- หน้าแรก
- ใครว่านักอัญเชิญกระจอก เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์พันธสัญญาปีศาจแบบจัดเต็ม
- บทที่ 99 - พรสวรรค์ระดับห้า! อสูรบาปชั้นสูง!
บทที่ 99 - พรสวรรค์ระดับห้า! อสูรบาปชั้นสูง!
บทที่ 99 - พรสวรรค์ระดับห้า! อสูรบาปชั้นสูง!
บทที่ 99 - พรสวรรค์ระดับห้า! อสูรบาปชั้นสูง!
☆☆☆☆☆
[นายบ่าวร่วมชีวิต]: อสูรวิญญาณบาปสามารถทำพันธสัญญานายบ่าวกับนักอัญเชิญ เพื่อเชื่อมโยงชีวิตของทั้งสองฝ่าย เจ้านาย (นักอัญเชิญ) มีสิทธิ์ควบคุมชีวิต
เมื่อเจ้านาย (นักอัญเชิญ) เสียชีวิต อสูรวิญญาณบาปจะกลายเป็นชีวิตที่สองของเจ้านาย ส่วนตัวเองจะเข้าสู่สภาวะนรก
เมื่ออสูรวิญญาณบาปเสียชีวิต เจ้านาย (นักอัญเชิญ) สามารถชุบชีวิตสัตว์อัญเชิญที่อยู่ในสภาวะนรกขึ้นมาใหม่ได้
[สภาวะนรก]: เมื่อพลังชีวิตของอสูรวิญญาณบาปลดลงเหลือ 0 มันจะไม่ตายทันที แต่จะเข้าสู่สภาวะนรก
สภาวะนรกสามารถคงสถานะการต่อสู้สุดแกร่งไว้ได้นาน 3 นาที
หรือจะให้นักอัญเชิญที่ทำพันธสัญญานายบ่าวชุบชีวิตมันขึ้นมาก็ได้
ภายในหนึ่งวัน อสูรวิญญาณบาปสามารถเข้าสู่สภาวะนรกได้เพียงครั้งเดียว
...
พูดอีกอย่างก็คือ อสูรวิญญาณบาปก็คือชีวิตที่สองของนักอัญเชิญ!
สกิลนายบ่าวร่วมชีวิตของอสูรวิญญาณบาป เคยถูกเน้นย้ำไว้ในตำราของจางอันเฉวียน
มันคือสัตว์อัญเชิญที่นักอัญเชิญทุกคนต้องมีให้ได้
และเป็นอันดับหนึ่งในใจเสมอ!
พูดได้เลยว่า นอกเสียจากจะฆ่านักอัญเชิญและอสูรวิญญาณบาปไปพร้อมๆ กัน ไม่อย่างนั้นนักอัญเชิญก็แทบจะเป็นอมตะ
สิ่งที่นักอัญเชิญกลัวที่สุดคือมือสังหารที่ล่องหนได้ นักดาบที่มีดาเมจมหาศาล และนักเวทลอบสังหารที่สามารถล็อกเป้าฆ่าได้ในพริบตา...
แต่พอมีอสูรวิญญาณบาป ก็สามารถแก้ทางพวกที่ชอบลอบกัดและเบิร์สดาเมจพวกนี้ได้สบาย
ถ้าฆ่าเขา อสูรวิญญาณบาปก็จะมอบชีวิตใหม่ให้เขาทันที ส่วนตัวมันเองก็เข้าสู่สภาวะนรก แล้วก็คืนชีพกลับมาได้อีก
ถึงแม้ในหนึ่งวันจะเข้าสู่สภาวะนรกได้แค่ครั้งเดียว
แต่มันก็เกินพอแล้ว
กางเขนคืนชีพก็ใช้ชุบชีวิตได้
แบบนี้ก็เท่ากับมีชีวิตสำรองตั้งสองชีวิต!
ความรู้สึกปลอดภัยพุ่งปรี๊ด
บวกกับ... หุ่นซ้อมรบจำลองที่ช่วยรับดาเมจ ผีเสื้อวิญญาณปีกยักษ์ที่กางโล่ให้ได้ รองเท้าบูทเทพหยินที่ลดดาเมจได้ 30% แล้วก็สกิลฮีลเลือดจากสร้อยคอบรรพชนประทานพร
เจิ้งอวี่กล้ารับประกันเลยว่า ผู้ปลุกพลังอาชีพในเลเวลเดียวกัน ไม่มีทางฆ่าเขาได้ในพริบตาแน่นอน
อย่าว่าแต่ฆ่าในพริบตาเลย
แค่ตีโล่ของผีเสื้อวิญญาณปีกยักษ์ให้แตกได้ ก็ถือว่าพวกนั้นดาเมจแรงมากแล้ว
ต่อให้ตีโล่แตก ก็ยังมีหุ่นซ้อมรบจำลองอีก... ตั้งสองตัว!
ตอนนี้เจิ้งอวี่ชักจะเริ่มตั้งตารอพวกผู้ปลุกพลังอาชีพจากมิติอื่นในขุมนรกเกาะร้างอัครสาวกแล้วสิ ผู้ปลุกพลังอาชีพทั่วไปเวลาเจอกับนักอัญเชิญ ยังไงก็ต้องพุ่งเป้ามาที่นักอัญเชิญก่อนอยู่แล้ว
ลองนึกภาพดูสิ ตอนที่มือสังหารแทงมีดลงมา แล้วพบว่าแทงโล่ไม่เข้าด้วยซ้ำ พวกนั้นจะทำหน้ายังไงนะ
หลังจากกลืนหินโลหิตเข้าไป
พลังชีวิตของเจิ้งอวี่ถ้าเทียบในระดับผู้ปลุกพลังอาชีพสเตจ 3 อาจจะถือว่าไม่สูงมาก แต่ก็ไม่ได้ต่ำต้อยแน่นอน
สรุปก็คือ ปลอดภัยหายห่วง!
เจิ้งอวี่รู้สึกสงสัยในตัวจางอันเฉวียนคนนี้มาก เพราะสมุดสกิลอัญเชิญอสูรวิญญาณบาปมันหายากสุดๆ ในร้านค้าวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่มีทางหาซื้อได้แน่ๆ
ขนาดเขาต้องอาศัยเส้นสายของเครือข่ายพรรคพวก ถึงจะได้สมุดสกิลสัตว์อัญเชิญที่พวกจางจ้านยกให้เป็นระดับท็อปเล่มนี้มา
แล้วจางอันเฉวียนไปรู้จักอสูรวิญญาณบาปได้ยังไงล่ะ
เทียบกับก่อนหน้านี้ที่เขาเคยดูถูกตำราเล่มนี้ว่าเขียนมาหลอกเด็ก ตอนนี้เจิ้งอวี่เริ่มคิดแล้วว่า จางอันเฉวียนคนนี้มีของจริงๆ
อย่างน้อยๆ ในวงการนักอัญเชิญ ความรู้ของเขาก็น่าจะถือเป็นอันดับหนึ่งแล้วล่ะ
แถมยังช่วยเจิ้งอวี่ได้เยอะเลยทีเดียว
แกรก—
ตอนนี้เจิ้งอวี่ได้ทำพันธสัญญานายบ่าวกับอสูรวิญญาณบาปเสร็จเรียบร้อยแล้ว
อสูรวิญญาณบาปที่มีส่วนสูงกว่าสองเมตร ใบหน้าถูกปกคลุมด้วยหมอกดำ แผ่กลิ่นอายมืดมิดและเกรี้ยวกราด โค้งคำนับให้เจิ้งอวี่อย่างนอบน้อม
"เดี๋ยวฉันอัปเกรดพรสวรรค์ให้แกก่อนแล้วกัน"
ตอนนี้อสูรวิญญาณบาปเพิ่งจะมีพรสวรรค์แค่ระดับสี่ ถือว่าต่ำเกินไป
มันไม่เหมือนผีเสื้อวิญญาณปีกยักษ์ที่เป็นสัตว์อัญเชิญสายซัพพอร์ตล้วนๆ
ในฐานะที่เป็นสัตว์อัญเชิญสายทำดาเมจ ระดับพรสวรรค์ก็ต้องอัปให้สุดอยู่แล้ว
เจิ้งอวี่เก็บแต้มพรสวรรค์ไว้ 1000 แต้มเป็นทุนสำรอง เพื่อรักษาโอกาส 0.1% ของอุปกรณ์มังกรเกล็ดทองคำเอาไว้
เหลือแต้มพรสวรรค์อยู่ 680 แต้ม เขาจัดการสังเวยพลังชีวิตไป 3200 หน่วยแบบชิลๆ แลกแต้มพรสวรรค์มาอีก 320 แต้ม
อสูรวิญญาณบาปเลื่อนจากระดับ 4 ไป 5 ต้องใช้แต้มพรสวรรค์ 1000 แต้ม
[อสูรอัญเชิญ • อสูรวิญญาณบาป (ระดับ 4) วิวัฒนาการพรสวรรค์ -> อสูรอัญเชิญ • อสูรบาปชั้นสูง (ระดับ 5)!]
[อสูรอัญเชิญ • อสูรบาปชั้นสูง]
[พรสวรรค์]: ระดับ 5 (ต้องการแต้มพรสวรรค์อีก 5000 แต้มในการอัปเกรด) (+)
[ทักษะ I]: อสูรบั่นเศียร Lv.22 อสูรบาปชั้นสูงจะแสดงสถานะในเผ่าพันธุ์ของตนด้วยการบั่นหัว มันจะพุ่งเป้าโจมตีด้วยการบั่นคอศัตรูก่อนเสมอ สร้างดาเมจมหาศาล!
[ทักษะ II]: จิตสังหารเชือดเฉือน Lv.22 อสูรวิญญาณบาปที่ผ่านการเข่นฆ่าในแดนปีศาจจนไต่เต้าขึ้นมาเป็นระดับชั้นสูง มีจิตสังหารที่สามารถก่อตัวเป็นรูปธรรมได้ เมื่อต่อสู้จะสามารถสะกดข่มศัตรูที่มีเลเวลไม่สูงกว่าตนเอง และสร้างดาเมจได้อย่างต่อเนื่อง
[ทักษะ III]: ฟันฟาดมุ่งร้าย Lv.22 การโจมตีที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้าย เมื่อโจมตีโดนศัตรู จะประทับร่องรอยแห่งความมุ่งร้ายเอาไว้ อสูรบาปชั้นสูงจะสร้างดาเมจใส่ศัตรูที่มีร่องรอยความมุ่งร้ายเพิ่มขึ้น 25% เมื่ออสูรบาปชั้นสูงอยู่ในสภาวะนรก การโจมตีศัตรูที่มีร่องรอยแห่งความมุ่งร้ายจะติดคริติคอล 100%!
อสูรวิญญาณบาปที่เลื่อนขึ้นเป็นระดับ 5 ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงอะไรมากนัก แค่ได้ฉายา 'ชั้นสูง' เพิ่มเข้ามา
เดาว่าน่าจะเป็นการแบ่งระดับในโลกของพวกมันแหละมั้ง
อสูรบาปชั้นสูงเลื่อนจากระดับ 5 ไป 6 ต้องใช้แต้มพรสวรรค์ 5000 แต้ม ถ้าจะแลกด้วยพลังชีวิตทั้งหมด ก็ต้องใช้พลังชีวิตสูงสุดถึง 50000 หน่วย
คิดไปคิดมา เจิ้งอวี่ก็ตัดสินใจพับแผนการอัปเกรดอสูรบาปชั้นสูงเป็นระดับ 6 ไว้ก่อน
หนึ่งคือมันต้องใช้แต้มพรสวรรค์เยอะเกินไป ขนาดแม่ทัพก็อบลินกับมังกรเพลิงปีศาจคู่ยังติดแหง็กอยู่แค่ระดับ 5 เลย
สองคือ รอบหน้าเขาต้องลงขุมนรกระดับความยาก 4 ดาว ต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากผู้ปลุกพลังอาชีพคนอื่น เขาต้องรักษาพลังชีวิตเอาไว้ก่อน นั่นหมายความว่าต้องเน้นที่ทักษะการเอาชีวิตรอดเป็นหลัก
ต่อให้มีอสูรบาปชั้นสูงกับผีเสื้อวิญญาณปีกยักษ์ ก็ยังต้องรักษาหลอดเลือดให้ปลอดภัยอยู่ดี
แถมตอนนี้ เขาก็มีช่องทางหาแต้มพรสวรรค์อื่นนอกจากพันธสัญญาปีศาจแล้ว ทั้งจากขุมทรัพย์แห่งสงคราม ทั้งจากมังกรเกล็ดทองคำ พวกนี้ล้วนเป็นแหล่งผลิตแต้มพรสวรรค์ชั้นดีทั้งนั้น
เพราะงั้น เจิ้งอวี่เลยไม่คิดจะเสี่ยงอัปเป็นระดับ 6 ตอนนี้
ด้วยความแข็งแกร่งของสัตว์อัญเชิญทั้งห้าตัวในตอนนี้ ก็ถือว่ารับมือไหวอยู่
อีกอย่างนะ เขายังมีไม้เท้าลวงตาวิญญาณโบราณระดับประกายแสงเจิดจรัส ที่ทุ่มเงินสร้างไปตั้ง 160 ล้านอีก!
"อืม... กะเวลาดูแล้ว ก็น่าจะถึงเวลาไปเอาไม้เท้าของฉันได้แล้วล่ะ"
...
[จบแล้ว]