เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 แลกเปลี่ยนเลือด!

ตอนที่ 29 แลกเปลี่ยนเลือด!

ตอนที่ 29 แลกเปลี่ยนเลือด!


ตอนที่ 29 แลกเปลี่ยนเลือด!

เขาตายแล้ว…

เก๋ายู่เชิงตายแล้วจริงๆ

ยิ่งไปกว่านั้น เขายังตายตาไม่หลับ..

ดูเหมือนเขาจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไมแผนที่เขาเตรียมไว้ถึงล้มเหลวก่อนที่จะตาย

ส่วนเก๋าซานฮูนั้นได้แต่ตกตะลึงเมื่อได้เห็นสิ่งที่เกิดขึ้น

เขาถึงกับอ้าปากค้างและต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

ส่วนลูกน้องของเก๋ายู่เชิงตายนั้นเริ่มตั้งสติได้

แต่ไม่ว่าพวกเขาจะคิดยังไง พวกเขาก็ไม่รู้เลยว่าจะมีคนอื่นนอกจากพวกเขาเข้ามาที่นี่ด้วย

แน่นอนว่าลู่ชางเฉิงนั้นตามนักศิลปะการต่อสู้ทั้งห้าคนไปจนถึงห้องลับใต้ดิน

แต่นักศิลปะการต่อสู้ทั้งห้านั้นกลับไม่รู้อะไรเลย

นอกจากนี้ ลู่ชางเฉิงเองก็ได้เห็นโศกนาฏกรรมของน้องชายที่ฆ่าพี่ชายและลูกชายที่กำลังจะฆ่าพ่อด้วยเช่นกัน

ลู่ชางเฉิงก้มลงและหยิบไข่มุกแลกโลหิตจากมือของเก๋ายู่เชิงออกมา

ไข่มุกแลกโลหิตนั้นดูเหมือนจะสามารถช่วยให้นักศิลปะการต่อสู้บรรลุถึงขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ ซึ่งสมบัติดังกล่าวนั้นหาได้ยาก ซึ่งทำให้ลู่ชางเฉิงนั้นถูกครอบงำด้วยความโลภ

ลู่ชางเฉิงได้ซ่อนไข่มุกแลกโลหิตเอาไว้แล้วคว้ากริชของเขาก่อนที่จะจ้องมองไปที่นักศิลปะการต่อสู้ทั้งห้าที่กำลังเป็นอัมพาตอยู่บนพื้น

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งห้าคนถึงกับตัวสั่นและเริ่มรู้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น

“ในเมื่อเจ้าได้ไข่มุกแลกโลหิตไปแล้ว ได้โปรดไว้ชีวิตพวกเราด้วยเถอะ พวกเราคือ...”

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งห้าคนกำลังจะเริ่มเปิดเผยตัวตนของพวกเขา

"วิ้งง"

ร่างของลู่ชางเฉิงหายไปพร้อมกับลำแสงสีขาว

นักศิลปะการต่อสู้ทั้งห้ากระตุกก่อนที่เลือดของพวกเขาจะไหลออกมาจนเริ่มหายใจไม่ออก

ในที่สุดพวกเขาก็ตายไปแล้ว

ก่อนที่พวกเขาจะทันได้เปิดเผยตัวตนของพวกเขา ลู่ชางเฉิงก็ได้ฆ่าพวกเขาไปแล้ว

ลู่ชางเฉิงนั้นไม่สนใจที่จะรู้ถึงตัวตนของพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

หลังจากนั้น ลู่ชางเฉิงได้เข้าไปค้นหาสิ่งของจากร่างของศพอย่างระมัดระวัง

ซึ่งนี่เป็นนิสัยที่เขานั้นเริ่มทำจนเป็นนิสัยไปแล้ว

แต่น่าเสียดายที่ทั้งห้าคนนั้นไม่มีอะไรดีๆติดตัวอยู่เลย

ลู่ชางเฉิงค่อยๆลุกขึ้นยืนก่อนจะหันหน้าไปมองเก๋าซานฮูที่เหลืออยู่กับเขาเพียงคนเดียว

"ไข่มุกแลกโลหิตนี่ใช้อย่างไรรึ?"

ลู่ชางเฉิงถามขึ้น

"เสียงของเจ้า..."

เก๋าซานฮูที่ได้ยินเสียงของลู่ชางเฉิงถึงกับเบิกตากว้างและดูเหมือนจะรู้อะไรบางอย่าง เสียงของเขาสั่นขณะที่เขาพูดว่า "เจ้าคือ..."

เห็นได้ชัดว่าเก๋าซานฮูนั้นคาดเดาตัวตนของลู่ชางเฉิงได้

“ฮึๆๆ ข้าไม่คิดเลยว่าจะเป็นข้าเองที่ปล่อยพวกหมาป่าเข้ามาในบ้านของข้าเองแบบนี้”

"เจ้ามาที่นี่เพื่อไข่มุกแลกโลหิตงั้นสินะ?"

“นอกจากนี้ เจ้ายังฆ่าทั้งห้าคนนั้นด้วย การที่เจ้าจะใช้ไข่มุกแลกโลหิตและไม่เข้ามาควบคุมตระกูลเก๋านั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องร้ายเพื่อเรื่องที่ดีในอนาคตก็แล้วกัน”

“ข้าจะบอกเจ้าถึงวิธีใช้ไข่มุกแลกโลหิตก็ได้ เจ้าเพียงแค่ต้องสร้างบาดแผลบนร่างกายของเจ้าและสอดไข่มุกเข้าไปในแผล ไข่มุกแลกโลหิตนั้นจะค่อยๆละลายและผสานเข้ากับเลือดของเจ้า”

“แต่ถึงอย่างนั้น ข้าก็ยังมีลูกชายและลูกสาวที่อายุน้อยกว่าอยู่ ข้าหวังว่าเจ้าจะไว้ชีวิตพวกเขา เพราะพวกเขานั้นไม่รู้อะไรเลย”

ดวงตาของเก๋าซานฮูนั้นเต็มไปด้วยการอ้อนวอน

"ข้าต้องการแค่ไข่มุกแลกโลหิตเท่านั้น!"

หลังจากนั้นไม่นานลู่ชางเฉิงก็ตอบกลับ

"ชั้วะ"

วินาทีต่อมา กริชของลู่ชางเฉิงก็เฉือนเข้าที่คอของเก๋าซานฮูเบาๆ

ลู่ชางเฉิงนั้นไม่สามารถปล่อยเก๋าซานฮูไปได้เพราะเขารู้ตัวตนของเขาแล้ว

แต่ลูกชายและลูกสาวคนเล็กของเก๋าซานฮูซึ่งเขาไม่เคยได้พบมาก่อนนั้นเขาจะไม่ทำอะไร

เก๋าซานฮูเอามือปิดคอของเขาและค่อยๆตายอย่างสงบ

ลู่ชางเฉิงเริ่มค้นร่างของเก๋าซานฮู แต่ก็ไม่พบอะไรเลยเช่นกัน

จากนั้นเขาจึงเริ่มเปิดห้องลับออกทีละห้อง

ในห้องลับนั้นมีเสบียงจํานวนมาก ซึ่งรวมถึงอาหาร เครื่องเหล็ก ชุดเกราะ อาวุธ และอื่นๆ

ลู่ชางเฉิงไม่ได้สนใจสิ่งของเหล่านี้ เขาต้องการค้นหาวิชาและทักษะศิลปะการต่อสู้

น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีวิชาหรือทักษะศิลปะการต่อสู้อยู่ในห้องลับเลย

สิ่งที่ ลู่ชางเฉิงต้องการมากที่สุดคือวิชาศิลปะการต่อสู้ระดับขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์

แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถบรรลุถึงขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ได้ แต่การทําความเข้าใจมันตั้งแต่เนิ่นๆจะเป็นประโยชน์ต่อเขาอย่างมาก

น่าเสียดายที่ไม่มีศิลปะการต่อสู้ขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์อยู่ในห้องลับ หรือบางทีมันอาจถูกซ่อนไว้ในที่ลับมากกว่าที่ลู่ชางเฉิงจะหาได้

หลังจากที่ค้นหาอยู่นาน ลู่ชางเฉิงจึงเลิกหา

เขาออกจากห้องลับใต้ดินไปและปิดประตู

ห้องลับถูกซ่อนเอาไว้อย่างดีและเป็นที่รู้จักเฉพาะผู้นำรุ่นก่อนของตระกูลเก๋าเท่านั้น

แม้ว่าตระกูลเก๋าจะรู้ว่า เก๋าซานฮู , เก๋ายู่เชิง และ เก๋ายู่จื่อ นั้นหายตัวไปและเริ่มทำการค้นหา แต่พวกเขาก็จะไม่ได้พบกับทั้งสามคนนั้นง่ายๆ

หลังจากนั้น ลู่ชางเฉิงจึงกลับไปที่ห้องของเขา

ในตอนนี้เขากำลังได้ยินเสียงหายใจอย่างต่อเนื่องของหลายๆคนและวู่จิงอาจารย์ของเขาที่อยู่ห้องใกล้ๆกัน

การหายใจของพวกเขานั้นคงที่ซึ่งเป็นสัญญาณว่าพวกเขาเข้ากำลังหลับสนิท

เมื่อเป็นแบบนี้ ลู่ชางเฉิงจึงรู้สึกสบายใจ

ซึ่งนั่นเขาไม่รีบร้อนที่จะนอน แต่หยิบไข่มุกแลกโลหิตออกจากกระเป๋าของเขาแทน

ไข่มุกแลกโลหิตนั้นดูเหมือนจะทําจากวัสดุที่เขาไม่รู้จัก

เขาถือไข่มุกแลกโลหิตเอาไว้และดูมัน

ไข่มุกแลกโลหิตนี้เป็นสมบัติหายากอย่างแท้จริง และลู่ชางเฉิงเองก็อดใจไม่ไหวที่จะใช้มันได้อีกต่อไป

ลู่ชางเฉิงหยิบกริชของเขาออกมาและกรีดแขนของเขา

"ชั้วะ"

หลังจากนั้นลู่ชางเฉิงได้วางไข่มุกแลกโลหิตเอาไว้บนบาดแผลทันที

เมื่อไข่มุกแลกโลหิตได้สัมผัสกับเลือดสดๆ ไข่มุกแลกโลหิตเริ่ม "ละลาย" อย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ ดูเหมือนว่าไข่มุกแลกโลหิตกำลังจะรวมเข้ากับเลือดและกระจายไปทั่วร่างกายของเขาตามเส้นเลือดอย่างรวดเร็ว

ลู่ชางเฉิงหลับตาลงและตรวจดูผลของไข่มุกแลกโลหิตอย่างระมัดระวัง

เขาสัมผัสได้ถึงออร่าเย็นยะเยือกที่เกาะติดกับบริเวณรอบๆหัวใจของเขาทุกครั้งที่หัวใจเต้น

"ตึ้กๆ ตึ้กๆ ตึ้กๆ"

ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจของเขา ออร่าที่เยือกเย็นจะแผ่กระจายออกไปและไหลเวียนไปทั่วร่างกายของเขาอย่างรวดเร็ว

ภายใต้การแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องของออร่านี้ ลู่ชางเฉิงรู้สึกว่าสิ่งสกปรกในร่างกายของเขาค่อยๆถูกขับออกมา

นอกจากนี้เขายังหมุนเวียนพลังฉีและเลือดของเขาอย่างช้าๆ

"วู้มมม"

ด้วยความประหลาดใจของเขา พลังฉีและเลือดของเขาจึงเพิ่มขึ้นอีกครั้งอย่างไม่น่าเชื่อ

พลังฉีและเลือดของเขาในตอนนี้มาถึงจุดสูงสุดแล้ว ซึ่งในทางทฤษฎี พวกมันไม่ควรจะเพิ่มขึ้นได้อีกถ้าหากยังไม่ก้าวไปสู่ขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์

แต่ดูเหมือนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้าเขานั้นจะเป็นของจริง

ลู่ชางเฉิงใช้ไข่มุกแลกโลหิตซึ่งทำให้ขีดจํากัดพลังของเขาเพิ่มขึ้นได้

อย่างไรก็ตาม ลู่ชางเฉิงดูเหมือนจะมีความเข้าใจเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น

“การเข้าสู่ขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ จะต้องเปิดประตูแห่งความเป็นและความตาย ผ่านการแลกเปลี่ยนไขกระดูก และสร้างมันขึ้นมาใหม่”

“แต่การใช้พลังของไข่มุกแลกโลหิต มันสามารถ 'แลกเปลี่ยนเลือด' ได้โดยตรง”

“ซึ่งด้วยพลังของไข่มุกแลกโลหิตนั้น ทำให้มันง่ายมากที่จะก้าวสู่ขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ได้”

ไข่มุกแลกโลหิตภายในร่างของลู่ชางเฉิงนั้นเป็นสมบัติหายากอย่างแท้จริง และไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คนจํานวนมากต่างต้องการมัน

ซึ่งในกระบวนการและประสิทธิภาพของการแลกเปลี่ยนเลือดนั้น ลู่ชางเฉิงจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือนเพื่อให้กระบวนการทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์

ในช่วงหนึ่งเดือนนี้ คุณสมบัติทางกายภาพของเขาจะได้รับการพัฒนาขึ้นทุกด้านซึ่งเป็นผลมาจากการแลกเปลี่ยนเลือด

นี่เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการเกิดใหม่

นอกจากนี้ ลู่ชางเฉิงเองก็ยังพยายามฝึกฝน "เทคนิคกระดูกเยือกแข็ง" ด้วย

เขาพบว่าประสิทธิภาพของการฝึกเทคนิคกระดูกเยือกแข็งเองก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก

แม้จะไม่มีน้ำแข็งหรือใช้อาหารสมุนไพร แต่ประสิทธิภาพก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

“จุดเด่นที่สําคัญที่สุดของไข่มุกแลกโลหิตคือดูเหมือนจะไม่ส่งผลกระทบต่อการแลกเปลี่ยนไขกระดูกในอนาคตของข้าเมื่อข้าเปิดประตูแห่งความเป็นและความตายได้”

“หรือก็คือ ถ้าข้าเปิดประตูแห่งความเป็นและความตายได้สําเร็จและผ่านการแลกเปลี่ยนไขกระดูกในอนาคต มันก็จะเทียบเท่ากับเป็นการแลกเปลี่ยนเลือดครั้งที่สอง”

“ซึ่งการแลกเปลี่ยนเลือดแต่ละครั้ง คุณภาพร่างกายของข้าจะดีขึ้นอย่างมาก เมื่อข้าไปถึงระดับขอบเขตพลังศักดิ์สิทธิ์ได้จากการแลกเปลี่ยนเลือดสองครั้ง ความแข็งแกร่งของข้าจะเหนือกว่าคนอื่นๆระดับเดียวกันมาก!”

ลู่ชางเฉิงรู้สึกพอใจมาก

การเดินทางมาที่ตระกูลเก๋าในครั้งนี้ช่างคุ้มค่ามากจริงๆ!

จบบทที่ ตอนที่ 29 แลกเปลี่ยนเลือด!

คัดลอกลิงก์แล้ว