เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 พยายามของสัมฤทธิ์ผล

บทที่ 110 พยายามของสัมฤทธิ์ผล

บทที่ 110 พยายามของสัมฤทธิ์ผล


บทที่ 110 พยายามของสัมฤทธิ์ผล

เป็นชูโซจากเรื่องวันพีซคนนั้นจริงๆด้วย

ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือชูโซในอนิเมะตอนพิเศษนั่นแหละ

เขาเป็นเผ่าแขนยาว เป็นศิษย์เอกของอดีตพลเรือเอกแห่งศูนย์บัญชาการกองทัพเรือและอดีตหัวหน้าครูฝึกทหารเรืออย่างเซเฟอร์

นัตสึเมะลูบคางตัวเองเบาๆ

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าแม่แบบชูโซต้องตื่นขึ้นมาเพราะเขาเอาชนะไมโตะ ไดได้อย่างแน่นอน

จุดที่ทั้งสองคนนี้เหมือนกันมากที่สุดก็คือความถนัดในเรื่องของวิชากระบวนท่ายังไงล่ะ

และมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ความสามารถทั้งห้าอย่างของแม่แบบชูโซ มีถึงสี่อย่างที่เกี่ยวข้องกับวิชากระบวนท่า

ในแง่หนึ่งแล้ว ความสามารถที่ห้าอย่างฮาคิเกราะก็ถือว่าเกี่ยวพันกับวิชากระบวนท่าอยู่เหมือนกัน

ความสามารถที่หนึ่ง สอง สามและสี่ ล้วนมาจากวิชาที่เรียกกันว่ารูปแบบทั้งหกของกองทัพเรือ

รูปแบบทั้งหกของกองทัพเรือ ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นวิชากระบวนท่าทั้งหกรูปแบบที่ทหารเรือต้องเรียนรู้ ซึ่งก็คือโซรุ กายาเหล็ก กระดาษสา ดัชนีพิฆาต เดินชมจันทร์ และเท้าวายุ

น่าเสียดายที่แม่แบบชูโซมีแค่สี่รูปแบบเท่านั้น นั่นก็คือโซรุ เดินชมจันทร์ ดัชนีพิฆาต และกายาเหล็ก

แต่นัตสึเมะก็ไม่ได้โลภมากหรอกนะ มีแค่สี่รูปแบบนี้ก็ถือว่าดีมากแล้ว

ความสามารถที่หนึ่ง โซรุ

ถ้าพิจารณาจากผลลัพธ์แล้ว มันคล้ายคลึงกับวิชาเคลื่อนย้ายพริบตามาก คือการเคลื่อนที่ในระยะทางสั้นๆภายในชั่วพริบตา

แต่วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาระดับดีมันก็แบ่งออกเป็นหลายระดับอีกที

วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาระดับพื้นฐานก็คือระดับดี มันก็คือการใช้จักระเสริมความเร็วให้กับเท้าทั้งสองข้าง

วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาระดับกลาง ก็จะมีการเพิ่มคุณสมบัติจักระเข้าไปด้วย ยกตัวอย่างเช่นคาถาน้ำ วิชาเคลื่อนย้ายวารี วิชาเคลื่อนย้ายพริบตาระดับสูงสุด ก็คือระดับเอส ยกตัวอย่างเช่นวิชาเทพสายฟ้าเหิน

สำหรับโซรุแล้ว น่าจะเทียบเท่ากับวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาระดับกลาง

สำหรับนัตสึเมะแล้ว มันช่วยชดเชยจุดอ่อนเรื่องความเร็วของเขาได้เป็นอย่างดี

ความสามารถที่สอง เดินชมจันทร์

ในสายตาของนัตสึเมะแล้ว ในบรรดารูปแบบทั้งหกของกองทัพเรือทั้งสี่วิชานี้ เดินชมจันทร์ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุด

เพราะมันเทียบเท่ากับวิชานินจาเหินหาวได้ครึ่งนึงเลยทีเดียว

ถึงแม้จะไม่มีวิชาไอพ่นสีขาวอยู่แล้ว แต่มันก็มีข้อจำกัดในการบินสูงมาก

ตอนนี้เมื่อมีเดินชมจันทร์เพิ่มเข้ามา มันก็จะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการบินและการต่อสู้กลางอากาศของเขาให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

เงื่อนไขการปลดล็อกของมันคือเอาชนะโทคุเบทสึโจนินหรือโจนินห้าคนกลางอากาศ

ด้วยความสามารถของนัตสึเมะในตอนนี้ เมื่อบวกกับวิชาไอพ่นสีขาวแล้ว การจะทำตามเงื่อนไขให้สำเร็จก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร

แถมยังสามารถปลดล็อกไปพร้อมๆกับความสามารถที่สี่และความสามารถที่ห้าของแม่แบบบิกซ์โลว์ได้อีกด้วย

ความสามารถที่สาม ดัชนีพิฆาต

โซรุและเดินชมจันทร์เป็นสายสนับสนุน ส่วนดัชนีพิฆาตคือวิชากระบวนท่าสายโจมตีโดยแท้

ฟังดูแล้วก็คล้ายๆกับวิชาดาบ จิ้มนิ้วลงไปทีเดียว ก็สามารถทะลวงเป้าหมายให้ทะลุได้

มันต้องการให้เรียนรู้โคโนฮะสลาตัน โคโนฮะสลาตันพายุหมุน และโคโนฮะสลาตันวัชระ

เงื่อนไขข้อนี้ก็ไม่ยากเท่าไหร่

สองพ่อลูกไมโตะ ไดและไมโตะ ไกเป็นพวกที่ถ้ามีใครมาช่วยพวกเขา พวกเขาก็พร้อมจะควักหัวใจออกมาตอบแทนให้อย่างจริงใจ

ในเนื้อเรื่องต้นฉบับ ฮาตาเกะ คาคาชิถึงกับไปเรียนวิชาประตูวิถีพลังทั้งแปดมาจากไมโตะ ไกด้วยซ้ำ

นัตสึเมะช่วยให้ไมโตะ ไดได้เป็นจูนิน การจะขอเรียนวิชากระบวนท่าแค่สามวิชานี้ย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว

ความสามารถที่สี่ กายาเหล็ก

กายาเหล็กเป็นวิชากระบวนท่าสายป้องกันที่หาได้ยาก

ปัญหาเดียวก็คือเมื่อใช้กายาเหล็กแล้วจะไม่สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ทำได้แค่ยืนเป็นเป้านิ่งให้ศัตรูตีเท่านั้น

แต่ถ้าการโจมตีของศัตรูรุนแรงเกินไป จนสามารถเจาะทะลวงการป้องกันเข้ามาได้ กายาเหล็กก็จะกลายเป็นแค่สกิลตลกๆไปเลย

เงื่อนไขการปลดล็อกของวิชานี้ค่อนข้างยากเอาการ คือต้องใช้ร่างกายรับการโจมตีของศัตรูในการต่อสู้ถึงห้าครั้ง

โชคดีที่ไม่ได้ระบุว่าต้องเป็นการต่อสู้กับโทคุเบทสึโจนินหรือโจนินเท่านั้น

ไม่อย่างนั้นล่ะก็ นัตสึเมะคงถอดใจที่จะปลดล็อกความสามารถข้อนี้ไปแล้วแน่ๆ

เขามีวิชานินจาหรือทักษะสายป้องกันน้อยมากๆ

ความสามารถที่ห้าเกี่ยวข้องกับจุดเด่นที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งในเรื่องวันพีซนอกเหนือจากผลปีศาจ นั่นก็คือฮาคิ

ฮาคิมีอยู่สามรูปแบบ แต่แม่แบบชูโซมีเพียงรูปแบบเดียว นั่นก็คือฮาคิเกราะ

มันให้ความรู้สึกคล้ายๆกับเวทมนตร์เสริมกำลัง

สามารถเสริมความแข็งแกร่งให้กับร่างกายได้ และเสริมความแข็งแกร่งให้กับอาวุธนินจาได้ด้วย

เงื่อนไขการปลดล็อกก็คือต้องใช้กระบวนท่าเอาชนะโทคุเบทสึโจนินหรือโจนินให้ได้ห้าคน

สำหรับนัตสึเมะในตอนนี้แล้ว มันอาจจะยุ่งยากสักหน่อย

เพราะวิชากระบวนท่าของเขาอยู่ในระดับแค่พอใช้ได้เท่านั้น

แต่เมื่อเขาเรียนรู้กระบวนท่าชุดโคโนฮะสลาตันจนเชี่ยวชาญและปลดล็อกวิชากระบวนท่าทั้งสี่รูปแบบของแม่แบบชูโซได้แล้วการจะทำตามเงื่อนไขนี้ให้สำเร็จก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอะไรอีกต่อไป

หลังจากกลับมาถึงสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าโคโนฮะ นัตสึเมะก็ทดลองใช้วิชาโซรุในห้องของตัวเองดู

ปลายเท้าของเขาสัมผัสพื้นอย่างรวดเร็ว ร่างของเขาก็หายวับไปจากตรงนั้นทันที

เมื่อปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง เขาก็ไปอยู่ที่มุมห้องอีกฝั่งหนึ่งแล้ว

นัตสึเมะพยักหน้ารับเบาๆ

ความเร็วระดับนี้มันเร็วกว่าวิชาเคลื่อนย้ายพริบตาระดับดีเสียอีก

หลังจากทดสอบเสร็จ เขาก็ไม่ได้ฝึกฝนอะไรต่อ ล้มตัวลงนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

เช้าวันรุ่งขึ้น

นัตสึเมะลืมตาตื่นขึ้นมาตรงตามเวลาที่ตั้งไว้

เขาเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วก็เดินเข้าครัวไปทำอาหารเช้า

"อรุณสวัสดิ์ นัตสึเมะ" เสียงของยาคุชิ โนโนดังขึ้นที่หน้าประตู

นัตสึเมะหันไปมองเธอ

เขาถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

ยาคุชิ โนโนยืนพิงกรอบประตูอยู่ เผยให้เห็นหัวไหล่ขาวเนียน

อาจจะเป็นเพราะเพิ่งจะตื่นนอน บนหัวของเธอจึงมีผมเส้นหนึ่งชี้โด่เด่ออกมา

นัตสึเมะเดินเข้าไปหา ยื่นมือออกไป ดึงสายเดี่ยวชุดนอนของเธอขึ้นมาเล็กน้อย แล้วก็ยกมือขึ้นลูบผมที่ชี้โด่เด่ของเธอให้เรียบลง

หลังจากทำเรื่องทั้งหมดนี้เสร็จ เขาก็หันหลังกลับ แล้วทำอาหารเช้าต่อไป

ยาคุชิ โนโนชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน แล้วหมุนตัวเดินกลับเข้าห้องไป

หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังบ้านของอุซึมากิ มิโตะ

"รอพวกนายตั้งนานแหนะ!" อุซึมากิ คุชินะเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว คว้าข้อมือของยาคุชิ โนโน แล้วดึงออกไปข้างนอกทันที

"พวกเธอตั้งใจจะไปเดินเที่ยวที่ไหนกันเหรอ?" นัตสึเมะเดินตามหลังพวกเธอไป มองดูภาพที่พวกเธอเดินจับมือกัน แล้วเอ่ยปากถามด้วยรอยยิ้ม

"การเดินเที่ยวไมมันไม่จำเป็นต้องมีจุดหมายหรอกน่า!" อุซึมากิ คุชินะคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบ

อันที่จริง เธอไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้ยังไงดีต่างหากล่ะ

เพราะเรื่องที่จะไปเดินเที่ยวเมื่อวานนี้มันเป็นแค่การตัดสินใจแบบปุบปับเท่านั้นเอง

"งั้นก็เดินดูไปเรื่อยๆก็แล้วกัน" นัตสึเมะเองก็ไม่ได้มีสถานที่ที่อยากไปเป็นพิเศษเหมือนกัน

ยาคุชิ โนโนก็ยิ่งไม่ต้องพูดถึง

ด้วยนิสัยของเธอ ไปที่ไหนก็ได้ทั้งนั้นแหละ

"พวกเราแวะไปเยี่ยมไดที่โรงพยาบาลโคโนฮะกันดีไหม?" เดินเล่นไปได้สักพัก อุซึมากิ คุชินะก็เสนอความคิดขึ้นมา

"ได้สิ" นัตสึเมะพยักหน้ารับ

การที่ไมโตะ ไดต้องเข้าโรงพยาบาล เขาก็ถือว่าเป็นหนึ่งในตัวการเหมือนกัน

"ทีมของพวกเราก็ถูกยุบไปแล้ว แล้วไดจะทำยังไงต่อไปล่ะเนี่ย?" อุซึมากิ คุชินะนึกอะไรขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถาม

"เธอไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก" นัตสึเมะหัวเราะเบาๆ แล้วพูดว่า "ตอนนี้ไดกลายเป็นนินจาที่ท่านโฮคาเงะให้ความสำคัญไปแล้วนะ เขาต้องถูกจัดเตรียมตำแหน่งที่เหมาะสมให้อย่างแน่นอน"

อุซึมากิ คุชินะชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเข้าใจในทันที

ไมโตะ ไดที่ครอบครองวิชาประตูวิถีพลังทั้งแปดอยู่ ซารุโทบิ ฮิรุเซ็นย่อมต้องดูแลเขาเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

"ในที่สุดความพยายามของไดก็สัมฤทธิ์ผลสักทีนะ" อุซึมากิ คุชินะกล่าวด้วยความประทับใจ

"ทำไมเขาถึงไม่ยอมไปบอกท่านโฮคาเงะล่ะว่าเขาฝึกวิชาประตูวิถีพลังทั้งแปดสำเร็จแล้ว?" ยาคุชิ โนโนหันไปมองนัตสึเมะแล้วถาม

"ข้อแรกก็คือเขาไม่รู้ตัวน่ะสิว่าตัวเองเก่งมากแค่ไหนแล้ว" นัตสึเมะครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบว่า "ข้อสองก็คือพวกนินจาสายกระบวนท่าเพียวๆมักจะถูกดูแคลนมาโดยตลอดน่ะสิ"

เขาเดาว่าไมโตะ ไดน่าถูกกลั่นแกล้งรังแกมาตั้งแต่เด็กจนโตด้วย

เดินคุยกันไปเพลินๆไม่นานทั้งสามคนก็มาถึงโรงพยาบาลโคโนฮะ

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกประหลาดใจก็คือไมโตะ ไดลุกออกจากเตียงแล้ว แถมยังวิ่งออกกำลังกายอยู่ภายในบริเวณโรงพยาบาลอีกด้วย

"ความพยายามขนาดนี้ มีแต่ต้องใช้คำว่าน่ากลัวมาอธิบายแล้วล่ะ" นัตสึเมะอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น

อุซึมากิ คุชินะและยาคุชิ โนโนต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย

"นัตสึเมะ! คุชินะ! โนโน!" เมื่อไมโตะ ไดสังเกตเห็นพวกเขาเขาก็รีบตะโกนเรียก "พอได้เห็นพวกนาย ฉันก็รู้สึกเหมือนพลังแห่งวัยรุ่นกลับมาพลุ่งพล่านอีกครั้งแล้ว ฉันต้องวิ่งเพิ่มอีกร้อยรอบ!"

นัตสึเมะอยากจะบ่นอะไรสักหน่อย แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มตรงไหนดี

พวกที่ฝึกวิชาประตูวิถีพลังทั้งแปดสำเร็จนี่มันไม่น่าจะใช่คนปกติจริงๆด้วย

"ร่างกายของนายเป็นยังไงบ้าง?" นัตสึเมะคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะถามว่า "นายยังต้องพักฟื้นอยู่นะ ไม่แนะนำให้หักโหมออกกำลังกายหนักๆแบบนี้หรอก"

"การออกกำลังกายแค่นี้ไม่เรียกว่าหักโหมหรอกน่า อย่างมากก็แค่การวอร์มอัพเท่านั้นแหละ" ไมโตะ ไดพูดอย่างไม่ใส่ใจ"ร่างกายของฉันฟื้นตัวได้ดีมากเลยนะ ฉันได้รับอนุญาตจากท่านซึนาเดะแล้วถึงได้มาออกกำลังกายน่ะ"

"อย่างนี้นี่เอง" เมื่อนัตสึเมะได้ยินดังนั้นเขาก็เบาใจลง

"ได ถ้านายออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่ พวกเราทั้งสามทีมไปกินข้าวฉลองการได้เป็นจูนินด้วยกันเถอะนะ" อุซึมากิ คุชินะพูดพร้อมรอยยิ้ม

"วัยรุ่นนี่มันช่างสวยงามจริงๆ!" ไมโตะ ไดอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปล่อยโฮออกมาอย่างหนัก

เมื่ออุซึมากิ คุชินะเห็นดังนั้น ก็ถึงกับพูดไม่ออก

"ได เอาไว้ฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนนายหน่อยนะ" นัตสึเมะรอจนเขาร้องไห้เสร็จ จึงพูดขึ้น

"ฉันอยากจะเรียนวิชาโคโนฮะสลาตัน โคโนฮะสลาตันพายุหมุน และโคโนฮะสลาตันวัชระของนายน่ะ"

"ไม่มีปัญหา" ไมโตะ ไดปาดน้ำตาทิ้งแล้วบอก "วัยรุ่นก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันสิ!"

"ถ้างั้นนายก็พักผ่อนให้เต็มที่เถอะนะ" นัตสึเมะพยักหน้ารับ แล้วพูดว่า "ตอนที่นายจะออกจากโรงพยาบาล พวกเราค่อยมารับนายก็แล้วกัน"

ทั้งสามคนบอกลาไมโตะ ได ก่อนจะเดินออกจากโรงพยาบาลโคโนฮะมา

"พวกเธออยากซื้อเสื้อผ้าใหม่ไหม?" นัตสึเมะสังเกตเห็นว่าพวกเขากำลังเดินอยู่ในย่านการค้า จึงเอ่ยปากชวน "เดี๋ยวฉันซื้อให้"

"ขอดูก่อนนะ" อุซึมากิ คุชินะดึงมือยาคุชิ โนโนให้วิ่งเข้าไปในร้านขายเสื้อผ้าที่อยู่ใกล้ที่สุด

นัตสึเมะเดินตามพวกเธอเข้าไปในร้าน

อาจจะเป็นเพราะเป็นวันธรรมดา ภายในร้านขายเสื้อผ้าจึงไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย มีเพียงแค่พนักงานขายหญิงอยู่คนเดียวเท่านั้น

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ

เสื้อผ้าในร้านนี้ค่อนข้างจะมีให้เลือกหลากหลาย มีเสื้อผ้าทุกแนวครบครัน

"พวกเธอชอบชุดไหน ก็ลองไปสวมดูได้เลยนะ" นัตสึเมะพูดขึ้นมาลอยๆ

ตอนนี้เขาเป็นคนมีเงินแล้ว เงินค่าเสื้อผ้าแค่ไม่กี่ตัว ขนหน้าแข้งไม่ร่วงหรอก

"งั้นพวกเราไปลองเสื้อผ้าก่อนนะ!" อุซึมากิ คุชินะและยาคุชิ โนโนเดินเข้าไปในห้องลองเสื้อ

ผ่านไปสักพัก พวกเธอก็เดินออกมา

เมื่อนัตสึเมะหันไปมอง ดวงตาของเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

ยาคุชิ โนโนเปลี่ยนมาสวมชุดกิโมโนสีขาว ผมสีบลอนด์ทองนุ่มสลวยถูกเกล้าขึ้น ทำให้เธอดูสวยงามสง่ามีราศี

ส่วนอุซึมากิ คุชินะกลับแตกต่างออกไป ด้วยนิสัยของเธอที่กล้าแสดงออกมากกว่า

เธอสวมชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงสด ผมสีแดงถูกรวบขึ้นเป็นหางม้าสูง

และเธอยังทาลิปกลอสที่ริมฝีปาก ทำให้ริมฝีปากของเธอดูอวบอิ่มชุ่มชื้นและเป็นประกาย

ชายกระโปรงสั้นเหนือเข่าขึ้นมา เผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียนของเธอ

เธอไม่ได้สวมรองเท้า ข้อเท้าเปลือยเปล่า ฝ่าเท้าเนียนสวยยืนอยู่บนพื้นไม้

"สวยมากเลย" นัตสึเมะเอ่ยปากชม

จบบทที่ บทที่ 110 พยายามของสัมฤทธิ์ผล

คัดลอกลิงก์แล้ว