- หน้าแรก
- ระบบพันล้านปราณ
- บทที่ 34 - อภิสิทธิ์แขกผู้มีเกียรติและการว่าจ้างยอดฝีมือ
บทที่ 34 - อภิสิทธิ์แขกผู้มีเกียรติและการว่าจ้างยอดฝีมือ
บทที่ 34 - อภิสิทธิ์แขกผู้มีเกียรติและการว่าจ้างยอดฝีมือ
บทที่ 34 - อภิสิทธิ์แขกผู้มีเกียรติและการว่าจ้างยอดฝีมือ
ลั่วเฉินเดินทางกลับมาถึงตระกูลลั่วอย่างรวดเร็วและตรงไปยังเรือนพักส่วนตัวของตนเองทันที
ในระหว่างที่เดินผ่านลานฝึกซ้อมวรยุทธ์ ลั่วเฉินสังเกตเห็นบรรดาลูกพี่ลูกน้องทั้งหลายกำลังฝึกฝนกันอย่างขะมักเขม้นจนหยาดเหงื่อท่วมกาย เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายศีรษะและลอบขำออกมาเบาเบา
ดูท่าบารมีของอาจารย์ระดับพิเศษจากสำนักศึกษาหลิวอวิ๋นผู้นี้จะมีอิทธิพลสูงส่งดีแท้
บรรดาญาติร่วมสายเลือดของเขาเหล่านั้น นอกเหนือจากยอดฝีมือไม่กี่คนอย่างลั่วฝานแล้ว คนที่เหลือล้วนแต่เป็นกลุ่มคุณชายเจ้าสำราญที่วันวันเอาแต่ก่อเรื่องรังแกชาวบ้านและเที่ยวเตร่ไปทั่วเมืองมิใช่หรืออย่างไร
การบังคับให้คนจำพวกนี้ยอมมานั่งฝึกฝนบำเพ็ญเพียรดูท่าทางจะยากเย็นยิ่งกว่าการปลิดชีวิตพวกเขาเสียอีก
ทว่ายามนี้เพียงแค่อาจารย์ระดับพิเศษท่านนั้นเดินทางมาเหยียบเมืองหลิงอวิ๋นโดยที่ยังไม่ได้แสดงตัวออกมาเลยด้วยซ้ำ ก็สามารถสยบและสั่นสะเทือนให้กลุ่มคนเสเพลเหล่านี้ยอมมาตั้งหน้าตั้งตาฝึกซ้อมวรยุทธ์อย่างสงบเสงี่ยมได้แล้ว เรื่องนี้ทำให้ลั่วเฉินรู้สึกทึ่งและเหนื่อยใจระคนกันอย่างยิ่ง
ลั่วเฉินส่ายศีรษะอีกครั้งก่อนจะรีบก้าวเท้าเดินกลับห้องพักของตนเองอย่างรวดเร็ว
ตลอดระยะเวลาสามวันที่ต้องเผชิญวิกฤตและอันตรายในป่าเทือกเขาสัตว์อสูรแถมยังโดนงูเหลือมเขาลายทองไล่ล่าปลิดชีวิตอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่งผลให้จิตใจและร่างกายของเขารู้สึกอ่อนล้าเหน็ดเหนื่อยเป็นอย่างยิ่ง ยามนี้เขาจึงปรารถนาเพียงแค่การล้มตัวลงนอนหลับพักผ่อนให้เต็มอิ่มเท่านั้น
ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าสู่ห้องพัก ลั่วเฉินก็ไม่สนใจแม้กระทั่งการชำระล้างร่างกาย เขาพุ่งตัวล้มลงนอนบนเตียงไม้ทันทีและหลับสนิทไปในเวลาอันรวดเร็วท่ามกลางเสียงกรนสม่ำเสมอที่ดังแว่วออกมาจากในห้อง
ยามที่ลั่วเฉินตื่นลืมตาขึ้นมาอีกครั้งเวลาก็ล่วงเลยไปจนถึงช่วงบ่ายของวันถัดไปเรียบร้อยแล้ว
หลังจากอาบน้ำชำระล้างสิ่งสกปรกและผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่เสร็จสิ้น ลั่วเฉินก็ก้าวเท้าเดินออกจากคฤหาสน์ตระกูลลั่วและมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักการค้าหลิวอวิ๋นทันที
ยามนี้ยังหลงเหลือเวลาก่อนจะถึงวันประลองครั้งใหญ่ภายในตระกูลลั่วอีกประมาณ 10 วัน ลั่วเฉินจึงคาดหวังว่าจะอาศัยช่วงเวลานี้เดินทางไปทำภารกิจจำกัดเวลาอย่างภารกิจกวาดล้างค่ายหมาป่าคลั่งที่เขาได้รับมาตอนอยู่ในเทือกเขาสัตว์อสูรให้ลุล่วงเสียก่อน
หากพึ่งพาเพียงพละกำลังของเขาเพียงคนเดียวในยามนี้ ย่อมเป็นเรื่องยากที่จะกวาดล้างรังโจรอย่างค่ายหมาป่าคลั่งลงได้ ทว่าในฐานะที่เขาเป็นแขกผู้มีเกียรติของสำนักการค้าหลิวอวิ๋น ลั่วเฉินย่อมมีสิทธิ์อำนาจในการว่าจ้างหรือขอยืมตัวยอดฝีมือจากทางสำนักการค้าไปช่วยเหลือได้
ในฐานะแขกผู้มีเกียรติระดับล่าง ลั่วเฉินจะได้รับสิทธิ์ในการว่าจ้างและขอยืมตัวยอดฝีมือที่มีระดับพลังไม่สูงเกินกว่ายอดผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าไปคอยช่วยเหลือคุ้มกันได้ปีละ 1 ครั้ง
ต่อให้เมืองหลิงอวิ๋นแห่งนี้จะเป็นเมืองชนบทที่ห่างไกลความเจริญจนอาจจะไม่มีระดับยอดผู้ฝึกยุทธ์ขั้นเก้าคอยประจำการอยู่ ทว่าการจะขอยืมตัวยอดฝีมือระดับยอดผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองก็ไม่น่าจะใช่เรื่องยากเย็นอันใดสำหรับสำนักการค้าที่ยิ่งใหญ่ปานนี้
และผู้นำใหญ่ของค่ายหมาป่าคลั่งอย่างเซี่ยหลางก็มีระดับพลังเพียงแค่ยอดผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสองเท่านั้นเอง
ขอเพียงยอดฝีมือที่ว่าจ้างมาจากสำนักการค้าหลิวอวิ๋นสามารถต่อสู้สะกดตรึงเซี่ยหลางเอาไว้ได้ ลั่วเฉินย่อมมีความมั่นใจอย่างยิ่งยวดว่าจะสามารถตวัดกวาดกระบี่ปลิดชีวิตสมุนโจรที่เหลือทั้งหมดของค่ายหมาป่าคลั่งลงได้อย่างหมดสิ้นแน่นอน
ลั่วเฉินเร่งฝีเท้าก้าวเดินอย่างรวดเร็ว ในเวลาไม่นานเขาก็เดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าสำนักการค้าหลิวอวิ๋นและผลักประตูเปิดก้าวเดินเข้าไปด้านในทันที ยามที่ก้าวเท้าเข้าสู่ร้าน ภาพแรกที่ต้อนรับเขาก็ยังคงเป็นรอยยิ้มอันเป็นมิตรของหลงจู๊เฒ่าเซี่ยเหมือนเช่นเคย
"ข้าว่าแล้วเชียว เหตุใดตั้งแต่เช้าตรู่ถึงได้มีเสียงนกมงคลร้องส่งเสียงเจื้อยแจ้วอยู่ในสวน ที่แท้ก็เป็นคุณชายลั่วเฉินเดินทางมาเยือนนี่เอง"
เมื่อพบเห็นลั่วเฉิน หลงจู๊เซี่ยก็รีบเร่งเดินออกมาจากหลังเคาน์เตอร์ แล้วกล่าวกับลั่วเฉินด้วยรอยยิ้ม
"ท่านหลงจู๊เซี่ยกล่าวล้อข้าเล่นเกินไปแล้ว"
ลั่วเฉินส่ายศีรษะพลางเผยรอยยิ้มขำออกมาก่อนจะเอ่ยแจ้งเป้าหมายทันที
"ท่านหลงจู๊เซี่ย ข้าเดินทางมาในวันนี้เพราะมีเรื่องสำคัญสองเรื่องที่อยากจะรบกวนให้ท่านช่วยเหลือเสียหน่อย"
"คุณชายลั่วเฉินโปรดแจ้งมาได้เลยขอรับ"
หลงจู๊เฒ่าเซี่ยทุบอกตนเองเบาๆ พร้อมกับกล่าวแสดงความมั่นใจ
"ขอเพียงเป็นเรื่องที่ตัวข้าเฒ่าเซี่ยพอจะจัดการให้ได้ ข้าย่อมไม่มีทางบอกปัดปฏิเสธอย่างแน่นอนขอรับ"
"เรื่องราวไม่ได้ร้ายแรงปานนั้นหรอกท่านหลงจู๊"
ลั่วเฉินส่ายศีรษะบางเบาก่อนจะอธิบายต่อ
"เรื่องแรกก็คือข้ามีผลึกสะกดวิญญาณชิ้นหนึ่งที่ควักออกมาจากหัวใจของหมาป่าอสูรเงามายา ข้าจึงคาดหวังจะนำมันมาส่งขายให้แก่สำนักการค้าหลิวอวิ๋น"
กล่าวจบ ลั่วเฉินก็ดึงเอาผลึกวิเศษก้อนสีดำสนิทนั้นออกมาจากอกเสื้อและจัดวางลงบนโต๊ะตรงหน้าอย่างเบามือ
ในตอนนี้ตัวเขาครอบครองแหวนมิติระดับกลางอยู่แล้ว อีกทั้งท่านพ่อลั่วเซี่ยวก็เคยให้คำมั่นสัญญาเอาไว้ว่าหากเขา สามารถเอาชนะจนคว้าตำแหน่งอันดับหนึ่งในการประลองครั้งใหญ่ภายในตระกูลลั่วมาครองได้สำเร็จ ท่านพ่อก็จะมอบแหวนมิติระดับต่ำให้อีกหนึ่งวง ดังนั้นลั่วเฉินจึงตั้งใจที่จะขายผลึกวิเศษนี้เพื่อเปลี่ยนเป็นเงินทองมาใช้งานตั้งแต่แรกแล้ว
ทันทีที่ได้เห็นผลึกวิเศษที่ลั่วเฉินดึงออกมา หลงจู๊เฒ่าเซี่ยก็เบิกตากว้างแววตาสาดประกายยินดีทันที สิ่งนี้ถือเป็นทรัพยากรล้ำค่าระดับสูงที่หากนำไปส่งมอบให้แก่ยอดช่างตีตราของสำนักการค้าหลิวอวิ๋นเพื่อหลอมสร้างเป็นแหวนมิติระดับต่ำ ย่อมไม่มีทางที่สินค้าชิ้นนี้จะขายไม่ออกอย่างแน่นอน
ลั่วเฉินสังเกตเห็นท่าทางของอีกฝ่ายก็ลอบเผยรอยยิ้มบางเบา จากนั้นจึงหยิบป้ายแขกผู้มีเกียรติระดับล่างออกมาวางตั้งไว้ข้างผลึกและกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง
"ส่วนเรื่องที่สองก็คือข้าปรารถนาจะขอใช้สิทธิ์ว่าจ้างยอดฝีมือที่มีระดับพลังไม่ต่ำกว่ายอดผู้ฝึกยุทธ์เพื่อเดินทางไปคุ้มกันและช่วยเหลือข้าในการเดินทางไปค่ายหมาป่าคลั่งขอรับ"
[จบแล้ว]