- หน้าแรก
- สัญญารักฉบับมาเฟีย ภรรยาตัวแสบของนายน้อยเหยียน
- บทที่ 17 - นายหญิงเหยียนปั่นหัวลูกชาย
บทที่ 17 - นายหญิงเหยียนปั่นหัวลูกชาย
บทที่ 17 - นายหญิงเหยียนปั่นหัวลูกชาย
บทที่ 17 - นายหญิงเหยียนปั่นหัวลูกชาย
นายน้อยเหยียนนั่งเครื่องบินส่วนตัวมาถึงเมือง H ก็เกือบจะทุ่มนึงแล้ว
เครื่องบินร่อนลงจอดที่สนามหญ้าในคฤหาสน์ตระกูลเหยียนที่ซื้อไว้ในเมือง H นายน้อยเหยียนเดินลงมาจากเครื่องบิน ตอนนี้เป็นช่วงกลางฤดูร้อน แสงอาทิตย์ยามอัสดงสีส้มอมแดงสาดส่องไปทั่วครึ่งค่อนฟ้า
นายน้อยเหยียนยืนอยู่ข้างเฮลิคอปเตอร์ ปรายตามองดวงอาทิตย์ที่ลับขอบฟ้าไปแล้วกว่าครึ่ง แสงตะวันฉาบไล้จอนผมของเขาให้กลายเป็นสีแดงระเรื่อ โครงหน้าหล่อเหลาของเขาเมื่อถูกแสงอาทิตย์ยามเย็นสาดส่อง ก็ยิ่งดูหล่อเหลาโดดเด่นเป็นพิเศษ
เพียงแต่ ชายหนุ่มรูปหล่อที่เคยสง่างามไร้ที่ติ กลับแผ่รังสีอำมหิตเย็นเยือกออกมาทั่วร่าง สาเหตุก็มาจากคิ้วเข้มที่ขมวดเข้าหากันจนเป็นปม และริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง
ชายชุดดำสองคนวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากคฤหาสน์สไตล์ยุโรป มาหยุดยืนตรงหน้านายน้อยเหยียน หอบหายใจแฮ่กๆ พร้อมกับค้อมศีรษะทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง "นายน้อย!"
นายน้อยเหยียนหันกลับมา สายตาคมกริบกวาดมองใบหน้าของทั้งสองคน "ได้เรื่องไหม?"
ระหว่างทาง เขาใช้โทรศัพท์ดาวเทียมสั่งการและวางแผนการสืบสวนตามล่าตัวไว้เรียบร้อยแล้ว และสองคนตรงหน้านี้ ก็คือผู้ดูแลธุรกิจของตระกูลถงในเมือง H
คนตัวสูงชื่อหม่าเผิง ส่วนคนตัวเตี้ยกว่าชื่อถงหย่ง
คำถามสั้นๆ ของนายน้อยเหยียน ทำให้ทั้งสองคนก้มหน้าลงทันที
"นายน้อยครับ ยังไม่ได้เรื่องเลยครับ..." หม่าเผิงคนตัวสูงตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ
"แล้วทางฝั่งถงเฟิงเป็นยังไงบ้าง?"
แม้น้ำเสียงของนายน้อยเหยียนจะไม่สบอารมณ์นัก แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะด่าทอ ก้าวยาวๆ มุ่งหน้าไปที่คฤหาสน์ หม่าเผิงกับถงหย่งรีบวิ่งเหยาะๆ ตามไปติดๆ
"พ่อของเขาเพิ่งจะข้ามแดนออกไปทางชายแดนใต้เมื่อสองสามวันก่อน ตอนนี้ยังไม่รู้จุดหมายปลายทางที่แน่ชัดครับ"
นายน้อยเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง การที่พ่อของถงเฟิงจะข้ามแดนจากชายแดนใต้แล้วอ้อมกลับมาที่เมือง H ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ถงเต๋อหมิง พ่อของถงเฟิง เป็นลูกพี่ลูกน้องของคุณนายเหยียน นับตามศักดิ์แล้ว นายน้อยเหยียนต้องเรียกเขาว่าลุง เมื่อก่อนเขาเคยทำงานรับใช้นายหญิงเหยียน สร้างผลงานมาไม่น้อย จึงได้รับความไว้วางใจและโปรดปรานจากนายหญิงเหยียนมาโดยตลอด
ทว่า หลังจากที่นายน้อยเหยียนเข้ามารับช่วงต่อธุรกิจของตระกูลถง ไม่รู้ว่าเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกันหรือช่องว่างระหว่างวัย ไม่นานนักหลังจากที่นายน้อยเหยียนขึ้นรับตำแหน่ง ถงเต๋อหมิงก็อ้างว่าอายุมากแล้วและขอเกษียณตัวเองไป ส่วนถงเฟิงที่ช่วยพ่อดูแลธุรกิจตระกูลถงมาตั้งแต่วัยรุ่น กลับยังคงทำงานต่อไปแม้ว่าพ่อจะวางมือไปแล้วก็ตาม
นายน้อยเหยียนนั่งลงบนโซฟาในห้องโถง รับชาร้อนจากคนรับใช้มาจิบแก้กระหาย ก่อนจะออกคำสั่งกับถงหย่ง "นายไปสืบดูว่าถงเต๋อหมิงไปไหน ถ้าสืบแบบเปิดเผยไม่ได้ ก็ใช้เส้นสายใต้ดินซะ"
ถงหย่งรับคำสั่งแล้วหันหลังกลับไปจัดการทันที นายน้อยเหยียนวางถ้วยชาลง ลุกขึ้นยืนแล้วหันไปพูดกับหม่าเผิง "เตรียมรถ นายไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย"
นายน้อยเหยียนมีหม่าเผิงติดตามไปด้วย แวะไปเยี่ยมเยียนผู้อาวุโสหลายคน แต่ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ไม่ว่าจะนายหญิงเหยียนหรือถงเต๋อหมิง พวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันมาพักใหญ่แล้ว
นายน้อยเหยียนพาหม่าเผิงตระเวนไปเยี่ยมผู้อาวุโสถึงสี่คนติดต่อกัน แต่คำตอบที่ได้ก็แทบจะไม่ต่างกันเลย
กว่าจะเดินออกมาจากบ้านผู้อาวุโสคนที่สี่ เวลาก็ล่วงเลยไปจนเกือบจะสี่ทุ่มแล้ว นายน้อยเหยียนที่กำลังนั่งอยู่บนรถเพื่อเดินทางไปบ้านผู้อาวุโสคนที่ห้า นวดคลึงหว่างคิ้วเบาๆ อย่างเหนื่อยล้า พยายามเค้นสมองคิดว่าตัวเองพลาดรายละเอียดตรงไหนไปหรือเปล่า ถึงได้ทำให้สถานการณ์มาถึงทางตันแบบนี้
ตอนที่ฉินซิวโทรมา รถของนายน้อยเหยียนยังคงแล่นไปตามถนนเพื่อไปพบผู้อาวุโสคนที่ห้า
ยังไม่ทันที่ปลายสายจะได้เอ่ยปาก นายน้อยเหยียนก็ชิงถามขึ้นก่อน "มีโทรศัพท์อะไรเข้ามาไหม?"
ความหมายของเขาคือ มีโทรศัพท์ข่มขู่เรียกค่าไถ่อะไรทำนองนั้นหรือเปล่า
"ไม่มีครับ แต่คุณจู๋เพิ่งจะโทรมาถามว่า นายหญิงกับนายท่านกลับถึงบ้านหรือยัง? ผมก็เลยบอกให้เธอรอการติดต่อกลับ แล้วเธอก็ฝากบอกนายน้อยว่า ถึงจะยุ่งแค่ไหนก็ต้องรักษาสุขภาพด้วยนะครับ"
ฉินซิวถ่ายทอดคำพูดของจู๋เชี่ยนอิ่งให้ฟังคร่าวๆ นายน้อยเหยียนเพียงแค่ตอบ "อืม" สั้นๆ แล้วฉินซิวก็รายงานเรื่องงานต่ออีกเล็กน้อย
ก่อนจะวางสาย จู่ๆ นายน้อยเหยียนก็สั่งขึ้นมาว่า "นายโทรหาจู๋เชี่ยนอิ่งหน่อย บอกว่าฉันเสร็จธุระแล้วจะติดต่อไป"
"ครับ!"
สมองของนายน้อยเหยียนหลังจากเคร่งเครียดมาหลายชั่วโมง นี่เป็นครั้งแรกที่มีภาพของคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวแวบเข้ามาในหัวได้อย่างแจ่มชัดขนาดนี้
ถ้าไม่อธิบายให้เธอเข้าใจ พรุ่งนี้เธออาจจะบุกไปเอาเรื่องเขาถึงบ้านตระกูลเหยียนเลยก็ได้!
นายน้อยเหยียนคิดในใจ
รถยังคงแล่นต่อไปข้างหน้า เลี้ยวขวาที่สี่แยกข้างหน้า ก็จะถึงเป้าหมายที่นายน้อยเหยียนต้องการพบแล้ว
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นถงหย่ง
"นายน้อยครับ เจอตัวนายหญิงกับนายท่านแล้วครับ"
พอได้ยิน นายน้อยเหยียนก็ส่งสัญญาณมือให้คนขับรถจอดข้างทาง ปากก็ถามไปว่า "ทั้งสองท่านปลอดภัยดีไหม?"
"ครับ นายหญิงกับนายท่านปลอดภัยดีครับ!"
นายน้อยเหยียนพ่นลมหายใจออกมายาวเหยียด "พวกท่านอยู่ที่ไหน ฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้"
"ห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท A1 โรงแรมซีวิวครับ"
โรงแรมซีวิว เป็นธุรกิจของตระกูลถง ไม่สิ ตอนนี้ต้องเรียกว่าเป็นของตระกูลเหยียนต่างหาก
และห้องเพรสซิเดนเชียลสวีท A1 ก็เป็นห้องที่มีวิวทิวทัศน์สวยงามที่สุดในบรรดาห้องพักทั้งหมด ซึ่งถูกจัดสรรไว้ให้นายหญิงเหยียนพักเป็นการส่วนตัวมาโดยตลอด
นายน้อยเหยียนในตอนนี้ไม่มีกะจิตกะใจจะมานั่งเดาว่า ทำไมจู่ๆ พ่อแม่ถึงเปลี่ยนใจจากสนามบินมาที่โรงแรมซีวิวแทน และไม่มีเวลามาบ่นเรื่องความเอาแต่ใจของพวกท่านด้วย เขาได้แต่แอบโล่งใจเงียบๆ ที่ทั้งสองท่านปลอดภัยดี
แต่ความโล่งใจของเขา พอได้เหยียบพรมหนานุ่มของโรงแรมซีวิว ก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยว
เขาหยิบคีย์การ์ดสำรองห้อง A1 มาจากเคาน์เตอร์ พลักประตูห้องเข้าไป ก็เห็นภาพแม่บังเกิดเกล้าที่อายุไม่น้อยแต่ยังคงความสวยพริ้ง กำลังกรีดกรายยกถ้วยชาหยกขาวขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ความโกรธที่คุกรุ่นอยู่ในอกก็ปะทุออกมาเป็นเสียงตะคอก "ถงเสี่ยวหวย แม่ปั่นหัวลูกชายตัวเองเล่นแบบนี้ สนุกนักใช่ไหม?"
นายหญิงเหยียนรู้ตัวตั้งแต่ตอนที่เขาไปหยิบคีย์การ์ดที่เคาน์เตอร์แล้วว่า ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนบุกมาจากเมือง L แล้ว
เธอเตรียมตัวรับมือไว้พร้อมแล้ว พอได้ยินเสียงลูกชายตะคอก เธอก็ไม่ได้สะทกสะท้าน ค่อยๆ วางถ้วยชาหยกขาวลง ยื่นมือไปดึงตัวลูกชายตัวโตเข้ามาใกล้ๆ อีกมือก็กำหมัดแน่นชกเข้าที่ท้องลูกชายเต็มแรง!
นายน้อยเหยียนที่ไม่ได้ระวังตัว โดนชกเข้าไปเต็มเปาถึงกับนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ก็กัดฟันกลั้นเสียงร้องเอาไว้
"ถงเสี่ยวหวย แม่ผีเข้าอีกแล้วใช่มั้ยเนี่ย!"
สิ้นเสียงตะคอกของนายน้อยเหยียน ประตูห้องน้ำก็เปิดออก ชายวัยกลางคนที่มีใบหน้าคล้ายคลึงกับนายน้อยเหยียนเดินออกมา มือก็กำลังผูกเชือกเสื้อคลุมอาบน้ำไปด้วย เขามองสองแม่ลูกที่ทำท่าจะกินเลือดกินเนื้อกันแล้วหัวเราะ "อะไรกัน เพิ่งจะสิบวันไม่ได้เจอกัน คันไม้คันมืออีกแล้วเหรอ?"
เห็นได้ชัดว่า ผู้เป็นพ่อชินชากับวิธีการทักทายแบบไม่เหมือนใครของสองแม่ลูกคู่นี้ไปเสียแล้ว
"พ่อ พ่อไม่จัดการเมียพ่อหน่อยเหรอ? เรื่องดีๆ มีให้เล่นตั้งเยอะแยะ ไม่เล่น ดันมาเล่นซ่อนหา! รู้ไหมว่าถ้าถึงเที่ยงคืนแล้วผมยังหาพวกพ่อไม่เจอ ผมจะถล่มเมือง H ให้ราบเป็นหน้ากลองเลย!"
นายน้อยเหยียนไม่มีที่ระบายอารมณ์ เลยหันไปโวยวายใส่พ่อแทน เขารู้ดีว่ารับมือกับแม่ไม่ได้หรอก แต่ถ้าเป็นพ่อล่ะก็ เขาเอาอยู่
เหยียนเวยเดินไปโอบเอวภรรยา แล้วนั่งลงข้างๆ เธอ "แม่แกบอกว่า ถ้าถึงเที่ยงคืนแล้วแกยังหาพวกเราไม่เจอ เธอก็จะถือว่าเสียชาติเกิดที่เบ่งแกออกมา!"
ผู้ชายทั้งโลกก็เหมือนกันหมดแหละ ต่อหน้าเมีย ลูกชายมีไว้เหยียบย่ำและทรยศหักหลังทั้งนั้น!
นายน้อยเหยียนโวยวายไปสองประโยค อารมณ์ก็เริ่มเย็นลงบ้าง เขาทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา จ้องเขม็งไปที่แม่บังเกิดเกล้าที่เอาเขามาปั่นหัวเล่น แล้วถามว่า "ว่ามาเถอะ! คราวนี้คุณนายแม่จะเล่นลูกไม้ไหนอีกล่ะ?"
(จบแล้ว)