- หน้าแรก
- ระบบพันล้านปราณ
- บทที่ 150 - ภูเขาด้านหลังสำนักศึกษา ชิงเสวี่ยแห่งตระกูลลั่ว!
บทที่ 150 - ภูเขาด้านหลังสำนักศึกษา ชิงเสวี่ยแห่งตระกูลลั่ว!
บทที่ 150 - ภูเขาด้านหลังสำนักศึกษา ชิงเสวี่ยแห่งตระกูลลั่ว!
บทที่ 150 - ภูเขาด้านหลังสำนักศึกษา ชิงเสวี่ยแห่งตระกูลลั่ว!
"ข้าตกลง"
คำพูดสั้นๆ เพียงไม่กี่คำนี้กลับดังกึกก้องในหูของทุกคนราวกับเสียงฟ้าผ่า เรียกเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
"ลั่วเฉินผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือ"
บางคนเอ่ยขึ้นด้วยความไม่อยากเชื่อ
"เยี่ยฉางหลีเป็นถึงยอดฝีมืออันดับสิบของทำเนียบยุทธ์เชียวนะ ต่อให้เขามีพรสวรรค์น่าทึ่งแค่ไหน แต่สุดท้ายก็เพิ่งเข้าสำนักศึกษามา จะไปเป็นคู่มือของเยี่ยฉางหลีได้อย่างไร"
"ตู้หานเจียงก็ไม่เลว เมื่อไม่กี่เดือนก่อนก็เพิ่งสอบผ่านเป็นนักหลอมโอสถระดับสี่ ด้วยพรสวรรค์ของเขา ตอนนี้คงสามารถหลอมโอสถระดับห้าได้แล้ว"
"แม้ลั่วเฉินจะสามารถหลอมโอสถโลหิตเย็นได้ แต่นั่นก็พิสูจน์ได้แค่ว่าเขามีพรสวรรค์เท่านั้น หากคิดจะเอาชนะตู้หานเจียง เกรงว่าคงไม่มีหวังหรอก"
ไม่มีใครเชื่อมั่นในตัวลั่วเฉินเลย แม้แต่คนที่เคยคิดว่าลั่วเฉินจะรับคำท้าก่อนหน้านี้ เมื่อได้ยินคำตอบของลั่วเฉินก็ยังแสดงสีหน้าตกตะลึงออกมาเช่นกัน
พวกเขาก็แค่พูดไปอย่างนั้นเอง ภายในใจลึกๆ ไม่เชื่อหรอกว่าลั่วเฉินจะโง่พอไปรับคำท้าของเยี่ยฉางหลีและตู้หานเจียง
เพราะช่องว่างเรื่องอายุมันเห็นๆ กันอยู่ ตราบใดที่ลั่วเฉินไม่โง่ เขาย่อมมองออกถึงความห่างชั้นระหว่างตนเองกับเยี่ยฉางหลีและตู้หานเจียง
"ดูเหมือนจะเป็นเจ้าหนูอวดดีที่หลงตัวเองอีกคนแล้วสินะ"
มีคนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"คิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์นิดหน่อย ก็เก่งกาจไร้เทียมทานแล้วอย่างนั้นหรือ"
"เฮ้อ หวังว่าคราวนี้เขาจะไม่ถูกตอกหน้ากลับมาจนชอกช้ำเกินไปก็แล้วกัน"
ใบหน้าของตู้หานเจียงบิดเบี้ยวขึ้นเล็กน้อย สายตาที่มองไปยังลั่วเฉินเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
เขาไม่คิดเลยว่าลั่วเฉินจะกล้ารับคำท้าของเขาจริงๆ
นี่มันไม่เห็นเขาอยู่ในสายตาชัดๆ
"ไอ้เด็กบ้า"
ตู้หานเจียงกัดฟันกรอดในใจและแอบแค่นหัวเราะ
"เดี๋ยวพอข้าเอาชนะเจ้าต่อหน้าผู้คนได้ ข้าอยากจะเห็นนักว่าหน้าตาเจ้าจะเป็นอย่างไร"
เยี่ยฉางหลีไม่ได้มีความคิดเช่นเดียวกับตู้หานเจียง เมื่อเห็นลั่วเฉินตอบตกลง เยี่ยฉางหลีก็ลูบด้ามกระบี่โดยสัญชาตญาณ ใบหน้าปรากฏความตื่นเต้นกระหายใคร่สู้ขึ้นมา
"ท่านอาจารย์ ให้ข้าประลองกับศิษย์น้องลั่วก่อนเถอะ"
เยี่ยฉางหลีหันไปมองเจี้ยนฉิงพร้อมกับเอ่ยด้วยความตื่นเต้น
เจี้ยนฉิงหันไปมองลั่วเฉิน เมื่อเห็นลั่วเฉินพยักหน้าเบาๆ เจี้ยนฉิงก็ไม่พูดอะไรให้มากความอีก เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ
"ถ้าเช่นนั้นก็ไปที่ลานประลองยุทธ์กันเถอะ"
พูดจบเจี้ยนฉิงก็สะบัดพลังสายหนึ่งโอบอุ้มลั่วเฉินและเยี่ยฉางหลีลอยตัวมุ่งหน้าไปยังลานประลองยุทธ์ ศิษย์คนอื่นๆ เห็นดังนั้นก็รีบตามหลังเจี้ยนฉิงไปทันทีเพราะกลัวจะพลาดชมงิ้วโรงใหญ่
แม้แต่อาจารย์ของสำนักโอสถ ตลอดจนคณบดีทั้งสองอย่างหลิงเฟิงและกูหลินก็ไม่อาจละความสนใจได้ พวกเขาต่างก็บินตามไปยังลานประลองยุทธ์เช่นเดียวกัน
และในขณะเดียวกัน ข่าวที่ว่าเยี่ยฉางหลีอันดับสิบแห่งทำเนียบยุทธ์กำลังจะประลองกับศิษย์ใหม่ที่เพิ่งเข้าสำนักศึกษาก็แพร่สะพัดไปทั่วสำนักศึกษาหลิวอวิ๋นอย่างรวดเร็ว
ณ ภูเขาด้านหลังสำนักศึกษาหลิวอวิ๋น บนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็ง สาวน้อยชุดเขียวคนหนึ่งกำลังตบประตูเรือนไม้รัวๆ พลางร้องตะโกนอย่างเริงร่า
"อาเสวี่ย อาเสวี่ย ฉางหลีกำลังจะประลองกับคนอื่น รีบไปดูกับข้าเร็วเข้า"
ประตูไม้เปิดออก เผยให้เห็นสาวน้อยในชุดกระโปรงยาวสีขาวบริสุทธิ์ที่มีท่าทางเย็นชา
หากลั่วเฉินอยู่ที่นี่ เขาต้องจำได้แน่นอนว่าสาวน้อยคนนี้ก็คือลั่วชิงเสวี่ย อัจฉริยะสาวแห่งตระกูลลั่วที่ถูกสำนักศึกษาหลิวอวิ๋นรับเข้ามาเป็นกรณีพิเศษนั่นเอง
ลั่วชิงเสวี่ยถลึงตาใส่สาวน้อยชุดเขียวและเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์
"เยี่ยฉางหลีเป็นคนรักของเจ้า เจ้าอยากดูก็ไปดูเองสิ จะมาลากข้าไปทำไม"
"อาเสวี่ย เจ้าไม่อยากรู้บ้างหรือว่าตอนนี้ฉางหลีเก่งขึ้นแค่ไหนแล้ว"
สาวน้อยชุดเขียวขยับเข้าไปใกล้ลั่วชิงเสวี่ยและเอ่ยยิ้มๆ เสียงเบา
"การประลองจัดอันดับทำเนียบยุทธ์รอบหน้าก็ใกล้จะเริ่มแล้ว ไปสืบข่าวล่วงหน้าไว้หน่อยก็ดีนะ"
เมื่อได้ยินดังนั้นลั่วชิงเสวี่ยก็จุดรอยยิ้มจางๆ ขึ้นที่มุมปากและแค่นเสียงขึ้นจมูก
"เจ้าก็แค่อยากไปดูคนรักของเจ้านั่นแหละ ฝีมืออย่างเยี่ยฉางหลีน่ะ แค่รับมือข้ากระบวนท่าเดียวก็ยังไม่ไหวเลย มีอะไรให้น่าดูนักหนา"
[จบแล้ว]