เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 - ลาภลอยก้อนโตนี้ เมืองซ่างยวี่ขอรับไว้เอง!

บทที่ 36 - ลาภลอยก้อนโตนี้ เมืองซ่างยวี่ขอรับไว้เอง!

บทที่ 36 - ลาภลอยก้อนโตนี้ เมืองซ่างยวี่ขอรับไว้เอง!


บทที่ 36 - ลาภลอยก้อนโตนี้ เมืองซ่างยวี่ขอรับไว้เอง!

☆☆☆☆☆

ตอนแรกพวกเขาไม่เชื่อหรอก

จนกระทั่งบนหน้าจอแสดงอันดับสถิติกลางโถงมิติเร้นลับถนนเหมันต์ มีข้อมูลชุดใหม่ปรากฏขึ้นมา

มันคือข้อมูลการผ่านด่านที่วิหารศักดิ์สิทธิ์เป็นผู้บันทึกไว้

สถิติเคลียร์ด่านขุมนรกถนนเหมันต์ (ระดับฝันร้าย) ครั้งแรก : เจิ้งอวี่ (นักอัญเชิญ) เถาเฉียน (หลวงจีนผู้มีวรยุทธ์) เหวินเหรินฉิงอวี่ (มือสังหาร) เค่ออิง (มือสังหาร)

สถิติเวลาผ่านด่านขุมนรกถนนเหมันต์ (ระดับฝันร้าย) : 7 ชั่วโมง 18 นาที 11 วินาที

สมาชิกที่ผ่านด่าน : เจิ้งอวี่ (นักอัญเชิญ) เถาเฉียน (หลวงจีนผู้มีวรยุทธ์) เหวินเหรินฉิงอวี่ (มือสังหาร) เค่ออิง (มือสังหาร)

"..."

ถึงแม้พวกเจิ้งอวี่จะยังไม่ถูกเทเลพอร์ตออกมา

แต่สถิติพวกนี้มันหลอกกันไม่ได้

นักอัญเชิญที่ไม่มีใครคาดคิดคนนี้ สามารถเคลียร์ขุมนรกระดับฝันร้ายได้จริงๆ งั้นเหรอ!

"ฉันว่าฉันต้องกำลังฝันอยู่แน่ๆ" มีคนพูดขึ้นมา

"เหมือนกัน มันดูไม่สมจริงเกินไปหน่อยไหม"

"เจิ้งอวี่มีพรสวรรค์แค่ระดับเอสจริงๆ เหรอ"

"นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือเจิ้งอวี่เป็นนักอัญเชิญจริงๆ เหรอ ไม่ใช่ว่านักอัญเชิญคืออาชีพที่อ่อนแอที่สุดหรอกเหรอ แล้วเขาเคลียร์ระดับฝันร้ายได้ยังไง"

"ใครจะไปรู้ล่ะ แต่ที่แน่ๆ ก่อนหน้านี้ไม่มีใครเชื่อน้ำยาเจิ้งอวี่เลยสักคน"

"มันไม่ใช่แค่เรื่องเชื่อไม่เชื่อแล้วล่ะ ฉันจำได้ว่าเมื่อกี้มีคนบอกว่า ถ้าเจิ้งอวี่รอดชีวิตกลับมาได้ เขาจะตีลังกาซั่มพัดลมเบอร์ห้าไม่ใช่เหรอ ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่จะรอดชีวิต แต่ยังเคลียร์ขุมนรกระดับฝันร้ายได้ด้วย เอ้า จัดมาให้ดูเป็นขวัญตาทีสิพวก"

"..."

"ฉันบอกแค่ว่าถ้าเจิ้งอวี่รอดชีวิตจะตีลังกาซั่มพัดลม ไม่ได้บอกว่าถ้าเขาเคลียร์ระดับฝันร้ายได้จะทำซะหน่อย"

"มันต่างกันตรงไหนวะ ยังไงเขาก็รอดกลับมาอยู่ดีไม่ใช่หรือไง"

"มันไม่เหมือนกันเว้ย"

"ไม่เหมือนกันยังไงวะ"

"อย่างนึงคือรอดชีวิตกลับมาแบบธรรมดาๆ แต่อีกอย่างคือรอดกลับมาแบบโครตเทพ แถมยังตบหน้าพวกเราทุกคนฉาดใหญ่ วิธีรอดมันต่างกันไง"

"..."

"พอนายพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา ฉันชักจะสงสารคนคนนึงขึ้นมาแล้วสิ"

"ใคร หลี่เฟิงเหรอ"

"หลี่เฟิงก็ไม่เท่าไหร่หรอก ถึงจะโดนตบหน้าซะชาไปหมด แถมเรื่องแย่งทรัพยากรก็อาจจะทำให้เขาลำบากในอนาคต แต่ยังไงเขาก็แซ่หลี่ ไม่ถึงคิวพวกเราต้องไปสงสารหรอก"

"คนที่นายพูดถึงคือ...อู๋จงใช่ไหมล่ะ"

"ก็ใช่น่ะสิ นายดูสีหน้าเขาตอนนี้สิ"

"พรืด! แดงก่ำเป็นสีตับหมูไปแล้วนั่น!"

"ไม่ไหวแล้ว ขอขำแป๊บ"

"ไอ้หมอนี่มันโครตซวยเลย ขุมนรกระดับฝันร้ายเชียวนะ! ลาภลอยก้อนโตมาจ่ออยู่ตรงหน้าแล้วแท้ๆ ดันโยนทิ้งไปซะงั้น"

"ซวยอะไรกันเล่า เขาเลือกที่จะถอนตัวออกมาเอง จะไปโทษใครได้"

"ก็ถูกของนาย..."

"..."

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของพวกเขายังคงดังอย่างต่อเนื่อง

แถมยังไม่ได้คิดจะปิดบังเลยสักนิด

ไม่รู้ว่าตั้งใจหรือไม่ได้ตั้งใจกันแน่

เทียบกับความอิจฉาที่มีต่อเจิ้งอวี่แล้ว พวกเขาชอบดูเรื่องน่าขำของอู๋จงแบบนี้มากกว่า

ของดีที่เกือบจะหล่นทับอยู่แล้วเชียว ตอนนี้กลับกลายเป็นความเสียใจไปตลอดชีวิตซะแล้ว

ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในขุมนรกถนนเหมันต์ระดับฝันร้ายบ้าง แต่พวกเขารู้ว่าทั้งหมดนั่นไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับอู๋จงอีกต่อไปแล้ว

ความสะใจบนความทุกข์ของคนอื่นนี่แหละคือความสุขที่สุด

...

ใบหน้าของอู๋จงแดงก่ำจนกลายเป็นสีตับหมูจริงๆ

เขานั่งหน้าเหวออยู่ที่เดิม ความรู้สึกที่เหมือนตกจากสวรรค์ลงสู่นรกภายในเวลาแค่วันเดียว ทำเอาเขาแทบหายใจไม่ออก

"เฮ้อ..."

สุดท้ายอู๋จงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเจ็บใจและโกรธเคือง

แค่ก้าวเดียว!

ขาดแค่อีกก้าวเดียวเท่านั้น เขาก็จะได้ขึ้นไปอยู่บนหน้าจอแสดงอันดับสถิติ ได้รับทรัพยากรมากมาย ได้รับสายตาชื่นชมจากทุกคน ไม่ใช่สายตาสะใจแบบที่คนรอบข้างกำลังมองเขาอยู่ตอนนี้

ถ้าตอนนั้นเขายอมกัดฟันทนต่อไปอีกสักนิด...

ทนเหรอ

จู่ๆ เขาก็ชะงักไป

เขานึกถึงตอนที่เจิ้งอวี่กำลังถูกบอสถนนเหมันต์เล่นงานอย่างหนัก เถาเฉียนหยิบกระบองหลวงจีนขึ้นมาด้วยสายตาแน่วแน่ ไม่สนใจคำทัดทานของเขา และพุ่งตัวเข้าไปช่วยอย่างไม่คิดชีวิต

นึกถึงความกล้าหาญของเค่ออิงและเหวินเหรินฉิงอวี่ที่กล้าเอาชีวิตตัวเองเข้าแลกเป็นเดิมพัน

ถ้าให้โอกาสเขาเลือกอีกครั้ง เขาจะกล้ายืนหยัดทนต่อไปไหมล่ะ

เขาจะกล้าพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อนเหมือนอย่างที่เถาเฉียนทำได้ไหม

จะกล้าเอาอนาคตของตัวเองไปเดิมพันด้วยชีวิตหรือเปล่า

คำตอบคือ ไม่

เขารู้ตัวดีว่าเขาเป็นแค่ไอ้ขี้ขลาดคนหนึ่ง...

เขามองไปที่ประกาศแจ้งเตือนตรงหน้า...[สมาชิกปาร์ตี้ อู๋จง (หลวงจีนผู้มีวรยุทธ์) ละทิ้งสมรภูมิหลบหนี จะไม่ได้รับรางวัลใดๆ ทั้งสิ้น และถูกลงโทษจากการบังคับถอนตัว]...

ละทิ้งสมรภูมิหลบหนี...คำสี่คำนี้ราวกับเป็นคำดูถูกที่ทิ่มแทงตาเขา ทำเอาอู๋จงหน้ามืดและสลบเหมือดไปกองกับพื้นทันที

"ใครก็ได้ช่วยที มีคนอกแตกตายเพราะชวดของรางวัลสลบไปแล้ว มีนักบวชไหม ร่ายเวทฮีลให้เขาที"

มีคนตะโกนขึ้นมาอย่างจงใจปั่นประสาท

"อย่าเลย ปล่อยให้นอนไปเถอะ ขืนปลุกเขาตื่นมาตอนนี้ เดี๋ยวพอเจิ้งอวี่ออกมาเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนล่ะ ทำแบบนั้นมันใจร้ายเกินไปนะ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า ใจร้ายจริงๆ ด้วย งั้นเรื่องใจร้ายแบบนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง ฉันเป็นนักบวชเลเวลสิบ รับรองว่าเวทฮีลของฉันเด็ดแน่นอน!"

"นั่งดูเรื่องตลกมาทั้งวัน วันนี้สนุกเป็นบ้าเลย"

มนุษย์เราก็แบบนี้แหละ ชอบดูเรื่องสนุกๆ โดยไม่สนว่าเรื่องมันจะใหญ่โตแค่ไหน

โดยเฉพาะเรื่องที่ทำให้พวกเขารู้สึกสะใจ พวกเขายิ่งชอบที่จะซ้ำเติม

นี่แหละที่เรียกว่า...พลังบวก!

กลุ่มหนึ่งกำลังมุงดูเรื่องสนุก กลุ่มหนึ่งกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเมามัน และอีกกลุ่มก็เริ่มเปิดสงครามคีย์บอร์ดในเว็บบอร์ดกันแล้ว

กระทู้ที่เคยด่าเจิ้งอวี่ก่อนหน้านี้ ถูกขุดขึ้นมาจนหมดเกลี้ยง

กระทู้ต้นทาง : [เจิ้งอวี่มันเหลิงไปแล้ว ถึงกล้าปฏิเสธทีมที่มีผู้เล่นพรสวรรค์ระดับเอถึงสี่คน]

ความเห็นที่ 126 : "หลี่เฟิงต่างหากที่เหลิง ถึงกล้าไปแย่งทรัพยากรของเจิ้งอวี่"

ความเห็นที่ 127 : "หึ ระดับเอสี่คนแล้วไงวะ ถ้าหลี่เฟิงไม่ได้แย่งทรัพยากรเจิ้งอวี่ไป ถ้าไม่ได้พึ่งพาเบื้องหลังของครอบครัว เขาจะทำลายสถิติได้เหรอ ก็แค่พวกขี้ขโมยชัดๆ"

กระทู้ต้นทาง : [ในฐานะคนที่มีพรสวรรค์ระดับเอสเพียงคนเดียวของเมืองเจียงสุ่ย การกระทำของเขาช่างน่าพิศวงยิ่งนัก]

ความเห็นที่ 298 : "ฮ่าฮ่าฮ่า น่าพิศวงเหรอ คนเขามีปัญญาเคลียร์ขุมนรกระดับฝันร้ายได้ด้วยตัวเอง ยังต้องง้อให้หลี่เฟิงมาช่วยแบกอีกเหรอ"

ความเห็นที่ 299 : "น่าพิศวงจริงๆ นั่นแหละ สิ่งที่น่าพิศวงไม่ใช่การตัดสินใจของเจิ้งอวี่ แต่เป็นความแข็งแกร่งของเขาต่างหาก!"

กระทู้ต้นทาง : [วิเคราะห์เจาะลึกความยากของการเคลียร์ขุมนรกถนนเหมันต์ระดับง่ายด้วยเวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที]

ความเห็นที่ 1112 : "สรุปว่า...นายวิเคราะห์หาพระแสงอะไรเนี่ย"

ความเห็นที่ 1113 : "เจ้าของกระทู้วิเคราะห์ซะยืดยาว สุดท้ายก็สรุปว่าเจิ้งอวี่ฟลุคผ่านระดับง่ายมาได้ ถ้างั้นตอนนี้เจิ้งอวี่ผ่านระดับฝันร้ายแล้ว นายช่วยวิเคราะห์หน่อยสิว่าคราวนี้ใช้ความฟลุคแบบไหนอีก"

ความเห็นที่ 1114 : "ไม่นึกเลยว่ากระทู้วิเคราะห์แบบมั่วซั่วของไอ้ตานี่ จะมีคนเข้ามาตอบตั้งพันกว่าความเห็น..."

กระทู้ต้นทาง : [วิเคราะห์อย่างมีเหตุผล การที่เจิ้งอวี่ปฏิเสธคำเชิญของหลี่เฟิงถือเป็นเรื่องดี เพราะมันแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอันเปี่ยมล้นของเจิ้งอวี่!]

ความเห็นที่ 17 : "เช็ดเข้! นายมันแน่จริงๆ!"

ความเห็นที่ 18 : "โครตสุดยอด ในบรรดากระทู้เป็นร้อยๆ มีนายคนเดียวที่เชียร์เทพเจิ้งอวี่ แล้วนายก็ดันพูดถูกซะด้วย มันคือความมั่นใจอันเปี่ยมล้นจริงๆ"

ความเห็นที่ 19 : "ต้องมีความแข็งแกร่งที่แท้จริง ถึงจะมีความมั่นใจที่แท้จริง เจ้าของกระทู้ นายมันคนตาสว่าง!"

ความเห็นที่ 20 : "เลิกอวยเก่งหลังเกมกันได้แล้ว ไอ้หมอนี่มันเป็นพวกชอบปั่น ฉันไปดูประวัติกระทู้เขามาแล้ว เขาชอบตั้งกระทู้สวนกระแสชาวบ้าน เน้นกวนประสาทเป็นหลัก ครั้งนี้ก็แค่แมวตาบอดจับหนูตายเดาถูกพอดีเท่านั้นแหละ"

กระทู้ต้นทาง : [เจิ้งอวี่ไอ้ขี้ขลาด ไอ้สวะนักอัญเชิญ (กระทู้ด่าล้วนๆ โลกสวยเชิญป้ายหน้า)]

ความเห็นที่ 154 : "มา เปิดวอร์เลย!"

ความเห็นที่ 155 : "ออกมาให้โดนด่าซะดีๆ!"

ความเห็นที่ 191 : "เจ้าของกระทู้ไอ้ขี้ขลาด ไอ้สวะ! (ด่าล้วนๆ ใครจะบวกก็มา!)"

เจิ้งอวี่ยังไม่ทันถูกเทเลพอร์ตออกมาด้วยซ้ำ

เวลาเพียงแค่ห้านาที

เว็บบอร์ดทุกแห่งในเมืองเจียงสุ่ยก็ลุกเป็นไฟ

ไม่ใช่แค่เว็บบอร์ดเท่านั้น แม้แต่โทรศัพท์ในห้องทำงานของนายกเทศมนตรี และโทรศัพท์ของหลี่หนานรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรก็สายแทบไหม้

การประชุมฉุกเฉินรอบดึกถูกจัดขึ้นอย่างเร่งด่วนในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีเมืองเจียงสุ่ย

ในขณะเดียวกัน

เมืองซ่างยวี่ที่เป็นเพื่อนบ้านของเมืองเจียงสุ่ย ก็ได้รับข่าวนี้เช่นกัน

จางจ้าน นายกเทศมนตรีเมืองซ่างยวี่มองเลขานุการด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เลขาของเขาส่ายหน้าแล้วบอกว่า "เจิ้งอวี่ไม่รับสายครับ"

จางจ้านพยักหน้าแล้วบอกว่า "งั้นก็แปลว่าเขายังไม่ออกจากขุมนรก"

เขาลุกขึ้นยืน จุดบุหรี่สูบ และหลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็สั่งเลขาว่า "คุณรีบส่งคนไปที่เมืองเจียงสุ่ยเดี๋ยวนี้เลย ไปดักรอเขาที่หน้าประตูขุมนรก!"

"ให้ฉายฟางไป เขาเคลื่อนที่ได้เร็ว จากเมืองซ่างยวี่ไปเมืองเจียงสุ่ยเขาใช้เวลาแค่สองนาทีก็ถึงแล้ว"

"ยังไงก็ต้องดึงตัวอัจฉริยะคนนี้มาให้ได้!"

"ในเมื่อเมืองเจียงสุ่ยไม่ต้องการ งั้นเมืองซ่างยวี่ของเราก็ขอรับไว้เอง!"

"ลาภลอยก้อนโตนี้ เมืองซ่างยวี่ขอรับไว้เอง!"

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 36 - ลาภลอยก้อนโตนี้ เมืองซ่างยวี่ขอรับไว้เอง!

คัดลอกลิงก์แล้ว