- หน้าแรก
- กระถางเซียนหมิงพลิกชะตาขอทานน้อย
- บทที่ 140 - สังหารปูคริสตัล
บทที่ 140 - สังหารปูคริสตัล
บทที่ 140 - สังหารปูคริสตัล
บทที่ 140 - สังหารปูคริสตัล
ปูคริสตัลเมื่อพบเป้าหมาย มันก็แกว่งก้ามปูไปมาอีกครั้ง ก้อนหินมากมายปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ เพียงแต่ในครั้งนี้ เป้าหมายทั้งหมดล้วนพุ่งตรงดิ่งไปที่อู๋ฮ่าว
แม้วาการเคลื่อนไหวของอู๋ฮ่าวจะไม่พลิ้วไหวเหมือนอย่างหลงหลิงเอ๋อร์ แต่ถึงอย่างไรเขาก็เคยเป็นศิษย์รับใช้หาบน้ำมาก่อน และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ในอดีตเขาจึงเคยฝึกฝนวิชาตัวเบาที่คล้ายคลึงกับ 'วิชาก้าวมังกรเหยียบเมฆา' ของหลินเหยียนมาบ้างเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อต้องเผชิญหน้ากับก้อนหินที่ปลิวว่อนมาเหล่านี้ เขาก็สามารถหลบหลีกพวกมันได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ก้อนไหนที่หลบไม่พ้นจริงๆ เขาก็ใช้โล่เต่าเจียวรับเอาไว้ตรงๆ
"เขาทำอะไรน่ะ?" หลงหลิงเอ๋อร์ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมอู๋ฮ่าวถึงต้องทำแบบนี้ ทำไมถึงต้องจงใจไปดึงดูดความสนใจของปูคริสตัลด้วยล่ะ
จากนั้นนางก็หันไปมองหลินเหยียน ถึงได้เข้าใจกระจ่าง อู๋ฮ่าวกำลังช่วยดึงดูดความสนใจเพื่อเบี่ยงเบนเป้าหมายไปจากหลินเหยียนนี่เอง
"เคร้ง!" ลิ่มน้ำแข็งพุ่งกระทบเข้ากับใบหน้าของปูคริสตัล ก่อให้เกิดเสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน
มันหันไปมองทิศทางที่ลิ่มน้ำแข็งพุ่งมา ก็พบว่าเป็นหลงหลิงเอ๋อร์ที่อยู่ไกลออกไป นางกำลังถือยันต์แผ่นหนึ่งเอาไว้ในมือ นางจงใจเดินออกมาจากหลังเสาหิน แล้วเปิดฉากโจมตีใส่มันก่อน
"เจ้าปูยักษ์ ข้าอยู่นี่ต่างหากล่ะ เจ้ากำลังโจมตีไปทางไหนเนี่ย" พูดจบนางก็ปายันต์ออกไป ยันต์กลายสภาพเป็นลิ่มน้ำแข็งสามเล่ม พุ่งตรงเข้าใส่มันอีกครั้ง
ปูคริสตัลยกก้ามปูขึ้นมารับการโจมตีจากลิ่มน้ำแข็งได้อย่างง่ายดาย ทั้งสองคนร่วมมือกันเบี่ยงเบนความสนใจของปูคริสตัล
ในที่สุด อานุภาพของยันต์สมบัติกรงเล็บเจียวทมิฬก็ถูกกระตุ้นจนสำเร็จ มันกลายสภาพเป็นกรงเล็บมังกรเจียวสีดำทมิฬ "สำเร็จแล้ว" หลินเหยียนร้องด้วยความดีใจ
ทว่าเขาไม่ได้สั่งโจมตีออกไปในทันที เขารู้สึกว่าการกระตุ้นพลังให้อยู่ในสถานะปกติเพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถสยบปูคริสตัลลงได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียวแน่ๆ เขาจำเป็นต้องกระตุ้นอานุภาพของมันให้รุนแรงยิ่งกว่านี้
ชั่วขณะนั้นเอง หลินเหยียนก็นึกวิธีแปลกๆ ขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง เขาหันไปมองน้ำเต้าที่บรรจุน้ำปราณเอาไว้ที่อยู่ข้างๆ แล้วจัดการปาน้ำเต้าใส่กรงเล็บเจียวทมิฬเข้าไปเต็มๆ
กรงเล็บเจียวทมิฬคว้าหมับบีบน้ำเต้าจนแตกละเอียด น้ำปราณที่อยู่ข้างในก็ไหลรินลงบนกรงเล็บจนหมด น้ำปราณซึมซาบเข้าไปในนั้น ส่งผลให้พลังปราณบนกรงเล็บเจียวทมิฬพุ่งสูงขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่าตัวในพริบตา
หลินเหยียนรู้สึกได้เลยว่า แขนข้างที่เขาใช้ควบคุมกรงเล็บเจียวทมิฬนั้นหนักอึ้งผิดปกติ "ข้าทำสำเร็จแล้ว ช่วยข้าควบคุมปูคริสตัลตัวนั้นที" หลินเหยียนพูดลอดไรฟันด้วยความยากลำบาก
เมื่อหลงหลิงเอ๋อร์และอู๋ฮ่าวได้ยินดังนั้น สายตาของพวกเขาก็หันไปมองพร้อมกัน แล้วก็เห็นว่ามีกรงเล็บสีดำขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือศีรษะของหลินเหยียนจริงๆ
ในครั้งนี้หลินเหยียนเป็นฝ่ายตะโกนออกไป โดยไม่ได้ใช้วิชาส่งเสียงผ่านจิต ตอนนี้เขาไม่มีเวลาว่างไปร่ายคาถาอาคมอื่นใดอีกแล้ว ลำพังแค่การควบคุมกรงเล็บเจียวทมิฬ ก็ถือเป็นขีดจำกัดสูงสุดของเขาแล้ว
"เยี่ยมไปเลย" ทั้งสองคนร้องด้วยความดีใจ
เสียงของเขาไม่เพียงแต่จะดึงดูดความสนใจของคนทั้งสอง แต่ยังดึงดูดความสนใจของปูคริสตัลด้วยเช่นกัน
ปูคริสตัลเมื่อเห็นกรงเล็บขนาดยักษ์ลอยอยู่เหนือหัวของหลินเหยียน มันก็สัมผัสได้ถึงอันตราย มันรีบโยนหินปลิวว่อนเข้าใส่เขา หวังจะขัดจังหวะของเขาให้จงได้
"แย่แล้ว ปล่อยให้มันทำสำเร็จไม่ได้เด็ดขาด" อู๋ฮ่าวรีบวิ่งพุ่งตรงไปหาหลินเหยียนด้วยความเร็วสูง
ความเร็วของเขายิ่งกว่าก้อนหินที่ปลิวว่อนมาเสียอีก เพียงแค่พริบตาเดียว เขาก็มาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าหลินเหยียนแล้ว
เขาชูโล่เต่าเจียวขึ้นมาป้องกันหินที่พุ่งเข้ามา แรงกระแทกส่งผลให้ร่างของเขาเซถอยหลังไปหลายก้าว
หลงหลิงเอ๋อร์เองก็รอคอยจังหวะนี้อยู่เช่นกัน ดอกไม้น้ำแข็งดอกที่สองในฝ่ามือของนาง ควบแน่นเสร็จสมบูรณ์ไปตั้งนานแล้ว "ดอกไม้น้ำแข็ง ไป!"
หลงหลิงเอ๋อร์ขว้างดอกไม้น้ำแข็งออกไปอย่างสุดแรง ดอกไม้น้ำแข็งพุ่งทะยานออกไป ตกกระทบลงบนร่างของปูคริสตัลเข้าอย่างจัง "แกรกๆๆ~" เสียงน้ำแข็งเกาะตัวดังก้อง ร่างกายของปูคริสตัลก็ถูกแช่แข็งเอาไว้อีกครั้ง
"เยี่ยมเลย ตอนนี้แหละ" หลินเหยียนที่กำลังประคองแขนเอาไว้อย่างยากลำบาก เหวี่ยงแขนไปข้างหน้าอย่างแรง
กรงเล็บเจียวทมิฬพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า จากบนลงล่าง ฟาดเข้าใส่ร่างของปูคริสตัลอย่างรุนแรง "ตู้ม! ตู้ม! ตู้ม!" เสียงระเบิดดังกึกก้องถึงสามครั้งซ้อน
ไม่เพียงแต่แรงกดทับจากกรงเล็บเจียวทมิฬเท่านั้น แต่กรงเล็บเจียวทมิฬยังปลดปล่อยอานุภาพที่คล้ายกับการระเบิดออกมาด้วย ส่งผลให้เศษหินบริเวณนั้นปลิวว่อนไปทั่วสารทิศ ฝุ่นควันคลุ้งกระจายไปทั่ว
หลงหลิงเอ๋อร์พุ่งตัวหลบวูบเดียว ก็ไปซ่อนตัวอยู่หลังเสาหินแล้ว อู๋ฮ่าวชูโล่ขึ้นบังอยู่ตรงหน้าหลินเหยียน เพื่อช่วยเขาป้องกันแรงกระแทกจากเศษหิน
ผ่านไปครู่หนึ่ง เมื่อเศษหินหยุดปลิวว่อน และฝุ่นควันจางลง อู๋ฮ่าวถึงได้ค่อยๆ ลดระดับโล่ลงแล้วมองออกไป
ก็เห็นว่าพื้นดินใต้ร่างของปูคริสตัลที่อยู่ไกลออกไป ยุบตัวเป็นหลุมลึก มันนอนหมอบอยู่ก้นหลุมนั้น นิ่งสนิทไม่ไหวติง ไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไร
"มันตายแล้วหรือ?" อู๋ฮ่าวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
"ข้าก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน" หลินเหยียนส่ายหน้า
"หรือว่า พวกเราจะเข้าไปดูใกล้ๆ ดีไหม?" อู๋ฮ่าวเสนอแนะเสียงเบา
หลินเหยียนส่ายหน้า "ข้าว่ารอดูลาดเลากันไปก่อนดีกว่า" เวลาผ่านไปอีกพักหนึ่ง ปูคริสตัลก็ยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง ไม่แม้แต่จะส่งเสียงอะไรออกมาเลย
เหมืองแร่ทั้งเหมืองเงียบสงัดผิดปกติไปชั่วขณะ
ในที่สุด หลงหลิงเอ๋อร์ก็เดินออกมาจากหลังเสาหิน สายตาและจิตสัมผัสของนางกวาดมองไปที่ปูคริสตัล
"พวกท่านออกมากันได้แล้วล่ะ ปูคริสตัลตัวนี้ตายแล้ว ข้าสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายของสิ่งมีชีวิตจากตัวมันเลยแม้แต่นิดเดียว" เมื่อได้ยินคำพูดประโยคนี้ หลินเหยียนและอู๋ฮ่าวถึงได้ลอบถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ในที่สุดก็จัดการได้เสียที
สัตว์อสูรระดับสองตัวนี้ร้ายกาจสมคำร่ำลือจริงๆ พวกเขาทั้งสามคนร่วมมือกัน แทบจะรีดเค้นพลังทั้งหมดที่มีออกมาใช้ แถมยังต้องพึ่งพาอานุภาพของยันต์สมบัติอีก ถึงจะสามารถจัดการมันลงได้
หลินเหยียนและอู๋ฮ่าวเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าปูคริสตัล ทอดสายตามองดูสัตว์ประหลาดร่างยักษ์เบื้องหน้า อู๋ฮ่าววางฝ่ามือลงบนก้ามของปูคริสตัล แล้วลูบคลำไปมา
"เจ้าตัวใหญ่เบิ้มตัวนี้ ทำมาจากคริสตัลจริงๆ หรือนี่ สัมผัสของมันเหมือนคริสตัลไม่ผิดเพี้ยนเลย"
"ร่างกายของปูหินคริสตัลก็คือคริสตัลอยู่แล้วล่ะ อาหารของพวกมันก็คือแร่ธาตุชนิดต่างๆ" "ข้าว่าปูหินคริสตัลตัวนี้ คงจะกินหินเร้นมายาพวกนี้เป็นอาหารนั่นแหละ"
"ข้าคิดว่าตัวมันเอง น่าจะมีคุณสมบัติของหินเร้นมายาอยู่ในตัวบ้างแล้วล่ะ เพียงแต่ว่ามันยังใช้งานไม่เป็นก็เท่านั้นเอง" หลงหลิงเอ๋อร์เดินเข้ามาอธิบาย
สายตาของหลินเหยียนกวาดมองปูคริสตัลอยู่เพียงครู่เดียว เขาก็เริ่มหันไปมองซ้ายมองขวา "อ้าว หลินเหยียน เจ้ากำลังหาอะไรอยู่หรือ?" อู๋ฮ่าวเห็นท่าทางลุกลี้ลุกลนของเขาก็เอ่ยถาม
"ยันต์สมบัติของข้าล่ะ? ทำไมหลังจากสังหารปูคริสตัลแล้ว มันถึงไม่บินกลับมาหาข้าล่ะ?" สายตาของหลินเหยียนกวาดมองหายันต์สมบัติไปทั่วพื้นดิน
"ท่านไม่ต้องหาแล้วล่ะ ยันต์สมบัติกรงเล็บเจียวทมิฬเมื่อครู่นี้ ได้ปลดปล่อยอานุภาพทั้งหมดที่มีออกมาในคราวเดียวแล้ว" "อันที่จริง ยันต์สมบัติก็คือยันต์ประเภทหนึ่ง เมื่ออานุภาพของมันถูกใช้จนหมดสิ้น มันก็จะสูญสลายหายไปเองตามธรรมชาติ" หลงหลิงเอ๋อร์อธิบาย
"อะไรนะ? อานุภาพถูกใช้หมดแล้ว ถ้ารวมครั้งนี้ด้วย ข้าก็เพิ่งจะใช้มันไปแค่สองครั้งเองนะ" "ร้านว่านเป่าของพวกเจ้า คงไม่ได้เอาของมีตำหนิมาหลอกขายข้าหรอกนะ!" หลินเหยียนเบิกตากว้าง ไม่อยากจะยอมรับความจริงข้อนี้เลย
นั่นคือยันต์สมบัติที่เขายอมควักเงินก้อนโตซื้อมาเชียวนะ นั่นมันยันต์สมบัติเลยนะเว้ย จะมาบอกว่าใช้แค่สองครั้งแล้วพังไปเลยเนี่ยนะ?
"เป็นไปได้อย่างไรกัน ร้านว่านเป่าของพวกเราทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมาโดยตลอด จะเอาของมีตำหนิมาหลอกขายท่านได้อย่างไร" "เป็นท่านเองต่างหาก ที่เพิ่งจะกระตุ้นอานุภาพของมันเกินขีดจำกัด เดิมทียันต์สมบัติก็มีอานุภาพจำกัดอยู่แล้ว หากเป็นการกระตุ้นอานุภาพตามปกติ ก็จะสามารถใช้งานได้ประมาณห้าครั้ง แต่ถ้าใช้อย่างประหยัดๆ หน่อย จะใช้สักหกเจ็ดครั้งก็ไม่ใช่ปัญหา"
"แต่เมื่อครู่นี้ท่านใช้วิธีไหนก็ไม่รู้ ดันไปกระตุ้นอานุภาพทั้งหมดที่เหลืออยู่ออกมาในคราวเดียว ถึงได้สามารถสังหารปูหินคริสตัลลงได้ในการโจมตีเพียงครั้งเดียว" "ไม่อย่างนั้น ท่านคิดหรือว่า ด้วยความแข็งแกร่งของกระดองปูหินคริสตัล จะถูกสังหารลงได้อย่างง่ายดายขนาดนี้น่ะ"
"เอ่อ..." หลินเหยียนหวนนึกถึงตอนที่เขาสาดน้ำปราณทั้งน้ำเต้าลงบนกรงเล็บเจียวทมิฬ ไม่คิดเลยว่าน้ำปราณจะไปกระตุ้นอานุภาพทั้งหมดของยันต์สมบัติออกมาในคราวเดียว ในตอนแรกเขายังแอบดีใจอยู่เลย คิดว่ามันเป็นแค่การเพิ่มพลังโจมตีธรรมดาๆ ไม่นึกเลยว่ามันจะเป็นวิธีดึงเอาพลังในอนาคตมาใช้ล่วงหน้าแบบนี้
"เอาเถอะ ได้ซากปูคริสตัลตัวนี้มา ก็ถือว่าคุ้มค่ากับสิ่งที่เราสูญเสียไปแล้วล่ะ" "เท่าที่ข้าดูนะ ซากปูหินคริสตัลตัวนี้ อย่างน้อยๆ ก็สามารถนำไปหลอมเป็นของวิเศษระดับยอดเยี่ยมได้ตั้งห้าหกชิ้นเลยนะ น่าจะพอชดเชยสิ่งที่ท่านสูญเสียไปได้แล้วล่ะ" หลงหลิงเอ๋อร์พูดปลอบใจ
"แล้วพวกเราจะแบ่งกันอย่างไรดีล่ะ? กระดองของปูคริสตัลตัวนี้แข็งจะตายไป พวกเราไม่มีปัญญาชำแหละมันออกมาได้หรอกนะ"
"ร้านว่านเป่าของพวกเรา มีชุดมีดของวิเศษที่ใช้สำหรับชำแหละสิ่งของที่มีความแข็งแกร่งโดยเฉพาะอยู่" "ขอเพียงแค่นำมันไปที่ร้านว่านเป่า ต่อให้ร่างกายของปูคริสตัลตัวนี้จะแข็งแกร่งกว่านี้อีกเป็นเท่าตัว พวกเราก็สามารถชำแหละมันออกมาได้"
"เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน หากพวกท่านไว้ใจข้า ก็ปล่อยให้ข้าเป็นคนนำซากปูคริสตัลตัวนี้กลับไปเถอะ" "หลังจากนี้อีกครึ่งเดือน พวกท่านค่อยไปหาข้าที่ร้านว่านเป่า แล้วพวกเราค่อยมาแบ่งส่วนแบ่งกัน"
หลินเหยียนและอู๋ฮ่าวมองหน้ากัน "ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่ไว้ใจสหายนักพรตหรอกนะ แต่เรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่นี่นา" "สหายนักพรตพูดมาประโยคเดียวแบบนี้ มันยากที่พวกเราจะเชื่อใจได้นะ"
"เอาอย่างนี้ดีกว่า สหายนักพรตพอจะมีของอะไรมาวางค้ำประกันไว้ที่พวกเราบ้างหรือไม่ล่ะ?" หลังจากที่คิดทบทวนดูแล้ว หลินเหยียนก็คิดวิธีประนีประนอมขึ้นมาได้
(จบแล้ว)