- หน้าแรก
- ใครว่านักอัญเชิญกระจอก เริ่มต้นด้วยพรสวรรค์พันธสัญญาปีศาจแบบจัดเต็ม
- บทที่ 32 - แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าขอโทษ?
บทที่ 32 - แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าขอโทษ?
บทที่ 32 - แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าขอโทษ?
บทที่ 32 - แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าขอโทษ?
☆☆☆☆☆
ฟู่...
เปลวเพลิงกลืนกินทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้นทันที
หลังจากวิวัฒนาการเป็นขั้นสี่ รัศมีของออร่าเปลวเพลิงก็ขยายใหญ่ขึ้นถึงห้าสิบเมตร ถึงแม้จะครอบคลุมไม่ถึงทั่วทั้งทะเลสาบไร้น้ำแข็ง แต่มันก็กว้างมากพอแล้ว
เปลวไฟที่ลุกโชนไม่เพียงแต่ทำให้เสี่ยวฉีกรีดร้องด้วยความทรมาน แต่มันยังทำให้แมงมุมหนังมนุษย์และศพหญิงสาวในบ่อซึ่งเป็นธาตุน้ำแข็งเหมือนกันต้องถอยกรูดเพื่อหนีจากการถูกแผดเผา
ช่วยเปิดโอกาสให้แม่ทัพก็อบลินได้มีเวลาพักหายใจ
"..."
พวกเถาเฉียนเงียบกริบกันไปอีกรอบ
พวกเขาจ้องมองงูมังกรเพลิงคู่อย่างอึ้งๆ
ถึงแม้เค่ออิงจะเดาไว้แล้วว่าเจิ้งอวี่น่าจะมีไพ่ตายซ่อนไว้ตอนเลเวลสิบ แต่เธอก็ไม่คิดว่าไพ่ตายใบนี้มันจะเวอร์วังอลังการขนาดนี้
งูมังกรเพลิงคู่เพิ่งจะปรากฏตัวก็สามารถข่มบอสถนนเหมันต์ที่อยู่ในสภาวะคลุ้มคลั่งได้อยู่หมัด
"มีคนต้องเสียใจแหงๆ งานนี้"
พอเห็นว่างูมังกรเพลิงคู่สามารถกดบอสได้ เถาเฉียนก็ไม่เก๊กหน้าเครียดอีกต่อไป เขายืนหัวเราะคิกคักอยู่ข้างๆ เจิ้งอวี่
"เอาจริงๆ มันก็เป็นเรื่องปกติแหละนะ"
เจิ้งอวี่รู้ว่าเถาเฉียนกำลังพูดถึงอู๋จงที่ถอนตัวไปแล้ว
"ก็เขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่เพื่อฉันนี่นา"
ถึงแม้อู๋จงจะเตรียมตัวมาถึงสามปีเพื่อที่จะได้เป็นผู้เล่น และยอมกัดฟันยืมเงินเพื่อที่จะได้มีชื่อบันทึกในผังตระกูล
แต่ของพวกนั้นเมื่อเทียบกับชีวิตแล้ว...มันช่างเล็กน้อยเหลือเกิน ไม่มากพอที่จะเป็นเหตุผลให้เขายอมสละชีวิตอยู่ที่นี่
การจากไปของเขาก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้
ส่วนผลลัพธ์จะเป็นยังไง เขาก็ต้องยอมรับมันเอง
ไม่ว่าจะดีหรือร้าย มันก็ไม่เกี่ยวข้องกับเขาอีกต่อไปแล้ว
"ฉันแค่สงสัยว่าทำไมพวกเธอสองคนถึงยังอยู่ต่างหาก"
เจิ้งอวี่หันไปมองเหวินเหรินฉิงอวี่และเค่ออิงด้วยความอยากรู้
"เหตุผลที่ว่าอยากจะเดิมพันว่าฉันมีไพ่ตายตอนเลเวลสิบ มันไม่น่าจะใช่เหตุผลหลักที่ทำให้พวกเธอยอมอยู่ที่นี่หรอกมั้ง"
เมื่อเห็นว่าเจิ้งอวี่ถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง และดูเหมือนว่าคงไม่ยอมให้พวกเธอแต่งเรื่องหลอกง่ายๆ เหวินเหรินฉิงอวี่จึงยอมพูดความจริง "ฉันอยากจะล้างแค้น แน่นอนว่าฉันต้องการความแข็งแกร่ง"
"เดิมทีฉันก็ไม่ได้คาดหวังเรื่องการล้างแค้นเท่าไหร่หรอก แต่ถ้าสามารถเคลียร์ขุมนรกระดับฝันร้ายได้ มันก็พอจะมีความหวังขึ้นมาบ้าง"
"ส่วนเค่ออิง เธอจำเป็นต้องแข็งแกร่งขึ้น เธอทำความผิดร้ายแรงในตระกูลและกำลังถูกตระกูลตั้งค่าหัวตามล่า ถ้าเธอไม่มีความแข็งแกร่ง จุดจบก็คงไม่ต่างอะไรกับการตายทั้งเป็น"
เป็นเหตุผลที่ยากจะโต้แย้งจริงๆ
คนหนึ่งต้องการแก้แค้น อีกคนต้องการเอาชีวิตรอด ต่างก็ต้องการความแข็งแกร่งด้วยกันทั้งคู่
"ตระกูลตั้งค่าหัวตามล่า?"
เจิ้งอวี่สนใจคำนี้มาก เขาแค่อยากรู้ว่าคนในสายเลือดเดียวกันจะลงมือฆ่าแกงกันเองได้ลงคอเชียวเหรอ
เค่ออิงไม่ได้อธิบายว่าทำไมเธอถึงถูกตระกูลตั้งค่าหัวตามล่า
แต่มันต้องไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แน่
สรุปก็คือ สองสาวนี่เป็นคนมีเบื้องหลังด้วยกันทั้งคู่
เจิ้งอวี่กับเถาเฉียนสบตากัน การเป็นคนธรรมดานี่มันใช้ชีวิตง่ายกว่าจริงๆ...
ในระหว่างที่กำลังคุยกัน งูมังกรเพลิงคู่ก็ได้ปลดปล่อยสกิลที่ทรงพลังที่สุดอย่างนรกอสรพิษอัคคีออกมาแล้ว!
พริบตาเดียว
ใจกลางทะเลสาบไร้น้ำแข็งก็แปรสภาพกลายเป็นทะเลเพลิงอย่างสมบูรณ์
บอสเสี่ยวฉีราวกับตกลงไปในขุมนรก ถูกเปลวไฟแผดเผาและกัดกร่อน...
ตัวเลขดาเมจลอยละล่องขึ้นมาจากร่างของมันอย่างหนาแน่น
"โฮก!"
เมื่อเห็นว่าเสี่ยวฉีกำลังจะถูกไฟคลอกตาย ศพหญิงสาวในบ่อก็พุ่งตัวเข้าไปกอดเสี่ยวฉีเอาไว้เพื่อบังเปลวไฟให้
ฉ่า...
แต่ศพหญิงสาวในบ่อก็ต้านทานดาเมจจากเปลวเพลิงนี้ไม่ไหวเช่นกัน
ฟ่อ ฟ่อ ฟ่อ...
ในขณะเดียวกันเสียงงูขู่ฟ่อก็ดังขึ้น
พวกมันเลื้อยล้อมแมงมุมหนังมนุษย์ที่คิดจะหนี และเปิดฉากโจมตีอย่างไม่หยุดหย่อน
ในฐานะ "พ่อ"
เวลาที่ตัวเองตกอยู่ในอันตราย สิ่งแรกที่แมงมุมตัวนี้คิดจะทำกลับเป็นการหลบหนีซะงั้น
นรกอสรพิษอัคคีแต่ละวงจะมีงูไฟสามสิบตัว
พอบวกกับความสามารถในการคูณสองของงูมังกรเพลิงคู่ ก็กลายเป็นมีงูไฟทั้งหมดหกสิบตัวล้อมกรอบแมงมุมหนังมนุษย์เอาไว้ รัดรึงร่างของมันจนแน่นขนัด
ฉ่า...
เสียงเผาไหม้ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องที่ใจกลางทะเลสาบไร้น้ำแข็ง
และทุกสิ่งทุกอย่างก็ค่อยๆ รูดม่านปิดฉากลงภายใต้เปลวไฟที่ลุกโชนนี้
การต่อสู้ในฉากสุดท้ายไม่ได้ดุเดือดเลือดพล่าน และไม่ได้มีการปะทะกันอย่างสูสีสมน้ำสมเนื้ออย่างที่คิด มีเพียงการต้อนให้จนมุมฝ่ายเดียวของงูมังกรเพลิงคู่เท่านั้น
งูมังกรเพลิงคู่ขั้นสี่
คุณสมบัติธาตุไฟคูณสอง
เอฟเฟกต์สัตว์อัญเชิญคลั่งศึก
ทำให้งูมังกรเพลิงคู่อยู่ในจุดที่ได้เปรียบแบบสุดกู่ อย่างน้อยๆ ในขุมนรกถนนเหมันต์แห่งนี้มันก็ถือว่ามีความได้เปรียบโดยกำเนิดอยู่แล้ว
ตู้ม...
เปลวไฟยังคงลุกโชน
แมงมุมหนังมนุษย์ดิ้นรนอย่างทุรนทุราย
แต่เพราะมันไม่มีหลอดเลือด ไม่มีชีวิต มันจึงไม่ตาย ทำได้เพียงแค่ดิ้นรนและทนรับความเจ็บปวดต่อไป
ณ ใจกลางทะเลสาบไร้น้ำแข็ง
สองแม่ลูกที่แท้จริงกำลังกอดกันกลมอยู่ท่ามกลางเปลวไฟของนรกอสรพิษอัคคี เฝ้ารอคอยความตายอย่างเงียบสงบ
ไม่สิ ศพหญิงสาวในบ่อต่างหากที่กำลังรอคอยความตาย
เธอใช้ร่างกายของตัวเองกดทับเสี่ยวฉีที่กำลังดิ้นรนเอาไว้
เสี่ยวฉีที่ถูกเผาจนผิวหนังแตกเกรียมเป็นถ่านพยายามจะหนีออกจากนรกแห่งไฟนี้ แต่กลับถูกศพหญิงสาวในบ่อกอดรัดเอาไว้แน่น
"ปล่อยฉันนะ!"
"ปล่อยฉันสิ!"
เสี่ยวฉีใบหน้าบิดเบี้ยว ดิ้นรนสุดชีวิตพร้อมกับตะโกนด่าทออย่างบ้าคลั่ง
ในเวลานี้ เลือดของเขาหมดหลอดไปแล้ว แต่เขากลับยังไม่ตายสนิท
เจิ้งอวี่ไม่ได้สั่งให้งูมังกรเพลิงคู่และแม่ทัพก็อบลินโจมตีต่อ เพราะมาถึงจุดนี้ก็ถือว่าจบเกมแล้ว
เรื่องราวหลังจากนี้ไม่ใช่เรื่องที่เจิ้งอวี่จะต้องเข้าไปยุ่งอีกต่อไป
"แกอยากให้ฉันตายนักใช่ไหม!"
เสี่ยวฉีโกรธจัด เขาพบว่าตัวเองไม่สามารถสลัดหลุดจากการควบคุมของศพหญิงสาวได้ ด้วยความโกรธแค้นเขาจึงพุ่งเข้าไปกัดเข้าที่ไหล่ของศพหญิงสาวอย่างแรง
ใบหน้าซีดเผือดของศพหญิงสาวในบ่อ ในที่สุดก็เผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา
"เสี่ยวฉี ปล่อยให้ทุกอย่างมันจบลงเถอะนะ อย่าทนทุกข์ทรมานอีกต่อไปเลย"
"จบงั้นเหรอ ทำไมต้องจบด้วย ความเจ็บปวดของฉันพวกแกเป็นคนสร้างขึ้นมาเอง แล้วตอนนี้จะมาบอกให้จบก็ต้องจบงั้นเหรอ เอาตรรกะอะไรมาพูด!"
"...แม่ขอโทษ"
เมื่อเผชิญหน้ากับคำถามของเสี่ยวฉี ศพหญิงสาวก็ทำได้เพียงกล่าวคำว่าขอโทษ และกอดเขาไว้แน่นขึ้น
"สิ่งที่แกควรจะขอโทษมากที่สุด ก็คือการที่แกให้กำเนิดฉันมา..."
"..."
ศพหญิงสาวเงียบไป
"แม่ขอโทษ"
เนิ่นนานผ่านไป เธอก็ยังคงพูดประโยคเดิม
ความอดทนของเสี่ยวฉีถูกศพหญิงสาวทำลายจนหมดสิ้น เพื่อที่จะสลัดหลุดจากการพันธนาการ เขาจึงเอื้อมมือไปบีบคอศพหญิงสาว
เขาจ้องมองศพหญิงสาวด้วยใบหน้าที่ดุร้ายและน่ากลัวก่อนจะพูดขึ้นว่า "ตอนนี้แกมาพูดขอโทษมันจะมีประโยชน์อะไร เรื่องบัดซบพวกนั้นมันเกิดขึ้นไปหมดแล้ว ความทรมานที่ฉันได้รับพวกแกไม่เคยมาสัมผัสด้วยซ้ำ!"
"แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดคำว่าขอโทษ?"
"ตอนที่ฉันถูกพวกมันจับไปทรมาน แกมัวทำอะไรอยู่"
"ตอนที่ฉันถูกพวกมันผ่าท้องควักไส้เอาเครื่องในไปทำเค้ก แกไปมุดหัวอยู่ที่ไหน"
"แล้วตอนนี้จะมาขอโทษฉันเนี่ยนะ?"
"แกไม่คู่ควรด้วยซ้ำ!"
เสี่ยวฉีที่กำลังตะโกนอย่างบ้าคลั่ง บีบคอศพหญิงสาวแน่น พร่ำถามคำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ศพหญิงสาวกลับไม่ได้ตอบอะไรกลับมาเลย
เพราะศพหญิงสาวในบ่อได้ตายไปนานแล้ว
ตายไปไม่รู้กี่ปีต่อกี่ปีแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นศพหญิงสาวในบ่อ หรือแมงมุมหนังมนุษย์ ล้วนเป็นสิ่งที่เสี่ยวฉีสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น สร้างขึ้นมาเพียงเพื่อเติมเต็มความเคียดแค้นที่เขาไม่มีวันปล่อยวางลงได้
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนถูกควบคุมโดยเสี่ยวฉี
รวมไปถึง...การที่ศพหญิงสาวกอดเขาเอาไว้ และคำพูดที่ว่า "แม่ขอโทษ" นั่นด้วย
ก็แหงล่ะ ซากศพยะเยือกที่ตัวเองสร้างขึ้นมา จะมาพันธนาการตัวเองไว้ได้ยังไง
ฟู่...
เปลวไฟดับลง
ความหนาวเหน็บและทะเลสาบไร้น้ำแข็งก็มลายหายไปด้วย
สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาแทนที่คือถนนสายหนึ่งที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความอึดอัด
เจิ้งอวี่ เถาเฉียน เหวินเหรินฉิงอวี่ และเค่ออิงยืนอยู่บนถนน มองดูถนนฟู่ยุ่นที่ร่วงโรยลงทุกวัน รวมถึงกลุ่มคนที่กำลังทำหน้าถมึงทึงด้วยความโกรธแค้น
พวกเขาเดินผ่านพวกเจิ้งอวี่ไป ตรงไปยังเด็กชายวัยเจ็ดแปดขวบคนหนึ่ง
"ฝีมือแกใช่ไหม"
"นักท่องเที่ยวก็หาย ธุรกิจก็พัง ร้านของฉันก็ไปกู้หนี้ยืมสินมาลงทุน ตอนนี้หาเงินไม่ได้สักแดงเดียว แถมยังต้องมาเสียเงินเก็บทั้งชีวิตไปอีก!"
"ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลงแล้ว แม่หมอบอกว่าแค่ฆ่ามัน เอาเครื่องในของมันมาเซ่นไหว้ให้ถนนฟู่ยุ่น ถนนฟู่ยุ่นก็จะกลับมาเป็นเหมือนเดิม"
"จับมันไว้ ลูกของคนบ้า ฆ่าทิ้งไปก็ไม่น่าเสียดายหรอก"
ในบรรดาคนกลุ่มนี้ เจิ้งอวี่เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยหลายคน
พ่อครัว พนักงานฆ่าปลา เจ้าของร้านขายเนื้อ รวมถึงหัวหน้าหมู่บ้านที่กำลังพูดอยู่ ซึ่งหัวของแมงมุมหนังมนุษย์ก็คือหัวของหัวหน้าหมู่บ้านคนนี้นี่เอง
กลุ่มคนพวกนี้หน้าตาบิดเบี้ยว แทบจะสูญเสียสติสัมปชัญญะไปจนหมดสิ้น
"นี่คือ...ความทรงจำของเสี่ยวฉีงั้นเหรอ"
[จบแล้ว]