- หน้าแรก
- ใครว่านักอัญเชิญกระจอก เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์พันธสัญญาปีศาจแบบจัดเต็ม
- บทที่ 50 - ขุมนรกระดับฝันร้าย ศาลบรรพชน!
บทที่ 50 - ขุมนรกระดับฝันร้าย ศาลบรรพชน!
บทที่ 50 - ขุมนรกระดับฝันร้าย ศาลบรรพชน!
บทที่ 50 - ขุมนรกระดับฝันร้าย ศาลบรรพชน!
☆☆☆☆☆
หลังจากเจรจาพูดคุยกันพักหนึ่ง
สุดท้ายก็บรรลุข้อตกลงด้วยประโยคที่ว่า "บังเอิญจังเลย ผมมีญาติผู้น้องที่ย่างเซี่ยงจี๊เป็นอยู่คนหนึ่งพอดี"
ตกลงราคากันที่ 3 ล้านหยวนต่อคน
ถึงแม้ฉายฟางจะรู้สึกว่าเจิ้งอวี่เรียกราคามหาโหดไปหน่อย แต่เขาก็ไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย อัจฉริยะที่อุตส่าห์ไปดึงตัวมาได้ก็ต้องเลี้ยงดูปูเสื่อให้ดีสิ
เขาคิดว่านี่คงเป็นเพราะเจิ้งอวี่ไม่พอใจที่พวกเขายังจัดการเรื่องทรัพยากรให้ไม่เสร็จเสียที การจ่ายชดเชยเพิ่มอีกนิดก็ถือเป็นเรื่องปกติ
"ตกลงตามนี้ เดี๋ยวผมโอนเงินให้เลย พวกนายรอแป๊บนะ"
"โอเค"
เจิ้งอวี่วางสายแล้วพูดกลั้วหัวเราะ "หาตัวเกาะเลเวลได้แล้วนะ"
"ใครเหรอ?"
"ญาติผู้น้องห่างๆ ของฉายฟางน่ะ"
"รัฐมนตรีกรมทรัพยากรคนนั้นน่ะนะ?"
"ใช่"
"เอ่อ... เธอชอบย่างเซี่ยงจี๊เหรอ?" เถาเฉียนถาม
"ฉายฟางบอกว่าบ้านญาติผู้น้องคนนี้เปิดร้านปิ้งย่าง น่าจะฝีมือดีกว่าอู๋จงนะ"
"ถ้างั้นก็ไม่มีปัญหา"
เหวินเหรินฉิงอวี่ "..."
พวกนายมานั่งถกกันเรื่องความสามารถในการย่างเซี่ยงจี๊ของชาวบ้านด้วยหน้าตาจริงจังแบบนี้ มันจะดีจริงๆ เหรอ?
...
[ไฉอวิ๋น (นักล่า) ขอเข้าร่วมปาร์ตี้]
[หัวหน้าทีมอนุมัติคำขอเข้าร่วมปาร์ตี้ของ "ไฉอวิ๋น (นักล่า)"]
ไฉอวิ๋น (นักล่า): สวัสดีหัวหน้าทีมเจิ้งอวี่ สวัสดีทุกคน ฉันชื่อไฉอวิ๋น ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ ≥Ö‿Ö≤ (ยิ้ม)
เถาเฉียน (หลวงจีนผู้มีวรยุทธ์): น่ารักจัง~
เจิ้งอวี่ (นักอัญเชิญ): ยินดีต้อนรับ
เหวินเหรินฉิงอวี่ (มือสังหาร): ยินดีต้อนรับค่ะพี่สาว
เค่ออิง (มือสังหาร): ยินดีต้อนรับค่ะพี่สาว
เมื่อเห็นคำว่าพี่สาว ไฉอวิ๋นที่กำลังนั่งแท็กซี่มุ่งหน้าไปยังศาลบรรพชนซ่างยวี่ก็เผลอกัดริมฝีปากตัวเอง
เธออายุมากกว่าพวกเหวินเหรินฉิงอวี่หนึ่งปีจริงๆ นั่นแหละ เธอเป็นผู้ปลุกพลังของปีที่แล้ว แต่กลับติดแหงกอยู่ที่เลเวล 12 ไม่ขยับไปไหนเลย
เพื่อนร่วมทีมก็ไม่มี ขาทองคำให้เกาะก็ไม่มี ใช้เวลาเป็นเดือนกว่าจะตั้งปาร์ตี้ได้สำเร็จ แถมยังเกือบจะเอาชีวิตไปทิ้งในศาลบรรพชนอีกต่างหาก
ต่อมาเนื่องจากปัญหาทางบ้าน ประกอบกับพรสวรรค์ของตัวเองที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร เธอจึงตัดสินใจล้มเลิกไป
ตอนแรกเธอไม่ได้คิดจะเดินบนเส้นทางสายนี้ต่อไปแล้ว จนกระทั่งเมื่อคืนนี้ ลูกพี่ลูกน้องที่เป็น "ลูกรักของพระเจ้า" อย่างฉายฟางโทรมาหา บอกว่าหาเทพใจดีมาพาเธอเคลียร์ขุมนรกได้แล้ว
ไม่มีความเสี่ยง ไม่ต้องลงมือสู้เอง ขอแค่ทำตัวเป็นตัวเกาะเลเวลก็พอ
ผู้ปลุกพลังที่ได้รับคำยกย่องจากฉายฟางว่าเป็น "เทพ" ระดับนั้น รับรองว่าไม่มีปัญหาแน่นอน
แต่พอคิดว่าอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าตัวเองหนึ่งปี เธอก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดี
เมื่อมาถึงโถงทางเข้าขุมนรกศาลบรรพชนเมืองซ่างยวี่
เธอกวาดสายตาเพียงแวบเดียวก็เจอปาร์ตี้ของตัวเองแล้ว
เพราะหุ่นของเหวินเหรินฉิงอวี่มันโดดเด่นเตะตาเหลือเกิน
กลุ่มวัยรุ่นสี่คนที่ดูอายุน้อยขนาดนี้มารวมตัวกัน จะไม่ให้เป็นจุดสนใจได้ยังไง
เจิ้งอวี่เองก็สังเกตเห็นไฉอวิ๋นแล้วเช่นกัน เธอเป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างดูสุขภาพดีมาก
ผิวสีน้ำผึ้ง ขายาวเรียว ตัดผมสั้นดูทะมัดทะแมง ข้อมือพันผ้าพันแผลไว้ เผยให้เห็นกล้ามเนื้อบริเวณท่อนแขนและน่องอย่างชัดเจน
เจิ้งอวี่พยักหน้าให้ไฉอวิ๋น แล้วพูดขึ้น "ฉันส่งไฟล์เข้าไปในแชตกลุ่มแล้ว ลองอ่านดูให้ละเอียดนะ จะได้ไม่เกิดเรื่องผิดพลาด"
"โอเค"
ความประทับใจแรกที่ไฉอวิ๋นมีต่อเจิ้งอวี่คือความน่าเชื่อถือ
อย่างน้อยเขาก็ไม่ใช่พวกอวดเก่งที่ไม่ยอมศึกษาคู่มือก่อนลงขุมนรก
แต่เธอก็ไม่ได้ตั้งใจอ่านข้อมูลที่เจิ้งอวี่ส่งมาให้สักเท่าไหร่
เพราะรู้สึกว่ามันเป็นการกระทำที่สูญเปล่า
ยังไงซะ ขุมนรกศาลบรรพชนซ่างยวี่ก็เป็นเหมือนบทเรียนภาคบังคับของโรงเรียนในเมืองซ่างยวี่อยู่แล้ว นักเรียนทุกคนต่างก็รู้ไส้รู้พุงขุมนรกแห่งนี้เป็นอย่างดี
ยังจะต้องมานั่งอ่านคู่มืออะไรอีก
แต่ไฉอวิ๋นก็ไม่ได้แสดงท่าทีต่อต้านออกมา เพราะพี่ชายของเธอบอกมาแล้วว่า เจิ้งอวี่คืออัจฉริยะที่ถูกดึงตัวมาจากเมืองเจียงสุ่ย
เขาเป็นคนเมืองเจียงสุ่ย การที่ไม่คุ้นเคยกับขุมนรกของเมืองซ่างยวี่ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร
"ให้เวลาหนึ่งชั่วโมง"
เจิ้งอวี่พูดขึ้น "อีกหนึ่งชั่วโมง พวกเราจะเข้าขุมนรกกัน"
เจิ้งอวี่เผื่อเวลาให้ไฉอวิ๋นได้อ่านข้อมูล
ไฉอวิ๋นที่เพิ่งเข้าร่วมปาร์ตี้ก็ไม่กล้าพูดอะไรมาก ฉายฟางกำชับเธอไว้แล้วว่าให้สงบปากสงบคำ เจิ้งอวี่ชอบตัวเกาะเลเวลที่ว่านอนสอนง่าย
แต่ยิ่งไฉอวิ๋นอ่านข้อมูล เธอก็ยิ่งรู้สึกทะแม่งๆ ...
ทำไมในนี้ถึงมีแต่คู่มือเคลียร์ขุมนรกระดับฝันร้ายทั้งนั้นเลยล่ะ?
เธอเดาว่าเจิ้งอวี่คงหาคู่มือมาผิดอันแน่ๆ
คู่มือระดับฝันร้ายแบบนี้ ผู้ปลุกพลังทั่วไปเขาเอาไว้อ่านเอาฮากันทั้งนั้นแหละ ไม่มีใครเอามาใช้ฝึกฝนเทคนิคจริงๆ หรอก
ถ้าจะฝึกเทคนิคจริงๆ มันต้องเป็นคู่มือระดับยากต่างหาก
สุดท้ายไฉอวิ๋นก็อดไม่ได้ที่จะสะกิดเตือนเจิ้งอวี่ "เอ่อ..."
"มีอะไรเหรอ?" เจิ้งอวี่เห็นไฉอวิ๋นทำท่าเหมือนมีอะไรจะพูดก็เลยเอ่ยถาม
ไฉอวิ๋นตัดสินใจบอกความคิดของตัวเองไปตรงๆ "พวกนายหาคู่มือมาผิดอันหรือเปล่า?"
"ไฟล์ในกลุ่มที่นายส่งมามันเป็นคู่มือระดับฝันร้ายนะ"
เจิ้งอวี่พยักหน้ารับ "ถูกแล้ว คู่มืออันนั้นแหละ"
ไฉอวิ๋น "..."
เจิ้งอวี่เห็นไฉอวิ๋นทำหน้างงก็เลยอธิบายต่อ "ถึงแม้พวกเธอจะไม่ต้องออกไปสู้ แต่ศาลบรรพชนมันมีกับดักกลไกซ่อนอยู่เพียบ โดยเฉพาะในระดับฝันร้าย ระดับฝันร้ายมันต่างจากระดับปกติที่เธอเคยรู้จักอย่างสิ้นเชิงนะ"
"ระดับฝันร้ายมันเน้นความสมจริงมาก เพราะงั้นคู่มือด่านนี้ถึงสำคัญสุดๆ มันจะช่วยให้พวกเราทำลายสถิติได้"
"หา?"
ไฉอวิ๋นหลุดอุทานเสียงหลง
"ระดับฝันร้าย!?"
"พี่ชายนายไม่ได้บอกเหรอ?" เจิ้งอวี่ถามกลับ
เถาเฉียนที่อยู่ข้างๆ หันมาถามเจิ้งอวี่ "พี่อวี่ แล้วพี่ได้บอกฉายฟางหรือเปล่าว่าขุมนรกที่พี่จะลงคือศาลบรรพชนระดับฝันร้ายน่ะ?"
เจิ้งอวี่ชะงักไปนิดนึง
"เอ่อ... เหมือนจะไม่ได้บอกนะ"
ถึงตรงนี้เจิ้งอวี่เพิ่งจะนึกขึ้นได้ "มิน่าล่ะ ตอนที่ฉันเรียกค่าตัวไป 3 ล้าน น้ำเสียงเขาดูแปลกๆ ไป ที่แท้เขาก็คิดว่าฉันเรียกราคาแพงเกินไปนี่เอง"
"..."
ไฉอวิ๋นยืนจ้องหน้าเจิ้งอวี่ตาปริบๆ
"นายเอาจริงดิ?"
เจิ้งอวี่ตอบกลับหน้าตาย "เธอเป็นคนที่สามของวันนี้แล้วนะที่ถามฉันด้วยคำถามนี้"
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน มันเป็นความผิดพลาดในการสื่อสารของฉันเอง ฉันกับทีมกำลังจะลงขุมนรกศาลบรรพชนเมืองซ่างยวี่ระดับฝันร้าย ถ้าเธอคิดว่ามันเสี่ยงเกินไป จะกดออกจากปาร์ตี้ตอนนี้เลยก็ได้นะ"
"ส่วนเรื่องเงินเดี๋ยวฉันโอนคืนให้ฉายฟางเอง"
ส่วนเรื่องตัวเกาะเลเวล เดี๋ยวค่อยไปประกาศหาเอาในเว็บบอร์ดก็ได้ ยังไงก็ต้องมีคนกล้าตายอยู่แล้ว
ไฉอวิ๋นยืนนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เธอกำลังลังเล
จนกระทั่งเจิ้งอวี่มองไปที่มือของเธอแล้วพูดขึ้น "ดูจากรอยด้านบนมือเธอ แสดงว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาเธอไม่เคยละทิ้งการฝึกฝนเลยสินะ ในฐานะนักล่า พละกำลังแขนคือสิ่งที่สำคัญที่สุด"
"สนใจจะมาเสี่ยงดวงกับพวกเราไหมล่ะ?"
คำเชิญโดยตรงจากเจิ้งอวี่
ผู้ปลุกพลังที่พักงานไปหนึ่งปีเต็ม แต่ยังคงมุมานะฝึกซ้อมจนฝ่ามือมีรอยต้านหนาเตอะขนาดนี้ แสดงว่าเธอไม่เคยถอดใจจากเส้นทางสายผู้ปลุกพลังเลย
ดังนั้นเจิ้งอวี่จึงตัดสินใจมอบโอกาสนี้ให้เธอ
หากเธอกล้าที่จะเดิมพัน เส้นทางสายผู้ปลุกพลังนี้ก็จะเปิดกว้างต้อนรับเธออีกครั้ง
ไฉอวิ๋นจ้องมองเจิ้งอวี่ด้วยแววตาจริงจัง มีทั้งความสงสัยและความสับสน แต่สิ่งที่สะท้อนออกมามากที่สุดก็คือ... ความหวัง
"นายมั่นใจแค่ไหน?"
"50%"
"ไม่รอดก็ผ่านด่านงั้นสิ?"
"สรุปได้เยี่ยมมาก"
"ฉันอาจจะกดถอนตัวกลางคันก็ได้นะ" ไฉอวิ๋นพูดออกไปตามตรงโดยไม่ปิดบัง
เจิ้งอวี่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "ไม่เป็นไรหรอก เรื่องแบบนี้ฉันเจอมาแล้ว แต่เงินไม่คืนนะ"
ไฉอวิ๋น "..."
"สามล้าน... ถ้านายพาเคลียร์ขุมนรกระดับฝันร้ายได้จริงๆ ก็ถือว่าฉันกำไรมหาศาลเลยล่ะ"
"..."
ไฉอวิ๋นเงียบไปอีกพักใหญ่
"ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ..."
เธอพึมพำกับตัวเอง เหตุผลบอกเธอว่า นักอัญเชิญหนึ่งคน แบกตัวเกาะเลเวลอีกสี่คน ไม่มีทางผ่านขุมนรกระดับฝันร้ายไปได้หรอก ต่อให้เจิ้งอวี่จะมีผลงานสุดอลังการมาการันตีก็เถอะ
เพราะความยากของขุมนรกเฟสแรกกับเฟสสองมันเทียบกันไม่ติดเลยสักนิด
แต่ก็มีเสียงหนึ่งในหัวคอยกระซิบบอกเธอว่า ควรลองเสี่ยงดู!
ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจโยนเหตุผลทิ้งไป
"ฉันเอาด้วย!"
เจิ้งอวี่ยิ้มรับ "ยินดีด้วยที่เลือกขึ้นหลังเสือ"
"ต้องบอกพี่ชายเธอไหม?"
ไฉอวิ๋นตอบ "เดี๋ยวฉันบอกเขาเอง"
ไฉอวิ๋นส่งข้อความหาฉายฟางทันที "ฉันกำลังจะลงขุมนรกระดับฝันร้าย ถ้าฉันไม่ได้กลับออกมา ฝากดูแลพ่อแม่ฉันด้วยนะ"
"เรียบร้อยแล้วเหรอ?"
"อืม"
"งั้นเราก็ออกเดินทางกันได้"
เจิ้งอวี่เปิดหน้าต่างระบบ เลือกขุมนรกศาลบรรพชนซ่างยวี่ ระดับฝันร้าย!
เจิ้งอวี่ (นักอัญเชิญ): ลุยล่ะนะ
เถาเฉียน (หลวงจีนผู้มีวรยุทธ์): พูดตรงๆ เลยนะ รอบนี้แอบตื่นเต้นนิดหน่อย
เค่ออิง (มือสังหาร): สู้ๆ !
เหวินเหรินฉิงอวี่ (มือสังหาร): ไม่ต้องเกร็งหรอกน่า รอดไปก็รวยล้นฟ้า ตายในระดับฝันร้ายก็ถือว่าตายสมเกียรติ ไม่ได้น่าสมเพชสักหน่อย
เถาเฉียน (หลวงจีนผู้มีวรยุทธ์): ถุยๆๆ ปากเสีย!
ไฉอวิ๋น (นักล่า): ...
[กำลังเข้าสู่ขุมนรกศาลบรรพชนซ่างยวี่ (ระดับฝันร้าย) กรุณารอสักครู่...]
...
ในเวลาเดียวกัน
ฉายฟางที่กำลังนั่งประชุมอยู่ก็ได้รับข้อความจากไฉอวิ๋น
รอบแรกที่อ่าน เขาไม่ได้เอะใจอะไร แถมยังหัวเราะชอบใจ "ยัยเด็กนี่ มาเล่นมุกดราม่าสั่งเสียอะไรกับฉันเนี่ย"
แต่พอกวาดสายตาอ่านซ้ำอีกรอบ...
"เชี่ย!"
เขาสะดุ้งโหยงจนลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้
จางจ้านที่กำลังพูดอยู่ถึงกับชะงักและเอ็ดด้วยความไม่พอใจ "กำลังประชุมอยู่นะ! ทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้!"
แต่ฉายฟางไม่ได้สนใจคำตำหนิของจางจ้านเลยแม้แต่น้อย
เพราะเขาสะดุดตาเข้ากับคีย์เวิร์ดสำคัญ... ระดับฝันร้าย!
"เจิ้งอวี่กำลังจะลงขุมนรกศาลบรรพชนระดับฝันร้าย"
"มิน่าล่ะ หมอนั่นถึงกล้าเรียกราคามหาโหดตั้ง 3 ล้าน..."
เมื่อได้ยินคำพูดของฉายฟาง จางจ้านก็อึ้งไปเหมือนกัน "นายกำลังจะบอกว่า นักอัญเชิญที่เราอุตส่าห์ดึงตัวมา ลงขุมนรกระดับฝันร้ายไปแล้วงั้นเหรอ?"
ฉายฟางพยักหน้า "ไฉอวิ๋นญาติของผมเพิ่งส่งข้อความมาบอก แถมยังทิ้งจดหมายสั่งเสียไว้อีกต่างหาก"
จางจ้าน "..."
"นายยังจำได้ไหมว่าตอนที่เราลงขุมนรกระดับฝันร้าย พวกเราเลเวลเท่าไหร่?"
จางจ้าน "เลเวล 19"
"เจิ้งอวี่เพิ่งจะเลเวล 13 เองนะ"
"แถมยังหนีบตัวเกาะเลเวลไปด้วยอีกสี่คน"
"..."
"เสียสติไปแล้วแน่ๆ "
...
ในขณะที่จางจ้านและฉายฟางกำลังคิดว่าเจิ้งอวี่เสียสติไปแล้ว
ทั้งห้าคนก็เข้ามาอยู่ในขุมนรกศาลบรรพชนเป็นที่เรียบร้อย
ภาพเบื้องหน้าของเจิ้งอวี่มืดสนิท เสียงชายชราแหบพร่าดังแว่วเข้ามาในหู
[ศาลบรรพชน จุดประสงค์หลักก็คือ... การเซ่นไหว้บูชา]
[งานแต่ง งานศพ งานฉลองวันเกิด หรืองานมงคลต่างๆ ล้วนต้องเซ่นไหว้บรรพชนและนักปราชญ์ในอดีต]
[กราบไหว้ สวดมนต์ อวยพร และเฉลิมฉลอง... ด้วยความเชื่อที่ว่าบรรพชนและเหล่าทวยเทพจะคอยคุ้มครองพวกเขา]
[หมู่บ้านซ่างยวี่ก็เช่นเดียวกัน บรรพชนของพวกเขาคอยปกปักรักษาพวกเขามาหลายชั่วอายุคน ให้หน้าที่การงานเจริญรุ่งเรือง ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากความอดอยาก รอดพ้นจากภัยสงคราม และแคล้วคลาดจากภัยธรรมชาติต่างๆ]
[พวกเขาซาบซึ้งในพระคุณของบรรพชน ให้ความเคารพศรัทธาต่อศาลบรรพชน จนกระทั่ง... วันหนึ่งบรรพชนก็เริ่มร้องขอสิ่งตอบแทน...]
[ข้าคุ้มครองให้พวกเจ้าปลอดภัย พวกเจ้าจงนำชีวิตมาสังเวยแก่ข้า...]
[บรรพชนที่พวกเจ้ากราบไหว้ จะคอยคุ้มครองพวกเจ้าจริงๆ งั้นหรือ?]
[หรือจะพูดอีกอย่างก็คือ... สิ่งที่พวกเจ้ากราบไหว้อยู่นั้น... ใช่บรรพชนของพวกเจ้าจริงๆ งั้นหรือ?]
น้ำเสียงทุ้มต่ำราวกับกำลังเล่าเรื่องผี ค่อยๆ บรรยายความเป็นมาของขุมนรกศาลบรรพชนให้ฟังอย่างเนิบนาบ
[จบแล้ว]