- หน้าแรก
- ยอดวีรบุรุษไร้เทียมทาน เริ่มต้นจากงานวิจัยโคลนนิ่งอวัยวะ
- บทที่ 19 เปิดช่องทางพิเศษฉุกเฉินให้ลู่อวิ๋น
บทที่ 19 เปิดช่องทางพิเศษฉุกเฉินให้ลู่อวิ๋น
บทที่ 19 เปิดช่องทางพิเศษฉุกเฉินให้ลู่อวิ๋น
บทที่ 19 เปิดช่องทางพิเศษฉุกเฉินให้ลู่อวิ๋น
โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เมืองหงเฉิง
นักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายเพิ่งเสร็จสิ้นการเรียนรู้ด้วยตนเองในช่วงค่ำ นอกจากพวกบ้าเรียนบางคนแล้ว ทุกคนต่างพาร่างกายที่เหนื่อยล้าออกจากห้องเรียน บางคนกลับหอพักของโรงเรียน บางคนกลับบ้าน
หวังเฟิงเป็นนักเรียนไป-กลับ เขากำลังเดินกลับบ้านพร้อมกับเพื่อนที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน
"บ้าเอ๊ย ลู่อวิ๋นนี่สุดยอดจริงๆ!" หวังเฟิงพูดขณะเดิน พลางหยิบโทรศัพท์ออกมาและเปิดแอปพลิเคชันวิดีโอสั้น เมื่อได้ดูวิดีโอที่นักวิชาการถึงสิบห้าท่านออกมาเป็นกระบอกเสียงให้ลู่อวิ๋น เขาก็อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้
เพื่อนของเขาชะโงกหน้าเข้ามาดูวิดีโอและพยักหน้า "เจ๋งจริงๆ! ปีที่แล้วตอนครอบครัวฉันไปเที่ยว เครื่องบินดีเลย์ตอนแวะเปลี่ยนเครื่องที่เซินเจิ้น พอถามดูถึงรู้ว่ามีซ้อมรบทางทหารอยู่ใกล้ๆ เครื่องบินเลยขึ้นบินไม่ได้อีกห้าชั่วโมง นายรู้ไหมว่าหลังจากนั้นเกิดอะไรขึ้น?"
"บังเอิญมีนักวิชาการท่านหนึ่งอยู่บนเครื่องบินลำนั้นพอดี ท่านมีเรื่องด่วนต้องรีบไปจัดการและล่าช้าไม่ได้ เมื่อสนามบินทราบเรื่อง พวกเขาก็แจ้งเรื่องไปยังกองทัพที่ดูแลการซ้อมรบโดยตรง แล้วเครื่องบินก็ได้รับอนุญาตให้ออกเดินทางตามปกติ ทุกคนบนเครื่องบินต่างตกตะลึงกันหมด กลายเป็นว่านักวิชาการนี่มีความสำคัญขนาดนั้นเลย"
"นั่นแค่นักวิชาการท่านเดียวนะ ตอนนี้มีนักวิชาการระดับแนวหน้าถึงสิบห้าท่านออกมาพูดแทนลู่อวิ๋น มันบ้าไปแล้ว!"
พูดถึงเรื่องนี้ ดวงตาของเพื่อนก็เป็นประกายขึ้นมา เขามองไปที่หวังเฟิง "นายเรียนห้องเดียวกับลู่อวิ๋น แถมพวกนายยังสนิทกันด้วยนี่นา นายต้องมีรูปถ่ายคู่กับเขาในมือถือแน่เลยใช่ไหม?"
"มีสิ!" หวังเฟิงเปิดอัลบั้มรูป หารูปนั้นเจอ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจอย่างบอกไม่ถูก "ดูสิ! เรากอดคอกันด้วยนะ!"
"เชดโด้! รูปสวยนี่!" เพื่อนคนนั้นทำหน้าตาตื่นเต้น "ส่งมาให้ฉันหน่อยสิ เดี๋ยวฉันจะเอาไปตัดต่อเปลี่ยนหน้านายออกเอาหน้าฉันใส่แทน แล้วเอาไปโพสต์อวดลงวีแชตกับแอปวิดีโอสั้นซะหน่อย! พอคนอื่นเห็นว่าฉันมีเพื่อนเจ๋งขนาดนี้ พวกเขาต้องอิจฉาตาร้อนแน่ๆ!"
หวังเฟิงลองคิดตามแล้วดวงตาก็เป็นประกายบ้าง จริงด้วยแฮะ ตอนนี้ลู่อวิ๋นกลายเป็นคนดังระดับชาติไปแล้ว การมีรูปคู่กับลู่อวิ๋นเนี่ยขลังพอกับการมีรูปคู่กับลูกพี่หม่าเลยนะ เอาไปโพสต์ลงวีแชตต้องเท่ระเบิดไปเลย!
ดังนั้นเขาจึงรีบโพสต์รูปนั้นลงทั้งในวีแชตและแอปวิดีโอสั้นอย่างไม่รอช้า ก่อนจะส่งต่อให้เพื่อน
เพื่อนคนนั้นมือไวมาก ไม่นานก็ตัดต่อรูปเสร็จเรียบร้อย แล้วโพสต์ลงวีแชตและแอปวิดีโอสั้นทันที
แคปชั่น: ช่วงเวลาเหล่านั้น ภาพคู่ของผมกับลู่อวิ๋น
ไม่นานนัก วีแชตของเขาก็มีคนเข้ามาตอบกลับเพียบ: เฉินเผิง แกไม่ได้รู้จักมักจี่อะไรกับลู่อวิ๋นเลยแท้ๆ ทำไมถึงกล้าโพสต์รูปโอ้อวดแบบนี้วะ! ไม่มียางอายหรือไง? เออ ฉันก็ไม่มียางอายเหมือนกันแหละ! รูปสวยดี ขอเซฟเลยละกัน! ฉันจะเอาไปตัดต่อแล้วโพสต์ลงวีแชตบ้าง!
"หึหึ..." เพื่อนคนนั้นยิ้มกริ่ม หันหน้ามาคุยกับหวังเฟิงต่อ "ช่วงหลายวันนี้ลู่อวิ๋นได้ติดต่อนายบ้างไหม?"
หวังเฟิงส่ายหน้า "ไม่อ่ะ เมื่อวานซืนเขาส่งข้อความในกลุ่มวีแชต ม.6 ห้อง 1 บอกว่ามีธุระสำคัญต้องไปทำ เดี๋ยวเสร็จธุระแล้วจะทยอยตอบกลับทุกคน ตอนนี้เขาก็น่าจะยังยุ่งอยู่นะ"
เพื่อนบอกว่า "ฉันว่าเขาคงไม่ติดต่อนายแล้วล่ะ ตอนนี้เขากลายเป็นอัจฉริยะระดับโลก เป็นที่โปรดปรานของบรรดานักวิชาการระดับท็อปไปแล้ว สังคมของเขากับพวกเรามันคนละชั้นกันแล้ว ถ้าวันหน้าเขาบังเอิญเจอนาย แค่พยักหน้ายิ้มทักทายก็ถือว่าไว้หน้านายมากแล้ว โลกมันก็เป็นแบบนี้แหละ"
เมื่อได้ฟังเช่นนั้น หวังเฟิงก็รู้สึกว่ามีเหตุผล อารมณ์ของเขาพลันดิ่งวูบลงทันที เขารู้ว่าตอนที่ลู่อวิ๋นถูกคุมขังในสถานกักกัน เขารีบขอร้องให้พ่อซึ่งทำงานอยู่ที่นั่นช่วยดูแลลู่อวิ๋นทันที
ในตอนนั้นเอง
ติ๊งต่อง
เสียงแจ้งเตือนวีแชตดังขึ้น
เมื่อเปิดดู เขาพบว่าเป็นข้อความจากลู่อวิ๋น: "หวังเฟิง ขอโทษทีนะที่เพิ่งตอบกลับนายน่ะ ช่วงนี้ฉันยุ่งมากจริงๆ เพิ่งจะมีเวลามาเปิดดูข้อความที่ส่งมาหลายวันก่อน ฉันอ่านประวัติการแชตในกลุ่ม ม.6 ห้อง 1 หมดแล้ว ถึงเพิ่งรู้ว่าพ่อนายทำงานที่สถานกักกัน แถมยังขอให้พ่อช่วยดูแลฉันด้วย ขอบใจมากนะ เดี๋ยวพอกลับไปโรงเรียน เราไปหาข้าวกินด้วยกันเถอะ วันหน้าถ้านายมีเรื่องอะไรให้ฉันช่วย ก็มาบอกฉันได้เลยนะ"
ดวงตาของหวังเฟิงสว่างวาบขึ้นมาทันที เขาร้องขึ้นด้วยความตื่นเต้น "ฉันรู้อยู่แล้ว ลู่อวิ๋นไม่ใช่คนลืมเพื่อนตอนได้ดีหรอก!"
ทันใดนั้นเอง
เสียง "ติ๊งต่อง" จากวีแชตก็ดังขึ้นอีกครั้ง
คราวนี้เป็นข้อความที่ลู่อวิ๋นส่งเข้าในกลุ่มวีแชต ม.6 ห้อง 1: "เพื่อนๆ ทุกคน ขอโทษด้วยนะ ช่วงนี้ฉันยุ่งๆ น่ะ เพิ่งจะมีเวลาเข้ากลุ่ม ขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วงฉันช่วงนี้นะ ขอบคุณมากจริงๆ พวกเราจะเป็นเพื่อนร่วมชั้น ม.6 ห้อง 1 โรงเรียนมัธยมหมายเลข 2 เมืองหงเฉิงตลอดไป อีกสักพักฉันจะกลับไปโรงเรียน แล้วฉันก็จะเข้าสอบเอนทรานซ์ปีนี้ด้วย ไว้เจอกันนะ!"
ในพริบตาเดียว กลุ่มวีแชตก็แทบแตก
"เชดโด้! ในที่สุดลู่อวิ๋นก็โผล่มาแล้ว!"
"ลู่อวิ๋น นายนี่มันเทพเกินไปแล้ว พัฒนาเทคโนโลยีโคลนนิ่งไตได้ภายในสามเดือน แถมยังไปเข้าตาพวกนักวิชาการระดับบิ๊กๆ อีก ฉันชักจะสงสัยแล้วสิว่านายทะลุมิติมาหรือเปล่าเนี่ย"
"ข่าวของนายช่วงนี้มันสร้างคริติคอลดาเมจให้ฉันเป็นหมื่นๆ จุดเลยนะ นายต้องเลี้ยงโค้กฉันสักขวดเพื่อปลอบใจฉันด้วย อ้อ เอาแต่โคคาโคล่านะ ไม่เอาเป๊ปซี่"
"ถ้านายกลับมาโรงเรียนเมื่อไหร่ นายต้องถ่ายรูปกับฉันด้วยนะ ฉันจะทำแบบหวังเฟิง เอาไปโพสต์อวดลงวีแชตกับแอปวิดีโอสั้นให้มันหนำใจไปเลย"
ขณะนี้ ลู่อวิ๋นกำลังนอนอยู่บนเตียงอ่านแชตกลุ่ม เมื่อเห็นข้อความของเพื่อนร่วมชั้น เขาก็รู้สึกเหมือนได้กลับไปอยู่ในรั้วโรงเรียนอีกครั้ง ความตึงเครียดต่างๆ ผ่อนคลายลงมาก ดีจังเลยนะ หวังว่าฉันจะสนิทกับเพื่อนร่วมชั้นแบบนี้ไปตลอดเลย
...
พริบตาเดียวก็ถึงวันรุ่งขึ้น
เก้าโมงเช้า
ได้เวลาทำงานอีกแล้ว
ที่ศูนย์ตรวจสอบความคิดเห็นสาธารณะของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ หลี่เสวี่ยเอ๋อร์ดูดชานมเข้าไปอึกหนึ่ง เปิดคอมพิวเตอร์ขึ้นมา แล้วก็ต้องอ้าปากค้าง
"นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย? แค่คืนเดียว ยอดเรียกร้องให้คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของเราพิจารณาคดีของลู่อวิ๋นเป็นกรณีพิเศษพุ่งสูงขึ้นถึงสามร้อยห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอ!"
"มีเรื่องใหญ่อะไรเกิดขึ้นอีกหรือเปล่าเนี่ย?"
หลี่เสวี่ยเอ๋อร์รีบเข้าไปตรวจสอบดู ก่อนจะเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง
พระเจ้าช่วย นักวิชาการถึงสิบห้าท่านรวมตัวกันออกมาพูดแทนลู่อวิ๋น!
"เรื่องใหญ่แล้ว! คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติของเราต้องรีบออกมาตอบสนองโดยด่วน!"
หลี่เสวี่ยเอ๋อร์ไม่กล้ารอช้า รีบรายงานให้หัวหน้าทราบทันที
และแล้วหัวหน้าก็ตกตะลึงไปตามๆ กัน
ตามหลักแล้ว หัวหน้ารู้สึกว่าความเร็วในการตอบสนองของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาตินั้นรวดเร็วมากแล้ว พวกเขาเพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อเช้าวานนี้ จากนั้นก็ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ เมื่อผลการตรวจสอบออกมา พวกเขาก็จะจัดการประชุมเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยทั่วไปแล้ว กระบวนการนี้จะใช้เวลาประมาณสามถึงห้าวันทำการ
ใครจะไปคิดล่ะว่า แค่วันเดียว นักวิชาการระดับท็อปถึงสิบห้าท่านจะโดดเข้ามาร่วมวงด้วย!
หัวหน้ารีบยกหูโทรศัพท์บนโต๊ะขึ้นมากดโทรออกทันที "เสี่ยวเจียง แจ้งทุกคน ประชุมในอีกสิบนาทีเพื่อหารือเรื่องของลู่อวิ๋น!"
สิบนาทีต่อมา
ภายในห้องประชุม
หัวหน้าเข้าประเด็นทันที "ทุกคนทราบเรื่องกันหมดแล้วใช่ไหม แสดงความคิดเห็นกันมาได้เลย"
"แม้ว่าการทำตามกฎระเบียบจะสำคัญ แต่เพื่อตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชน เราก็สามารถเปิดช่องทางพิเศษฉุกเฉินได้ครับ ดังนั้น ผมสนับสนุนให้จัดการเรื่องการอนุมัติการทดลองทางคลินิกสำหรับเทคโนโลยีโคลนนิ่งไตเป็นกรณีพิเศษ" ผู้พูดคือชายวัยกลางคนสวมแว่นตา เขาดูวิดีโอที่นักวิชาการสิบห้าท่านร่วมกันออกมาพูด และพบว่าอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาคือหนึ่งในนั้น ดังนั้นก็ไม่มีอะไรต้องพูดอีกแล้ว เขาต้องสนับสนุนอย่างแน่นอน
"เสียงเรียกร้องของประชาชนดังมากขนาดนี้ แถมยังมีนักวิชาการอีกสิบห้าท่านจับตามองอยู่ ไหนจะโยงไปถึงมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดในอเมริกาอีก แม้ว่าลู่อวิ๋นจะประกาศแล้วว่าเขาจะไม่ไปเรียนที่อเมริกา แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นล่ะ? ถ้าลู่อวิ๋นรู้สึกว่าพ่อของเขารอไม่ได้แล้ว และนำเทคโนโลยีโคลนนิ่งไตพร้อมกับพ่อหนีไปอเมริกาล่ะ? พวกเราต้องโดนรุมประณามจากคนทั้งประเทศแน่ ดังนั้น ผมก็สนับสนุนด้วยครับ"
"สนับสนุนครับ"
ไม่นาน ทุกคนก็แสดงความสนับสนุน เพราะการทำเช่นนี้ไม่ได้ฝืนกฎหมายหรือข้อบังคับใดๆ เพียงแค่เร่งกระบวนการทำงานให้เร็วขึ้น ตรวจสอบคำขออนุมัติการทดลองในสัตว์ที่ลู่อวิ๋นยื่นเข้ามาภายในเวลาอันสั้นที่สุด และแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบเท่านั้น
หลังจากนั้นไม่นาน
องค์การอาหารและยาก็รับทราบถึงการตัดสินใจของคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ และแสดงการสนับสนุนในทันทีเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้
ในเวลาสิบโมงเช้า
คณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติและองค์การอาหารและยาจึงได้ออกประกาศพร้อมกัน