- หน้าแรก
- ทะลุมิติไปป่วนเทย์วัต
- บทที่ 19 คุณชอบทนายความสายบู๊ไหมล่ะ?
บทที่ 19 คุณชอบทนายความสายบู๊ไหมล่ะ?
บทที่ 19 คุณชอบทนายความสายบู๊ไหมล่ะ?
ปัง! เสียงปืนดังสนั่นพร้อมกับกระสุนที่พุ่งแหวกอากาศออกไป
หลังจากปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเสวนาอะไรกันอีกต่อไป ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้เธอเต็มไปด้วยโทสะ มีเพียงความปรารถนาเดียวคือการยิงไอ้สวะตรงหน้าให้พรุนเป็นรังผึ้ง
หา? ตัวฉันมีค่าแค่ห้าหมื่นโมราเนี่ยนะ? ตลกสิ้นดี!
อุตส่าห์ลงแรงไปตั้งมากมาย พยายามปั้นหน้าเป็นคนดีที่ทุกคนรัก แต่ในสายตาแก ฉันมีค่าแค่นั้นเองเหรอ?
และที่สำคัญ การถูกตีค่าเป็นแค่สิ่งของมันทำให้เธอหงุดหงิดสุดๆ
สิ้นเสียงปืน ชายร่างบึกบึนที่เป็นผู้ช่วยโจรก็ขนลุกซู่ สัมผัสได้ถึงมัจจุราชที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขาตวัดดาบขึ้นมาป้องกันตามสัญชาตญาณที่สั่งสมมาจากประสบการณ์เฉียดตายนับครั้งไม่ถ้วน
เคร้ง! กระสุนปะทะเข้ากับใบดาบอย่างจัง แรงกระแทกทำเอาแขนของเขาชาไปชั่วขณะ
อาวุธลับนี่มันร้ายกาจนัก อาศัยแค่ความเร็วก็ปลิดชีพคนได้ในพริบตา ชายหนุ่มรู้สึกหนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ หากเมื่อกี้เขาป้องกันไว้ไม่ทันล่ะก็ คงโดนเจาะทะลุร่างและเลือดออกจนตายไปแล้วแน่ๆ
วินาทีนี้ เขาไม่กล้าประมาทหญิงสาวแปลกหน้าตรงหน้าอีกต่อไป เขาปรับลมหายใจ พุ่งทะยานเข้าใส่ พร้อมกับง้างดาบเตรียมฟาดฟันลงมา
'สัญชาตญาณระวังภัย' ทำงาน ทุกสิ่งรอบตัวฉินอวี่ดูเชื่องช้าลง เธออาศัยจังหวะนั้นถอยฉากหลบการโจมตี แล้วเหนี่ยวไกปืนอีกครั้ง ทว่าผิดคาด อีกฝ่ายกลับปัดป้องมันไว้ได้อีก
"หึ พลังทำลายไม่เลวเลยนี่ แต่ลูกดอกนั่นยิงออกมาจากช่องนั้นใช่ไหมล่ะ แค่ข้าเดาทิศทางของช่องนั้นได้ ข้าก็อ่านวิถีของมันออกแล้ว!"
เมื่อเห็นว่าการโจมตีไม่ได้ผล ฉินอวี่ก็อดคิดไม่ได้ว่า คนบนโลกใบนี้ช่างเก่งกาจกันเสียจริง... เอาดาบมาปัดกระสุนปืนเนี่ยนะ? ในชาติก่อนมันต้องอาศัยดวงล้วนๆ แต่ที่นี่ คนแข็งแกร่งกลับทำได้หน้าตาเฉย
ไม่ต้องสงสัยเลย หมอนี่แข็งแกร่งของจริง
แต่เธอก็ยังมีไม้ตายก้นหีบอยู่นะ!
"รับมือปืนลูกโม่ได้ งั้นลองเจอนี่หน่อยเป็นไง!" ฉินอวี่ชักปืนลูกซองแฝดออกมา
"อ่า... ซวยแล้ว"
ปัง!
สัญชาตญาณของเขากรีดร้องบอกว่าอาวุธชิ้นนี้น่าสะพรึงกลัวเกินกว่าจะรับมือตรงๆ ได้
แต่ทว่า ทันทีที่เขาขยับตัว ตาข่ายมฤตยูที่เกิดจากลูกปรายนับไม่ถ้วนก็พุ่งเข้าปะทะร่างของเขาอย่างจัง เขาไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดใดๆ รู้เพียงแค่ว่าร่างกายของเขากำลังปลิวถอยหลังไปอย่างควบคุมไม่ได้
ปัง! เสียงปืนนัดที่สองดังขึ้น
ชายร่างยักษ์ล้มตึงลงกับพื้น ไม่ว่าเขาจะพยายามสั่งการให้ร่างกายขยับสักแค่ไหน มันก็ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ
เมื่อเรี่ยวแรงเหือดหาย เขาทำได้เพียงนอนมองอีกฝ่ายเดินคุกคามเข้ามาใกล้ช้าๆ อย่างไร้ทางสู้
เขากระอักเลือดคำโตก่อนจะอ้อนวอน "เดี๋ยวก่อน อย่า—"
ฉินอวี่ยกปืนลูกโม่ขึ้น เล็งไปที่ศีรษะของเขา แล้วเหนี่ยวไกปืนโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอง้างนกสับ เหนี่ยวไก และยิงซ้ำอีกครั้ง
"คำขอร้องใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอกนะ"
หลังจากนั้น เธอใช้ศพของชายคนนี้ข่มขู่ชายอีกคนที่เพิ่งได้สติ สั่งให้เขาไสหัวออกไปจากหลีเยว่ ชายคนนั้นรีบรับปากและสาบานว่าจะไม่มาโผล่หน้าให้ฉินอวี่เห็นอีก
ทว่า เหตุการณ์ทั้งหมดนี้กลับตกอยู่ในสายตาของใครบางคนอย่างไม่คาดคิด
และนี่ก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมในเวลาต่อมา หญิงสาวผู้เป็นที่รู้จักในนาม "ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอันดับหนึ่ง" ถึงได้มาเยือน
มาพูดถึงหญิงสาวคนหนึ่งในหลีเยว่กันบ้าง เยี่ยนเฟย
ด้วยเรือนผมสีชมพูสลวยและดวงตาสีมรกต เธอไม่ได้มีแค่ความงดงามที่โดดเด่น แต่ยังเป็นคนร่าเริงและช่างเจรจา เมื่อเทียบกับฉินอวี่ที่คอยสวมหน้ากากเข้าหาคนอื่นแล้ว เธอคือเด็กสาวแสนสวยที่เปี่ยมไปด้วยพลังบวกอย่างแท้จริง
แต่ในขณะเดียวกัน เธอก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่โด่งดังในหลีเยว่ ไม่ว่าจะเป็นคดีความใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ผู้คนก็สามารถว่าจ้างหรือขอคำปรึกษาจากเธอได้โดยมีค่าตอบแทน
ความรู้ความเชี่ยวชาญในสายอาชีพและทัศนคติที่ซื่อตรงยุติธรรม ทำให้เธอได้รับคำชื่นชมและการยอมรับอย่างล้นหลาม
เธอมักจะโอ้อวดว่าตัวเองคือ "ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอันดับหนึ่งแห่งหลีเยว่ แบบไม่ต้องสงสัย" และก็ไม่มีใครกล้าคัดค้าน ซึ่งนั่นก็เป็นเครื่องการันตีฝีมือของเธอได้เป็นอย่างดี เยี่ยนเฟยเองก็ภูมิใจในข้อนี้มาก
ถึงกระนั้น เธอก็ยังได้รับจดหมายว่าจ้างที่ชวนให้ปวดเศียรเวียนเกล้า
"ถึง คุณเยี่ยนเฟย:"
"ข้าพเจ้าหวังว่าท่านจะช่วยคุ้มกันหญิงสาวที่ชื่อ 'ฉินอวี่' นางเพิ่งจะมีชื่อเสียงขึ้นมาเมื่อไม่นานมานี้ มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา และเป็นลูกสาวบุญธรรมของครูสอนพิเศษส่วนตัวคนหนึ่ง ท่านสามารถสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับนางได้ไม่ยาก"
"ระยะเวลาการคุ้มกันไม่มีกำหนด และจะชำระค่าจ้างเป็นรายเดือน ท่านจะได้รับค่าตอบแทนเดือนละ 5 ล้านโมรา โดยข้าพเจ้าได้แนบเงินมัดจำล่วงหน้า 3 ล้านโมรามาให้พร้อมกับจดหมายฉบับนี้แล้ว"
"จะเป็นการดีที่สุดหากท่านตกลงรับงานนี้ แต่ถ้าไม่ ก็ขอให้ท่านช่วยดูแลนางเป็นพิเศษหน่อยก็แล้วกัน ถือซะว่าเห็นแก่เงินก้อนนี้"
ไม่มีการลงชื่อผู้ส่ง
นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย? จดหมายว่าจ้างแบบนี้ เพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแรกเลย
ก่อนหน้านี้ก็มีลูกค้าส่งจดหมายมาขอให้เธอช่วยบ้างเหมือนกัน แต่มันก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายทั้งนั้น: ปัญหาข้อพิพาทในครอบครัว ปัญหาเรื่องสัญญาซื้อขายของร้านค้า...
เยี่ยนเฟยมืดแปดด้าน พลางคิดในใจ: เอาคำร้องแบบนี้ไปโยนให้กิลด์นักผจญภัยจะไม่ดีกว่าหรือไง?
ขอแค่เงินถึง อย่าว่าแต่คุ้มกันเลย จะให้ไปตามหาหมาแมว หรือแม้แต่ล้างท่อระบายน้ำทั้งหลีเยว่ คนก็แย่งกันทำจนหัวสั่นหัวคลอนแล้ว
ต่อให้เงินจะไม่เยอะมาก ก็ต้องมีพวกคนแปลกๆ ยอมรับงานอยู่ดี
"มิน่าล่ะ กล่องใบนี้ถึงได้หนักอึ้งขนาดนี้ ที่แท้ก็เต็มไปด้วยโมรานี่เอง..." เยี่ยนเฟยพึมพำขณะลองยกกล่องไม้สลักลวดลายประณีตที่แนบมากับจดหมายขึ้นกะน้ำหนัก
แปลก มันแปลกเกินไปแล้ว....
การไม่มีชื่อผู้ส่งหมายความว่าอีกฝ่ายไม่ต้องการเปิดเผยตัวตน แต่น้ำเสียงที่แฝงอยู่ในตัวอักษร กล่องของขวัญที่ส่งมาด้วย และเงินสด 3 ล้านโมรา ล้วนบ่งบอกว่าผู้ส่งมีฐานะที่ไม่ธรรมดา
ขุนนางระดับสูงที่ปิดบังตัวตน ยอมทุ่มเงินก้อนโตเพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายไปคุ้มกันเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเนี่ยนะ?
ไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย!
ไม่สิ ฉันรู้สึกเหมือนว่าผู้ส่งจะรู้ข้อมูลของฉันด้วย? เยี่ยนเฟยครุ่นคิด
การที่อีกฝ่ายกล้าพูดแบบนั้น แสดงว่าต้องรู้ว่าเธอมีวิชั่นและมีทักษะการต่อสู้ ก็แหงล่ะ ใครจะบ้าจี้เอาเรื่องความปลอดภัยไปฝากไว้กับคนที่ไม่มีฝีมือกันล่ะ?
แต่เรื่องที่เธอมีวิชั่นก็ไม่ได้เป็นความลับอะไร ใครๆ ก็สามารถรู้ได้
ประเด็นสำคัญมันอยู่ที่ท่าทีของอีกฝ่ายต่างหาก
"ทำเหมือนมั่นใจว่าฉันจะรับงานงั้นแหละ แถมยังบอกอีกว่าต่อให้ฉันปฏิเสธ ฉันก็ยังต้องคอยดูแลหญิงสาวแปลกหน้าคนนี้เป็นพิเศษอยู่ดี ถึงเงินที่ให้มาจะมากพอ มากพอที่จะทำให้พยักหน้าตกลงได้ก็เถอะ..."
"หรือว่าจะเป็นคนที่ฉันรู้จักจริงๆ? แต่ในบรรดาลูกค้าของฉัน ใครกันล่ะที่มีกำลังทรัพย์และมีเหตุผลที่จะทำแบบนี้? หยิบเงิน 3 ล้านโมราออกมาจ่ายหน้าตาเฉย... มันแปลกจริงๆ แฮะ"
คิดยังไงก็คิดไม่ออก ข้อมูลมันน้อยเกินไป
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระดับท็อป เธอว่าความมาหมดแล้วตั้งแต่ชาวบ้านตาดำๆ ไปจนถึงเจ็ดดาราแห่งหลีเยว่ ลูกค้าของเธอมีเป็นร้อยเป็นพัน จะให้ไปงมเข็มในมหาสมุทรหาตัวผู้ส่งคงเป็นไปไม่ได้
พูดถึงฉินอวี่... เยี่ยนเฟยก็พอจะคุ้นหูอยู่บ้าง
ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นเด็กสาวหน้าตาดีที่เพิ่งจะโด่งดังขึ้นมา แต่รายละเอียดลึกๆ กว่านั้นเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน
เยี่ยนเฟยเอาสันหนังสือเคาะหัวเบาๆ พลางรำพึง: "อืม~ แปลกจริงๆ... ทำไมถึงต้องเลือกฉันด้วยนะ? ในกิลด์นักผจญภัยก็มีคนเก่งๆ ตั้งเยอะแยะไม่ใช่หรือไง? ทำไมไม่ไปจ้างมืออาชีพแทนล่ะ?"
ช่างเถอะ อย่าเพิ่งไปคิดมากเลย
เยี่ยนเฟยยังคงลังเลว่าจะรับงานนี้ดีหรือไม่
คุ้มกันเหรอ? มันไม่ใช่สายงานของเธอเลยนะขอบอก ถ้าเกิดรับงานมาส่งๆ แล้วทำพลาดจนเป้าหมายได้รับอันตรายขึ้นมาล่ะ? เธอรับผิดชอบไม่ไหวหรอกนะ!
แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอเองก็แอบสนใจอยู่เหมือนกัน
มองในมุมส่วนตัว มันก็น่าค้นหาไม่น้อย... เอาเป็นว่า ช่วงนี้ก็ไม่ค่อยมีคดีอะไรเข้ามา ลองไปสืบดูลาดเลาก่อนก็ไม่เสียหาย!
ดังนั้น เยี่ยนเฟยจึงออกไปเดินเตร็ดเตร่ตามท้องถนน และคอยดักถามคนรู้จักที่คุ้นเคยกันดี
"ฉินอวี่เหรอ? อ้อ หมายถึงเสี่ยวอวี่สินะ เธอเป็นคนดีมากๆ เลยล่ะ ชอบช่วยเหลือคนอื่น แถมยังคุยเก่งด้วยนะ เป็นผู้หญิงที่ดีจริงๆ"
อืมม ดีงาม เป็นคนดีสินะ
"อยากรู้เรื่องของเสี่ยวอวี่งั้นเหรอ? ถามถูกคนแล้วล่ะ เส้นผมของเธอสวยและนุ่มสลวยสุดๆ ริมฝีปากนุ่มๆ นั่นก็เปล่งประกาย ผิวขาวเนียนราวกับน้ำนม น้ำเสียงอ่อนโยนที่ฟังแล้วแทบจะร้องไห้... อ๊า! เธอคือเทพธิดาจำแลงมาเกิดชัดๆ!"
"อ๊า อ๊า เสี่ยวอวี่ ชีวิตฉันขาดเธอไม่ได้แล้ว... ถึงเราจะเป็นผู้หญิงเหมือนกันก็เถอะ ขอให้ฉันได้เฝ้ามองเธออยู่เงียบๆ ตลอดไปเถอะนะ!"
นี่มันเรื่องอะไรกัน น่ากลัวโคตร!
ลูกค้าคนนี้เป็นคนแบบนี้จริงๆ เหรอเนี่ย? ไม่เห็นจะรู้เลย! พอพูดชื่อเด็กผู้หญิงที่ชื่อฉินอวี่ หมอนี่ก็ทำท่าเหมือนคนบ้าผีเข้า แปลกประหลาดเกินไปแล้ว
เยี่ยนเฟยฝืนยิ้มแหยๆ
"อวี่ปุยงั้นเหรอ? เธอเป็นคนน่าสนใจดีนะ ฉันชอบเธอมากๆ เลย อ้อ แต่เหมือนจะมีคนคอยตามตอแยเธออยู่นะ ไม่รู้ว่ายอมแพ้ไปหรือยัง—เธอพูดขึ้นมาก็ดีแล้ว เดี๋ยวฉันแวะไปหาอวี่ปุยดีกว่า"
คำพูดประโยคนี้ทำเอาเยี่ยนเฟยสะดุดหู
เธอเปลี่ยนเป้าหมาย และเริ่มซักไซ้เกี่ยวกับผู้ชายที่คอยตามรังควานฉินอวี่
"หมอนั่นน่ะเหรอ เห็นว่าตามจีบเสี่ยวอวี่อยู่นะ แต่เธอไม่เล่นด้วยเลยสักนิด แบบนี้มันเข้าข่ายคุกคามแล้วไม่ใช่เหรอ? ช่วงนี้เหมือนหมอนั่นจะไปจ้างผู้ช่วยร่างยักษ์มาด้วย คงไม่ได้คิดจะทำมิดีมิร้ายเสี่ยวอวี่หรอกใช่มั้ย...?"
"หึ ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ตาแก่คนนี้จะเอาฟันปลอมชุดใหม่นี่แหละกัดมันให้ตาย!"
อย่างนี้นี่เอง เยี่ยนเฟยถึงบางอ้อ นี่คงเป็นเหตุผลที่บุคคลลึกลับต้องการให้เธอไปคุ้มกันฉินอวี่สินะ
แต่ก็ยังอธิบายไม่ได้อยู่ดีว่าทำไมต้องเจาะจงมาที่เธอ
ถ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของหญิงสาวจริงๆ ด้วยกำลังทรัพย์มหาศาลขนาดนั้น จ้างคนที่แข็งแกร่งกว่านี้ไม่ดีกว่าเหรอ? หรือว่ามีเหตุผลพิเศษอะไร...?
ช่างเถอะ ปล่อยเรื่องนั้นไปก่อน ตอนนี้ข้อมูลที่ต้องการก็ครบถ้วนแล้ว.... ความสนใจของเยี่ยนเฟยพุ่งปรี๊ด และถ้ามีใครคิดจะลักพาตัวเด็กผู้หญิงคนนั้นล่ะก็ เธอไม่มีทางอยู่เฉยแน่!
ไปทำความรู้จักเด็กสาวที่ชื่อฉินอวี่สักหน่อยดีกว่า
เมื่อสืบจนรู้ที่อยู่ของฉินอวี่ เยี่ยนเฟยก็มุ่งหน้าไปหาทันที
เธอเคาะประตู แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ
"ไม่อยู่บ้านเหรอ?"
เธอลองถามไถ่คนแถวนั้นดู แต่ก็ไม่ได้เบาะแสอะไรเลย
แปลกจัง ทำไมถึงไม่มีใครรู้เลยล่ะ? เธอออกจะโดดเด่นและเป็นที่รักขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีใครเห็น
หรือว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้น?
เยี่ยนเฟยครุ่นคิด ก่อนจะพลิกมุมมองในวินาทีนั้น
เป้าหมายไม่ควรเป็นร่องรอยของฉินอวี่ แต่ควรเป็นร่องรอยของอีกคนต่างหาก!
จากนั้นเธอก็ไปสืบเรื่องชายคนที่คอยตามตอแยฉินอวี่ จนได้ความว่าเขาออกนอกเมืองไปแล้ว เยี่ยนเฟยคาดเดาถึงสถานการณ์เลวร้ายที่สุด พึมพำว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล แล้วรีบมุ่งหน้าออกนอกเมืองไปทันที
เยี่ยนเฟยสะกดรอยและค้นหามาตลอดทาง จนในที่สุดก็มาถึงลานกว้างแห่งหนึ่ง
น่าจะแถวๆ นี้นะ... หืม?
จมูกของเยี่ยนเฟยขยับยุกยิก เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นแปลกๆ กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยปะปนอยู่ในอากาศ! ในฐานะลูกครึ่งเซียน ประสาทสัมผัสของเธอเฉียบคมกว่าคนทั่วไปมาก เธอจึงได้กลิ่นนี้ ในขณะที่คนอื่นไม่มีทางรับรู้ได้เลย
"แย่แล้ว ต้องรีบแล้ว!"
เยี่ยนเฟยตามกลิ่นนั้นไป จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านซอมซ่อหลังหนึ่ง
ไม่ผิดแน่ กลิ่นมาจากที่นี่... โชคดีที่จมูกไว ไม่งั้นคงไม่รู้จะไปเริ่มหาจากตรงไหน
เยี่ยนเฟยเตรียมตัวให้พร้อม แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้หน้าต่างอย่างเงียบเชียบ
ท้องฟ้าเริ่มมืดสลัวแล้ว แต่สภาพแวดล้อมแบบนี้แหละที่เหมาะกับการพรางตัวที่สุด อันดับแรกต้องประเมินสถานการณ์ก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะลงมือยังไง จะผลีผลามไม่ได้เด็ดขาด เผื่อตัวประกันได้รับอันตราย
เธอย่อตัวลงริมหน้าต่าง แล้วชะโงกหน้าเข้าไปดู
ขอฉันดูหน่อยซิ.... หืม?
เยี่ยนเฟยแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง ภายในบ้านมีคนอยู่สองคน กับศพอีกหนึ่งศพ
คนหนึ่งดูเหมือนจะเป็นหญิงสาว รูปร่างบอบบาง ส่วนอีกคน ดูจากลักษณะแล้ว น่าจะเป็นไอ้หมอคนที่ตามตอแยฉินอวี่ไม่ผิดแน่
ส่วนศพนั้นเป็นชายร่างกำยำ... ข้อมูลที่สืบมาถูกต้องเป๊ะ หมอนี่น่าจะเป็นผู้ช่วยที่ไอ้สวะนั่นจ้างมา
เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย? แล้วฉินอวี่ที่เป็นเป้าหมายสำคัญไปอยู่ไหนล่ะ?
เยี่ยนเฟยสับสนงุนงงไปหมด จับต้นชนปลายไม่ถูก สิ่งเดียวที่เธอพอจะเดาได้ก็คือ มีใครบางคนเข้ามาสอดแทรกในเรื่องนี้
หรือว่าจะเป็นคนที่ผู้ส่งจดหมายส่งมา? แล้วถ้าเป็นงั้น จะมาจ้างเธอทำไม...
หญิงสาวในชุดดำสาดน้ำใส่หน้าชายหนุ่มโครมใหญ่
"อั้ก เกิดอะไรขึ้น... ทำไมฉันมาอยู่ที่นี่... แกเป็นใคร!?" ชายหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกสุดขีด เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถูกมัดมือมัดเท้า และผู้ช่วยที่เขาจ้างมาก็กลายเป็นศพนอนตายอยู่แทบเท้า
หญิงสาวชุดดำไม่ได้เปิดเผยตัวตน เธอไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังชายหนุ่ม แล้วเอามีดสั้นจ่อที่คอหอยของเขา
"ฉันจะยื่นข้อเสนอ แกมีหน้าที่แค่ตกลงและทำตาม ไม่งั้นฉันจะส่งแกไปลงนรกซะ"
"อี๊ด! มะ... ไม่เอา ฉันยังไม่อยากตาย!"
ดูเหมือนจะเป็นการแก้แค้นส่วนตัวสินะ? เยี่ยนเฟยครุ่นคิด
"ยังไม่ถึงคิวแกพูด" ปลายมีดกดลึกลงไปอีกนิด จนมีเลือดซึมออกมาเป็นทางยาว