลี่ยนสรรพนามที่ใช้เรียก ทำเอาจู๋จื่อโจวตกใจจนหน้าซีดเผือด
(จบแล้ว)