- หน้าแรก
- สวนหลังบ้านทะลุมิติ เปลี่ยนขยะข้ามภพให้เป็นสมบัติล้ำค่า
- บทที่ 340 - ได้ของดีแล้ว
บทที่ 340 - ได้ของดีแล้ว
บทที่ 340 - ได้ของดีแล้ว
บทที่ 340 - ได้ของดีแล้ว
เมื่อเดินไปถึง หลิวชิงซงก็วางแจกันไว้ข้างป้ายหิน แล้ววางมือขวาทาบลงไป "อยู่ไหม ฉันขอใช้บริการตรวจสอบสิ่งของฟรีหน่อยสิ"
วูบ~~! แสงสีทองส่องประกายออกมาจากป้ายหิน ตามด้วยเสียงเครื่องยนต์ที่ดังกังวาน "อยู่ครับ ไม่ทราบว่า 0283 ต้องการตรวจสอบสิ่งของชิ้นไหนครับ"
"แจกันที่อยู่ในมือฉันเนี่ยแหละ" หลิวชิงซงตอบ
"ได้ครับ กรุณารอสักครู่" ป้ายหินปล่อยแสงสีทองมาคลุมแจกันดอกไม้ไว้ พอแสงสีทองหายไป เสียงเครื่องยนต์ก้องกังวานก็ดังขึ้น "ขอแสดงความยินดีกับ 0283 ได้รับแจกันเซียนหมอกวิญญาณที่แตกหัก หนึ่งใบ จากโลกมิตินิยายเทพแท้ไร้เทียมทาน"
"แจกันเซียนหมอกวิญญาณจัดอยู่ในหมวดหมู่สิ่งของพิเศษ ผู้ครอบครองสามารถดูดซับหมอกวิญญาณเพื่อชำระล้างไขกระดูกทะลวงเส้นเอ็น ช่วยยกระดับการบำเพ็ญเพียร โดยไม่มีขีดจำกัด"
"คำเตือนพิเศษ แจกันเซียนหมอกวิญญาณใบนี้ได้รับความเสียหายอย่างหนัก 0283 สามารถใช้ลูกแก้วบัญชาวารีเพื่อซ่อมแซมและบำรุงรักษา หรือจะนำไปรีไซเคิลก็ได้"
พอได้ยินเสียงเครื่องยนต์ของป้ายหิน หลิวชิงซงก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมาสองข้อในใจ "นายบอกว่าหมอกวิญญาณในแจกันใบนี้ช่วยให้ผู้ครอบครองชำระล้างไขกระดูกทะลวงเส้นเอ็นได้ แล้วทำไมตอนที่สือฮ่าวดูดซับเข้าไปถึงได้เจ็บปวดทรมานขนาดนั้น แถมพลังฝึกตนก็ไม่เพิ่มขึ้นเลยสักนิดล่ะ?"
"แล้วก็... ฉันจะใช้ลูกแก้วบัญชาวารีมาซ่อมแซมบำรุงรักษาแจกันเซียนหมอกวิญญาณใบนี้ได้ยังไง?"
ป้ายหิน: "นี่เป็นครั้งแรกที่สือฮ่าวดูดซับหมอกวิญญาณ กระบวนการล้างไขกระดูกทะลวงเส้นเอ็นจึงต้องเจ็บปวดทรมานเป็นเรื่องปกติ ส่วนพลังฝึกตนของเขาจะเพิ่มขึ้นหรือไม่ 0283 จะรู้ได้เองในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"
"สำหรับวิธีใช้ลูกแก้วบัญชาวารีซ่อมแซมแจกันเซียนหมอกวิญญาณ 0283 เพียงแค่เรียกกระแสวารีจากลูกแก้วบัญชาวารีออกมาก็พอครับ"
"งั้นเหรอ?" หลิวชิงซงโล่งใจขึ้นมาเปลาะหนึ่ง รีบเรียกเอาลูกแก้วบัญชาวารีออกมาจากหว่างคิ้วทันที
เรื่องนี้เขาทำจนชินแล้ว เลยไม่ใช่เรื่องยากอะไร
ลูกแก้วบัญชาวารีพุ่งออกมาจากหว่างคิ้วของหลิวชิงซง กลายร่างเป็นมังกรน้ำเข้าไปโอบล้อมแจกันเซียนหมอกวิญญาณเอาไว้
เมื่อถูกล้อมรอบ แจกันเซียนหมอกวิญญาณก็หดเล็กลงอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหายวับไป
แต่มังกรน้ำไม่ได้หายไปไหน มันกลับคืนร่างเป็นลูกแก้วบัญชาวารี แล้วพุ่งกลับเข้าไปซ่อนอยู่ในหว่างคิ้วของหลิวชิงซง
สิ่งที่ทำให้หลิวชิงซงประหลาดใจก็คือ นอกจากเขาจะรับรู้ถึงลูกแก้วบัญชาวารีได้แล้ว เขายังสามารถสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ของแจกันเซียนหมอกวิญญาณอีกด้วย
ตอนนี้แจกันเซียนหมอกวิญญาณกำลังถูกลูกแก้วบัญชาวารีบำรุงและซ่อมแซมอยู่ ถึงกระบวนการนี้จะช้าจนแทบไม่รู้สึก แต่หลิวชิงซงก็สัมผัสได้จริงๆ
มันเป็นความรู้สึกที่วิเศษมาก รับรู้ได้แต่ไม่อาจจะอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้
และที่สำคัญที่สุดคือ เขาสามารถใช้แจกันเซียนหมอกวิญญาณใบนี้ปล่อยหมอกวิญญาณออกมาได้
ถึงตอนนี้มันจะยังไม่มีประโยชน์อะไรกับเขาก็เถอะ แต่หลิวชิงซงรู้ดีว่าครั้งนี้เขาได้ของดีมาครองแล้วจริงๆ
เมื่อเห็นว่าหุ่นยนต์โลหะเหลวพาอาร์ซีเดินเข้ามา เขาก็รีบดึงสติกลับมาแล้วถาม "สือฮ่าวเป็นยังไงบ้างล่ะ?"
"ยังสลบอยู่เลยครับ" หุ่นยนต์โลหะเหลวตอบ
"งั้นนายก็เฝ้าเขาไว้ให้ดีล่ะ คิดว่าคงไม่เป็นอะไรมากหรอก" หลิวชิงซงพูดจบก็หันหลังเดินไปที่ทางออกลานขยะหมื่นภพ "ดึกมากแล้ว ฉันต้องกลับไปนอนแล้วล่ะ"
"เดี๋ยวก่อน" อาร์ซีเรียกไว้
"ทางฝั่งเดดพูลมีเรื่องแล้วครับ" หุ่นยนต์โลหะเหลวพูดขึ้นมา
"เกิดเรื่องอะไรขึ้น?" หลิวชิงซงหันกลับไปมอง
"เขาถูกดักซุ่มโจมตี ตอนนี้ตกอยู่ในอันตรายมากครับ" หุ่นยนต์โลหะเหลวตอบ
"อ้อ?" หลิวชิงซงขมวดคิ้ว รีบเดินไปที่กระจกตามรอย
ในภาพจากกระจกตามรอย เดดพูลกำลังอาศัยความมืดหลบหนีเข้าไปในป่าลึก
สภาพของเดดพูลตอนนี้ มือขวาถูกระเบิดจนขาดกระจุย ตามตัวก็มีบาดแผลจากกระสุนหลายแห่ง สภาพดูไม่ได้เอาเสียเลย
ส่วนคนที่ตามล่าเขามาคือกลุ่มชายชุดดำปิดหน้าปิดตานับสิบคน อาวุธครบมือแถมยังดูทันสมัย ฝีมือแต่ละคนก็ไม่ธรรมดาเลย
ถ้าหลิวชิงซงเดาไม่ผิด คนพวกนี้น่าจะเป็นมืออาชีพที่ฝึกฝนมาอย่างดีแน่ๆ
อาวุธที่พวกมันใช้จัดการเดดพูลนอกจากปืนแล้ว ก็ยังมีบูมเมอแรงรูปร่างประหลาดอีกด้วย
บูมเมอแรงพวกนี้พอทำร้ายเดดพูลขณะหนีได้ บาดแผลบนตัวเดดพูลก็จะไม่สามารถรักษาตัวเองได้ แถมยังมีเลือดสีดำไหลออกมาอีกต่างหาก
นี่แหละคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้เดดพูลเพลี่ยงพล้ำจนต้องหนีหัวซุกหัวซุน
พอหลิวชิงซงมองออก เขาก็รีบหันไปสั่งหุ่นยนต์โลหะเหลวที่อยู่ข้างๆ "รีบให้เถาวัลย์พิทักษ์นายฉีกมิติ ส่งฉันไปช่วยเดดพูลเดี๋ยวนี้เลย"
"ได้ครับ!" หุ่นยนต์โลหะเหลวรีบทำตาม
ครู่ต่อมา รอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นข้างกายหลิวชิงซง
หลิวชิงซงหยิบเสื้อคลุมล่องหนมาสวมทับ แล้วเดินเข้าไปทันที
อาร์ซีลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตัดสินใจตามเข้าไปด้วย
เพราะตอนนี้เป็นตอนกลางคืน เลยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกใครจับได้
เดดพูลหนีเข้าไปในป่าลึกแล้ว แต่เพราะเสียเลือดมาก เขาเลยวิ่งต่อไปไม่ไหว
ในขณะที่สิ้นหวัง คิดว่าตัวเองคงต้องมาจบชีวิตอยู่ในป่าลึกแห่งนี้ อาร์ซีก็ถือปืนโผล่พรวดออกมาจากความว่างเปล่า แบกเดดพูลขึ้นบ่า แล้วก้าวเข้าไปในรอยแยกมิติ
"พวกนั้นเป็นคนที่ตระกูลตงเทียนส่งมาฆ่าเหลยเจิ้งซิงนะ จะปล่อยให้พวกมันรอดไปไม่ได้เด็ดขาด" พอเดดพูลโล่งใจได้เปลาะหนึ่ง เขาก็รีบเตือนขึ้นมา
"เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง!" หลิวชิงซงที่อยู่ในสถานะล่องหน หยิบขวานทื่อไร้คม ดาบหัก และมีดบินอีกหลายสิบเล่มออกมาจากกระเป๋ามิติ จากนั้นก็ใช้พลังของแหวนเทพหมื่นทองควบคุมโลหะ สั่งให้อาวุธเหล่านี้พุ่งเข้าใส่กลุ่มชายชุดดำปิดหน้าหลายสิบคนที่กำลังพุ่งตัวเข้ามา
เพียงพริบตาเดียว ชายชุดดำนับสิบคนก็ล้มลงไปกองกับพื้น โดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ
เดดพูลที่กลับมาอยู่ในห้องกระจกใสแล้ว เห็นภาพเหตุการณ์นี้ผ่านกระจกตามรอยพอดี ก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกใจ "พระเจ้าช่วย! เขา... เขามีพลังแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย?"
"นายห่วงตัวเองก่อนเถอะน่า!" หุ่นยนต์โลหะเหลวหยิบยาถอนพิษออกมาจากกล่องพยาบาล ยื่นให้เดดพูล "รีบกินเข้าไปดูสิว่าได้ผลไหม"
"โอเค!" เดดพูลพยักหน้ารัวๆ รับยามาแล้วก็กลืนลงไปทันที
ครู่เดียว บาดแผลบนตัวเขาก็สมานตัวและหายสนิทเอง
นี่แสดงว่า ยาถอนพิษได้ผล
แต่หุ่นยนต์โลหะเหลวกับอาร์ซีกลับไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด
เมื่อเห็นหลิวชิงซงใช้ผงสลายกระดูกกำจัดศพชายชุดดำนับสิบคนจนไม่เหลือซากแล้ว พวกเขาก็รีบให้เถาวัลย์พิทักษ์นายฉีกมิติ ส่งตัวหลิวชิงซงกลับมา
หลิวชิงซงยื่นบูมเมอแรงที่เก็บมาได้ให้หุ่นยนต์โลหะเหลว "ไปศึกษายาพิษที่เคลือบอยู่บนนั้นให้ทีนะ อย่าปล่อยให้เดดพูลพลาดท่าโดนแบบนี้อีก"
ถ้าพลาดอีกล่ะก็
เดดพูลคงไม่มีโชคดีแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สองแน่
"ได้ครับ!" หุ่นยนต์โลหะเหลวรับบูมเมอแรงมา แล้วเดินไปที่โต๊ะทำงาน
หลิวชิงซงเหลือบมองเวลาบนนาฬิกา ก่อนจะหันไปถามเดดพูล "ด้วยฝีมือของนาย ทำไมวันนี้ถึงได้เสียท่าจนมีสภาพทุลักทุเลขนาดนี้ล่ะ?"
อาร์ซีก็หันไปมองเดดพูลด้วยความสงสัยเช่นกัน
"อย่าให้ฉันเล่าเลย ฉันแค่จะไปสืบดูว่าใครเป็นคนสั่งฆ่าเหลยเจิ้งซิง แต่ดันไปติดกับดักที่ตระกูลตงเทียนวางไว้ซะงั้น" เดดพูลกางแขนออก ตอบตามความจริง
"ตระกูลตงเทียนจะสั่งฆ่าคุณลุงเหลยไปทำไมกันล่ะ?" หลิวชิงซงขมวดคิ้ว
"เพราะพวกมันอยากสร้างความวุ่นวาย เพื่อทำให้สถานการณ์ภัยพิบัติในมณฑลเซียงหนานเลวร้ายลงไปอีกน่ะสิ" เดดพูลตอบ
"อย่างนี้นี่เอง!" สีหน้าหลิวชิงซงเปลี่ยนเป็นมืดทะมึนขึ้นมาทันที
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็เอามือขวาวางบนไหล่ของเดดพูล
เดดพูลกำลังจะอ้าปากถามว่าหลิวชิงซงจะทำอะไร เวนอมก็ไหลผ่านแขนของหลิวชิงซงไปที่ตัวของเดดพูล แล้วก็แทรกซึมเข้าไปในร่างกายของเขา
เดดพูลสะดุ้งตกใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความตื่นเต้น "ลูกพี่ นี่นายจะให้เวนอมไปจัดการกับพวกหน้าไม่อายจากตระกูลตงเทียนพร้อมกับฉันใช่ไหม?"
"อื้ม แล้วก็รวมถึงตระกูลฉินกับตระกูลจ้าวด้วยนะ" หลิวชิงซงกดเสียงต่ำ "ถ้าเป็นคนของพวกมัน เมื่อไหร่ที่ระบุตัวตนได้ก็ฆ่าทิ้งได้เลย ไม่ต้องปรานี นายจะตามไปล่าพวกมันถึงที่เลยก็ย่อมได้"
"สรุปสั้นๆ เลยก็คือ ห้ามปล่อยให้แผนการชั่วร้ายของพวกมันสำเร็จเด็ดขาด"
"รับทราบ" เดดพูลพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น
"งั้นนายก็กลับไปคุ้มครองคุณลุงเหลยต่อเถอะ!" หลิวชิงซงพูดพลางสั่งให้เถาวัลย์พิทักษ์นายฉีกมิติ
เดดพูลสวมกอดอาร์ซี แล้วก็หันหลังเดินเข้าไปในรอยแยกมิตินั้น ก่อนจะหายตัวไป
...
พอออกจากลานขยะหมื่นภพมา
หลิวชิงซงก็มุดเข้าเต็นท์ไปนอนต่อ
นอนไปนอนมา เขาก็รู้สึกร้อนจนต้องตื่นขึ้นมา
กำลังจะเข้าไปหาพัดลมในลานขยะหมื่นภพมาเป่าสักหน่อย ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันเบาๆ ดังมาจากข้างนอก
หลิวชิงซงลุกขึ้นเดินออกไปดู ถึงได้รู้ว่าคนที่ถูกความร้อนปลุกให้ตื่นไม่ได้มีแค่เขาคนเดียว พี่ใหญ่ พี่รอง แล้วก็หลี่เฟินเฟินก็ตื่นมาเพราะความร้อนเหมือนกัน
หวังเย่าชิ่งกับนางหลี่ที่อยู่ไม่ไกลก็กำลังใช้พัดใบลานพัดวีคลายร้อนอยู่
แต่ถึงอย่างนั้น แต่ละคนก็ยังร้อนจนทนไม่ไหว
สาเหตุที่เป็นแบบนี้ นอกจากจะเป็นช่วงฤดูร้อนแล้ว ภัยแล้งในมณฑลเซียงหนานยังลุกลามมาถึงหน่วยผลิตเล็กต้นฮวายแล้วด้วย
ไม่สิ! ต้องบอกว่าลุกลามมาถึงคอมมูนซงมู่ทั้งคอมมูนแล้วต่างหาก
ฝนไม่ตกมาตั้งครึ่งเดือน แถมอุณหภูมิแต่ละวันยังพุ่งปรี๊ดไปถึงสามสิบเจ็ดสามสิบแปดองศา จะร้อนจนนอนไม่หลับในตอนกลางคืนก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
หลิวชิงซงเห็นว่าขืนเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ คิดไปคิดมา เขาก็เดินไปทางโรงเรือนปลูกผัก
"ชิงซง นายจะไปไหนน่ะ?" หลิวลี่จวนเห็นเข้า ก็เลยตะโกนถาม
หลิวชุนฮวา หลิวฮว่าเหล่ย โจวเหม่ยหลิง และหลี่เฟินเฟินก็หันมามอง
"จะไปดูในโรงเรือนหน่อยครับ ว่าแตงโมสุกหรือยัง" หลิวชิงซงตอบ
เขาปลูกแตงโมในโรงเรือนไว้ไม่กี่สิบต้น ก่อนหน้านี้มันยังไม่สุก เขาก็เลยไม่ได้สนใจ แล้วก็ลืมไปซะสนิทเลย
ตอนนี้ร้อนตับแตกขนาดนี้ จะเข้าไปเดินเล่นในโรงเรือนปลูกผักก็ไม่แปลกหรอก
ถ้าเกิดมีแตงโมสุกขึ้นมา การได้กินแตงโมเย็นๆ ตอนดึกแบบนี้ก็คงจะชื่นใจสุดๆ
"ฉันไปด้วย" พอหลี่เฟินเฟินได้ยินแบบนั้น ก็รีบวิ่งร่าไปหาหลิวชิงซงด้วยความดีใจ
หลิวลี่จวนกับหลิวชุนฮวาก็เดินตามหลังไปติดๆ
ภายในโรงเรือนปลูกผัก เนื่องจากปล่อยทิ้งขว้างมาพักใหญ่ วัชพืชบางจุดก็สูงถึงเข่าแล้ว
แต่แตงโมลูกกลมดิ๊กก็มีอยู่เป็นสิบๆ ลูก แถมยังลูกใหญ่ๆ ทั้งนั้น
แต่ที่น่าเสียดายก็คือ พอเข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่ามีหลายลูกที่โดนหนูแทะกินไปแล้ว เหลือทิ้งไว้แค่เปลือกแตงโม
หลี่เฟินเฟินเห็นแล้วก็เสียดายสุดๆ รีบเด็ดแตงโมที่ยังไม่โดนขโมยกินออกมาให้หมด
ส่วนหลิวลี่จวนกับหลิวชุนฮวาก็วิ่งกลับไปเอาตะกร้ามาใส่แตงโมเหล่านั้น
พอเก็บเสร็จ หลิวชิงซงก็หาบตะกร้าเดินกลับไปที่หน้าบ้าน "พรุ่งนี้ผมจะรื้อโรงเรือนปลูกผักทิ้ง แล้วค่อยปลูกผักผลไม้ตามฤดูกาลแทน"
"ทำไมต้องรื้อด้วยล่ะ? กว่าจะสร้างโรงเรือนปลูกผักเสร็จมันลำบากมากเลยนะ" หลี่เฟินเฟินที่เดินตามหลังมาอดถามไม่ได้
หลิวลี่จวนกับหลิวชุนฮวาก็สงสัยเหมือนกัน
"เพราะฤดูร้อนมันปลูกผักในโรงเรือนไม่ได้ไงล่ะครับ" หลิวชิงซงยิ้มตอบ
"อย่างนี้นี่เอง!" หลี่เฟินเฟินไม่ได้ถามอะไรต่อ เธอวิ่งนำหน้าเข้าครัวไปก่อน แล้วหิ้วถังน้ำสะอาดมาล้างแตงโม
พอล้างเสร็จ ก็ผ่าเป็นซีกๆ แล้วมานั่งล้อมวงกินกันอย่างเอร็ดอร่อยกับหลิวชิงซง หลิวลี่จวน หลิวชุนฮวา หวังเย่าชิ่ง และนางหลี่
หลิวชิงซงเห็นว่าแตงโมทั้งหวานทั้งฉ่ำน้ำ แต่เสี่ยวหนัวมี่ น้องเล็ก และเสี่ยวเถาชี่ไม่อยู่ เขาเลยแบกแตงโมเข้าไปในครัว แล้วหยิบมาสองลูกซ่อนไว้ในกระเป๋ามิติ
ความตั้งใจของเขาก็ง่ายๆ คือจะเก็บไว้ให้พวกเด็กๆ กิน
ไม่งั้นอากาศร้อนตับแตกแบบนี้ พรุ่งนี้ถ้าช่างจากทีมก่อสร้างมาสร้างบ้านอิฐแดง มีหวังแตงโมโดนกินเกลี้ยงภายในพริบตาแน่ๆ
...
ศูนย์ราชการเมืองต้าอวี่
ห้องเล็กๆ ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้
เสี่ยวหนัวมี่ที่กำลังหลับสนิท จู่ๆ ก็ตื่นขึ้นมาเพราะความร้อน เธองัวเงียตบยุงที่กำลังดูดเลือดอยู่ แล้วลุกจากเตียงเดินไปเคาะประตูที่ล็อกแน่น "เปิดประตูหน่อย หนูคอแห้ง... หนูอยากกินน้ำ"
ไม่มีใครตอบรับ
รอบข้างเงียบกริบ
เสี่ยวหนัวมี่เบะปากทำท่าจะร้องไห้
อยู่ที่บ้านคุณลุง เวลาเธออยากกินน้ำ ไม่เห็นจะต้องยุ่งยากแบบนี้เลย
กำลังจะตะโกนเรียกอีกรอบ น้องเล็กก็เดินเข้ามา "เธอตะโกนไปก็เปล่าประโยชน์ ดึกป่านนี้แล้ว พวกเขาไปนอนกันหมดแล้ว ไม่มีใครมาเปิดประตูให้พวกเราหรอก"
"แล้ว... แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?" เสี่ยวหนัวมี่เกาหัวตัวเอง
"ปีนหน้าต่างออกไปกินน้ำสิ" เสี่ยวเถาชี่ที่อยู่บนเตียงเสนอ
"แบบนั้นจะดีเหรอ?" น้องเล็กถาม
"มีอะไรไม่ดีล่ะ หรือเธออยากจะหิวน้ำตาย?" เสี่ยวเถาชี่ย้อนถาม
"ไม่อยาก" น้องเล็กตอบ
"ไม่อยากก็ปีนหน้าต่าง" เสี่ยวเถาชี่ลงจากเตียง ยกม้านั่งยาวมาวางริมหน้าต่าง แต่โชคร้ายที่แขนขาสั้นๆ ของเขาเอื้อมไม่ถึง
กำลังจะคิดหาวิธีอื่น เสียงของหวังเป้าก็ดังมาจากข้างนอก "เสี่ยวหนัวมี่ เมื่อกี้เธอเรียกจะกินน้ำใช่ไหม?"
"อื้ม หนูเอง" เสี่ยวหนัวมี่ตอบด้วยน้ำเสียงเล็กๆ
"งั้นเธอรอแป๊บนะ" หวังเป้าวิ่งหายไป
ไม่นาน เขาก็วิ่งหอบแฮ่กๆ กลับมา "ฉันตักน้ำมาให้แล้ว แต่ประตูห้องพวกเธอโดนล็อกอยู่ ฉันเปิดไม่ได้น่ะสิ!"
"พวกผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่ข้างนอกเหรอ?" เสี่ยวเถาชี่ถาม
'พวกผู้ใหญ่' ที่ว่า หมายถึงคนที่คอยเดินตรวจตราดูแลความปลอดภัยให้พวกเขานั่นแหละ
"ไม่อยู่ สงสัยจะไปนอนกันหมดแล้วล่ะ" หวังเป้าตอบ
"งั้นนายหลบไป" เสี่ยวหนัวมี่เริ่มโมโหแล้ว
"หลบไปทำไมเหรอ?" หวังเป้าสงสัย
"นายหลบไปก็รู้เองแหละ" เสี่ยวหนัวมี่ตอบ
"ก็ได้!" หวังเป้ารีบทำตาม
เสี่ยวหนัวมี่เดินไปริมประตู ยกเท้าขึ้นเตะเปรี้ยงเข้าไป
เตะครั้งแรกไม่มีปฏิกิริยาอะไร เสี่ยวหนัวมี่เลยเพิ่มแรงเตะครั้งที่สองเข้าไปอีก
คราวนี้ประตูเปิดผางออก แม่กุญแจทองเหลืองกระเด็นหลุดไป พร้อมกับทำให้หวังเป้า เสี่ยวเถาชี่ และน้องเล็กตกใจจนแทบช็อก
พวกเขาไม่คิดเลยว่าเสี่ยวหนัวมี่จะมีแรงเยอะขนาดนี้ ขืนโดนเตะเข้าจังๆ คงไม่ตายก็คงต้องเจ็บหนักไปหลายวันแน่ๆ
พอประตูเปิดออก เสี่ยวหนัวมี่ก็วิ่งไปรับแก้วน้ำเย็นจากมือหวังเป้า มากระดกกินอึกๆ อย่างกระหาย
"เธอเหลือให้ฉันบ้างสิ" น้องเล็กเห็นแบบนั้นก็รีบเตือน
"อ้อ!" เสี่ยวหนัวมี่ยื่นแก้วให้น้องเล็ก แล้วมองไปรอบๆ ที่มืดตึ๊ดตื๋อ "หวังเป้า พั่งตุนกับเย่ชวี่ปิ้งไปไหนล่ะ?"
"นอนหลับเป็นตายอยู่ห้องนู้นน่ะ ฉันร้อนจนทนไม่ไหว ก็เลยปีนหน้าต่างหนีออกมา" หวังเป้าตอบ
"อ้อ งั้นพวกเราไปหาปู่เถากันเถอะ ที่นี่ไม่เห็นจะดีเลย หนูอยากกลับบ้าน" เสี่ยวหนัวมี่พูดจบ ก็ก้าวขาสั้นๆ เดินตรงไปที่ห้องพักของเถากั๋วชิ่ง
"รอฉันด้วย" หวังเป้ารีบเดินตามไป
เสี่ยวเถาชี่กับน้องเล็กกินน้ำเสร็จก็รีบตามไปเหมือนกัน
สิ่งที่ทำให้ทั้งสี่คนประหลาดใจก็คือ เถากั๋วชิ่งไม่ได้อยู่ในห้อง ไปดูห้องข้างๆ ที่ไป๋อวี้เจิน แม่ของเสี่ยวเถาชี่พักอยู่ เธอก็ไม่อยู่เหมือนกัน ห้องพักว่างเปล่า ไม่มีคนอยู่เลยสักคน
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?" เสี่ยวหนัวมี่เกาหัวแกรกๆ กำลังจะไปดูห้องข้างๆ เสียงปืนก็ดังมาจากข้างนอก
"คงจะไม่มีคนร้ายมาจับตัวพวกเราไปหรอกนะ?" เสี่ยวเถาชี่เริ่มกลัวขึ้นมาแล้ว
"ถึงจะมีคนร้ายหนูก็ไม่กลัวหรอก พวกเราไปซ่อนตัวกันก่อนเถอะ" เสี่ยวหนัวมี่จับมือน้องเล็ก มองซ้ายมองขวา แล้วก็มุดเข้าไปซ่อนใต้เตียง
หวังเป้าเห็นแบบนั้น ก็รีบมุดเข้าไปซ่อนใต้เตียงด้วย
...
เวลาประมาณหกโมงเช้า
หลิวชิงซงตื่นขึ้นมาเพราะโดนยุงกัดในเต็นท์ชั่วคราว
กำลังจะหยิบยาจุดกันยุงกำจัดสรรพสัตว์ในกระเป๋ามิติออกมาจุดไล่ยุง รอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นข้างเตียงกะทันหัน
หลิวชิงซงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไป
วูบ~~! วินาทีต่อมาเขาก็มาโผล่ในห้องกระจกใส
"ทางเสี่ยวหนัวมี่กับน้องเล็กมีเรื่องแล้ว ทางที่ดีคุณรีบไปดูหน่อยเถอะครับ" หุ่นยนต์โลหะเหลวชี้ไปที่ภาพบนกระจกตามรอย "มีคนคิดจะบุกศูนย์ราชการ ตอนนี้รอบๆ ถูกสั่งปิดกั้นหมดแล้วครับ"
"แล้วเสี่ยวหนัวมี่กับน้องเล็กเป็นอะไรหรือเปล่า?" หลิวชิงซงถามอย่างร้อนใจ
"พวกแกไม่เป็นไรครับ แอบไปหลับอยู่ใต้เตียง" หุ่นยนต์โลหะเหลวตอบ
"ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว" หลิวชิงซงถอนหายใจยาว "รู้ไหมว่าใครเป็นคนบุกศูนย์ราชการ?"
"กำลังตรวจสอบอยู่ครับ แต่ตัดชื่อตระกูลจ้าว ตระกูลฉิน และตระกูลตงเทียนออกไปได้เลย" หุ่นยนต์โลหะเหลวตอบ "จะให้เถาวัลย์พิทักษ์นายฉีกมิติ ส่งคุณไปรับพวกแกกลับมาไหมครับ?"
"เรื่องนี้..." หลิวชิงซงลังเล
ถ้าพากลับมา ก็ต้องให้นอนในเต็นท์ชั่วคราว แถมรอบๆ ยังมีการก่อสร้างบ้านอิฐแดงอยู่ ความจริงก็ถือว่าไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่
แต่ถ้าไม่พากลับมา เขาก็คงจะเป็นห่วงอยู่ดี
ขณะที่เขากำลังชั่งใจตัดสินใจไม่ได้ ในภาพของกระจกตามรอย เสี่ยวหนัวมี่ก็มุดออกมาจากใต้เตียง ปัดฝุ่นตามเนื้อตามตัว แล้วก็จูงมือเสี่ยวเถาชี่กับน้องเล็กเดินออกจากห้องไป
หลิวชิงซงเห็นตามหน้าตามตาและมือของพวกเด็กๆ มีรอยยุงกัดบวมเป่ง ปากก็แห้งผาก เขาจึงส่ายหัวแล้วบอกหุ่นยนต์โลหะเหลวว่า "ให้เถาวัลย์พิทักษ์นายฉีกมิติ ส่งฉันไปที่นั่นก่อนดีกว่า"
"ได้ครับ! ได้ครับ!" หุ่นยนต์โลหะเหลวรีบจัดการทันที
ไม่นาน รอยแยกมิติก็ปรากฏขึ้นข้างกายหลิวชิงซง
หลิวชิงซงสั่งให้อาร์ซีแปลงร่างเป็นรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง แล้วขี่เข้าไปในรอยแยกมิติ
วูบ~~! วินาทีต่อมาเขาก็มาปรากฏตัวที่ตรอกเล็กๆ ฝั่งตรงข้ามศูนย์ราชการ
หลิวชิงซงมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนอื่นอยู่แถวนั้น เขาจึงหยิบแตงโมสองลูกในกระเป๋ามิติออกมาวางบนที่นั่งข้างรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้าง แล้วขี่รถตรงไปที่ประตูทางเข้าศูนย์ราชการ
ที่ประตูศูนย์ราชการ
เถากั๋วชิ่งกำลังสั่งการอะไรบางอย่างกับโจวปินอยู่
พอเห็นหลิวชิงซงขี่รถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างมา เขาก็ประหลาดใจและรีบเดินเข้าไปทักทาย "ชิงซง นายมาได้ยังไงเนี่ย?"
โจวปินก็รู้สึกแปลกใจเช่นกัน
"วันนี้ผมไปขายแตงโมที่ตลาดสดการเกษตรมาน่ะครับ เหลืออยู่สองลูก ก็เลยเอามาให้เสี่ยวหนัวมี่ น้องเล็ก และเสี่ยวเถาชี่กิน" หลิวชิงซงยิ้มตอบ
คำแก้ตัวนี้ฟังดูไม่มีพิรุธเลย
เถากั๋วชิ่งได้ยินดังนั้นก็หัวเราะร่วน "งั้นนายรอฉันอยู่ตรงนี้นะ เดี๋ยวฉันเข้าไปตามเสี่ยวหนัวมี่กับเด็กคนอื่นๆ ออกมาให้"
...
(จบแล้ว)