เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 80 ใช้จินตนาการกับการ์ดคำใบ้

บทที่ 80 ใช้จินตนาการกับการ์ดคำใบ้

บทที่ 80 ใช้จินตนาการกับการ์ดคำใบ้


บทที่ 80 ใช้จินตนาการกับการ์ดคำใบ้

แต่เรื่องน้ำยาหายใจใต้น้ำนี่ เธอคิดไม่ถึงจริงๆ เพราะทรัพยากรแถวๆ ถ้ำมันมีเยอะแยะ แค่หาของบนบกยังไม่หมดเลย จะลงน้ำไปทำไมล่ะ

ตั้งแต่วันที่ 27 เป็นต้นมา เธอมักจะใช้โอกาสถามคำใบ้วันละครั้งสองครั้ง ถามในสิ่งที่ตัวเองนึกขึ้นมาได้

และผลลัพธ์ก็พิสูจน์ให้เห็นว่า จินตนาการในโลกแห่งการเอาชีวิตรอดนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้เราเจอฟลุค

สูตรน้ำยาหายใจใต้น้ำถูกถามออกมาได้จริงๆ ส่วนผสมคือเนื้อหอยเม่น 1 ส่วน + ไข่มุกป่น 1 เม็ด + น้ำแร่ 100 มิลลิลิตร + อำพันทะเล 10 กรัม ต้มให้เข้ากัน 30 นาที

คำถามต่อไป "จะหาอาวุธที่มีธาตุเวทมนตร์ได้ยังไง"

ตอบ "โลกแห่งการเอาชีวิตรอดไม่มีธาตุเวทมนตร์"

"อาวุธคุณภาพดีได้แก่ สินค้าจากดาวสีน้ำเงิน (เช่น มีด ขวาน ธนู หน้าไม้ ฯลฯ ซึ่งจะได้จากการเปิดกล่องสมบัติเท่านั้น) และของที่ผลิตจากชิ้นส่วนที่ดรอปจากสัตว์ประหลาด (เช่น ลูกศรและหอกยาวที่ทำจากขาอันเรียวยาวของสัตว์ประหลาดแปดขา)"

คำตอบนี้อยู่ในความคาดหมายของเธออยู่แล้ว เพราะเธอไม่เคยเห็นการโจมตีแบบกระสุนเวทมนตร์อะไรทำนองนั้นในโลกแห่งการเอาชีวิตรอดเลย เธอจึงไม่รู้สึกผิดหวัง

คำถามที่ 3 "สัตว์ประหลาดสามารถกินของที่คล้ายกับ 'น้ำยาปรับสมดุล' เพื่อเพิ่มค่าสถานะได้ แล้วผู้เอาชีวิตรอดมียาที่สามารถเพิ่มความแข็งแกร่งได้โดยตรง โดยไม่ต้องพึ่งพาไอเทมพิเศษบ้างไหม"

ตอบ "ผู้เอาชีวิตรอดหลอมรวมเข้ากับโลกใบนี้ยังไม่สมบูรณ์ จึงไม่สามารถดูดซับพลังงานของโลกได้โดยตรง นอกจากการดูดซับ 'คริสตัลแห่งชีวิต' เพื่อเพิ่มขีดจำกัดพลังชีวิตซึ่งเป็นผลมาจากการที่พลังชีวิตถูกแปลงเป็นข้อมูลตัวเลขแล้ว จะไม่สามารถเพิ่มค่าสถานะด้วยการกินยาได้"

"ในขณะเดียวกัน สัตว์ประหลาดก็เป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งการเอาชีวิตรอด จึงทำได้เพียงเพิ่มความแข็งแกร่งด้วยการเพิ่มค่าสถานะของตัวเองเท่านั้น สัตว์ประหลาดไม่สามารถสวมใส่ไอเทมพิเศษที่เกมเตรียมไว้ให้ผู้เอาชีวิตรอดได้ ยกเว้นจะได้รับอนุญาตให้ถือครองไอเทมประเภทพื้นที่เก็บของที่บริษัทแจกจ่ายให้เพื่อใช้ในการทำงาน"

คำตอบนี้มีค่ามหาศาลมาก หลินเสี่ยวอวิ๋นอ่านข้อความเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบ และจดจำมันไว้จนขึ้นใจ

คำถามที่ 4 "จะหายาที่ทำให้บินได้จากไหน"

ตอบ "โลกแห่งการเอาชีวิตรอดไม่มียาที่ทำให้บินได้"

"สามารถใช้วัสดุต่างๆ มาทำเป็นอุปกรณ์สำหรับการบินได้ เช่น บอลลูนอากาศร้อน เครื่องร่อน ร่มชูชีพ"

คำถามที่ 5 "จะหายาย้อนเวลาได้จากไหน"

ตอบ "โลกแห่งการเอาชีวิตรอดไม่สามารถย้อนเวลาได้"

หลังจากเสียโอกาสตั้งคำถามไปหลายครั้ง นอกเหนือจากสูตรน้ำยาหายใจใต้น้ำที่ได้คำตอบมาอย่างชัดเจน

รวมถึงคำตอบของคำถามที่สามที่มีประโยชน์แล้ว คำถามอื่นๆ เธอก็เดาไม่ถูกเลยสักข้อ

และคำถามที่ไม่มีประโยชน์เหล่านี้ เนื่องจากไม่ได้อยู่ในข่าย "อยู่นอกเหนือขอบเขตที่สามารถตอบได้" หรืออะไรทำนองนั้น จึงทำให้ต้องเสียโอกาสในการถามไปฟรีๆ

หลินเสี่ยวอวิ๋นรู้สึกว่ามันไม่คุ้มเลย หลังจากนั้นเธอก็หยุดการเดาสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนี้

การเก็บโอกาสในการขอคำใบ้ไว้ใช้หาเบาะแสกล่องสมบัติหรือรังของสัตว์ประหลาดยังดีกว่า ถ้าโชคดีก็อาจจะได้กล้องส่องทางไกลกับเมล็ดพันธุ์ด้วย เอามาเดามั่วๆ แบบนี้มันเสียของเปล่าๆ

เธอยังไม่ต้องการน้ำยาหายใจใต้น้ำในตอนนี้ แต่มันก็เป็นที่ต้องการในช่องทางซื้อขายมาก และในอนาคตเธอก็คงต้องใช้มันอย่างแน่นอน

เมื่อมีสกีบอร์ดแล้ว เธอก็ใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวเดินทางผ่านพื้นที่แห้งแล้ง และไปถึงชายหาดได้อย่างปลอดภัยในตอนเที่ยงของวันที่ 31

พอถึงวันที่ 31 ของการเอาชีวิตรอด อุณหภูมิในช่วงกลางวันจะอยู่ที่ 0 องศา ส่วนตอนกลางคืนก็ลดต่ำลงไปถึงติดลบ 40 องศา แถมยังดิ่งลงเหวไปอีกวันละ 2 องศาด้วย!

ขืนไปนอนในโพรงไม้หรือซอกหินก็คงไม่ไหวแล้ว เธอเลยใช้การ์ดคำใบ้เพื่อหาถ้ำที่อุ่นพอสำหรับพักอาศัย ถ้ำนี้อยู่ไม่ไกลจากจุดที่เก็บหอยเม่นและไข่มุกเท่าไหร่ แต่ตั้งอยู่บนหน้าผาสูงจากพื้นสองเมตร การจะปีนขึ้นไปก็ลำบากเอาเรื่องอยู่เหมือนกัน

เริ่มแรกก็ต้องขุดเอาคริสตัลแห่งชีวิตขึ้นมาก่อน ซึ่งมันไม่ได้อยู่ในรังของสัตว์ประหลาดตัวไหนเลย แต่อยู่ไม่ไกลจากหน้าผานี่แหละ

จัดการส่งให้จี้เหอทันที เพื่อเพิ่มพลังชีวิตของเขาให้ถึง 150 เท่ากัน

หลังจากนั้นก็ต้องไปตามหาวัตถุดิบสำหรับทำน้ำยาหายใจใต้น้ำ

วัตถุดิบหลายอย่างเธอใช้การ์ดคำใบ้ถามหาที่อยู่มาหมดแล้ว แต่สิ่งที่หาได้ยากที่สุดก็คืออำพันทะเล

มันคือสิ่งที่ขับถ่ายออกมาจากลำไส้ของวาฬสเปิร์ม ถ้าไม่มีการ์ดคำใบ้คงต้องเสียเวลาหากันตาเหลือกแน่ๆ แต่พอรู้ตำแหน่งแล้วก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกสบายใจขึ้นเลย เพราะมันลอยตุ๊บป่องอยู่กลางทะเลห่างจากชายฝั่งไปตั้งหลายร้อยเมตร แถมยังถูกคลื่นซัดลอยไปตามกระแสน้ำอีกต่างหาก

หลินเสี่ยวอวิ๋นตรงดิ่งไปยังชายฝั่งที่อยู่ใกล้อำพันทะเลมากที่สุด เธอใช้กล้องส่องทางไกลส่องดูอยู่ครึ่งชั่วโมง ก็พบว่ามันไม่มีทีท่าว่าจะถูกคลื่นซัดเข้าฝั่งเลย ซ้ำยังลอยห่างออกไปเรื่อยๆ

"ดูเหมือนต้องใช้แพไม้ซะแล้ว โชคดีนะที่วันนี้อากาศแจ่มใส" เธอหยิบแพไม้และห่วงยางชูชีพที่ทำขึ้นเองออกมาจากกระเป๋าเป้

จูจูถูกเธอเปิดเกราะป้องกันแล้วจับยัดเข้าไปในถ้ำบนหน้าผาเป็นที่เรียบร้อย

สภาพของหลินเสี่ยวอวิ๋นในตอนนี้ดูพิลึกพิลั่นมาก ที่เอวมีขวดน้ำห้อยเป็นพวง บนหัวมีกอหญ้าน้ำฟูฟ่อง ส่วนแพไม้ที่เหยียบอยู่ก็ทำมาจากขวดน้ำแร่และกิ่งไม้ยาวๆ มัดรวมกัน!

ถ้าแค่ลอยไปตามน้ำตื้นๆ การใช้ขวดน้ำแร่ทำแพไม้ก็ถือว่าเพียงพอแล้ว ส่วนการจะให้ลงไปว่ายน้ำน่ะเหรอ... น้ำทะเลอุณหภูมิ 0 องศานี่มันอันตรายสุดๆ มันจะสูบความร้อนออกจากร่างกายมนุษย์ไปอย่างรวดเร็ว มีแค่นักกีฬาว่ายน้ำฤดูหนาวที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างดีเท่านั้นแหละที่ทนได้

คนทั่วไปร่างกายอ่อนแอกว่าหน่อยก็จะเริ่มเป็นตะคริว หรืออาจจะช็อกเพราะอุณหภูมิร่างกายลดต่ำลงเฉียบพลันได้เลย

เธอเหยียบลงบนแพไม้ กำแผ่นไม้ที่ใช้แทนไม้พายไว้แน่น แล้วค่อยๆ ดันแพลงสู่น้ำ

ถึงแม้หลินเสี่ยวอวิ๋นจะมีพรสวรรค์ด้านกีฬาเป็นเลิศ แต่การพายเรือครั้งแรกของเธอในเขตน้ำตื้น เธอก็ต้องใช้เวลาปรับตัวอยู่นานกว่าจะจับจังหวะได้ แล้วจึงเริ่มมุ่งหน้าไปสู่เป้าหมาย

เพื่อป้องกันเหตุสุดวิสัย เธอไม่เพียงแต่พกหมวกหญ้าน้ำกับห่วงยางชูชีพมาด้วยเท่านั้น แต่ในกระเป๋าเป้ยังเตรียมซุปร้อนๆ อีกสองกระบอกไม้ไผ่เพื่อช่วยฟื้นฟูอุณหภูมิร่างกาย รวมถึงยาฟื้นฟูพลังชีวิตและน้ำยาหายใจใต้น้ำก็เตรียมพร้อมไว้หมดแล้ว

คลื่นลมในทะเลปั่นป่วน ไม่นานรองเท้าบูตวายุก็ถูกน้ำสาดกระเซ็นใส่จนเปียกชุ่ม เธออดไม่ได้ที่จะจามออกมา

การเดินทางไปเอาอำพันทะเลเป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีอะไรน่าตื่นเต้น พอไปถึงเธอก็รีบเก็บอำพันทะเลก้อนโตที่กะด้วยสายตาก็น่าจะหนักประมาณสิบกว่ากิโลกรัมเข้ากระเป๋าเป้ทันที

รวยเละแล้วงานนี้!

...ถ้าไม่ใช่เพราะในช่องทางซื้อขายแทบจะไม่มีอำพันทะเลวางขายเลย นานๆ ทีจะมีโผล่มาก็โดนลูกพี่เขต 755 แย่งซื้อไปหมด เธอคงไม่ยอมมาตากลมหนาวในอุณหภูมิ 0 องศากลางทะเลให้ทรมานตัวเองหรอก

เธอรีบพายเรือกลับ รู้สึกได้เลยว่านิ้วเท้าแข็งจนแทบจะไม่รู้สึกอะไรแล้ว แม้วันนี้จะไม่มีหิมะตกจนทำให้เป็นแผลหิมะกัด แต่การอยู่ในสภาพแบบนี้ไปนานๆ ก็ทำให้ล้มป่วยได้เหมือนกัน

ทว่าตอนที่ยังเหลือระยะทางอีกไม่ถึงร้อยเมตรจะถึงฝั่ง จู่ๆ แพไม้ก็โคลงเคลงอย่างแรงจนเธอเกือบจะหงายหลังตกทะเล

หลินเสี่ยวอวิ๋นร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ เบิกตากว้างมองลงไปใต้น้ำ

ใต้แพไม้มีฝูงปลาว่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว เธอเพ่งมองอยู่นานถึงรู้ว่าพวกมันคือโลมา! แรงสั่นสะเทือนเมื่อกี้เกิดจากการที่โลมาตัวหนึ่งว่ายหนีอย่างลนลานจนไปชนเข้ากับใต้แพไม้นั่นเอง

หลินเสี่ยวอวิ๋นกำไม้พายแน่นขึ้นไปอีก

ก่อนออกทะเล เธอถามคำถามไปสองข้อ ข้อแรกคือตำแหน่งของอำพันทะเล ส่วนข้อที่สองคืออันตรายที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

อาจเป็นเพราะเคยมีวาฬสเปิร์มหลงเข้ามาแถวนี้ การ์ดคำใบ้เลยบอกว่าเขตน้ำตื้นบริเวณนี้จะปลอดภัยไปจนกว่าจะค่ำ

แต่เธอไม่ทันคิดเลยว่าจะต้องมาถูกสัตว์แสนเชื่องอย่างโลมาชนเอาได้!

"แพไม้ก็ไม่ใช่เรือประมงของจริงซะหน่อย ขืนไม่ระวังก็คว่ำเอาได้ง่ายๆ ฉันต้องรีบขึ้นฝั่งแล้ว!" เธอไม่มีเวลาให้คิดอะไรมากนัก ก้มหน้าก้มตาจ้ำฝีพายอย่างสุดกำลัง

โชคดีที่หลังจากนั้นก็ไม่ได้ถูกชนอีก เธอขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย วินาทีที่เท้าสัมผัสพื้นดิน ความรู้สึกปลอดภัยที่ห่างหายไปนานก็กลับคืนมาอีกครั้ง

เธอเก็บแพไม้เตรียมตัวจะกลับไปที่ถ้ำบนหน้าผา แต่พอนึกอะไรขึ้นมาได้ ก็ใช้แผ่นไม้ลบรอยเท้าของตัวเองที่เดินย่ำอยู่บนหาดทรายจนเรียบเนียน

ท่าทางของฝูงโลมาพวกนั้นเหมือนกำลังหนีตายชัดๆ แสดงว่าพวกมันกำลังเจอกับปัญหาใหญ่ ไม่ใช่เพราะภัยธรรมชาติอย่างพายุทอร์นาโด ก็ต้องเจอกับนักล่า และความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือสัตว์ประหลาดระดับอีลีท!

จบบทที่ บทที่ 80 ใช้จินตนาการกับการ์ดคำใบ้

คัดลอกลิงก์แล้ว