- หน้าแรก
- ทรราชย์ข้ามมิติ ขุมพลังต้นไม้บรรพกาลกวาดล้างหมื่นเผ่าพันธุ์
- บทที่ 60 - ทุกท่านหารู้ไม่
บทที่ 60 - ทุกท่านหารู้ไม่
บทที่ 60 - ทุกท่านหารู้ไม่
บทที่ 60 - ทุกท่านหารู้ไม่
จี้เซี่ยง้างธนูยักษ์สิบทิศ ยิงศรฝ่าความมืดที่ล้อมรอบจีเชี่ยนฉิง ก่อนจะยิงภาพจำแลงของมัวตัวและจี้หลุน เจ้าผู้ครองแคว้นจิ่วเฉวี่ยนจนตายตามลำดับ แสงสีน้ำเงินที่อยู่ระหว่างฟ้าดินก็พลันสลายไป ศพที่ฟื้นคืนชีพขึ้นมาราวกับสูญเสียพลังค้ำจุน ส่งเสียงกระดูกเสียดสีกันชวนขนลุก จากนั้นก็กลายเป็นเถ้าถ่านปลิวหายไป
ในที่สุดสงครามบุกโจมตีจิ่วเฉวี่ยนของไท่ชางก็ยุติลง ผลลัพธ์ก็คือ จี้หลุน เจ้าผู้ครองแคว้นจิ่วเฉวี่ยนถูกจี้เซี่ยยิงตาย หัวหน้าเผ่าจิ่วเฉวี่ยนทั้งแปดคนล้วนสิ้นชีพ กองทัพจิ่วเฉวี่ยนที่เฝ้าเมืองสามพันห้าร้อยนายก็แหลกสลายจนไม่เหลือแม้แต่ซากศพ
ทหารองครักษ์เงินไท่ชางบาดเจ็บล้มตายไม่มากนัก ยังเหลืออยู่ราวหนึ่งพันหกร้อยกว่านาย ส่วนกองทัพยมโลกเหลือเพียงสองร้อยนาย อินติงถูกหัวหน้าเผ่าจิ่วเฉวี่ยนคนหนึ่งทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ร่อแร่เต็มที จี้เซี่ยจึงนำตัวกลับเข้าไปรักษาในรังทหารยมโลก
ต่อให้จี้เซี่ยจะรักและหวงแหนกำลังทหารมากแค่ไหน ก็ต้องยอมรับว่าความสูญเสียแค่นี้ถือว่าน้อยมาก น้อยเสียจนทำให้ขุนนางไท่ชางทุกคนต้องดีใจจนเนื้อเต้น
"เข้าเมือง นำทัพบุกเข้าพระราชวังโดยตรง หากชาวบ้านจิ่วเฉวี่ยนไม่ขัดขวางก็แล้วไป แต่ถ้ามีใครกล้าขัดขวาง ฆ่าทิ้งให้หมด"
จี้เซี่ยออกคำสั่งกับหรงลู่ที่อยู่ข้างๆ พลางประคองจีเชี่ยนฉิงที่ตัวอ่อนระทวยไร้เรี่ยวแรงเพราะสูญเสียพลังปราณจนหมด
แก้มของจีเชี่ยนฉิงแดงระเรื่อ ราวกับไม่ชินกับสภาพอ่อนแอของตัวเอง และไม่ชินกับการถูกคนอื่นประคอง ผมสีแดงที่ถูกลมพัดมาบดบังใบหน้าอันงดงาม เดิมทีนางอยากจะทัดผมไว้หลังหู แต่พอสัมผัสได้ว่าแก้มของตัวเองกำลังร้อนผ่าว ก็เลยปล่อยเลยตามเลย ปล่อยให้ผมบดบังใบหน้าที่ไม่เหมือนเดิมของนางไป
จี้เซี่ยที่อยู่ข้างๆ ช่างไม่รู้ใจคนเอาเสียเลย ราวกับว่าหญิงงามล่มเมืองที่อยู่ข้างกายไม่สามารถดึงดูดความสนใจของเขาได้เลยแม้แต่น้อย เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า "ตอนนี้จิ่วเฉวี่ยนไม่มีเจ้าผู้ครองแคว้นแล้ว แถมยังไม่มียอดฝีมือระดับสูงเหลืออยู่อีก พลังอำนาจตกต่ำลงอย่างยิ่ง ไม่จำเป็นต้องฆ่าชาวบ้านหรอก ปล่อยให้พวกมันเลี้ยงสัตว์ให้เราดีกว่า ชาวไท่ชางจะได้มีเนื้อกินบ้าง"
เมื่อพั่วเสียนได้ยินคำพูดของจี้เซี่ย ก็อดยิ้มไม่ได้ "ท่านอ๋องทรงรอบคอบยิ่งนัก หากเราทำลายจิ่วเฉวี่ยนจนสิ้นซาก และฆ่าชาวจิ่วเฉวี่ยนจนหมด ตู้ซางคงยอมทิ้งแคว้นเอ้อเจี่ยว แล้วนำทัพจิ่วเฉวี่ยนทั้งหมดมาสู้ตายกับเราแน่"
จี้เซี่ยพยักหน้า ยิ้มและกล่าวว่า "ถูกต้องแล้ว แม้เราจะไม่กลัวตู้ซาง แต่สงครามแบบนั้นไม่มีประโยชน์กับเราเลยแม้แต่น้อย รังแต่จะทำให้เราต้องสูญเสียทหารไปเปล่าๆ ไม่คุ้มเลย"
"ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดก็คือ เอ้อเจี่ยวกับตู้ซางสู้กันจนยืดเยื้อ และต่างฝ่ายต่างถอยทัพกลับแคว้นตัวเอง ถึงตอนนั้นพลังของจิ่วเฉวี่ยนก็จะถูกบั่นทอนลงอย่างหนัก เราก็สามารถตักตวงผลประโยชน์ได้ตามใจชอบ เพื่อชดเชยข้อบกพร่องเรื่องผลผลิตที่ตกต่ำของไท่ชาง"
เมื่อจีเชี่ยนฉิงได้ยินทั้งสองคนเริ่มปรึกษากันว่าจะขูดรีดจิ่วเฉวี่ยนอย่างไร ก็อดเตือนไม่ได้ว่า "รีบเข้าเมืองเถอะเพคะ ขืนชักช้า เดี๋ยวตู้ซางได้ข่าว แล้วยกทัพมาสกัดกั้น ถึงตอนนั้นพวกท่านคงไม่ได้กินเนื้อสัตว์ของจิ่วเฉวี่ยนหรอก แต่จะถูกตู้ซางจับต้มกินเสียก่อน"
จี้เซี่ยพยักหน้ารับ "ท่านแม่ทัพจีพูดถูก แม้ทหารองครักษ์เงินไท่ชางจะแข็งแกร่ง แต่จำนวนก็น้อยเกินไป ยิ่งไปกว่านั้น องครักษ์เงินผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วงจนเหนื่อยล้า พลังปราณในภูเขาหิมะยักษ์ก็แทบไม่เหลือแล้ว แถมท่านแม่ทัพจีก็ไร้เรี่ยวแรงในการต่อสู้ ในขณะที่จิ่วเฉวี่ยนยังมีกำลังทหารอีกกว่าหมื่นนาย หากพวกมันตั้งใจจะรั้งพวกเราไว้จริงๆ พวกเราก็คงไม่มีทางรอดกลับไปได้แน่"
เขารีบออกคำสั่งให้เร่งความเร็วในการเดินทัพ เพียงไม่นาน กองทัพก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหลวงของจิ่วเฉวี่ยน
ทันทีที่เข้าเมือง ก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวนและเสียงร้องไห้คร่ำครวญดังระงม ศพชาวจิ่วเฉวี่ยนกระจัดกระจายอยู่เต็มถนนสายหลักของเมืองหลวง ชาวจิ่วเฉวี่ยนจำนวนมากหมอบร้องไห้ฟูมฟายอยู่บนศพเหล่านั้นด้วยความโศกเศร้าเสียใจ
ศพชาวจิ่วเฉวี่ยนเหล่านี้ ก็คือผู้ที่ถูกจี้หลุนนำมาบูชายัญให้กับเทพมารมัวตัวนั่นเอง
"การใช้เทพมารเป็นรูปเคารพ ถือเป็นการตัดสินใจที่เสี่ยงมาก ต่อให้สามารถสื่อสารกับรูปเคารพได้ แต่ความกระหายเลือดเนื้อของเทพมารนั้นมีมากเกินไป จำต้องใช้สิ่งมีชีวิตที่มีสติปัญญามาสังเวยอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย"
เมื่อพั่วเสียนเห็นภาพนี้ บนใบหน้าก็เผยให้เห็นความรังเกียจ
"อาจเป็นเพราะเทพมารสื่อสารได้ง่ายกว่าเทพองค์อื่นๆ และมักจะประทานพลังให้ง่ายกว่าด้วย" จีเชี่ยนฉิงกล่าวเสริม "ตั้งแต่ยุคโบราณที่ไท่ชางยังไม่ได้อพยพมาตั้งถิ่นฐานริมแม่น้ำไห่ซิ่ว ก็ศรัทธาในเทพต้าเฟิงมาโดยตลอด แต่ก็ไม่เคยสื่อสารกับเทพต้าเฟิงได้สำเร็จเลย"
ประวัติศาสตร์เหล่านี้ จี้เซี่ยเคยอ่านเจอในตำราของไท่ชางมาหลายครั้งแล้ว เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า "พวกเราเมื่อเทียบกับเทพเจ้าแล้ว ก็ไม่ต่างอะไรกับมดปลวก อารมณ์ของเทพเจ้า มนุษย์ธรรมดาอย่างเรามิอาจคาดเดาได้ หากระหว่างการสื่อสารเกิดทำให้เทพเจ้าพิโรธ สิ่งที่รอเราอยู่ก็คือการสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ สู้ตั้งใจพัฒนาไท่ชางให้เจริญรุ่งเรืองดีกว่า จะมามัวพึ่งพาแต่พลังภายนอกไม่ได้หรอก"
พั่วเสียนพยักหน้าอย่างครุ่นคิด
ศพกองพะเนินเทินทึกอยู่สองข้างทาง ชาวจิ่วเฉวี่ยนที่กำลังร้องไห้ฟูมฟายหลายคน พอเห็นกองทัพไท่ชางบุกเข้าเมือง ก็ตกใจกลัวจนสติแตก ทิ้งศพญาติพี่น้อง แล้วรีบวิ่งหนีเข้าไปหลบในเต็นท์
แต่ก็มีบางคนที่ใจกล้า จ้องมองกองทัพไท่ชางด้วยสายตาเคียดแค้น
"ฆ่าให้หมด"
จี้เซี่ยขี้เกียจไปต่อปากต่อคำกับพวกคนบ้าบิ่นที่ไม่กลัวตายเหล่านี้ สองแคว้นทำสงครามกัน กองทัพศัตรูบุกเข้าเมืองแล้ว ยังกล้าใช้สายตาแบบนี้มองกองทัพศัตรูอีก คิดว่าเขาที่เป็นแม่ทัพทหารองครักษ์เงินถือศีลกินเจหรืออย่างไร?
เมื่อทหารองครักษ์เงินไท่ชางได้รับคำสั่ง ทหารสิบนายก็ก้าวออกมาจากแถว ตวัดดาบยาวฟันฉับเดียว หัวสุนัขหลายสิบหัวก็ร่วงลงพื้น ได้ผลชะงัดนัก ถนนสายหลักก็ว่างเปล่าไร้ผู้คนในพริบตา
ภายในพระราชวังจิ่วเฉวี่ยนยังมีทหารองครักษ์รักษาการณ์อยู่อีกเล็กน้อย แต่ด้วยความแข็งแกร่งและจำนวนคนที่มากกว่าของทหารองครักษ์เงิน การต่อต้านเพียงเล็กน้อยจึงถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยาม
กองทัพไท่ชางแบ่งกำลังออกเป็นกลุ่มละร้อยคน ค้นหาไปทั่วทั้งพระราชวัง จับตัวเชื้อพระวงศ์จิ่วเฉวี่ยนที่ซ่อนตัวอยู่ คุมตัวมายังลานกว้างหน้าตำหนัก
คนเหล่านี้มีจำนวนร่วมร้อยคน ยืนเบียดเสียดกันแน่นขนัด
"พวกที่มีขนสีดำขลับแถมยังเงางามเหล่านี้ก็คือเชื้อพระวงศ์จิ่วเฉวี่ยน ท่านอ๋อง เราจะจัดการกับพวกมันอย่างไรดีพ่ะย่ะค่ะ?" แม่ทัพเหมิงเหยียนหลังจากตรวจสอบให้แน่ใจแล้วว่าค้นหาทั่วทุกซอกทุกมุมของพระราชวังแล้ว ก็โค้งตัวลงถามความเห็นจากเจ้าผู้ครองแคว้นหนุ่ม
จี้เซี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจ "แน่นอนว่าต้องฆ่าทิ้งสิ ขืนพากลับไปก็เปลืองข้าวสุกเปล่าๆ"
เมื่อเชื้อพระวงศ์จิ่วเฉวี่ยนที่คุกเข่าอยู่ด้านหลังจี้เซี่ยได้ยินคำสั่ง ก็ร้องไห้โฮออกมาทันที บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับไปเลย
ใบหน้าของจี้เซี่ยเปื้อนยิ้ม เขาเอ่ยปลอบใจพวกมันว่า "เหล่าผู้สืบสายเลือดเชื้อพระวงศ์จิ่วเฉวี่ยนเอ๋ย ทุกท่านอาจจะยังไม่รู้ ตอนนี้เจ้าผู้ครองแคว้นของพวกท่านตายแล้ว ข้าดูแล้ว พวกท่านที่เป็นลูกหลานเชื้อพระวงศ์ล้วนแต่เป็นพวกไม่ได้เรื่อง ไม่เอาไหน รับภาระหน้าที่สำคัญไม่ได้หรอก ยิ่งไม่มีความสามารถพอที่จะขึ้นครองบัลลังก์ได้เลย"
"รอให้ตู้ซางกลับมา เขาต้องแย่งชิงอำนาจแน่นอน ถึงตอนนั้น พวกสวะอย่างพวกท่านคงถูกฆ่าตายก่อนจะได้เจอหน้าเขาด้วยซ้ำ ให้ทหารองครักษ์เงินไท่ชางฆ่าพวกท่านน่ะดีแล้ว ดาบเดียวก็ตาย ไม่ต้องทรมานมากด้วย"
"แต่ถ้าตู้ซางกลับมา ไม่แน่เขาอาจจะเฉือนเนื้อของพวกท่านออกทีละชิ้นๆ แล้วเอามาให้พวกท่านกินเองก็ได้นะ"
เมื่อเชื้อพระวงศ์จิ่วเฉวี่ยนได้ยินคำปลอบใจของจี้เซี่ย ก็ยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม จี้เซี่ยรำคาญเสียงร้องไห้คร่ำครวญ จึงส่งสายตาให้เหมิงเหยียน
เหมิงเหยียนเข้าใจทันที บนใบหน้าก็เผยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมออกมา ใช้เวลาเพียงไม่นาน เขาก็ตวัดดาบฟันคอเชื้อพระวงศ์จิ่วเฉวี่ยนนับร้อยคนจนหมดสิ้น
จี้เซี่ยมองดูรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมบนใบหน้าของเหมิงเหยียน แล้วกระซิบถามหรงลู่ว่า "ดูไม่ออกเลยนะว่าแม่ทัพเหมิงเหยียนจะสวมบทบาทคนโฉดชั่วได้แนบเนียนถึงเพียงนี้ รอยยิ้มบนใบหน้าเขาทำเอาเด็กร้องไห้จ้าได้เลยนะนั่น"
หรงลู่ทำหน้าลึกลับแล้วตอบว่า "ท่านอ๋องทรงเดาผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ เหมิงเหยียนน่ะชอบตัดหัวศัตรู แถมยังชอบทรมานศัตรูเล่นด้วยซ้ำ เขาเป็นคนโหดเหี้ยมของแท้เลยล่ะพ่ะย่ะค่ะ"
จี้เซี่ยอึ้งไปครู่หนึ่ง เมื่อหันกลับไปมองเหมิงเหยียนที่เพิ่งตัดหัวคนเสร็จ ก็เห็นว่าเขามีสีหน้าเคร่งขรึม ดูมีสง่าราศี และกำลังโค้งคำนับทำความเคารพจี้เซี่ยอยู่
(จบแล้ว)