- หน้าแรก
- พลังร้อยเท่าตั้งแต่เริ่ม แต่ผมดันเป็นแค่สายซัพพอร์ต!
- บทที่ 27 - เจอกันคราวหน้า ฉันจะเอาชีวิตแกแน่
บทที่ 27 - เจอกันคราวหน้า ฉันจะเอาชีวิตแกแน่
บทที่ 27 - เจอกันคราวหน้า ฉันจะเอาชีวิตแกแน่
บทที่ 27 - เจอกันคราวหน้า ฉันจะเอาชีวิตแกแน่
"เรื่องเล็กน้อยน่า" ฉินเทียนตอบกลับอย่างถ่อมตัว
ฉินเทียนกวาดสายตามองไปรอบๆ ขุมสมบัติที่มีสมบัติอยู่มากมายก่ายกอง เขาอยากจะหยิบอะไรติดไม้ติดมือออกไปบ้าง แต่พอตั้งใจมองดีๆ ก็พบว่าทั้งหมดนั่นเป็นแค่ก้อนหิน ที่แท้พวกมันก็เป็นแค่ภาพลวงตาที่ราชันย์นักล่าคลั่งสร้างขึ้น หลังจากที่เขาถูกกำจัด เวทมนตร์ที่ปกคลุมอยู่ก็เสื่อมคลาย เผยให้เห็นสภาพที่แท้จริง
เหลือทิ้งไว้เพียงอุปกรณ์สวมใส่ระดับล่างๆ ไม่กี่ชิ้น
ฉินเทียนอดสบถในใจไม่ได้ "จนชะมัด"
แต่ถึงยุงจะตัวเล็กมันก็มีเนื้อ ฉินเทียนจึงเก็บของพวกนั้นเข้ากระเป๋าไปจนหมด
ฉินเทียนเริ่มทำความสะอาดสนามรบ เขาสังเกตเห็นว่าทั้งสามคนมีป้ายคำสั่งเหมือนกันหมด พอหยิบมาดูก็พบว่าเป็นของนิกายเทพสัตว์อสูรจริงๆ
แล้วเขาก็เจอลูกแก้วคริสตัลลูกหนึ่ง จึงหยิบขึ้นมาดู
『ลูกแก้วประทานพรของซิมงลิ』
คุณสมบัติพิเศษ: มีพลังของซิมงลิสถิตอยู่ สามารถใช้ค้นหาสิ่งของและสมบัติที่ถูกซ่อนไว้ได้
ฉินเทียนมองดูของชิ้นนี้แล้วคิดว่าจะเอามันออกไปมอบให้หลี่เจิ้งจัดการ ถึงประโยชน์ของมันจะน่าสนใจ แต่ในเมื่อเป็นของนิกายเทพสัตว์อสูร ก็เกรงว่าอาจจะมีกลไกอะไรแอบซ่อนอยู่ ขืนเก็บไว้กับตัวคงพาซวยเปล่าๆ
เพราะงั้น โยนภาระนี้ให้คนอื่นจัดการดีกว่า
ฉินเทียนเรียกหลงอ้าวเทียนมา แล้วฝากของชิ้นนี้ให้คนในทีมของเขา นำออกไปจากดินแดนลับเพื่อส่งมอบให้เบื้องบน
ของในตัวพวกนั้นมีน้อยมาก แทบไม่มีอะไรเลย
ฉินเทียนรู้สึกหงุดหงิดใจ "ไม่รู้ว่านิกายเทพสัตว์อสูรนี่มันจนกันทั้งบาง หรือว่าไอ้พวกนี้มันจนกันเองนะ ขี้เหนียวซะขนาดนี้ นิกายเทพสัตว์อสูรก็คงอยู่ได้ไม่นานหรอก"
ค้นศพพวกนั้นจนหมดแล้ว ฉินเทียนก็เดินไปที่ร่างของราชันย์นักล่าคลั่ง
และก็เป็นไปตามคาด ของดีๆ อยู่ที่ตัวเขานี่แหละ
『ดาบแห่งรัตติกาล』 ระดับความหายาก: สมบูรณ์แบบ ระดับที่ต้องการสวมใส่: 35 จำกัดอาชีพ: สายนักรบ
คุณสมบัติพื้นฐาน: ความทนทาน: +15% พละกำลัง: +15%
คุณสมบัติพิเศษ: ความเสียหายคริติคอลเพิ่มขึ้น 50% เมื่อโจมตีมีโอกาสเมินพลังป้องกันของศัตรู 50%
ทักษะติดอุปกรณ์: 「เพลิงทมิฬ」: อัญเชิญเปลวเพลิงสีดำมาเคลือบอาวุธ สร้างความเสียหายจากไฟและเลือดออกอย่างต่อเนื่องให้แก่ศัตรู
『ดาราแห่งรัตติกาล』 ระดับความหายาก: สมบูรณ์แบบ ระดับที่ต้องการสวมใส่: 35 จำกัดอาชีพ: สายนักรบ
คุณสมบัติพื้นฐาน: ความทนทาน: +15% พลังจิต: +15%
คุณสมบัติพิเศษ: ความเร็วในการฟื้นฟูพลังเวทเพิ่มขึ้น 10% อัตราคริติคอลเพิ่มขึ้น 10% อัตราการหลบหลีกเพิ่มขึ้น 5%
『เกราะแห่งรัตติกาล』 ระดับความหายาก: สมบูรณ์แบบ ระดับที่ต้องการสวมใส่: 35 จำกัดอาชีพ: สายนักรบ
คุณสมบัติพื้นฐาน: ความทนทาน: +15% ความว่องไว: +15%
คุณสมบัติพิเศษ: ประสิทธิภาพการป้องกันเพิ่มขึ้น 20% โบนัสจากทักษะป้องกันเพิ่มขึ้น 20% โบนัสจากทักษะป้องกันเพิ่มขึ้น 20%
อุปกรณ์พวกนี้ถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่ระดับที่ต้องการคือ 35 ซึ่งต้องผ่านการเปลี่ยนอาชีพขั้นสองเสียก่อน ถึงจะสวมใส่ได้ ตัวเขาเองยังไม่ผ่านแม้แต่การเปลี่ยนอาชีพขั้นแรก จึงยังสวมใส่ไม่ได้ ของพวกนี้คงต้องเก็บไว้ดูเล่นไปพลางๆ ก่อน
ในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นข้างหูฉินเทียน
ระบบ: ผู้เล่นเป็นคนแรกที่เอาชนะบอสแห่งดินแดนลับผู้ใช้เวท ราชันย์นักล่าคลั่ง ได้รับรางวัลทักษะประจำอาชีพ พรแห่งความกล้าหาญ และได้รับโบนัสสเตตัส +15%
ระบบ: ผู้เล่นเป็นคนแรกที่เอาชนะบอสแห่งดินแดนลับผู้ใช้เวท ราชันย์นักล่าคลั่ง ได้รับรางวัลหีบสมบัติระดับ SSS
ฉินเทียนได้ยินดังนั้น ทั้งแถมหีบสมบัติ ทั้งแถมทักษะเลยเหรอ
"นี่คือหีบสมบัติระดับ SSS ในตำนานงั้นเหรอ"
การจะได้ระดับ SSS ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่พลังและฝีมือ แต่ยังขึ้นอยู่กับระดับความยากของดินแดนลับด้วย
เดิมทีดินแดนลับแห่งนี้ก็ไม่ได้ยากขนาดนั้น แต่กลับถูกเจ้างูยกระดับความยากขึ้นมาซะดื้อๆ กะจะจัดการทุกคนให้สิ้นซาก แต่ดันกลายเป็นว่าทำประโยชน์ให้ฉินเทียนซะงั้น
ถ้ามองมุมนี้ การที่ฉินเทียนได้ระดับ SSS ก็สมเหตุสมผลดี
ฉินเทียนไม่รอช้า เปิดหีบสมบัติทันที
แสงสีแดงสว่างวาบขึ้น
ระบบ: เปิดหีบสมบัติสำเร็จ ได้รับ ยาฟื้นฟูพลังชีวิต x100 ยาฟื้นฟูพลังเวท x100 ยาลบสถานะผิดปกติ x5 เสื้อคลุมเวทของโอแลนนา มงกุฎแห่งความศรัทธา
"เอ่อ... ยาพวกนี้มันจะดูเป็นส่วนเกินไปหน่อยไหมนะ" ฉินเทียนแอบบ่น
จากนั้นก็หันไปดูอุปกรณ์สองชิ้นนั้น
"ในที่สุดก็มีอุปกรณ์ของนักบวชสักที" ฉินเทียนรำพึง อัตราการดรอปอุปกรณ์ของนักบวชนี่มันน่าเศร้าจริงๆ
『มงกุฎแห่งความศรัทธา』 ระดับความหายาก: สมบูรณ์แบบ ระดับที่ต้องการสวมใส่: 10 จำกัดอาชีพ: สายนักบวช
คุณสมบัติพื้นฐาน: พลังจิต: +15% พลังป้องกัน: +7%
คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มความเสียหายและผลการรักษาจากทักษะเวทมนตร์ทั้งหมด +20% เพิ่มอัตราการฟื้นฟูพลังเวท 1% ต้านทานเวทมนตร์ +8%
『เสื้อคลุมเวทของโอแลนนา』 ระดับความหายาก: สมบูรณ์แบบ ระดับที่ต้องการสวมใส่: 10 จำกัดอาชีพ: สายนักบวช
คุณสมบัติพื้นฐาน: ความทนทาน: +10% พลังป้องกัน: +10%
คุณสมบัติพิเศษ: ลดความเสียหายที่ได้รับจากการโจมตีด้วยเวทมนตร์ทั้งหมด เมื่อถูกโจมตี มีโอกาสได้รับโล่ป้องกันที่ดูดซับความเสียหายเท่ากับ 10% ของพลังชีวิต ต้านทานเวทมนตร์ +8%
"ในที่สุดก็ได้เป็นนักบวชที่มีอุปกรณ์ใส่ซะที ฮ่าๆ" ฉินเทียนเห็นคุณสมบัติของอุปกรณ์ทั้งสองชิ้นแล้วก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
หลังจากสวมใส่อุปกรณ์ทั้งสองชิ้นแล้ว ฉินเทียนก็เปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวเองขึ้นมา ก็พบว่ามีทักษะเพิ่มขึ้นมาจริงๆ
ชื่อ: ฉินเทียน อาชีพ: นักบวชแห่งสรรพสิ่ง ระดับอาชีพ: ชั้นเหนือเทพ ระดับ: 10 ค่าประสบการณ์: 979% พละกำลัง: 【】 ความทนทาน: 2957 ความว่องไว: 1210 พลังจิต: 3017 ทักษะ: ทักษะรักษา Lv.1, ขุนเขาไม่หวั่นไหว, กลายเป็นหิน, ล่องหน พรแห่งความกล้าหาญ: มอบพรให้เพื่อนร่วมทีมในระยะ เพิ่มพลังโจมตีทางกายภาพ +20% พลังโจมตีทางเวทมนตร์ +20% สเตตัสทั้งสี่ +10% ระยะเวลาแสดงผล 10 นาที ระยะเวลาคูลดาวน์ 1 ชั่วโมง Lv.1 อุปกรณ์: แหวนพลิกผัน, คทาแห่งพาเรบอส, มงกุฎแห่งความศรัทธา, เสื้อคลุมเวทของโอแลนนา สัตว์เลี้ยง: ไม่มี คำอธิบาย: นักบวชแห่งสรรพสิ่ง อาชีพชั้นเหนือเทพเพียงหนึ่งเดียวในจักรวาล สเตตัสพละกำลังเริ่มต้นเพิ่มขึ้นร้อยเท่า หลังจากนั้นอาชีพสามารถเลื่อนระดับได้ ปลดล็อกโบนัสความทนทาน ความว่องไว พลังจิต ทุกครั้งที่ปลดล็อกสเตตัสเพิ่มหนึ่งอย่าง สเตตัสที่ปลดล็อกไปแล้วจะเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งพันเท่า สองอย่างเป็นหนึ่งหมื่นเท่า สามอย่างเป็นหนึ่งแสนเท่า
หลังจากฉินเทียนเดินสำรวจรอบๆ เพื่อตรวจดูสมบัติที่ได้มาแล้ว เขาก็กลับมาหาเพื่อนร่วมทีม
"งั้นพวกเราก็ออกไปกันเถอะ" ฉินเทียนบอก
อันฉีเอ๋อร์ถามด้วยความกังวล "ถ้าเราออกไปแล้วเจอเตียวหย่วนเสียงล่ะ จะทำยังไงดี"
"วางใจเถอะน่า" ฉินเทียนตอบสั้นๆ ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เมื่อเห็นความมั่นใจของฉินเทียน อันฉีเอ๋อร์ก็ไม่ซักไซ้ให้มากความ
เธอเชื่อว่าฉินเทียนจะสามารถจัดการทุกอย่างได้
...
เมื่อกลุ่มของฉินเทียนออกจากดินแดนลับ หลี่เจิ้งกับเตียวหย่วนเสียงที่รออยู่ตรงทางออกก็รีบเข้ามาหาทันที
เตียวหย่วนเสียงมองไปที่กลุ่มของหลงอ้าวเทียนที่เดินออกมา แต่กลับไม่เห็นวี่แววของเตียวเหรินเจี๋ย หลานชายของเขา หัวใจก็หล่นวูบทันที
เขาต้องเป็นอะไรไปแน่ๆ
และนั่นก็หมายความว่า ความลับของฉันก็ต้องมีคนรู้แล้วแน่ๆ
เตียวหย่วนเสียงมองไปที่ฉินเทียน ไม่รู้ทำไม เขาถึงรู้สึกมั่นใจว่าฉินเทียนต้องเป็นคนทำเรื่องทั้งหมดนี้
เขาจึงพุ่งเข้าโจมตีฉินเทียนทันที
ส่วนหนึ่งเป็นเพราะฉินเทียนเคยล่วงเกินเขาต่อหน้าธารกำนัล และอีกส่วนหนึ่ง เขาคิดว่าปล่อยฉินเทียนไว้ไม่ได้ ขืนปล่อยไว้ วันหน้าต้องกลายเป็นเสี้ยนหนามของเขาและนิกายเทพสัตว์อสูรแน่
ความเร็วของเตียวหย่วนเสียงนั้นเร็วจนแม้แต่หลี่เจิ้งก็ยังตั้งตัวไม่ทัน
ขณะที่มือของเตียวหย่วนเสียงกำลังจะทะลวงอกของฉินเทียน ฉินเทียนก็หันขวับมาสบตาพอดี
ลำแสงสีเทาสายหนึ่งพุ่งออกจากดวงตาของฉินเทียน นั่นคือทักษะกลายเป็นหิน
เตียวหย่วนเสียงตกใจสุดขีด รีบเบือนหน้าหนีเพื่อหลบแสงนั้น
แต่แสงนั้นก็ยังเฉี่ยวโดนแขนของเขาไป
ที่แท้ฉินเทียนก็ระวังตาแก่จอมเจ้าเล่ห์คนนี้อยู่แล้ว พอออกจากดินแดนลับปุ๊บ เขาก็เตรียมทักษะไว้พร้อม และคอยจับตาดูความเคลื่อนไหวของเตียวหย่วนเสียงตลอด
และก็เป็นไปตามคาด ตาแก่นี่อดใจไม่ไหวต้องลอบโจมตีจริงๆ
เมื่อหลี่เจิ้งตั้งสติได้ เห็นเตียวหย่วนเสียงพยายามจะควักหัวใจฉินเทียน เขาก็ไม่ได้ถามไถ่ต้นสายปลายเหตุ พลิกตัวฟาดฝ่ามือใส่หน้าอกเตียวหย่วนเสียงอย่างจัง
"อั้ก"
เตียวหย่วนเสียงกระอักเลือดคำโต ร่างของเขาลอยละลิ่วไปไกลตามแรงกระแทก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ ทำให้ผู้คนที่มุงดูอยู่ถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย รองนายกสมาคมผู้มีพลังพิเศษลอบโจมตีสมาชิกในทีมของตัวเองเหรอ"
"แถมท่านนายกยังช่วยชายคนนั้นซัดรองนายกอีก"
"นี่ๆ มีแค่ฉันคนเดียวหรือเปล่าที่สังเกตเห็นว่าชายร่างยักษ์คนนั้นทำให้รองนายกบาดเจ็บได้"
"เขาเป็นหนึ่งในคนที่เข้าไปในดินแดนลับ แสดงว่าระดับของเขาก็ต้องไม่เกินสิบสิ คนระดับสิบจะทำร้ายคนระดับเปลี่ยนอาชีพขั้นสามได้เนี่ยนะ นายจะให้ฉันเชื่อจริงๆ เหรอ"
"อะไรนะ นายจะบอกว่าเขาอายุรุ่นราวคราวเดียวกับพวกเรางั้นเหรอ ฉันไม่เชื่อหรอก"
"หน้าตาเขาเหมือนรุ่นพ่อพวกเราเลย จะมาเป็นรุ่นเดียวกับพวกเราได้ยังไง"
"แค่นี้เอง ฉันก็ทำได้" เสียงหนึ่งแทรกขึ้นมา
"ทำได้ก็ไปทำสิ"
"ก็แค่ยืนอึ้งอยู่ข้างๆ มันยากตรงไหน"
ทุกคนพร้อมใจกัน "เหอะ"
...
เตียวหย่วนเสียงมองฉินเทียนด้วยความตกตะลึง ไม่นึกเลยว่าฉินเทียนจะเก่งกาจขนาดนี้ ทักษะกลายเป็นหินของคนระดับสิบ กลับสามารถทำให้เขากลายเป็นหินได้จริงๆ
หลี่เจิ้งกำลังจะอ้าปากต่อว่าเตียวหย่วนเสียงที่จู่ๆ ก็พุ่งเข้าไปทำร้ายฉินเทียน แต่ฉินเทียนก็ชูแผ่นป้ายขึ้นมาตรงหน้าเขา เมื่อเห็นข้อความบนนั้น สายตาของเขาก็เปลี่ยนจากความตกใจกลายเป็นความกระจ่างทันที
ฉินเทียนโชว์ป้ายคำสั่งนิกายเทพสัตว์อสูรของเตียวหย่วนเสียงให้เขาดู
ความจริงหลี่เจิ้งก็สงสัยเตียวหย่วนเสียงมานานแล้วว่ามีอะไรแปลกๆ
แต่ก็ไม่มีหลักฐาน
ครั้งนี้ฉินเทียนเอาหลักฐานมาให้ดูจะๆ พฤติกรรมแปลกๆ ที่เขาเคยเห็นจากเตียวหย่วนเสียงก่อนหน้านี้ ก็มีเหตุผลอธิบายได้ทั้งหมดแล้ว
ทางด้านเตียวหย่วนเสียง เมื่อเห็นป้ายคำสั่งของตัวเองไปตกอยู่ในมือฉินเทียน ก็รู้ทันทีว่าหลานชายของเขาต้องตายด้วยน้ำมือของฉินเทียนแน่ๆ
แต่ตอนนี้เขาบาดเจ็บ ขืนสู้ตายแลกหมัดเพื่อฆ่าฉินเทียนให้ได้ ที่นี่ก็ยังมีคนเก่งๆ ระดับเดียวกับเขาอีกเพียบ ชีวิตเขาคงต้องจบสิ้นที่นี่แน่ๆ
วันนี้ยอมถอยให้ฉินเทียนก่อน รอให้หนีรอดไปได้ พักฟื้นจนหายดี แล้วค่อยกลับมาเอาหัวมันก็ยังไม่สาย
คิดได้ดังนั้น เตียวหย่วนเสียงก็งัดทักษะหนีตายก้นหีบออกมาใช้
ร่างของเขากลายเป็นกลุ่มหมอกเลือด แล้วพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
ฉินเทียนเห็นเข้า ก็นึกถึงทักษะหลบหนีสุดคลาสสิกของพวกตัวร้ายอย่าง วิชาหลบหนีโลหิต ขึ้นมาทันที
"ฮ่าฮ่าฮ่า ฉินเทียน ฉันจำหน้าแกไว้แล้ว แกเตรียมตัวไว้เลย เจอกันคราวหน้า ฉันจะเอาชีวิตแกแน่"
เตียวหย่วนเสียงที่กำลังหนีเอาตัวรอด ยังไม่ลืมที่จะทิ้งคำขู่ไว้ให้ฉินเทียน