- หน้าแรก
- ใครว่านักอัญเชิญกระจอก เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์พันธสัญญาปีศาจแบบจัดเต็ม
- บทที่ 81 - ขอโทษนะ ช่วยตายก่อนสักแป๊บได้ไหม?
บทที่ 81 - ขอโทษนะ ช่วยตายก่อนสักแป๊บได้ไหม?
บทที่ 81 - ขอโทษนะ ช่วยตายก่อนสักแป๊บได้ไหม?
บทที่ 81 - ขอโทษนะ ช่วยตายก่อนสักแป๊บได้ไหม?
☆☆☆☆☆
ตู้ม!
แมลงยักษ์ไม่ได้ทำอันตรายเอ็ดมอนด์ แต่มันถูกขวางไว้โดยแม่ทัพก็อบลินร่างกำยำสูงใหญ่ที่ขี่หมาป่ายักษ์อยู่
เพียงแค่ค้อนเดียว ก็ทุบแมลงยักษ์ที่แม้แต่กระสุนปืนยังยิงไม่เข้าจนปลิวว่อนออกไป
ร่างของมันกระแทกเข้ากับก้อนหินด้านหลังจนแหลกละเอียด ระเบิดกลายเป็นแอ่งเลือดสีเขียว
เป็นการโจมตีที่รุนแรงป่าเถื่อนมาก
[สังหารแมลงกลายพันธุ์ Lv.20 ได้รับค่าประสบการณ์ 741!]
ค่าประสบการณ์ต่ำมาก
นี่คือสิ่งที่เจิ้งอวี่รู้อยู่แล้ว
มอนสเตอร์ในหุบเหวทมิฬมีเยอะ แต่ความแข็งแกร่งของแต่ละตัวค่อนข้างอ่อนแอ ค่าประสบการณ์จึงต่ำตามไปด้วย
แต่ที่บอกว่าอ่อนแอ ก็แค่เมื่อเทียบกับแม่ทัพก็อบลินในตอนนี้เท่านั้น สำหรับผู้ปลุกพลังอาชีพคนอื่นๆ แค่แมลงตัวเดียวอาจจะรับมือได้ แต่แมลงในขุมนรกหุบเหวทมิฬมักจะโผล่มาเป็นฝูง
ค่าประสบการณ์น้อย
ความยากสูง
นี่คือเหตุผลที่ผู้ปลุกพลังอาชีพในเมืองซ่างยวี่แทบไม่เลือกขุมนรกหุบเหวทมิฬ
"..."
ฉากที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้เหล่าสมาชิกทีม NPC รอบๆ ตกใจมาก พวกเขาแสดงสีหน้ามึนงงและตื่นตะลึง
โดยเฉพาะสมาชิกทีมคนที่คอยเร่งให้พวกเขาหนีไปก่อนหน้านี้ ยิ่งถามด้วยความตกตะลึงว่า "นายปลุกพลังพิเศษขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่!?"
นี่คือจุดเด่นของขุมนรกสายความมืด
NPC และมอนสเตอร์ที่นี่จะมีพลังพิเศษ
แม่ทัพก็อบลินที่เจิ้งอวี่อัญเชิญออกมา ในสายตาของพวกเขาก็คือพลังพิเศษรูปแบบหนึ่ง
และความมึนงงรวมถึงความตื่นตะลึงของสมาชิกรอบๆ ก็เป็นเนื้อเรื่องที่ผู้ปลุกพลังอาชีพทุกคนที่เข้ามาในหุบเหวทมิฬต้องเผชิญ
ในเมืองซ่างยวี่ ทุกคนประเมินหุบเหวทมิฬไว้แบบนี้
"การเดินทางในขุมนรกที่ให้มุมมองแบบตัวเอกนิยายสายเทพทรูอย่างเต็มอิ่ม ถ้าไม่ใช่เพราะเผ่าแมลงแข็งแกร่งเกินไปและมีจำนวนมากจนผ่านด่านยากล่ะก็ ขุมนรกหุบเหวทมิฬคงเป็นขุมนรกที่ให้ความบันเทิงสูงที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย"
"คุณสามารถโชว์เทพในขุมนรกได้อย่างเต็มที่ งัดสกิลของผู้ปลุกพลังอาชีพออกมาโชว์ ไม่ว่าจะเป็นสกิลอะไรก็จะเรียกเสียงฮือฮาและอาการตกตะลึงจากเพื่อนร่วมทีมได้เสมอ"
"ต่อให้ในโลกความเป็นจริงคุณจะเป็นแค่ผู้ปลุกพลังอาชีพที่มีพรสวรรค์ระดับ F แต่แค่ปล่อยสกิลฟันกวาดธรรมดาๆ ต่อหน้าพวกเขาสักที พวกเขาก็จะรีแอคชั่นโอเวอร์ใส่จนตอบสนองความหลงตัวเองของคุณได้แบบสุดๆ..."
พูดตามตรง ตอนแรกเจิ้งอวี่ก็เห็นคำวิจารณ์นี้แหละ ถึงได้ตัดสินใจเลือกเข้ามาในหุบเหวทมิฬ
ก็แค่อยากตอบสนองความอยากรู้อยากเห็นนิดหน่อย
ตอนนี้ดูเหมือนว่าคำวิจารณ์นั้นจะถูกต้องเป๊ะ พวก NPC ที่ไม่เคยเห็นโลกกว้างกลุ่มนี้แสดงปฏิกิริยาตอบสนองออกมาได้อย่างที่ควรจะเป็น
เพียงแต่ความรู้สึกที่ได้โชว์เทพต่อหน้า NPC แบบนี้ ต้องบอกว่ามันฟินแค่ระดับปานกลางเท่านั้น
"ยังไม่จบหรอกนะ"
เจิ้งอวี่พูดขัดจังหวะพวก NPC ที่ยังอยากจะแสดงอาการตกตะลึงต่อ พร้อมกับชี้ไปที่ปากถ้ำอันมืดมิด
ผ่านไปไม่กี่วินาที ก็ได้ยินเสียงดังหนวกหูดังมาจากข้างใน
หึ่ง หึ่ง หึ่ง—
แมลงยักษ์หลายสิบตัวกำลังพุ่งเข้ามาใกล้
"เวรเอ๊ย!"
แฮงก์สบถคำหยาบออกมา
จากนั้นก็ยกปืนกลในมือขึ้น สาดกระสุนใส่พวกแมลงกลายพันธุ์ที่เพิ่งโผล่หัวออกมาจากความมืด
การโจมตีของร้อยเอกแฮงก์ต่างจากลูกทีมคนอื่น กระสุนของเขามีสีฟ้าอมม่วง เมื่อกระทบกับตัวแมลงกลายพันธุ์จะเกิดประกายไฟฟ้าสีม่วงระเบิดออก
ทะลวงม่านพลังคุ้มกันที่บางเฉียบของพวกแมลงกลายพันธุ์ได้โดยตรง
และสังหารพวกมันลง
ร้อยเอกแฮงก์ก็เป็นผู้มีพลังพิเศษเช่นกัน
เป็นหนึ่งในสองผู้มีพลังพิเศษของทีมนี้
ผู้มีพลังพิเศษอีกคนคือรองหัวหน้าทีม
ซึ่งก็คือคนที่คอยเร่งเจิ้งอวี่เมื่อครู่นี้ ในมือของเขาถือดาบเหล็กที่เปล่งแสงสีแดง และกำลังพุ่งเข้าไปในฝูงแมลง
เจิ้งอวี่เริ่มร้อนใจ
เดี๋ยวก่อน นั่นมันแมลงของฉัน!
ค่าประสบการณ์ของฉัน!
"มังกรเพลิง!"
แมลงหนึ่งตัวให้ค่าประสบการณ์น้อย
แต่แมลงสามสิบตัวก็คือสองหมื่นหน่วย!
การเลื่อนระดับจากเลเวล 19 ไป 20 ต้องใช้ค่าประสบการณ์หนึ่งแสนเจ็ดหมื่นห้าพันหน่วย สองหมื่นกว่าหน่วยนี่ถือว่าไม่น้อยเลยนะ
ตู้ม—
ทันทีที่มังกรเพลิงปีศาจคู่ปรากฏตัว
มันก็ส่องสว่างไปทั่วทั้งถ้ำ
แสงไฟสาดส่องไปบนร่างของเผ่าแมลง ทำให้ร่างของพวกมันลุกเป็นไฟ คอสเพลย์เป็นหิ่งห้อยไปโดยปริยาย
รัศมีแห่งเปลวเพลิงลากเผ่าแมลงทั้งหมดเข้าสู่อาณาเขตของมังกรเพลิงปีศาจคู่
คิดจะแย่งค่าประสบการณ์จากมังกรเพลิงปีศาจคู่งั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้หรอก
การรับมือกับมอนสเตอร์ที่มาเป็นฝูงแบบนี้แหละ คืองานถนัดของมังกรเพลิงปีศาจคู่
-14247!
-12578!
-12225!
-13567!
ตัวเลขดาเมจหลักหมื่นลอยขึ้นมาถี่ยิบใจกลางฝูงแมลง
แมลงกลายพันธุ์ที่มีพลังชีวิตไม่สูงอยู่แล้ว ขนาดโดนแม่ทัพก็อบลินทุบทีเดียวยังตาย ย่อมไม่มีทางทนรับดาเมจชุดนี้ได้เลย
ถูกเผาจนตายสนิท!
ในขุมนรกศาลบรรพชน สิ่งมีชีวิตประเภทวิญญาณจะลดทอนดาเมจลงครึ่งหนึ่ง เวลาถูกเผาเลยดูเหมือนดาเมจไม่ค่อยสูง
แต่ภายในหุบเหวทมิฬแห่งนี้
นี่แหละคือดาเมจที่แท้จริงของมังกรเพลิงปีศาจคู่!
นี่ยังเป็นดาเมจที่เจิ้งอวี่ยังไม่ได้อัปเดตอุปกรณ์และยังสวมเซ็ตเลเวล 10 อยู่นะ ถ้าขึ้นเลเวล 20 แล้วสวมไม้เท้าลวงตาวิญญาณโบราณ ดาเมจจะต้องสูงกว่านี้แน่นอน
[สังหารแมลงกลายพันธุ์ Lv.20 ได้รับค่าประสบการณ์ 774!]
[สังหารแมลงกลายพันธุ์ Lv.20 ได้รับค่าประสบการณ์ 658!]
[สังหารแมลงกลายพันธุ์ Lv.20 ได้รับค่าประสบการณ์ 794!]
[สังหารแมลงกลายพันธุ์ Lv.20 ได้รับค่าประสบการณ์ 702!]
[...]
แมลงหนึ่งตัวให้ค่าประสบการณ์ราวๆ เจ็ดร้อย
ขนาดเป็นความยากระดับฝันร้าย ฆ่าล้างบางไปหนึ่งระลอกยังได้ค่าประสบการณ์มาไม่ถึงสองหมื่นหน่วยเลย
ไม่เยอะ
แต่โคตรสะใจ
เจิ้งอวี่ทำหน้าพึงพอใจ
เขาได้สัมผัสถึงความฟินของการโจมตีแบบกวาดล้างศัตรูเหมือนเกี่ยวข้าวแล้ว
ก่อนหน้านี้ไม่ว่าจะฆ่าซากศพยะเยือก หรือวิญญาณร้าย ก็ล้วนต้องเผาผลาญอย่างต่อเนื่อง ถึงจะฆ่ามอนสเตอร์ได้หนึ่งระลอกก่อนที่พลังงานของมังกรเพลิงปีศาจคู่จะหมดลง
แต่พอเผชิญหน้ากับเผ่าแมลง... ขอแค่พวกมันก้าวเข้ามาในรัศมีแห่งเปลวเพลิง ก็ตายสถานเดียว!
นี่แหละถึงจะเรียกว่าวันช็อตคิลของจริง
รู้สึกสะใจกว่าเดิมเยอะเลย
ที่สำคัญที่สุดคือ ภายใต้ผลของพรเสริมพลังเฮกซ์เทคอักขระวงแหวนสัจธรรม I ขนาดยังเผาไม่ทันจบระลอก พลังงานก็ถูกเติมจนเต็มแล้ว
ในขุมนรกหุบเหวทมิฬ ดูเหมือนมังกรเพลิงปีศาจคู่จะสามารถทำดาเมจต่อเนื่องได้อย่างแท้จริง
พลังงานมีเยอะจนใช้ยังไงก็ไม่หมด
"..."
แมลงตายเกลี้ยง รอบด้านก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง ทุกคนต่างพากันจ้องมองไปที่เจิ้งอวี่... และมังกรเพลิงปีศาจคู่ที่อยู่ข้างกายเขา
"เอ่อ... นายเก่งจังเลยนะ" เอ็ดมอนด์พูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่า การที่เขาเอาตัวไปขวางหน้าเจิ้งอวี่เมื่อกี้มันช่างเป็นการกระทำที่สูญเปล่าซะเหลือเกิน
ทว่าเจิ้งอวี่กลับตบไหล่เอ็ดมอนด์ด้วยความจริงจังแล้วเอ่ยว่า "ขอบใจนะ"
ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็น NPC หรือไม่ ไม่ว่าเนื้อเรื่องจะถูกตั้งค่ามายังไง แต่การเสียสละตัวเองเพื่อรับดาเมจแทนเพื่อนร่วมทีม รวมถึงนิสัยที่รู้จักตอบแทนบุญคุณแบบนี้ เป็นสิ่งที่เจิ้งอวี่ชื่นชม
เจิ้งอวี่หันไปมองร้อยเอกแฮงก์
แฮงก์เองก็กำลังประเมินเจิ้งอวี่อยู่เช่นกัน
ชายคนนี้คือ NPC คนสำคัญของหุบเหวทมิฬ เนื้อเรื่องหลายส่วนต้องผ่านเขาถึงจะดำเนินต่อไปได้ แต่หัวหน้าทีมยศร้อยเอกคนนี้กลับหัวรั้นแบบสุดๆ
แถมยังชอบตัดสินใจทำอะไรโง่ๆ อยู่บ่อยครั้ง
แน่นอนว่าการตัดสินใจโง่ๆ พวกนี้ ต้องมองจากมุมมองพระเจ้าของผู้ปลุกพลังอาชีพอย่างพวกเจิ้งอวี่ ถึงจะบอกได้ว่ามันเป็นการตัดสินใจที่งี่เง่า
แฮงก์มองเจิ้งอวี่ก่อนจะพูดว่า "พวกเรามุ่งหน้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้กันต่อเถอะ เสียงต่อสู้จะดึงดูดแมลงมามากกว่านี้"
แต่เจิ้งอวี่กลับคัดค้าน "พวกเราควรจะกลับไปต่างหาก"
"กลับไป?"
แม้ว่าเจิ้งอวี่จะถือว่าขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา แต่ความแข็งแกร่งที่เขาแสดงให้เห็นเมื่อครู่ ก็ทำให้แฮงก์ยอมข่มอารมณ์โกรธเอาไว้แล้วถามว่า
"เหตุผลล่ะ"
เจิ้งอวี่ส่ายหน้าแล้วตอบ "ต่อให้บอกเหตุผลไปคุณก็ไม่ฟังและไม่เชื่ออยู่ดี หรือจะให้ผมบอกว่าถ้าไปทางตะวันออกเฉียงใต้คุณก็จะเจอแต่ทางตัน แล้วสุดท้ายก็ต้องเดินย้อนกลับมาทางเดิมงั้นเหรอ"
"นอกจากจะเสียเวลาของผมแล้ว ยังเสียเวลาพวกแมลงอีกต่างหาก"
แฮงก์หรี่ตาจ้องเจิ้งอวี่เขม็ง
ก่อนจะเค้นถาม "ทำไมนายถึงรู้เรื่องพวกนี้"
เจิ้งอวี่ยักไหล่ "เห็นไหมล่ะ ผมบอกแล้วว่าคุณไม่เชื่อหรอก"
เมื่อแฮงก์เห็นท่าทีในการตอบคำถามของเจิ้งอวี่ เขาก็โกรธจัด "สิบโท อย่าคิดว่าปลุกพลังพิเศษได้แล้วจะกล้ามาลบหลู่ฉันนะ!"
"ฉันเป็นหัวหน้าของนาย เป็นร้อยเอกของที่นี่!"
"เดี๋ยวนี้! ทันที! ปฏิบัติตามคำสั่งของฉันซะ!"
แฮงก์ไม่อยากพูดพร่ำทำเพลงกับเจิ้งอวี่อีก
เขาต้องปกป้องสถานะผู้นำของตัวเองเอาไว้
เจิ้งอวี่ถอนหายใจ
เป็นไปตามที่คู่มือระดับยากเขียนไว้ไม่มีผิด ร้อยเอกแฮงก์คนนี้หัวแข็งราวกับท่อนไม้ ต้องทำตามแผนของเขาสถานเดียว คือไปทางตะวันออกเฉียงใต้ก่อน แล้วค่อยเดินย้อนกลับมา เพื่อเข้าสู่ส่วนลึกของหุบเหวทมิฬอีกครั้ง
นี่คืออุปสรรคที่คู่มือระดับยากไม่เคยผ่านไปได้เลย
แต่เผอิญว่า เจิ้งอวี่มีวิธีแก้ปัญหาพอดี
เจิ้งอวี่มองแฮงก์แล้วพูดกลั้วหัวเราะ "คุณพูดถูก"
"แต่สิ่งที่ผมต้องการคือทีมที่ไม่มีหัวหน้า ไม่มีร้อยเอกคอยคุม เพราะงั้น... ขอโทษนะ ช่วยตายก่อนสักแป๊บได้ไหม?"
เจิ้งอวี่ถามอย่างสุภาพ
ทว่าแม่ทัพก็อบลินที่อยู่ด้านหลัง กลับพุ่งทะยานเข้าไปหาแล้ว
[จบแล้ว]