เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 130 - บังเอิญพบอู๋ฮ่าว

บทที่ 130 - บังเอิญพบอู๋ฮ่าว

บทที่ 130 - บังเอิญพบอู๋ฮ่าว


บทที่ 130 - บังเอิญพบอู๋ฮ่าว

ทั้งสองคนร่นถอยห่างออกมาไกลกว่าสิบลี้ จนกระทั่งมาถึงริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง

"ที่นี่คงไม่น่าจะเจอพวกคนเหล่านั้นแล้วล่ะ" หญิงสาวร่างเล็กมองไปรอบๆ พลางเอ่ยขึ้น

หลินเหยียนเองก็แผ่จิตสัมผัสกวาดสำรวจไปรอบบริเวณ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครสะกดรอยตามมาจริงๆ

"เมื่อครู่นี้ ขอบคุณสหายนักพรตมากที่ช่วยแก้สถานการณ์ให้" หลินเหยียนกล่าวขอบคุณหญิงสาวร่างเล็ก

"ไม่เป็นไรหรอก พวกนั้นมันคิดจะมาปล้นของของข้า ก็สมควรต้องข่มขวัญพวกมันเสียหน่อย"

"ข้าก็คิดไม่ถึงเหมือนกัน ว่าสหายนักพรตจะมาร่วมการทดสอบเขาฉิวโถวด้วย..."

"นายน้อยเป็นคนสั่งให้ข้ามาน่ะ เขาอยากให้ข้ามาช่วยตามหาของสิ่งหนึ่งให้เขา"

"อ้อ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง ว่าแต่ ข้ายังไม่รู้ชื่อของสหายนักพรตเลย ไม่ทราบว่าสหายนักพรตมีนามว่ากระไรหรือ?"

"ข้าชื่อหลงหลิงเอ๋อร์ แต่นายน้อยมักจะชอบเรียกข้าว่ายาโถว (แม่หนู) เจ้าจะเรียกข้าว่ายาโถวก็ได้นะ"

"หลงหลิงเอ๋อร์ เป็นชื่อที่ฟังดูมีชีวิตชีวาและไพเราะมากเลย" หลินเหยียนกล่าวชื่นชม

หญิงสาวร่างเล็กหัวเราะเบาๆ "ข้าจะถือว่านั่นเป็นคำชมของสหายนักพรตก็แล้วกันนะ"

"สหายนักพรตหลิงเอ๋อร์ ในเมื่อการร่วมมือของพวกเราจบลงแล้ว ข้าก็จะไม่ขอรบกวนเวลาตามหาสมบัติของสหายนักพรตอีก ขอตัวลาตรงนี้เลยแล้วกัน" หลินเหยียนประสานมือคารวะ เตรียมตัวจะจากไป

"เดี๋ยวก่อน สหายนักพรตจะรีบร้อนไปไยเล่า?" หญิงสาวร่างเล็กร้องเรียกเขาเอาไว้

"สหายนักพรตยังมีธุระอะไรอีกหรือ?"

"ในเมื่อพวกเรามีวาสนาได้พานพบกัน สู้หลังจากนี้พวกเราออกเดินทางร่วมกัน ได้สมบัติอะไรมาก็แบ่งกันคนละครึ่งดีหรือไม่?"

"เดินทางร่วมกันงั้นหรือ?"

"ใช่แล้ว ข้าสามารถช่วยสหายนักพรตตามหาสิ่งที่ท่านต้องการได้ ในขณะเดียวกัน ข้าก็ต้องการให้ท่านช่วยตามหาสิ่งที่ข้าต้องการเช่นกัน"

"เรื่องนี้... ก็ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้" หลินเหยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่ก็รู้สึกว่าข้อเสนอนี้ฟังดูเข้าท่าไม่เลว

คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย การมีคนเพิ่มมาอีกคน ย่อมหมายความว่ามีกำลังเสริมเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งแรง

แน่นอนว่า ของที่ได้มาก็อาจจะต้องถูกแบ่งออกไป ทำให้ได้รับส่วนแบ่งน้อยลง

แต่สำหรับสิ่งของจำพวกสมุนไพรหรือผลไม้วิญญาณ เขาไม่ได้ต้องการพวกมันจำนวนมากนักหรอก ขอแค่ได้มาสักต้นหรือสักผลเพื่อเอาไว้ใช้เป็นเมล็ดพันธุ์ก็เพียงพอแล้ว

"ข้าต้องรวบรวมวัตถุดิบหลอมโอสถสร้างรากฐานให้ครบเสียก่อน ตราบใดที่ยังรวบรวมไม่ครบ ข้าก็ไม่อยากจะวอกแวกไปทำอย่างอื่น"

"วัตถุดิบหลอมโอสถสร้างรากฐานงั้นหรือ หึๆ ไม่มีปัญหา ข้าสามารถช่วยสหายนักพรตตามหาพวกมันมาให้ได้ ดีไม่ดี ข้าอาจจะยกวัตถุดิบหลอมโอสถสร้างรากฐานทั้งหมดที่หามาได้ให้ท่านเลยก็ได้นะ ขอเพียงแค่สหายนักพรตยอมไปช่วยข้าหาของสิ่งหนึ่งก็พอ"

"ของอะไรหรือ?"

"แร่ชนิดพิเศษชนิดหนึ่งน่ะ"

...

หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อย หลงหลิงเอ๋อร์จะช่วยหลินเหยียนตามหาวัตถุดิบหลอมโอสถสร้างรากฐาน ส่วนหลินเหยียนก็จะช่วยหลงหลิงเอ๋อร์ตามหาแร่ชนิดนั้น

หลินเหยียนหยิบแผนที่ออกมา เพื่อค้นหาสถานที่ตั้งของสมุนไพรชนิดต่อไป

ทั้งสองคนเดินทางออกจากป่าทึบ มุ่งหน้าไปยังบริเวณเทือกเขา โดยอาศัยเรือปีกนิลในการเหาะเหินระดับต่ำ

เป้าหมายต่อไปที่พวกเขากำลังจะไปตามหา มีชื่อว่า หญ้าเจวี๋ยโส่วอู ซึ่งเป็นพืชวิญญาณที่จะเติบโตบนภูเขาวิญญาณแบบนี้เท่านั้น

ระหว่างทางขึ้นเขา มีคนผู้หนึ่งนั่งพักกินผลไม้อยู่ใต้ร่มไม้

เขาเดินเท้าข้ามเขามาหลายลี้ ก็เพื่อมาตามหาหญ้าเจวี๋ยโส่วอูนี่แหละ

ในขณะนั้นเอง เรือเหาะลำหนึ่งก็บินโฉบข้ามหัวเขาไป

อู๋ฮ่าวแหงนหน้าขึ้นมอง ก็เห็นว่าบนเรือเหาะลำนั้นมีชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่

"กล้าใช้เรือเหาะบินฉวัดเฉวียนอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ ไม่กลัวจะโดนสัตว์อสูรโจมตีหรือไงวะ?"

พอเขาพูดบ่นจบ จู่ๆ เขาก็รู้สึกว่ารูปร่างหน้าตาของชายบนเรือเหาะลำนั้นดูคุ้นตาพิกล

"คนผู้นั้นทำไมถึงดูเหมือนศิษย์น้องหลินนักล่ะ?"

พอเพ่งมองดูดีๆ ก็พบว่าเป็นหลินเหยียนจริงๆ เขารีบผุดลุกขึ้น แล้ววิ่งตามทิศทางที่เรือเหาะลำนั้นบินไปทันที

สาเหตุที่หลินเหยียนกับหลงหลิงเอ๋อร์กล้าใช้เรือเหาะบินอย่างโจ่งแจ้งขนาดนี้ ก็เพราะหลงหลิงเอ๋อร์หยิบถุงหอมชนิดพิเศษออกมา

ภายในถุงหอมใบนี้บรรจุมูลของสัตว์อสูรระดับสองที่ชื่อว่า พยัคฆ์สะเทือนขุนเขา เอาไว้

คนทั่วไปอาจจะไม่ได้กลิ่นอะไรแปลกประหลาด แต่สัตว์อสูรมีประสาทรับกลิ่นที่ไวมาก พอได้กลิ่นนี้เข้าก็ไม่กล้าเข้าใกล้แล้ว

ตลอดเส้นทางที่พวกเขาโดยสารเรือเหาะมา จึงสามารถหลบเลี่ยงสัตว์อสูรระดับหนึ่งมาได้แทบจะทั้งหมด

และสัตว์อสูรส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในดินแดนเร้นลับแห่งนี้ ก็มักจะเป็นสัตว์อสูรระดับหนึ่งทั้งนั้น สัตว์อสูรระดับสองไม่ได้พบเจอกันได้ง่ายๆ หรอก

เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นผู้โชคดีบางคน ที่บังเอิญไปเจอสัตว์อสูรระดับสองกำลังต่อสู้กันอยู่พอดีเท่านั้นแหละ

"ศิษย์น้องหลิน! ศิษย์น้องหลิน!"

จู่ๆ หลินเหยียนก็ได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกเขาจากทางด้านหลัง

พอเขาหันกลับไปมอง ก็เห็นว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังวิ่งกระหืดกระหอบอยู่เบื้องล่าง พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อเขาเสียงดังลั่น

"อู๋ฮ่าว! ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ"

หลินเหยียนรู้สึกประหลาดใจระคนดีใจ เขารีบหยุดเรือเหาะแล้วร่อนลงสู่พื้นทันที

"ศิษย์น้องหลิน"

หลินเหยียนลงมาบนพื้น ก็เห็นอู๋ฮ่าวกำลังหอบแฮ่กๆ

"ศิษย์น้องหลิน เป็นเจ้าจริงๆ ด้วย ข้ายังนึกว่าข้าตาฝาดจำคนผิดไปเสียอีก"

"อู๋ฮ่าว บังเอิญจริงๆ เลยนะ เจ้าก็มาอยู่ที่นี่เหมือนกันหรือ?"

"ใช่แล้ว ข้าเห็นในแผนที่ว่าที่นี่อยู่ใกล้ข้าที่สุด แถมยังมีสมุนไพรที่ชื่อว่าหญ้าเจวี๋ยโส่วอูอยู่ด้วย ก็เลยมาลองเสี่ยงดวงดู แล้วเจอล่ะ เจ้าก็มาตามหาหญ้าเจวี๋ยโส่วอูเหมือนกันหรือ?"

อู๋ฮ่าวไม่รู้เรื่องสูตรโอสถสร้างรากฐานหรอก เขาแค่เห็นว่าที่ไหนใกล้ เขาก็ไปที่นั่นแค่นั้นเอง

"ใช่" หลินเหยียนพยักหน้ารับ

"อ้อ จริงสิ ข้าขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือสหายนักพรตหลงหลิงเอ๋อร์ ก่อนหน้านี้เจ้าก็เคยเจอนางแล้วนี่"

"สหายนักพรตอู๋ฮ่าว" หลงหลิงเอ๋อร์ยิ้มบางๆ ให้กับอู๋ฮ่าว

"ที่แท้สหายนักพรตก็มีนามว่าหลงหลิงเอ๋อร์นี่เอง ยินดีที่ได้รู้จัก ยินดีที่ได้รู้จัก" อู๋ฮ่าวยังคงจำหญิงสาวร่างเล็กจากร้านว่านเป่าคนนี้ได้แม่นยำ

"ในเมื่อบังเอิญเจอกันแล้ว พวกเราก็เดินทางไปด้วยกันเลยเถอะ"

"ตกลง ข้าก็คิดแบบนั้นอยู่พอดี"

ทั้งสามคนโดยสารเรือเหาะลำเดียวกัน

โชคดีที่เรือปีกนิลลำนี้เป็นของวิเศษระดับยอดเยี่ยม ไม่อย่างนั้นคงจะบรรทุกคนตั้งสามคนไม่ไหวแน่ๆ

...

หลายชั่วยามต่อมา คนทั้งสามก็ไปซ่อนตัวอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่

สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังรังผึ้งขนาดยักษ์ที่อยู่ไกลออกไป

รังผึ้งนั้นถูกสร้างอยู่บนต้นท้อ ต้นท้อต้นนี้ไม่ได้ออกผลเป็นลูกท้อ แต่กลับมีดอกท้อบานสะพรั่งเต็มต้น

ดอกท้อสีชมพูดูงดงามตระการตายิ่งนัก ฝูงผึ้งบินว่อนอยู่รอบๆ ดอกท้อ เพื่อเก็บเกี่ยวน้ำหวาน

"ต้นท้อพญามังกร? ที่นี่ถึงกับมีต้นไม้วิญญาณชนิดนี้อยู่ด้วยหรือนี่" หลงหลิงเอ๋อร์พึมพำด้วยความประหลาดใจ

"โอ้? ต้นท้อพญามังกร มันเป็นต้นไม้วิญญาณที่พิเศษมากเลยหรือ?" หลินเหยียนถามด้วยความสงสัย เขาไม่เคยได้ยินชื่อต้นไม้ชนิดนี้มาก่อนเลย

"ถึงแม้ต้นท้อพญามังกรจะมีคำว่า 'ท้อ' อยู่ในชื่อ แต่มันไม่ได้ออกผลเป็นลูกท้อหรอกนะ สิ่งที่มีค่าที่สุดของมันคือน้ำหวานจากดอกต่างหาก"

"น้ำหวานจากดอกของต้นท้อพญามังกรมีมูลค่าสูงมาก ไม่ว่าจะนำไปดื่มกินหรือทาภายนอก ก็สามารถช่วยบำรุงเอ็นกระดูกให้แข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่ง และปรับสมดุลหยินหยางในร่างกายได้"

"หากนำไปสกัดเป็นเม็ดยา ก็จะสามารถชะลอความแก่ รักษาอาการบาดเจ็บ และยืดอายุขัยได้ เล่าลือกันว่ามันถึงขั้นทำให้คนแก่กลับกลายเป็นหนุ่มสาวได้เลยทีเดียว" หลงหลิงเอ๋อร์อธิบายยืดยาว

"หา? กลับกลายเป็นหนุ่มสาวได้เลยหรือ มันจะวิเศษวิโสขนาดนั้นเชียว งั้นมันก็เป็นยาอายุวัฒนะระดับเซียนเลยน่ะสิ!" อู๋ฮ่าวที่อยู่ข้างๆ ฟังแล้วก็ถึงกับตกตะลึง

"ข้าก็แค่เล่าตามที่ได้ยินมานั่นแหละ ข้าเองก็คิดว่ามันคงจะพูดเกินจริงไปหน่อย"

"ท้ายที่สุดแล้ว การจะทำให้คนแก่กลับกลายเป็นหนุ่มสาวได้ มันจะไปสำเร็จง่ายๆ แค่พึ่งยาเม็ดธรรมดาๆ สองสามเม็ดได้อย่างไร"

"ข้าคิดว่ายาเม็ดนี้น่าจะมีสรรพคุณในการต้านทานความร่วงโรย และช่วยรักษารูปร่างหน้าตาให้ดูอ่อนเยาว์ไว้ได้เสียมากกว่า ถึงได้มีข่าวลือแบบนี้หลุดรอดออกมา"

"แต่สรรพคุณในการยืดอายุขัยก็น่าจะมีอยู่จริงนะ ไม่อย่างนั้นมันคงไม่มีชื่อเสียงโด่งดังขนาดนี้หรอก"

ในโลกของผู้บำเพ็ญเพียร ยาเม็ดที่สามารถยืดอายุขัยได้ ล้วนถือเป็นยาเม็ดที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับผู้บำเพ็ญเพียรที่อายุมากแล้ว ยาเม็ดที่สามารถต่ออายุขัยให้พวกเขาได้นั้น แทบจะเรียกได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปให้นานขึ้น

แม้ว่าพวกเขาทั้งสามคนจะยังอายุน้อย แต่ใครจะรับประกันได้ว่าในอนาคตพวกเขาจะไม่มีโอกาสได้ใช้มัน

โดยเฉพาะหลินเหยียนกับอู๋ฮ่าว พรสวรรค์ของทั้งสองคนนั้นไม่สู้ดีนัก หากพวกเขาสามารถยืดอายุขัยของตัวเองออกไปได้ บางทีพวกเขาอาจจะสามารถก้าวไปได้ไกลกว่านี้ในเส้นทางการบำเพ็ญเพียร

ต่อให้น้ำหวานดอกท้อนี้จะไม่มีอิทธิฤทธิ์ถึงขั้นทำให้กลับกลายเป็นหนุ่มสาวได้ แต่แค่มีสรรพคุณในการชะลอวัยและยืดอายุขัย แค่สองอย่างนี้ก็เพียงพอแล้วที่จะดึงดูดความสนใจของพวกเขา

"พวกเราต้องหาทางขโมยน้ำหวานดอกท้อนี้มาให้ได้ แต่หลังจากนี้พวกเราควรจะทำอย่างไรดีล่ะ?"

"พวกเราไม่สามารถสกัดน้ำหวานออกมาเองได้หรอก ทำได้แค่ขโมยน้ำหวานที่พวกผึ้งมันทำสำเร็จแล้วจากในรังเท่านั้น"

"การจะทำแบบนั้นได้ ก็ต้องมีคนคอยล่อฝูงผึ้งออกไป แล้วให้มีอีกคนเข้าไปขโมยน้ำหวาน"

"การขโมยน้ำหวานจากรังผึ้งต้องอาศัยคนที่มีประสบการณ์ ซึ่งบังเอิญว่าข้าเคยมีประสบการณ์ขโมยน้ำหวานจากรังผึ้งมาแล้ว หากพวกท่านทั้งสองคนไว้ใจข้า ก็ให้ข้าเป็นคนรับหน้าที่นี้เองเถอะ"

หลินเหยียนกับอู๋ฮ่าวมองหน้ากัน ก่อนจะพยักหน้าตกลง

"ได้ งั้นพวกข้าสองคนจะรับหน้าที่ล่อฝูงผึ้งให้เอง"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 130 - บังเอิญพบอู๋ฮ่าว

คัดลอกลิงก์แล้ว