เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 42 - พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ

บทที่ 42 - พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ

บทที่ 42 - พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ


บทที่ 42 - พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ

ครอบครัวตู้เฉินช่วยกันเก็บกวาดร้าน สับสวิตช์ไฟ ล็อกประตูแล้วพากันเดินกลับ

พรุ่งนี้เป็นวันอาทิตย์ไม่ต้องไปเรียนไปทำงาน ทั้งครอบครัวก็เลยไม่รีบร้อน พากันเดินไปตลาดเพื่อซื้อของกินง่ายๆ เป็นมื้อเย็น

"แม่ตู้ วันนี้ประชุมผู้ปกครองของเจ้าใหญ่เป็นไงบ้าง ครูได้บอกไหมว่าตู้ปินเป็นยังไงบ้าง"

ระหว่างทาง สหายตู้ก็หันไปถามภรรยา

"ดีมากเลยล่ะ วันนี้ครูชมตู้ปินด้วยนะ บอกว่าช่วงนี้ตั้งใจเรียนมาก เวลาเรียนก็เชื่อฟังกว่าเมื่อก่อน แถมผลการเรียนยังก้าวหน้าขึ้นตั้งเยอะแหนะ"

แม่ของตู้เฉินตอบด้วยน้ำเสียงเบิกบานใจ ก็แน่ล่ะ เมื่อก่อนเวลาไปประชุมผู้ปกครองของตู้ปินทีไร ครูมักจะเรียกชื่อตำหนิให้ได้อายอยู่บ่อยๆ โดนประจานต่อหน้าผู้ปกครองคนอื่นทั้งห้องแบบนั้น แม่ของตู้เฉินแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีทุกครั้ง

ส่วนสหายตู้ก็มักจะอ้างว่าติดงานยุ่งไม่มีเวลาไปประชุม ภาระหน้าที่นี้ก็เลยตกเป็นของแม่ตู้เฉินมาตลอด พอพูดถึงการประชุมผู้ปกครองของตู้ปินทีไร แม่ของตู้เฉินเป็นต้องหน้าดำคร่ำเครียดทุกที และแทบจะทุกครั้งที่ประชุมเสร็จ ตู้ปินก็ต้องโดนแจกไม้เรียวเสมอ

แต่การประชุมผู้ปกครองวันนี้ถือเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายสุดๆ ครูประจำชั้นของตู้ปินชมเชยเขาไม่หยุด ทำเอาแม่ของตู้เฉินถึงกับไปไม่เป็นเลยทีเดียว มารู้ทีหลังว่าเหตุผลแรกคือตู้ปินตั้งใจเรียนและพยายามด้วยตัวเอง จนสอบกลางภาคได้ที่เก้าของห้อง และได้ที่สี่สิบห้าของสายชั้น

ส่วนเหตุผลที่สองก็คือหนังสือคู่มือเรียนเล่มนั้น พอพวกเด็กเก่งๆ ในห้องเห็นติงเหมียวเหมี่ยวที่สอบได้ที่หนึ่งของห้องใช้หนังสือคู่มือเล่มเดียวกับตู้ปิน เด็กพวกนั้นก็ตามมาซื้อหนังสือที่บ้านของตู้เฉินกันยกใหญ่ ผลปรากฏว่าการสอบครั้งนี้ เด็กกลุ่มที่ซื้อหนังสือคู่มือไปคะแนนก็ดีขึ้นกว่าเดิม แถมคะแนนเฉลี่ยของเด็กในห้องพวกเขาก็ยังสูงกว่าห้องอื่นๆ ในระดับชั้นเดียวกันอีกด้วย

ในภายหลัง พอครูได้ลองตรวจสอบหนังสือคู่มือเหล่านั้นดู ก็พบว่ามันเป็นหนังสือคู่มือที่ดีมาก ดีกว่าที่โรงเรียนสั่งมาให้ซะอีก วันนี้ในการประชุมผู้ปกครอง ครูประจำชั้นของตู้ปินก็เลยหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดเป็นพิเศษ

"โอ้โห แม่ พรุ่งนี้ถ้าพ่อกับแม่ไปในเมือง ก็ซื้อหนังสือคู่มือเรียนพวกนี้มาเพิ่มอีกสักร้อยเล่มเลยนะ!"

พอตู้เฉินได้ยินแม่เล่า เขาก็หัวไวคิดออกทันที

"จริงด้วยสิ! ทำไมแม่คิดไม่ถึงนะ วันนี้ครูเพิ่งพูดแนะนำไปหมาดๆ พวกผู้ปกครองที่ใส่ใจเรื่องเรียนลูกต้องแห่มาซื้อในอีกไม่กี่วันนี้แน่ๆ!"

แม่ของตู้เฉินก็เพิ่งจะนึกออกเมื่อได้ยินตู้เฉินทัก จึงพูดด้วยความตื่นเต้น

"เจ้าใหญ่ คราวนี้ทำได้ดีมาก! อยากได้อะไรเป็นรางวัลล่ะ"

สหายตู้ก็อารมณ์ดีสุดๆ เอ่ยปากถามหาของรางวัลให้ตู้ปินทันที

"แหะๆ ผมยังคิดไม่ออกเลยครับ..."

ตู้ปินทั้งดีใจทั้งมึนงง เขารู้ตัวว่าทำข้อสอบได้ดี แต่ไม่คิดว่าจะติดท็อปเท็นของห้องได้ด้วย

"ลูกแม่ เก่งมากเลย วันนี้อยากกินอะไรเดี๋ยวแม่ซื้อให้เลย"

แม่ของตู้เฉินดีใจจนเนื้อเต้น ไปประชุมผู้ปกครองมาก็หลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้รับคำชมจากครู

"แม่ครับ ผมก็ไม่มีอะไรที่อยากกินเป็นพิเศษหรอกครับ พ่อกับแม่เลือกเอาเลยว่าอยากกินอะไร"

ช่วงนี้ตู้ปินโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาก เขารู้ดีว่าพ่อแม่หาเงินมาด้วยความยากลำบาก ก็เลยไม่กล้าเรียกร้องอะไร

"ตู้ปินของพ่อโตขึ้นแล้วจริงๆ..." สหายตู้มองลูกชายด้วยความปลาบปลื้ม

ตั้งแต่ครั้งก่อนที่ตู้เฉินเสนอให้พ่อไปรับเหมาอู่ซ่อมรถของหน่วยงาน นี่ก็ผ่านมาเป็นเดือนแล้ว สหายตู้ก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้กับตู้เฉินอีกเลย

ตู้เฉินเดาว่าพ่อคงจะยังตัดใจจากลุงใหญ่และลูกพี่ลูกน้องสองคนนั้นไม่ได้ แต่เห็นตู้เฉินมีท่าทีต่อต้านอย่างหนักก็เลยไม่กล้าพูดอะไรอีก

พอตู้เฉินนึกถึงเรื่องนี้ก็ปวดหัว ลูกไม่ควรพูดถึงความผิดของพ่อ ตู้เฉินก็เลยขี้เกียจจะเซ้าซี้ต่อ ปล่อยให้สหายตู้ค่อยๆ คิดเองก็แล้วกัน รอไปก่อนก็ไม่เสียหาย

วันหนึ่งหลังเลิกเรียน ตู้เฉินก็ตรงดิ่งกลับมาที่ร้านเหมือนอย่างเคย

แต่ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในร้าน ตู้เฉินก็สัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่แปลกไปจากเดิม

ปกติแม่ของตู้เฉินจะคอยต้อนรับนักเรียนที่เข้ามาในร้านอย่างกระตือรือร้น แต่ทำไมวันนี้แม่กลับดูเหม่อลอย รอยยิ้มเบิกบานเวลาได้เงินหายวับไปจากใบหน้า

"มีอะไรหรือเปล่าครับแม่ แม่ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า ให้ผมดูร้านแทนไหม แม่ไปพักเถอะครับ"

"เฉินเฉิน แม่ไม่เป็นไรหรอก ลุงใหญ่ของลูกมาน่ะ เข้าไปทักทายลุงเขาหน่อยสิ..."

แม่ของตู้เฉินเห็นลูกชายกลับมา ก็รีบดึงสติกลับมา แสร้งทำเป็นปกติแล้วบอกให้ตู้เฉินเข้าไปทักทายลุง

"แม่ครับ แม่ต้องบอกผมก่อนสิว่าเขามาทำไม แล้วพ่อล่ะครับ"

ตู้เฉินไม่สนใจคำสั่งของแม่ ยิงคำถามตรงประเด็นว่าคนคนนั้นมาทำไม

"ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ลุงเขาแค่แวะมาเยี่ยมเฉยๆ ลูกเข้าไปทักทายแกก่อนเถอะ พ่อก็นั่งคุยกับลุงอยู่ข้างในนั่นแหละ"

เมื่อเห็นว่าแม่ไม่อยากพูด ตู้เฉินก็ไม่คาดคั้นต่อ ยังไงซะต่อให้ลุงใหญ่มีแผนชั่วอะไรซ่อนอยู่ เดี๋ยวตอนกินข้าวเย็นก็คงได้รู้เอง

"อ้าว ลุงใหญ่มาแล้วเหรอครับ พ่อครับ ออกมานี่หน่อย มีเพื่อนร่วมงานมาหาพ่อครับ"

ตู้เฉินเดินไปที่หน้าห้องพัก เปิดประตูเข้าไปทักทายลุงใหญ่ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ไม่แม้แต่จะชายตามองลูกพี่ลูกน้องที่นั่งอยู่ข้างๆ จากนั้นก็อ้างว่ามีคนมาหาเพื่อเรียกสหายตู้ออกมา

"ใครมาหาพ่อล่ะ พี่รออยู่นี่แป๊บนึงนะ เดี๋ยวผมออกไปดูหน่อยว่ามีธุระอะไร"

สหายตู้เดินตามลูกชายออกมา ตู้เฉินรีบดึงแขนพ่อออกไปคุยกันในที่ลับตาคนทันที

"พ่อครับ ลุงใหญ่มาทำไม พ่อเป็นคนเรียกเขามาเหรอครับ" ตู้เฉินจ้องหน้าพ่อเขม็ง

"พ่อไม่ได้เรียกเขามานะ แล้วไหนล่ะ คนที่บอกว่ามาหาพ่อน่ะ อยู่ไหน"

สหายตู้ยังทำหน้างงไม่รู้เรื่องรู้ราว

ตู้เฉินจ้องหน้าพ่อนิ่งๆ อยู่พักใหญ่โดยไม่พูดอะไร ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

"ทำไมลูกไม่พูดล่ะ มองหน้าพ่อทำไม ตกลงเพื่อนร่วมงานพ่อที่มาหาน่ะอยู่ไหน"

"พ่อครับ ไม่มีใครมาหาพ่อหรอก ผมเป็นคนเรียกพ่อออกมาเอง..." สุดท้ายตู้เฉินก็ยอมบอกความจริง

"พ่อครับ พ่อคงไม่ลืมเรื่องที่เราคุยกันเมื่อหลายวันก่อนหรอกนะ ครอบครัวเราอยู่กันอย่างสงบสุขแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ"

"อ๋อ เรื่องลุงใหญ่ของลูกน่ะเหรอ พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงโผล่มา"

ในที่สุดสหายตู้ก็เริ่มเข้าใจความหมายของลูกชาย

"นั่นสินะครับ ร้อยวันพันปีไม่เคยมา วันนี้มาต้องมีแผนร้ายแน่ๆ..."

ตู้เฉินคิดในใจอย่างสงสัย ปากก็บ่นพึมพำเสียงเบา

"เฮ้อ ลูกเอ๊ย ยังไงซะเขาก็เป็นลุงแท้ๆ ของลูกนะ ลูกจะ..."

สหายตู้พูดตะกุกตะกัก เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดถึงพี่ชายต่างพ่อคนนี้ยังไงดี

ลึกๆ แล้วเขาเองก็ไม่ได้ชอบหน้าพี่ชายคนนี้เท่าไหร่นัก แต่เขาก็มักจะมองทุกคนในแง่ดีเสมอ ยิ่งตอนนี้บนโลกใบนี้ นอกจากลูกชายสองคนแล้ว ก็มีแค่พี่ชายคนนี้แหละที่มีสายเลือดเดียวกัน

"พ่อครับ กลับเข้าไปเถอะ เดี๋ยวตอนกินข้าวเย็นค่อยมาดูกันว่าลุงใหญ่แกมาทำไม ผมขอบอกพ่อไว้ก่อนเลยนะ ลุงใหญ่มาเพื่อกินข้าวกินเหล้า ในฐานะหลานผมก็นับถือแกเป็นญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง แต่ถ้า..."

ตู้เฉินเห็นสีหน้าลำบากใจของพ่อ ก็ไม่อยากให้พ่อต้องไม่สบายใจ เขาเลยให้สัญญากับพ่อไว้ก่อน ส่วนประโยคหลังถึงจะไม่ได้พูดออกมา แต่สหายตู้ก็คงเดาออกว่าตู้เฉินหมายถึงอะไร

ตู้เฉินหันหลังเดินกลับเข้าไปในร้าน เขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับพ่อต่อแล้ว เห็นได้ชัดว่าพ่อไม่รู้จริงๆ ว่าคนคนนั้นมาทำไม ก็พ่อเพิ่งจะเลิกงานกลับมาถึงร้าน ยังไม่ทันได้คุยอะไรกันเลยนี่นา

"แม่ครับ ไม่ต้องกังวลหรอก ทหารมาก็ส่งแม่ทัพไปสู้ น้ำหลากมาก็เอาดินไปกั้น รอดูไปก่อนว่าเขาจะมาไม้ไหน ไม่ต้องห่วงนะครับ ยังมีผมกับพี่อยู่นะ"

ตู้เฉินเดินไปหาแม่ เห็นแม่มีสีหน้ากังวลก็รีบพูดปลอบใจ

"อย่าทำแบบนั้นนะลูก ยังไงเขาก็เป็นลุงใหญ่นะ..."

พอได้ยินตู้เฉินพูดแบบนั้น แม่ของตู้เฉินก็รีบเอ่ยปากห้าม

"แม่ครับ ผมโตแล้วน่า ไม่ต้องห่วง ผมรู้ลิมิตตัวเองดี!"

ตู้เฉินเห็นท่าทีร้อนรนของแม่ ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกเดือดดาลอยู่ในใจ ทั้งความแค้นเก่าความแค้นใหม่ประดังประเดเดือดพล่านไปหมด เพิ่งจะได้ใช้ชีวิตสงบสุขกันไม่กี่วัน ปัญหาก็วิ่งมาหาถึงที่ซะแล้ว

'เวรเอ๊ย คนพรรค์นี้นี่พูดถึงไม่ได้เลยจริงๆ!'

ตู้เฉินสบถด่าในใจอย่างหัวเสีย

"แม่! ผมกลับมาแล้ว!"

ตอนนั้นเอง ตู้ปินก็ผลักประตูร้านเข้ามาพร้อมกับส่งเสียงร้องเรียก

"เอ๊ะ แม่ เฉินเฉิน เป็นอะไรกันไปเนี่ย ทำไมหน้าตาดูเคร่งเครียดกันจัง"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 42 - พูดถึงปุ๊บก็มาปั๊บ

คัดลอกลิงก์แล้ว