เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 65 - รับมือกับผู้ชายซื่อบื้ออย่างเจิ้งอวี่ ก็ต้องลุยตรงๆ แบบนี้แหละ

บทที่ 65 - รับมือกับผู้ชายซื่อบื้ออย่างเจิ้งอวี่ ก็ต้องลุยตรงๆ แบบนี้แหละ

บทที่ 65 - รับมือกับผู้ชายซื่อบื้ออย่างเจิ้งอวี่ ก็ต้องลุยตรงๆ แบบนี้แหละ


บทที่ 65 - รับมือกับผู้ชายซื่อบื้ออย่างเจิ้งอวี่ ก็ต้องลุยตรงๆ แบบนี้แหละ

☆☆☆☆☆

ผีเสื้อวิญญาณปีกยักษ์ที่มีขนาดตัวมหึมาได้พลิกโฉมหน้ากระดานรบไปอย่างสิ้นเชิง

ผีสาวชุดแดงหุบยิ้มทันที

ปีศาจเพียงพอนเหลืองสามตัวที่เหลือรอดอยู่ก็เข้าสู่สภาวะกลายร่างวิญญาณร้ายในพริบตา เตรียมรับมือกับการต่อสู้ที่กำลังจะเกิดขึ้น

เกี้ยวสีแดงที่ถูกเลือดพิษของนักรบเดนตายกัดกร่อนพลังชีวิตไปถึงหนึ่งในสาม ส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ชัดเจนเลยว่าการเผชิญหน้ากับก็อบลินยักษ์ แม่ทัพก็อบลิน มังกรเพลิงปีศาจคู่ และผีเสื้อวิญญาณปีกยักษ์ที่อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อม สร้างความกดดันให้เกี้ยวสีแดงอย่างมหาศาล

"เมื่อกี้แกบอกให้ฉันไปใช้เวลาร่วมกับแกไม่ใช่เหรอ"

"ฉันกำลังไปหานี่ไง"

เจิ้งอวี่พูดพร้อมรอยยิ้ม

จากนั้นเขาก็โบกมือเบาๆ

เหล่าอสูรอัญเชิญก็พากันพุ่งทะยานเข้าไปพร้อมกัน

"โฮก—"

ก็อบลินยักษ์เป็นฝ่ายพุ่งเข้าไปก่อน ร่างกายอันใหญ่โตมโหฬารขวางอยู่หน้าเกี้ยวสีแดง มันกระชับค้อนยักษ์ในมือแน่น ฟาดลงมาจากด้านบน กระแทกใส่เกี้ยวสีแดงอย่างหนักหน่วง

"ไสหัวไป!"

เสียงตวาดแหลมเล็กดังมาจากในเกี้ยว

เป็นเสียงที่ไพเราะมาก แต่พอมาพร้อมกับไอหยินที่จับต้องได้ มันก็ดูชวนขนหัวลุกสุดๆ

ตู้ม!

ไอหยินอันทรงพลังกวาดม้วนเข้าใส่ร่างก็อบลินยักษ์

-9871!

ตัวเลขความเสียหายสีแดงเด้งขึ้นมาบนหัวของก็อบลินยักษ์

ความเสียหายเก้าพันหน่วย

ดูเหมือนจะเยอะ

แต่ความจริงแล้วมันยังเจาะไม่ทะลุโล่ที่ผีเสื้อวิญญาณปีกยักษ์กางเอาไว้ให้ก็อบลินยักษ์ด้วยซ้ำ

พอมีโล่ช่วยรับดาเมจ การโจมตีด้วยไอหยินของผีสาวชุดแดงก็ไม่สามารถหยุดยั้งการพุ่งทะลวงของก็อบลินยักษ์ได้เลยแม้แต่น้อย

ปัง!

ค้อนยักษ์ของก็อบลินยักษ์ทุบลงบนเกี้ยวสีแดงโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น

-5587!

ความเสียหายก็ไม่ได้สูงนักเหมือนกัน

ตอนที่ทุบลงบนเกี้ยวสีแดง มันก็มีโล่สีเทาบางๆ กางขึ้นมาป้องกันไว้

นั่นคือทักษะของอสุรกายระดับยอดฝีมือเกี้ยวสีแดง ทักษะคุ้มครอง

ความเสียหายไม่สูง ก็อยู่ในความคาดหมายของเจิ้งอวี่อยู่แล้ว

เกี้ยวหลังนี้ก็เป็นสิ่งมีชีวิตเผ่าวิญญาณเหมือนกัน

เหมือนกับพวกรองเท้าสีแดง หรือตุ๊กตาผ้า ที่ล้วนมีคุณสมบัติลดทอนความเสียหายของเผ่าวิญญาณ แถมทักษะคุ้มครองยังช่วยลดความเสียหายไปได้อีกส่วนหนึ่งด้วย

ตีเข้าตั้งห้าพันหน่วยก็ถือว่าใช้ได้แล้ว

อีกอย่างนี่ก็แค่การโจมตีครั้งเดียว

เจิ้งอวี่ยังมีอสูรอัญเชิญอีกเพียบ

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

การโจมตีระลอกที่สองเปิดฉากโดยพลธนูก็อบลิน

-1054!

-1112!

-1058!...

ความเสียหายยิ่งน้อยลงไปอีก

แต่มันถี่ยิบ!

ตามด้วยออร่าแห่งเปลวเพลิงกับนรกอสรพิษอัคคีของมังกรเพลิงปีศาจคู่ การพุ่งชาร์จของแม่ทัพก็อบลิน และการลอบโจมตีของนักรบเดนตาย...

"ตึง!"

จู่ๆ เสียงกลองก็ดังขึ้นอย่างชัดเจนรอบๆ เกี้ยวสีแดง

วงดนตรีที่สวมชุดไว้ทุกข์เดินออกมาจากสายหมอกสีขาว

ดนตรีงานศพ!

นี่ก็เป็นทักษะของเกี้ยวสีแดงเหมือนกัน

เจิ้งอวี่ทบทวนทักษะทั้งสี่ของเกี้ยวสีแดงในใจ

ผีแบกเกี้ยว ก็น่าจะเป็นปีศาจเพียงพอนเหลืองสี่ตัวนั้น

คุ้มครอง ก็คือโล่สีเทาบางๆ นั่น

ดนตรีงานศพ ก็คือวิญญาณร้ายในชุดไว้ทุกข์ที่เพิ่งโผล่มาพวกนี้ ซึ่งสามารถลดความกระหายในการโจมตีของอสูรอัญเชิญลงได้ จัดเป็นทักษะประเภทก่อกวนสถานะ

เชือกแดง...

เจิ้งอวี่รู้สึกว่าแพรไหมสีแดงที่โผล่มาก่อนหน้านี้ น่าจะเป็นทักษะเชือกแดง

เจิ้งอวี่หรี่ตาลง

"นั่นก็หมายความว่าผีสาวชุดแดงที่อยู่ในเกี้ยวไม่ได้ใช้ทักษะอะไรเลย หล่อนเอาแต่ใช้ไอหยินมาตลอด"

เจิ้งอวี่ก้มลงมองเด็กหญิงเป็นใบ้ที่อยู่ข้างกาย

เมื่อเห็นสายตาของเด็กหญิงที่กำลังจ้องมองเกี้ยวสีแดงด้วยความหวาดหวั่น เขาก็ได้คำตอบในใจแล้ว

"ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง..."

"มิน่าล่ะเธอถึงไม่ยอมเข้าไปในศาลบรรพชนแห่งนี้"

"ที่แท้เธอก็คือผู้อยู่เบื้องหลังนี่เอง"

เจิ้งอวี่มีความสงสัยเกี่ยวกับคู่มือของจางจ้านมาตลอด นั่นก็คือคำอธิบายทักษะของผีสาวชุดแดงที่จางจ้านเขียนไว้ ความจริงแล้วมันเป็นทักษะของเกี้ยวสีแดงทั้งหมดเลย

พูดอีกอย่างก็คือ ในมุมมองของจางจ้าน เกี้ยวสีแดงก็คือผีสาวชุดแดง

เขาถึงได้ตั้งชื่อให้พวกมันว่า วิวาห์ยมโลก

แต่ความจริงแล้ว เกี้ยวสีแดงเป็นตัวควบคุมแพรไหมสีแดง ส่วนคนที่อยู่ในเกี้ยวต่างหากที่เป็นตัวตนที่คอยควบคุมไอหยินทั่วทั้งหมู่บ้านซ่างยวี่

เมื่อเจิ้งอวี่คิดมาถึงตรงนี้

เขาก็หันไปพูดกับเหวินเหรินฉิงอวี่และเถาเฉียนทันที "พวกเธอเฝ้าที่นี่เอาไว้ อย่าปล่อยให้ชาวบ้านคนไหนออกไปจากที่นี่ได้เด็ดขาด"

เถาเฉียนรีบถามขึ้น "นายจะไปไหน"

เจิ้งอวี่ตอบ "ไปดูซะหน่อย ว่าบอสใหญ่อยู่เบื้องหลังยังอยู่ที่เล้าหมูหรือเปล่า"

"ผีเสื้อวิญญาณตามฉันมา"

เจิ้งอวี่พาผีเสื้อวิญญาณไปแค่ตัวเดียว

จากนั้นก็จูงมือเด็กหญิงเดินอาดๆ ไปที่หน้าประตูศาลบรรพชน

ไอหยินสายหนึ่งม้วนตัวพุ่งเข้าใส่เจิ้งอวี่

ฟิ้ว!!!

แกรก!

โล่คุ้มกันของแหวนพยาบาทแตกสลาย

เจิ้งอวี่มองรอยระเบิดจากไอหยินบนพื้น มันจงใจหลบเลี่ยงเด็กหญิงอย่างชัดเจน เจิ้งอวี่ยิ้มแล้วอุ้มเด็กหญิงขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน

จากนั้นเขาก็พูดกับเด็กหญิง "แบบนี้หล่อนก็ไม่กล้าโจมตีฉันแล้วล่ะ"

เด็กหญิงมองเจิ้งอวี่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสน

เจิ้งอวี่ยิ้มแล้วพูดว่า "อย่ามองฉันแบบนั้นสิ พูดตามตรงนะฉันไม่ได้ประสงค์ร้าย แค่ต้องมาจัดการอะไรบางอย่างให้จบๆ ไป ยังไงซะสำหรับพวกเธอ มันก็เป็นแค่วันเวลาสามวันที่วนลูปซ้ำไปซ้ำมาอยู่ดี"

"ไม่แน่นะ ฉันอาจจะช่วยบรรเทาความอาฆาตแค้นในสามวันที่วนลูปนี้ให้พวกเธอได้มากขึ้นด้วยซ้ำ"

"คนต้องคำสาปที่ฉันเคยให้บริการก่อนหน้านี้ เขาประเมินผลงานฉันไว้ซะสูงลิ่วเลยล่ะ ถ้าเธอมีโอกาสได้เจอเขาน่ะนะ"

เจิ้งอวี่พูดพล่ามไปเรื่อยเปื่อยขณะเดินสวนทางกับเกี้ยวสีแดงไปดื้อๆ

โดยไม่โดนโจมตี

และไม่ถูกไอหยินล้อมกรอบไว้ด้วยซ้ำ

เขาทำตัวเหมือนมองไม่เห็นวิญญาณร้ายที่เดินกันขวักไขว่เต็มถนน อุ้มเด็กหญิงเดินมุ่งหน้าไปทางท้ายหมู่บ้านฝั่งตะวันออกด้วยสีหน้าเรียบเฉยเป็นธรรมชาติสุดๆ

เถาเฉียนทำหน้าเหลอหลาแล้วถามขึ้น "นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกเนี่ย"

เหวินเหรินฉิงอวี่มองแผ่นหลังของเจิ้งอวี่ที่เดินจากไปด้วยสายตาครุ่นคิด "ก็น่าจะ... สู้กันมาถึงขั้นนี้แล้ว ทั้งสองฝ่ายก็ถือว่าหงายไพ่โชว์กันหมดแล้วล่ะมั้ง"

"หงายไพ่"

เหวินเหรินฉิงอวี่พยักหน้า "ผีสาวชุดแดงที่อยู่ในเกี้ยว จางจ้านก็ไม่เคยเห็นหน้าตาที่แท้จริงของหล่อนมาก่อนเลย แสดงว่าหล่อนมีโอกาสสูงมากที่จะเป็นบอสใหญ่อยู่เบื้องหลัง"

"นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมในคู่มือของจางจ้านถึงมีแค่เรื่องพิธีเซ่นไหว้บูชา วิวาห์ยมโลก ค่ำคืนร้อยอสูรยาตรา แต่กลับไม่มีศึกตัดสินกับบอสใหญ่ในตอนท้าย"

"เพราะว่าพิธีเซ่นไหว้บูชามันเป็นของปลอม วิวาห์ยมโลกก็เป็นของปลอม"

"เกี้ยวสีแดงต่างหากล่ะคือวิวาห์ยมโลกของจริง"

"สู้กันมาจนถึงขั้นนี้ อสูรอัญเชิญของเจิ้งอวี่สามารถกดดันเกี้ยวสีแดงไว้ได้ ความจริงก็ถือว่าจบเกมแล้วล่ะ"

"เหลือแค่ขั้นตอนสุดท้ายเท่านั้น"

"ไปที่เล้าหมู"

เถาเฉียนถามต่อ "แล้วเรื่องค่ำคืนร้อยอสูรยาตราล่ะ"

เหวินเหรินฉิงอวี่ทำสีหน้าแปลกๆ ก่อนจะตอบว่า "พิธีเซ่นไหว้บูชา วิวาห์ยมโลก ล้วนแต่เป็นเรื่องโกหก ค่ำคืนร้อยอสูรยาตราก็น่าจะไม่ใช่ของจริงเหมือนกัน"

"เล้าหมู..."

"สิ่งที่เรียกว่าค่ำคืนร้อยอสูรยาตรา... น่าจะเป็นงานเลี้ยงสังหารหมู่ชาวบ้านที่พวกผู้หญิงและเด็กที่ถูกขายมาที่นี่เป็นคนลงมือต่างหาก"

"..."

เถาเฉียนแกล้งทำเป็นเข้าใจแล้วพยักหน้ารับ "อืม ข้อสันนิษฐานของเธอคล้ายๆ กับของฉันเลย"

เหวินเหรินฉิงอวี่กลอกตาบน ไม่สนใจจะต่อปากต่อคำกับเถาเฉียน

เธอเหลือบมองเวลา

7 ชั่วโมง...

ตั้งแต่เหยียบย่างเข้ามาในศาลบรรพชนหมู่บ้านซ่างยวี่จนถึงตอนนี้ เพิ่งจะผ่านไปแค่ 7 ชั่วโมงเท่านั้น

ขุมนรกระดับฝันร้ายที่ผ่านมากว่าสิบปี ยังไม่เคยมีใครทำลายสถิติของจางจ้านได้เลย...

แต่ตอนนี้ 7 ชั่วโมง...

เหวินเหรินฉิงอวี่นึกถึงตอนที่เค่ออิงมาเกลี้ยกล่อมให้เธอเข้าร่วมปาร์ตี้ของเจิ้งอวี่เป็นครั้งแรก ตอนนั้นเธอยังแอบดูถูกเจิ้งอวี่นิดๆ ด้วยซ้ำ แถมยังแสดงท่าทีไม่ไว้ใจเจิ้งอวี่อีกต่างหาก

พอมาคิดดูตอนนี้ เพื่อนสนิทของเธอคนนี้ช่างเป็นคนที่มีดวงมหาศาลจริงๆ

ขาทองคำระดับซูเปอร์แบบนี้เธอก็ยังอุตส่าห์ไปเกาะมาได้

เหวินเหรินฉิงอวี่จ้องมองเค่ออิงด้วยแววตาจริงจัง

ทำเอาเค่ออิงถึงกับรู้สึกอึดอัดจนต้องถามออกไป "เธอเป็นอะไรเนี่ย"

เหวินเหรินฉิงอวี่ตอบหน้าตาย "ฉันกำลังคิดอยู่ ว่าจะใช้วิธีไหนจับเธอกับเถาเฉียนมัดรวมกันให้แน่นๆ ดี"

เค่ออิง "???"

เถาเฉียนเข้าใจความหมายของเหวินเหรินฉิงอวี่ทันที เขาชี้ไปที่แพรไหมสีแดงที่ยื่นออกมาจากในเกี้ยว...

"หรือจะเอาไอ้นั่นมามัดไว้ดื้อๆ เลยดีไหมล่ะ"

เหวินเหรินฉิงอวี่พยักหน้าเห็นด้วย "พูดถูก รับมือกับผู้ชายซื่อบื้ออย่างเจิ้งอวี่ ก็ต้องลุยตรงๆ แบบนี้แหละ"

เค่ออิง "เหมียวๆๆ (งงเป็นไก่ตาแตก)?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 65 - รับมือกับผู้ชายซื่อบื้ออย่างเจิ้งอวี่ ก็ต้องลุยตรงๆ แบบนี้แหละ

คัดลอกลิงก์แล้ว