- หน้าแรก
- เกิดใหม่ยุค 80 ขอใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ให้รวยทะลุฟ้า
- บทที่ 38 - การประชุมผู้ปกครอง
บทที่ 38 - การประชุมผู้ปกครอง
บทที่ 38 - การประชุมผู้ปกครอง
บทที่ 38 - การประชุมผู้ปกครอง
"พี่ พรุ่งนี้ก็สอบกลางภาคแล้ว พี่ทบทวนไปถึงไหนแล้วเนี่ย" ตู้เฉินนอนอยู่บนเตียงเอ่ยถามตู้ปินพี่ชายของเขา
"ก็พอได้อยู่ แกเตรียมตัวควักเงินจ่ายฉันได้เลย" ถึงพรุ่งนี้จะสอบแล้วแต่ตู้ปินก็ยังไม่ยอมพัก ดูท่าทางคงจะติดนิสัยรักการอ่านเข้าให้แล้ว
"โอ้โห มั่นใจขนาดนี้เลย งั้นเดี๋ยวจะรอดูผลงานก็แล้วกัน" ตู้เฉินพูดจบก็ชิงหลับไปก่อน จะสี่ทุ่มแล้ว เขายังอยู่ในวัยกำลังโตจะให้นอนดึกได้ยังไง
"แกนอนไปเถอะ ฉันขออ่านหนังสืออีกแป๊บ" ตู้ปินพูดพลางเปิดโคมไฟอ่านหนังสือบนโต๊ะ แล้วเดินไปปิดไฟหลอดนีออนกลางห้อง
เช้าวันรุ่งขึ้น ตู้เฉินกับตู้ปินถูกแม่ปลุกให้ลุกขึ้นมากินข้าวเช้า
"กินปาท่องโก๋คนละตัวกับไข่ต้มคนละสองฟองนะ ขอให้สอบได้เต็มร้อยคะแนนกันทั้งสองคนเลยนะลูก" ไม่รู้ว่าธรรมเนียมกินเอาเคล็ดแบบนี้มันเริ่มมาจากไหน เหมือนกับกะละมังเคลือบใส่น้ำมันหมูนั่นแหละที่ฮิตใช้กันเป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ
"เวลาทำข้อสอบก็ตั้งใจทำดีๆ ล่ะ ทำเสร็จแล้วก็ต้องตรวจทานให้ละเอียด อย่าใจร้อน เข้าใจไหมลูก" แม่ของตู้เฉินยืนบ่นพึมพำกำชับลูกชายทั้งสองคนอยู่ข้างๆ ไม่หยุด
"เข้าใจแล้วครับแม่" สองพี่น้องตอบรับพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
เวลาสองวันของการสอบผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาหลังสอบเสร็จนี่แหละที่ทรมานใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเด็กเรียนเก่งหรือเด็กเรียนอ่อน วันเวลาที่ต้องรอคอยคำพิพากษามันช่างกดดันเสียเหลือเกิน ยิ่งไปกว่านั้นก็คือวันประชุมผู้ปกครองที่กำลังจะตามมาติดๆ
"พ่อตู้ ประชุมผู้ปกครองคราวนี้คุณจะไปหรือฉันไปดี" แม่ของตู้เฉินถามสหายตู้
"ดูเวลาก่อนแล้วกัน ถ้าคุณว่างคุณก็ไป แต่ถ้าผมว่างผมไปเองก็ได้" สหายตู้ยังไงก็ได้ แต่ปกติแม่ของตู้เฉินจะเป็นคนไปซะมากกว่า
แม่ของตู้เฉินเป็นคนละเอียดอ่อน แถมทุกครั้งที่ไปก็มักจะพูดคุยไถ่ถามครูอย่างจริงจัง ส่วนสหายตู้น่ะเหรอ แค่พกหูไปฟังอย่างเดียว ฟังจบก็เดินออกห้อง พอกลับมาถึงบ้านภรรยาถามว่าครูพูดอะไรบ้างก็ตอบไม่ได้สักอย่าง ถามอะไรก็ไม่รู้เรื่องสักอย่าง
"ช่างเถอะ ถึงเวลาฉันไปเองดีกว่า ขืนให้คุณไปพอกลับมาถามอะไรก็คงไม่รู้เรื่องเหมือนเดิม..." แม่ของตู้เฉินบ่นต่ออีกสองสามประโยค
ช่วงสองวันที่ผ่านมา ข้อสอบกลางภาคเริ่มทยอยตรวจกันเสร็จแล้ว ตู้เฉินสอบแค่สองวิชา คือวิชาภาษาจีนกับวิชาคณิตศาสตร์ วิชาคณิตศาสตร์เขาได้เต็มร้อย ส่วนวิชาภาษาจีนได้เก้าสิบแปดคะแนน โดนหักไปสองคะแนนในพาร์ทแต่งประโยคจากภาพ
คะแนนหลายวิชาของตู้ปินก็ออกแล้วเหมือนกัน คณิตศาสตร์ได้เก้าสิบเจ็ด ภาษาจีนได้แปดสิบห้า ภาษาอังกฤษเก้าสิบห้า ส่วนฟิสิกส์ ภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ยังไม่ออก
"สอบได้ดีมากเลยลูก พยายามต่อไปนะ" ถึงสหายตู้จะไม่ค่อยได้กวดขันเรื่องเรียนของลูก แต่พอเห็นคะแนนของตู้ปินเขาก็ดีใจมาก
ก็แน่ล่ะ เมื่อเทียบกับเทอมที่แล้ว คะแนนหลายวิชาของตู้ปินดีขึ้นตั้งเยอะ เมื่อก่อนได้คะแนนป้วนเปี้ยนอยู่แถวแปดสิบคะแนนตลอด ส่วนภาษาจีนนี่ได้แค่หกสิบหรือเจ็ดสิบจนเป็นเรื่องปกติไปแล้ว
"วิชาอื่นที่เหลือผมก็คิดว่าทำได้ดีนะครับ เสียก็แต่วิชาภาษาจีนที่โดนหักคะแนนเยอะตรงพาร์ทอ่านจับใจความกับเขียนเรียงความ" ถึงตู้ปินจะค่อนข้างพอใจกับคะแนนรวม แต่ก็อดถอนหายใจกับวิชาภาษาจีนที่เป็นตัวถ่วงไม่ได้
"พี่ เรื่องนี้ง่ายนิดเดียว เดี๋ยวตอนพี่เอาข้อสอบกลับมา ผมจะบอกเคล็ดลับให้"
เรื่องเรียนภาษาจีนตู้เฉินมีเทคนิคแพรวพราว ชาติก่อนเขาก็มักจะเสียคะแนนพาร์ทอ่านจับใจความเยอะเหมือนกัน แต่ตอนหลังเขาสรุปเทคนิคออกมาเป็นของตัวเองได้ จนวิชาภาษาจีนกลายเป็นวิชาที่เขาทำคะแนนได้ดีที่สุดไปเลย
"ลูก ครูบอกหรือยังว่าจะจัดประชุมผู้ปกครองวันไหน" แม่ของตู้เฉินถามด้วยความอารมณ์ดี
"แม่ครับ ของพวกผมเป็นบ่ายวันศุกร์ครับ เรียนแค่คาบเดียวแล้วก็จัดประชุมผู้ปกครองเลย" ตู้เฉินรายงาน
"ส่วนของพวกผมเป็นวันเสาร์ครับ วันเสาร์เรียนชดเชยเสร็จเลิกเรียนแล้วค่อยประชุมครับ" ตู้ปินก็รีบบอกกำหนดการของตัวเอง
"โอเค แม่รู้แล้ว เดี๋ยวถึงเวลาแม่จะไปประชุมให้พวกหนูเอง"
"แม่ตู้ คุณไปประชุมเถอะ เดี๋ยวผมเฝ้าร้านให้เอง" สหายตู้รีบพูดแทรกขึ้นมาทันที
สหายตู้ไม่อยากไปร่วมประชุมผู้ปกครองเลยจริงๆ ไม่ใช่ว่ากลัวครูจะตำหนิเรื่องผลการเรียนของลูกหรอกนะ แต่เป็นเพราะเวลาครูบ่นหรือกำชับอะไรมาเขาจำไม่เคยได้ พอกลับมาบ้านภรรยาถามก็ตอบไม่ได้ สุดท้ายก็ต้องมาทะเลาะกันอีก เพราะงั้นให้ภรรยาไปประชุมเองน่ะดีที่สุดแล้ว
เผลอแป๊บเดียวก็ถึงช่วงบ่ายวันศุกร์ แม่ของตู้เฉินแต่งตัวเตรียมตัวเสร็จสรรพ พอตู้เฉินกลับมาถึงร้านเธอก็กำชับลูกชายทันที
"ลูกเฝ้าร้านไปก่อนนะ เดี๋ยวแม่ไปประชุมผู้ปกครองก่อน"
"ได้ครับแม่ แม่ไปเถอะ เดี๋ยวผมดูร้านให้เอง"
วันนี้หลังเลิกเรียนคนไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ ก็แหงล่ะ วันนี้มีประชุมผู้ปกครองนี่นา พวกเด็กที่สอบได้คะแนนไม่ดีก็ต้องรีบกลับบ้านไปทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัว ขืนสอบตกแล้วยังมาเดินเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอกมีหวังโดนฟาดขาลายแน่
"ตู้เฉิน ฉันมาแล้ว เดี๋ยวฉันช่วยนายเฝ้าร้านนะ"
ตอนนั้นเองหลิวอี้ก็เดินเข้ามาในร้าน
"นายไม่กลับบ้านเหรอ" ตู้เฉินถาม ช่วงนี้ถ้าหลิวอี้ไม่มีอะไรทำก็มักจะมาขลุกอยู่กับตู้เฉิน พอตู้เฉินอยู่ที่ร้านเขาก็จะมานั่งแหมะอยู่ที่ร้านด้วยตลอด
"พ่อฉันไปทำงาน แม่ก็ไปประชุมผู้ปกครอง กลับบ้านไปก็ไม่มีใครอยู่ดี ฉันบอกแม่ไว้แล้วว่าจะมารอนายที่นี่ เดี๋ยวแม่ประชุมเสร็จก็จะมารับฉันเอง"
"โอเค งั้นนายก็เอาการบ้านขึ้นมาทำก่อนสิ"
ตู้เฉินพูดจบก็หยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่านเงียบๆ ส่วนการบ้านของเขาน่ะทำเสร็จตั้งแต่ตอนพักเบรกแล้ว
"อืม"
หลิวอี้ยังแอบเกรงใจตู้เฉินอยู่นิดหน่อย จึงหยิบสมุดการบ้านขึ้นมานั่งทำเงียบๆ อย่างว่าง่าย
ผ่านไปชั่วโมงกว่า แม่ของตู้เฉินก็กลับมา ดูท่าทางคงจะประชุมเสร็จแล้ว เดินยิ้มแฉ่งเข้ามาในร้านแบบนี้แสดงว่าต้องโดนครูอู๋ชมมาเยอะแน่ๆ
"อ้าว หลิวอี้ หนูมารออยู่ที่นี่เองเหรอลูก" แม่ของตู้เฉินเห็นหลิวอี้ก็เอ่ยทักทาย
"ครับคุณน้า ผมบอกแม่ไว้แล้วว่าจะมารอที่นี่แล้วกลับพร้อมกันครับ"
พูดไม่ทันขาดคำ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน
"แม่ ทางนี้ครับ" หลิวอี้ร้องเรียกแม่
"สวัสดีครับคุณน้า" ตู้เฉินก็รีบลุกขึ้นทักทายผู้ใหญ่
"แหม นี่ตู้เฉินใช่ไหมจ๊ะ สวัสดีจ้ะลูก" แม่ของหลิวอี้ทักทายตู้เฉิน ก่อนจะหันไปทักทายแม่ของตู้เฉินต่อ
"คุณพี่คงเป็นแม่ของตู้เฉินสินะคะ รบกวนพวกคุณแย่เลย หลิวอี้บอกฉันว่าวันๆ เอาแต่มาขลุกอยู่ที่นี่ตลอด..."
"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ไม่ได้รบกวนอะไรเลย เด็กๆ เป็นเพื่อนรักกันอยู่แล้ว หลิวอี้ก็เป็นเด็กดีแถมยังว่านอนสอนง่าย คอยดูแลตู้เฉินตลอด..." แม่ของตู้เฉินพูดถ่อมตัวออกไปตามมารยาท
ตู้เฉินได้ยินแบบนั้นก็แอบเบ้ปากในใจ หลิวอี้นี่นะดูแลเขา เขาต่างหากที่ต้องคอยดูแลหลิวอี้ แต่ตู้เฉินก็ไม่กล้าพูดขัดหรอก ขืนไปหักหน้าแม่ต่อหน้าคนอื่น พอกลับถึงบ้านมีหวังโดนเทศน์ยาวแน่
แม่ของหลิวอี้กับแม่ของตู้เฉินยืนคุยโต้ตอบเกรงใจกันไปมาอยู่นาน ก่อนกลับแม่ของหลิวอี้ยังซื้อของไปตั้งสิบกว่าหยวน ตอนแรกแม่ของตู้เฉินปฏิเสธเสียงแข็งไม่ยอมรับเงิน แต่แม่ของหลิวอี้ก็วางเงินทิ้งไว้แล้วจูงมือหลิวอี้วิ่งหนีไปเลย ก่อนไปก็ไม่วายฝากฝังให้ตู้เฉินช่วยดูแลหลิวอี้ด้วย
แม่ของหลิวอี้ก็ไม่ใช่คนโง่ ปกติก็มักจะได้ยินลูกชายเล่าเรื่องความเก่งกาจของตู้เฉินให้ฟังอยู่บ่อยๆ ยิ่งวันนี้ไปประชุมผู้ปกครองมา ตู้เฉินสอบได้ที่หนึ่งของสายชั้น ครูอู๋ครูประจำชั้นก็ชมตู้เฉินไม่ขาดปาก เธอถึงได้อยากให้หลิวอี้สนิทกับตู้เฉินเข้าไว้ จะได้ซึมซับและเอาเป็นแบบอย่างบ้าง
"แม่ครับ ที่ประชุมครูพูดเรื่องอะไรบ้างเหรอครับ" ตู้เฉินถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ไม่มีอะไรมากหรอกจ้ะ ครูก็แค่บ่นเรื่องเด็กบางคนที่ช่วงนี้ไม่ค่อยตั้งใจเรียน อยากให้ผู้ปกครองช่วยกวดขันหน่อย แล้วครูก็บอกว่าลูกสอบได้ที่หนึ่งของสายชั้นด้วยนะ"
"โธ่ เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ น่า..." ตู้เฉินแกล้งทำท่ายืดอกโชว์พาว
"ดูทำหน้าเข้าสิ ความอ่อนน้อมถ่อมตนทำให้คนพัฒนา ส่วนความหยิ่งยโสจะทำให้ก้าวถอยหลัง คำนี้ลูกเรียนมาตั้งนานแล้วไม่ใช่หรือไง อีกอย่างนะ ในห้องลูกยังมีเด็กผู้หญิงอีกคนที่ได้ที่หนึ่งเหมือนกัน แถมคนที่ได้ที่สองคะแนนก็ห่างจากพวกหนูแค่คะแนนสองคะแนนเอง ระวังเถอะ ครั้งหน้าคนอื่นอาจจะแซงหน้าลูกเอาก็ได้..."
พอเห็นท่าทางหลงตัวเองของลูกชาย แม่ของตู้เฉินก็สวมวิญญาณนักเทศน์เริ่มอบรมทันที
"อ่า แม่ครับ ผมผิดไปแล้วครับ คราวหน้าผมจะทิ้งห่างพวกเขาให้ไม่เห็นฝุ่นเลย ว่าแต่ในห้องมีใครคะแนนเท่าผมด้วยเหรอครับ ผมไม่ได้สังเกตเลย" ตู้เฉินรีบเปลี่ยนเรื่องพูดเพื่อตัดบทแม่
"เด็กผู้หญิงคนนั้นชื่อหวังลู่ฉีมั้ง แม่ก็จำไม่ค่อยได้เหมือนกัน" แม่ของตู้เฉินได้ยินครูอู๋เอ่ยชื่อแว่วๆ ก็เลยจำรายละเอียดได้ไม่ชัดนัก
"อ้อ ยัยนั่นเองเหรอ" ใบหน้าของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของตู้เฉิน
[จบแล้ว]