- หน้าแรก
- กิดใหม่ทั้งที เมีแค่พลั่วทองคำกับอิฐบล็อกหนึ่งก้อน
- บทที่ 24 รถหรูของเพื่อนสนิทกับคุณชายตระกูลใหญ่ (24)
บทที่ 24 รถหรูของเพื่อนสนิทกับคุณชายตระกูลใหญ่ (24)
บทที่ 24 รถหรูของเพื่อนสนิทกับคุณชายตระกูลใหญ่ (24)
มุมปากของเจียงซินกระตุกเล็กน้อย “ดูเหมือนเธอเองก็ไม่ได้ชอบเจียงหยวนหวนเท่าไหร่สินะ”
“ทำไมฉันต้องชอบเขาด้วยล่ะ?”
หากหมอนั่นไม่ได้เป็นถึงคุณชายใหญ่ของตระกูลเจียง มีหรือที่จางหมิงฮวาจะยอมลดตัวลงไปเอาอกเอาใจไอ้คุณชายเสเพลที่เน่าเฟะตั้งแต่กระดูกคนนั้น สู้ไปหาหนุ่มน้อยหน้าใสเคี้ยวกรุบที่คอยออดอ้อนเรียก ‘พี่สาวคะ พี่สาวขา’ ยังจะดีเสียกว่า
เจียงซินถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยต่อ “เซวียเยวี่ยเหยารักเจียงหยวนหวนจนหัวปักหัวปำ และหมายมั่นปั้นมือว่าจะต้องได้เป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเจียงให้ได้ เธอรู้เรื่องนี้ใช่ไหม?”
จางหมิงฮวาหันมามองเธอพลางทำตาปริบ ๆ คล้ายจะพูดไม่ออกเช่นกัน “เธอไม่ได้กำลังคิดจะปั่นหัวให้ฉันแตกคอกับเซวียเยวี่ยเหยาหรอกใช่ไหม?”
เจียงซิน: “ฉันก็แค่พูดไปตามข้อเท็จจริง”
จางหมิงฮวาพลันจ้องมองเธอแล้วหลุดยิ้มออกมา ท่าทางหยิ่งยโสและดุดันในตอนแรกมลายหายไปจนสิ้น “เจียงซิน ฉันให้เธอห้าหมื่น... มาเล่นละครตบตาเป็นเพื่อนฉันหน่อยเป็นไง?”
เจียงซินไม่ได้สนใจเธอ ทว่าหมุนตัวทำท่าจะเดินจากไป
“โอ๊ย เดี๋ยวก่อนสิ! อย่าเพิ่งรีบไปนักเลย เรื่องราคาเรายังคุยกันได้นะแสนหนึ่ง แสนห้า สองแสน... เอาเป็นว่าหนึ่งล้าน! ห้ามต่อแล้วนะ ไม่อย่างนั้นฉันขาดทุนแย่เลยนะแม่คุณ!”
เจียงซินหมุนตัวกลับมาทันควันพร้อมกับยื่นหน้าจอเลขบัญชีธนาคารให้เธอ “โอนมัดจำมาก่อนครึ่งหนึ่ง”
จางหมิงฮวา: “...”
เธอนิ่งอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก “ก็ได้!”
“นังโง่เซวียเยวี่ยเหยานั่นดันมองว่าเธอเป็นยายกระต่ายขาวผู้อ่อนแอไร้เดียงสา กระต่ายขาวบ้านไหนกันล่ะ? เธอมันคือ ถังหยวนไส้งาดำ ชัด ๆ!” จางหมิงฮวาบ่นอุบอิบพลางกดโอนเงินด้วยความอาลัยอาวรณ์
เจียงซินมองข้อความแจ้งเตือนยอดเงินโอนเข้าจากธนาคาร รอยยิ้มบนใบหน้าพลันเจิดจรัสขึ้นมาทันตา
“คุณหนูจาง ฉันรับเงินหนึ่งล้านของเธอมาแล้วย่อมไม่ปล่อยให้สูญเปล่า... เธออยากเป็นสะใภ้ใหญ่ของตระกูลเจียงจริง ๆ ไหมล่ะ?”
จางหมิงฮวามองเธอด้วยแววตาหวาดระแวง “เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?”
เจียงซินยกยิ้มบาง “เธอคิดว่าคนธรรมดาที่ไร้อำนาจวาสนาอย่างฉัน จะสามารถรอดพ้นจากการตามตื๊อและคุกคามของเจียงหยวนหวนมาได้จนถึงตอนนี้เพราะโชคช่วยอย่างนั้นเหรอ?”
จางหมิงฮวาถึงกับชะงักค้างไป
“ต่อให้เธอจะไม่เชื่อในความสามารถของฉัน แล้วเซวียเยวี่ยเหยาไม่ได้บอกเธอหรือไงว่าผู้ทรงอิทธิพลที่หนุนหลังฉันอยู่เป็นใคร?”
จางหมิงฮวาขมวดคิ้วมุ่น แน่นอนว่าเธอเห็นข่าวที่กำลังเป็นกระแสพาดหัวอยู่ ทว่าเธอกลับคิดว่าในเมื่อเซวียเยวี่ยเหยายังกล้าลงมือจัดการกับเจียงซินขนาดนี้ แบ็กกราวด์ที่อยู่เบื้องหลังนังนี่ก็คงไม่ได้สลักสำคัญอะไรมากมายนัก
เจียงซินค่อย ๆ เอ่ยเน้นย้ำชื่อชื่อหนึ่งออกมาจากปากอย่างช้า ๆ
“ใครนะ... เธอ บอกว่าใครนะ?”
จางหมิงฮวาเอามือแคะหูพลางทำหน้าเอ๋อทึ่มทึบ เธอมองเจียงซินราวกับกำลังมองคนสติฟั่นเฟือน “ลมมันแรงไปหน่อย ฉันได้ยินไม่ค่อยถนัดเลย เธอช่วยพูดใหม่อีกทีได้ไหม?”
“อุ๊ย ไม่ต้องพูดแล้ว! ไม่ต้องพูดแล้วค่ะพี่สาว! ระหว่างเราสองคน ‘ลืมกันในยุทธภพ ย่อมดีกว่าพบกันใหม่อีกครา’ เงินห้าแสนนั่นถือเป็นเงินอวยพรที่น้องสาวคนนี้มอบให้เธอด้วยความจริงใจที่สุดเลยนะคะ ลาก่อนค่ะ... อ๊ะ ไม่สิ ขอให้ชาติหน้าตอนสาย ๆ ค่อยเจอกันใหม่นะคะ!”
จางหมิงฮวาหมุนตัวเตรียมจะสับเท้าวิ่งหนีทันที
พับผ่าสิ นังโรคจิตเซวียเยวี่ยเหยานั่นกำลังผลักเธอลงขุมนรกชัด ๆ มันกะจะให้เธอตายแบบศพไม่สวยเลยใช่ไหม!
ทว่าในวินาทีนั้นเอง จางหมิงฮวาพลันนึกขึ้นมาได้ว่าก่อนหน้านี้เจียงซินเพิ่งจะกดโทรศัพท์แจ้งตำรวจไป ใบหน้าของเธอพลันซีดเผือดลงทันควันราวกับกระดาษ
หากเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โตไปถึงสถานีตำรวจ ผู้ทรงอิทธิพลคนนั้นจะต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน
เธอจบเห่แล้ว! คราวนี้เธอจบเห่ของจริงแน่ ๆ!
จางหมิงฮวาพุ่งตัวเข้าใส่พลางทรุดลงกอดขาเจียงซินเอาไว้แน่น ทักษะการคุกเข่าอ้อนวอนของเธอช่างลื่นไหลและรวดเร็วเหลือเชื่อ “พี่สาว! เธอคือพี่สาวแท้ ๆ ของฉันเลยนะ! เธอต้องช่วยชีวิตน้องสาวคนนี้ด้วยนะ!”
“...”
เจียงซินพยายามจะชักขาตัวเองกลับทว่าก็ไม่อาจสลัดหลุด
“เธอไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่รัชดาลัยขนาดนี้ก็ได้มั้ง?”
จางหมิงฮวาเงยหน้ามองเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเลื่อมใสศรัทธาปนเปความรู้สึกอันบอกไม่ถูก “พี่ลองฟังสิ่งที่ตัวเองพูดออกมาสิ ใครได้ยินก็ไม่เข้าใจทั้งนั้นแหละ!”
เสิ่นเหยียน!
พญามัจจุราชเดินดินแห่งตระกูลเสิ่น ผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจอันล้นฟ้าในเมืองหลวง อย่าว่าแต่ตัวเธอเลย ต่อให้เป็นตระกูลเจียงทั้งตระกูล เขาก็แค่ใช้นิ้วก้อยสะกิดทีเดียวก็พังพินาศได้แล้ว
จางหมิงฮวาแสร้งบีบน้ำตา “พี่สาว ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ ค่ะ ฉันยังเด็กยังเล็กอยู่เลยแค่อาจจะก้าวเท้าผิดพลั้งเผลอไปชั่ววูบ พี่โปรดให้โอกาสฉันได้กลับตัวกลับใจเป็นคนดีเถอะนะ!”
“หากพี่เกลียดขี้หน้าฉัน ฉันสาบานเลยว่าจะไม่โผล่หัวสะบัดเส้นผมให้พี่เห็นในเมืองหลวงอีกเด็ดขาด! แต่ถ้าพี่ต้องการใช้งานฉัน ฉันสัญญาว่าจะบุกน้ำลุยไฟ คอยเป็นทัพหน้าไปขยี้อีนังแพศยาเซวียเยวี่ยเหยานั่นให้แหลกคามือเลยค่ะ!”
เจียงซิน: “...”
เมื่อเห็นจางหมิงฮวาร้องห่มร้องไห้อย่างน่าเวทนา เจียงซินทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทางพลางหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาผู้ช่วยเฉิน
หลังจากได้รับการยืนยันแน่นอนแล้วว่าทางตำรวจจะไม่มาลากตัวเธอไปเข้าคุก เสียงร้องไห้โฮของจางหมิงฮวาก็ค่อย ๆ แผ่วลง เธอสะอึกสะอื้นพลางช้อนสายตามองเจียงซินอย่างน่าสงสาร “พี่สาวคะ แล้ว... คุณเสิ่นจะไม่รู้ใช่ไหมว่าฉันเคยรังแกแถมยังปากดีด่าพี่ไปน่ะ?”
“เอาอย่างนี้ดีไหม พี่ตบหน้าฉันสักสองทีเพื่อระบายความโกรธเถอะนะ นะคะ?”
เจียงซิน: “...ลุกขึ้นเถอะ ฉันจะไม่เอาเรื่องนี้ไปฟ้องคุณเสิ่น และจะไม่ตบเธอด้วย”
จางหมิงฮวาดีดตัวลุกขึ้นจากพื้นหญ้าทันควันราวกับติดสปริง ท่าทางกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันตาเห็น “ขอบคุณค่ะพี่สาว พี่คือพี่สาวแท้ ๆ ของฉันจริง ๆ ด้วย!”
เจียงซินถึงกับพูดไม่ออกอีกครั้ง
“พี่สาวเดี๋ยวฉันโอนเงินส่วนที่เหลืออีกห้าแสนให้เลยนะ ถือเป็นเงินกตัญญูจากน้องสาวคนนี้ พี่ห้ามปฏิเสธน้ำใจและเกรงใจฉันเด็ดขาดเลยนะคะ”
จางหมิงฮวารีบกดโอนเงินให้อย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
ขอเพียงแค่เสิ่นเหยียนไม่มาเอาเรื่องเธอ อย่าว่าแต่เงินแค่หนึ่งล้านเลย ต่อให้ต้องให้เธอไปขายไตเพื่อหาเงินหนึ่งร้อยล้านมาไถ่โทษเธอก็ยอม
เจียงซินเอามือกุมขมับ นึกอยากจะหลุดขำออกมาแต่ก็ต้องสะกดกลั้นเอาไว้ “เอาเถอะ... แล้วเรื่องที่จะให้ฉันเล่นละครตบตาเป็นเพื่อนเธอล่ะ ตกลงจะไม่เอาแล้วจริง ๆ เหรอ?” เธอยังอุตส่าห์คิดว่าแผนทำร้ายตัวเองเพื่อเรียกร้องความสนใจนั่นมันเข้าท่าดีออก
จางหมิงฮวาส่ายหัวระรัวจนหัวสั่นหัวคลอน “ไม่เอาแล้วค่ะพี่สาว พวกเราเป็นพี่น้องคลานตามกันมาแท้ ๆ พี่จะมาหักหลังทำร้ายน้องสาวคนนี้ไม่ได้เด็ดขาดเลยนะ!”
“...ฉันสามารถบอกคุณเสิ่นได้นะว่าเป็นแค่การแสดงละคร เขาไม่ถือสาเอาความเธอหรอก”
“ยังไงก็ไม่เอาค่ะ!”
“แต่ว่านะ...” จางหมิงฮวาเดินขยับเข้าไปเกาะแขนเจียงซินอย่างประจบสอพลอ นัยน์ตาคู่สวยทอประกายระยิบระยับไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้าน “พี่สาวคะ พี่มีเคล็ดลับอะไรถึงจับคุณเสิ่นให้อยู่หมัดได้ขนาดนี้อะ? สอนฉันบ้างสิ!”
เธอไม่กล้าอาจหาญไปคิดปีนเกลียวเสิ่นเหยียนหรอก แต่เธอสามารถเอาเคล็ดลับนี้ไปปรับใช้เพื่อตกผู้ทรงอิทธิพลคนอื่นได้นี่นา!
เจียงซิน: “...”
เธอควรจะบอกไปตรง ๆ ดีไหมว่า เสิ่นเหยียนนั่นแหละที่เป็นฝ่ายฮุบเหยื่อเข้ามาติดกับเองน่ะ? ใครจะไปรู้ว่าทำไมอยู่ ๆ เสิ่นเหยียนถึงได้เกิดนึกถูกอกถูกใจแฟนสาวของเพื่อนสนิทตัวเองขึ้นมาได้
“เออจริงด้วยพี่สาว เมื่อกี้พี่บอกว่าจะช่วยให้ฉันได้แต่งงานเข้าตระกูลเจียงใช่ไหมคะ?”
“เธอไม่ได้ชอบเจียงหยวนหวนเลยไม่ใช่เหรอ หากต้องแต่งงานกับเขาจริง ๆ เธอจะไม่นึกเสียใจในภายหลังงั้นเหรอ?”
จางหมิงฮวามองเธอด้วยแววตาแปลกประหลาด “พี่สาว พี่นี่ไร้เดียงสาเรื่องโลกภายนอกเกินไปหรือเปล่าเนี่ย? พี่ยังเชื่อในไอ้เรื่องผี ๆ ที่เรียกว่าความรักอะไรนั่นอยู่อีกเหรอคะ?”
เจียงซิน: “...”
“นี่ฉันกำลังจะแต่งงานกับเจียงหยวนหวนเหรอคะ? เปล่าเลยค่ะ! ฉันกำลังจะแต่งงานกับเงินทองมหาศาลและสถานะทางสังคมอันสูงส่งของตระกูลเจียงที่เป็นตระกูลร่ำรวยระดับแถวหน้าของเมืองหลวงต่างหากล่ะคะ!” นัยน์ตาของจางหมิงฮวาเต็มไปด้วยความทะเยอทะยานอันแรงกล้าอย่างไม่คิดจะปกปิด
“บนโลกใบนี้ คนเราไม่เฉาตายเพราะขาดความรักหรอกค่ะ แต่จะอดตายเพราะไม่มีเงินและอำนาจต่างหาก!” มีเงินมีอำนาจเสียอย่าง มีอะไรต้องไปกลัวว่าจะหาความรักไม่ได้ล่ะ?
เจียงซินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุดหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ “ระดับจิตสำนึกทางอุดมการณ์ของเธอ... ถือว่าเข้าขั้นยอดเยี่ยมเลยทีเดียว!”
“แต่ว่านะ เจียงหยวนหวนอาจจะไม่ได้เป็นคุณชายใหญ่ของตระกูลเจียงอีกต่อไปแล้วล่ะ ทว่าฉันจะไม่ปล่อยให้เธอต้องเป็นฝ่ายขาดทุนอย่างแน่นอน”
จางหมิงฮวาเลิกคิ้วขึ้นสูง “ในเมื่อมีคำมั่นสัญญาจากปากของพี่สาวขนาดนี้แล้ว น้องสาวคนนี้มีอะไรต้องไปกลัวกันล่ะคะ? อีกอย่าง พี่อุตส่าห์ยื่นโอกาสทองมาให้ตรงหน้าขนาดนี้แล้ว หากฉันยังไม่มีปัญญาคว้ามันไว้เพื่อบินทะยานขึ้นที่สูงได้สำเร็จ มันก็คงเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตแล้วล่ะว่าชีวิตของฉันมันได้แค่นี้เอง”
แววตาขบขันของเจียงซินลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม เธอเริ่มรู้สึกว่า ‘น้องสาว’ ที่โผล่มากลางคันคนนี้ช่างเป็นคนที่น่าสนใจและตลกดีเหลือเกิน
ทว่า... “แต่เมื่อกี้เธอเริ่มลงมือรังแกฉันก่อนนะ!”
จางหมิงฮวาพลันหน้าถอดสีและตกใจสุดขีดทันที: “...”