- หน้าแรก
- จากพรสวรรค์ขยะ สู่ระบบสกัดกั้นระดับ SSS
- บทที่ 23 - พลิกสถานการณ์ สกัดกั้นพรสวรรค์เร้นกายในเงามืดระดับ S
บทที่ 23 - พลิกสถานการณ์ สกัดกั้นพรสวรรค์เร้นกายในเงามืดระดับ S
บทที่ 23 - พลิกสถานการณ์ สกัดกั้นพรสวรรค์เร้นกายในเงามืดระดับ S
บทที่ 23 - พลิกสถานการณ์ สกัดกั้นพรสวรรค์เร้นกายในเงามืดระดับ S
ขณะเดียวกัน เจียงฝานที่แกล้งสลบอยู่ก็รู้สึกขนลุกซู่ เขาด่าทออยู่ในใจ
"ทำไมถึงมีไอ้โรคจิตแบบนี้อยู่ด้วยวะเนี่ย ขยะแขยงชะมัด!"
แต่ทว่าในใจของเขากลับสงบนิ่งอย่างมาก คอยเฝ้ารอจังหวะลงมือที่ดีที่สุดอยู่ตลอดเวลา
อีกฝ่ายมีกันสามคน แถมยังไม่รู้ระดับความแข็งแกร่งที่แท้จริง จะให้สู้หนึ่งต่อสามโอกาสชนะคงมีไม่มากนัก
เขาต้องกำจัดไปให้ได้อย่างน้อยหนึ่งคนก่อน ถึงจะมีโอกาสรอดพ้นจากวิกฤติตรงหน้านี้ไปได้
ตอนนี้ดวงตาของจางจิ่วลุกวาวไปด้วยไฟตัณหา
เขาจับเจียงฝานพลิกตัว ให้นอนหงายราบบนพื้น
"น้องชายหน้ามน ให้พี่ชายคนนี้เอ็นดูนายดีกว่านะ!"
พูดพลางมือของเขาก็จับซิปชุดต่อสู้ของเจียงฝานเตรียมจะรูดลง
จังหวะนั้นเอง เจียงฝานก็ลืมตาโพลงขึ้นมาทันที
กริชอาบยาพิษในมือแทงสวนเข้าที่ท้องของชายหนุ่มอย่างแรง
พร้อมกันนั้น มืออีกข้างก็กดหัวของอีกฝ่ายแนบชิดกับเสื้อของตัวเอง ป้องกันไม่ให้มันส่งเสียงร้องออกมา
ตอนนี้ค่าพลังสายเลือดของเจียงฝานพุ่งไปถึง 46.3 แล้ว
พละกำลังของเขาไม่ใช่สิ่งที่ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นระดับปลายอย่างจางจิ่วจะสลัดหลุดได้ง่ายๆ
บวกกับกริชของเจียงฝานยังอาบไปด้วยพิษร้ายของงูหลามเขียวหัวสามเหลี่ยม ซึ่งเป็นพิษที่อันตรายถึงตายเมื่อสัมผัสเลือด
ดังนั้น หลังจากที่จางจิ่วดิ้นรนอยู่สิบกว่าวินาที เขาก็แน่นิ่งไปในที่สุด
ส่วนชายอีกสองคนที่อยู่ข้างๆ กำลังสวาปามเนื้อแกะกันอย่างเอร็ดอร่อย คิดว่าจางจิ่วกำลังเข้าด้ายเข้าเข็มอยู่
หม่าลิ่วสบถด่าด้วยความรังเกียจ
"แกนี่มันหื่นกามจริงๆ ทำเสียงดังซะขนาดนี้ ไม่กลัวว่าเดี๋ยวปืนแกจะเลอะซอสหรือไงวะ!"
หวังชีได้ยินก็โมโหขึ้นมาทันที
"แกอย่าพูดจาขยะแขยงแบบนี้ได้ไหมวะ ข้ากำลังกินเนื้ออยู่นะเว้ย! เฮ้ย แต่จะว่าไป เนื้อนี่ก็ย่างอร่อยจริงๆ แฮะ ถ้าแม่นั่นยอมย่างเนื้อให้ข้ากินทุกวัน ข้าคงตัดใจฆ่าไม่ลงแน่ๆ!"
หม่าลิ่วด่าสวนกลับ
"หึ ถ้าแม่นั่นได้พลังกลับคืนมาเมื่อไหร่ ถ้ามันไม่ฟันแกขาดครึ่งท่อนเป็นอย่างแรก ข้าให้เปลี่ยนไปใช้แซ่แกเลย!"
อีกด้านหนึ่ง เจียงฝานได้ยินบทสนทนาของทั้งสองคนก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
"โชคดีนะ ที่สองคนนี้ยังไม่รู้ตัว!"
เขาคิดในใจ
"สกัดกั้น!"
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นแก่นแท้สำเร็จ ค่าพลังสายเลือด+2!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นพรสวรรค์เร้นกายในเงามืด ระดับ S]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นวิชาต่อสู้ลอบสังหารปรโลก ระดับกลาง]
[ความคืบหน้าภารกิจสกัดกั้นสรรพสิ่ง: 10/10 50/50 98/100]
[เร้นกายในเงามืด อาศัยความมืดมิดและเงามืดเพื่อซ่อนเร้นร่องรอย ซ่อนตัวพรางกายได้โดยไร้สุ้มเสียง]
[ลอบสังหารปรโลก วิชาลอบสังหารที่ใช้ประโยชน์จากความมืดมิดเพื่อมอบการโจมตีปลิดชีพ]
จากนั้น พลังลึกลับสายหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาทับถมลงบนร่างของเจียงฝาน
เซลล์ทุกส่วนในร่างกายของเจียงฝานส่งเสียงกู่ร้องด้วยความยินดีอีกครั้ง ผ่านไปเต็มๆ 30 วินาทีถึงค่อยๆ สงบลง
และในตอนนี้ เจียงฝานก็ซึมซับข้อมูลใหม่ที่หลั่งไหลเข้ามาในสมองจนหมดสิ้น
ชายคนนี้มีพรสวรรค์สุดโกงระดับ S เชียวนะ แล้วทำไมถึงมาอยู่ในทีมล่าสัตว์เล็กๆ แบบนี้ได้
ความสงสัยผุดขึ้นในหัวของเจียงฝานเพียงแวบเดียว
ตอนนี้วิกฤติยังไม่คลี่คลาย ไม่ใช่เวลาจะมาคิดเรื่องพวกนี้
จัดการสองคนนี้ก่อนค่อยว่ากัน
หวังชีกับหม่าลิ่วไม่ได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้านหลังเลยแม้แต่น้อย
หวังชีพูดยั่วเย้า
"เหลาจิ่ว ทำไมแกเงียบไปแล้ววะ เสร็จเร็วจังวะ ข้าจะบอกให้นะ ยาของแกน่ะดีก็จริง แต่เล่นด้วยแล้วไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยมันก็น่าเบื่อไปหน่อยนะโว้ย ฮ่าๆๆ!"
หม่าลิ่วพูดเสริม
"วันนี้แกเสร็จเร็วเกินไปจริงๆ นะเนี่ย ลืมกินยามาหรือเปล่าวะ!"
พอพูดจบ ทั้งสองคนก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ ปกติเหลาจิ่วเป็นคนช่างพูด ทำไมวันนี้ถึงเงียบเป็นเป่าสากแบบนี้ล่ะ
"ไม่ชอบมาพากลแล้ว!"
ลางสังหรณ์อันตรายผุดขึ้นในใจหวังชีทันที เขาจ้องมองไปทางจางจิ่ว
ก็พบว่าจางจิ่วนอนนิ่งไม่ไหวติง ส่วนเด็กหนุ่มคนนั้นกลับหายไปจากจุดเดิมแล้ว
วินาทีต่อมา
ม่านตาของเขาก็หดเกร็งลงอย่างรุนแรง เขาเห็นร่างครึ่งหนึ่งของเด็กหนุ่มคนนั้นกำลังแสยะยิ้มอย่างน่าสยดสยองอยู่ใต้แสงไฟที่ด้านหลังของหม่าลิ่ว
ส่วนร่างอีกครึ่งหนึ่งกลับหลอมรวมเข้ากับความมืดมิดด้านหลังหม่าลิ่วอย่างน่าประหลาด
"แย่แล้ว! พี่หก ระวังข้างหลัง!"
หวังชีเพิ่งตะโกนสุดเสียง หม่าลิ่วก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ลำคอ เขาตกใจสุดขีด
"ไอ้สารเลว กล้าลอบกัดข้าเรอะ แต่พรสวรรค์ของข้าคือเสริมการป้องกัน อย่างมากก็ทำได้แค่เจาะทะลุผิวหนังข้าเท่านั้นแหละ! ไอ้หนู เตรียมตัวตายซะ!"
เจียงฝานประหลาดใจเมื่อเห็นว่ากริชของตนไม่ได้แทงทะลุลำคอของหม่าลิ่ว แต่เมื่อได้ยินคำพูดของหม่าลิ่ว เขาก็ถึงบางอ้อทันที
ตอนนั้นเอง หม่าลิ่วก็หันขวับกลับมา ชกหมัดใส่เจียงฝานที่อยู่ด้านหลังทันที!
เจียงฝานกระโดดถอยหลังเว้นระยะห่างออกไปสองเมตร
เขามองกริชอาบยาพิษในมือพลางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
"แค่เจาะทะลุผิวหนังก็พอแล้ว!"
หม่าลิ่วไม่เข้าใจ เมื่อชกพลาดเป้า เขาก็เตรียมจะพุ่งเข้าไปประชิดตัวอีกครั้ง
แต่กลับพบว่าร่างกายของตนแข็งทื่อ ตามมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสที่แล่นแปลบมาจากหัวใจ
"มีพิษ! ที่กริช... มีพิษ!"
ดวงตาของหม่าลิ่วฉายแววซับซ้อน ทั้งหวาดกลัว ไม่เข้าใจ และไม่ยินยอม
จากนั้น ร่างของเขาก็ล้มตึงลงกับพื้น เลือดไหลออกทวารทั้งเจ็ดขาดใจตายทันที!
หวังชีเห็นดังนั้น ม่านตาก็หดเล็กลงอย่างรุนแรง คิดไม่ถึงเลยว่าไอ้เด็กนี่จะมีฝีมือร้ายกาจขนาดนี้!
เดิมทีพวกเขาสามคนแค่ระแวงเซียวหมิ่นที่มีฝีมือระดับผู้ฝึกยุทธ์ชั้นยอดเท่านั้น
ส่วนเด็กหนุ่มหน้าตามัธยมปลายคนนี้ พวกเขาไม่ได้เก็บมาใส่ใจเลยแม้แต่น้อย
คิดไม่ถึงเลยว่า
แม้จะใช้ผงสลายกระดูกจัดการเซียวหมิ่นได้ แต่ไม่รู้ทำไมเด็กหนุ่มตรงหน้านี้ถึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
ไม่เพียงแค่นั้น เด็กหนุ่มที่ดูอายุแค่สิบเจ็ดสิบแปดปีคนนี้ กลับมีพลังการต่อสู้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ!
หวังชีถามด้วยความหวาดกลัว
"ทำไมแกถึงไม่โดนพิษ??!"
ในขณะเดียวกัน สมองของเขาก็หมุนติ้ว กำลังคิดหาวิธีหนีเอาชีวิตรอด
"ก็เพราะพิษของพวกแกมันอ่อนหัดไงล่ะ!"
[มนุษย์]
[ระดับขั้น: ผู้ฝึกยุทธ์ระดับกลาง]
[พรสวรรค์: เสริมพละกำลัง ระดับ C]
[วิชาต่อสู้: ดาบวายุคลั่ง ระดับต้น]
เมื่อมองดูข้อมูลบนจอประสาทตา เจียงฝานก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
วินาทีต่อมา ร่างของเขาก็หายกลืนไปในความมืดอีกครั้ง
เมื่อหวังชีเห็นดังนั้น ก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว เขาชักดาบยาวที่เอวออกมาฟาดฟันไปยังตำแหน่งเดิมที่เจียงฝานเคยอยู่ทันที
ดาบวายุคลั่ง!
"ฉัวะ!"
เจียงฝานรู้สึกได้ถึงกระแสลมพัดโหมกระหน่ำ เขาเห็นแสงสีแดงวาบขึ้นมาบนดาบยาวที่ฟันลงมา
เขาตกใจมาก รีบใช้วิชาตัวเบาหลบหลีกทันที
แม้ปฏิกิริยาของเขาจะฉับไว แต่ชุดต่อสู้ก็ยังถูกฟันเป็นรอยยาวอยู่ดี
วิชาดาบช่างรวดเร็วอะไรเช่นนี้!
หลังจากฟันออกไปหนึ่งดาบ หวังชีก็พลิกตัวพุ่งทะยานถอยหลังกลับไป
"ไอ้เด็กนั่นดูเหมือนจะถนัดการลอบสังหารในตอนกลางคืนเหมือนกับเหลาจิ่วเลย"
"ข้าต้องหนีเอาชีวิตรอดก่อน!"
หวังชีคิดในใจ พร้อมกับตั้งท่าจะใส่เกียร์หมาหนีเต็มกำลัง
แต่ทว่าในพริบตาต่อมา กระแสลมแผ่วเบาก็พัดผ่านร่างไป กริชเล่มหนึ่งเสียบทะลุหน้าอกของเขาเสียแล้ว
"ลอบสังหารปรโลก!"
ใบหน้าอันน่าสะพรึงกลัวของเด็กหนุ่มคนนั้นปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาอีกครั้ง
"เคร้ง!"
ดาบยาวร่วงหล่นลงพื้น หวังชีล้มลงนอนกับพื้นด้วยความคับแค้นใจ ขาดใจตายอย่างน่าเวทนา
"ฟู่!"
ในที่สุดก็จัดการได้แล้ว!
จนกระทั่งตอนนี้ เจียงฝานถึงเพิ่งรู้ตัวว่ามือของตัวเองสั่นจนควบคุมไม่อยู่
ร่างกายที่เกร็งเขม็งมาตลอดผ่อนคลายลงอย่างกะทันหัน เหงื่อกาฬแตกพลั่กจนชุ่มแผ่นหลังไปหมด
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาฆ่าคน แถมยังฆ่ารวดเดียวถึงสามคน!
ถ้าบอกว่าไม่ตื่นเต้นก็คงโกหกแล้ว!
แต่ในการต่อสู้ที่ต้องเอาชีวิตเข้าแลกแบบนี้ เจียงฝานก็ทำได้เพียงต้องลงมืออย่างเด็ดขาด
ชั่วขณะหนึ่ง เจียงฝานก็รู้สึกสับสนขึ้นมา
จากนั้นเขาก็ดึงสติกลับมา พร้อมกับคิดในใจ
"สกัดกั้น!"
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นแก่นแท้สำเร็จ ค่าพลังสายเลือด+6!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นพรสวรรค์ เสริมพละกำลัง ระดับ C]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นวิชาต่อสู้ ดาบวายุคลั่ง ระดับต้น]
[เสริมพละกำลัง เพิ่มพละกำลังขึ้น 1.5 เท่า!]
[ดาบวายุคลั่ง กวัดแกว่งดาบดั่งสายลม รวดเร็วไร้เทียมทาน เป็นวิชาดาบที่มีความเร็วสูงมาก!]
ค่าพลังสายเลือดเพิ่มขึ้นตั้ง 6 หน่วย เมื่อกี้สกัดกั้นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นต้นยังได้แค่ 2 หน่วย การสกัดกั้นพลังสายเลือดของมนุษย์ได้มากกว่าสัตว์ร้ายถึง 10 เท่าเลยเหรอเนี่ย!
หัวใจของเจียงฝานเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง
ระบบนี้เหมือนกำลังยุให้ฉันฆ่าคนเยอะๆ เลย!
แต่เจียงฝานเป็นคนมีหลักการและมีขอบเขต เขาจะไม่ทำการเข่นฆ่าอย่างสิ้นคิดเพียงเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองเด็ดขาด
เขากดข่มความตื่นเต้นในใจเอาไว้
เจียงฝานเก็บดาบยาวของชายคนนั้นขึ้นมา แล้วถอดกำไลมิติที่ข้อมือของเขาออก
จากนั้น เจียงฝานก็เดินไปหาหม่าลิ่วชายอ้วนผิวดำ เก็บกำไลมิติของเขา แล้วจัดบริการแบบครบวงจรให้ตัวเองอีกครั้ง
[ติ๊ง!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นแก่นแท้สำเร็จ ค่าพลังสายเลือด+6!]
[ขอแสดงความยินดี โฮสต์สกัดกั้นพรสวรรค์ เสริมการป้องกัน ระดับ C]
[ตรวจพบว่าโฮสต์มีวิชาต่อสู้หมัดสั่นสะเทือนระดับกลางอยู่แล้ว จะไม่ทำการสกัดกั้นซ้ำ!]
[เสริมการป้องกัน เพิ่มการป้องกันขึ้น 1.8 เท่า!]
ที่แท้วิชาต่อสู้ที่ซ้ำกันจะไม่สามารถสกัดกั้นได้อีก ช่างเถอะ ได้พรสวรรค์มาอันนึงก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
[จบแล้ว]