- หน้าแรก
- กิดใหม่ทั้งที เมีแค่พลั่วทองคำกับอิฐบล็อกหนึ่งก้อน
- บทที่ 3 รถหรูของเพื่อนสนิทกับคุณชายตระกูลใหญ่ (3)
บทที่ 3 รถหรูของเพื่อนสนิทกับคุณชายตระกูลใหญ่ (3)
บทที่ 3 รถหรูของเพื่อนสนิทกับคุณชายตระกูลใหญ่ (3)
รถยนต์คันหรูแล่นมาจอดนิ่งสนิทที่หน้าคฤหาสน์หลังใหญ่ เสิ่นเหยียนก้าวลงจากรถเป็นคนแรก เขาเดินอ้อมมายังอีกฝั่งก่อนจะเปิดประตูให้หญิงสาวพลางเอ่ยเรียบ ๆ “ลงมา”
เจียงซินเผยอริมฝีปากคล้ายอยากจะพูดอะไรบางอย่างทว่าก็เงียบไป แต่เสิ่นเหยียนไม่เปิดโอกาสให้เธอได้เอ่ยปาก เขาหมุนตัวแล้วเดินนำเข้าไปในคฤหาสน์ทันที หญิงสาวจึงทำได้เพียงก้าวเท้าเดินตามหลังเขาไปติด ๆ
“ชอบห้องไหนก็เลือกเอาตามสบาย เสร็จแล้วก็ไปอาบน้ำเสีย ในตู้เสื้อผ้ามีชุดนอนที่ฉันยังไม่เคยใส่”
เสิ่นเหยียนเอ่ยขึ้นโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง เจียงซินยืนนิ่งอยู่กับที่ ในหัวสมองเต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามมากมาย
เดี๋ยวก่อนนะ... เพื่อนสนิทของไอ้สารเลวนั่นคิดจะทำอะไรกันแน่?
‘หรือว่าเขากำลังช่วยเพื่อนสนิทดูแลแฟนสาวอยู่ครับ?’ เสี่ยวอินรีบช่วยโฮสต์วิเคราะห์สถานการณ์ทันที
เจียงซิน: “...”
การวิเคราะห์นี้มันฟังดูแปลก ๆ อยู่สักหน่อยนะ
“มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” เสิ่นเหยียนหันกลับมามองเธอ
เจียงซินสบสายตากับเขา ใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติ ดวงตาดำขลับล้ำลึกราวกับท้องฟ้ายามค่ำคืน และรูปร่างกำยำสมส่วนที่แม้แต่เสื้อเชิ้ตสีดำก็ไม่อาจปกปิดได้ ทุกท่วงท่าและคำพูดของเขาช่างตรงตามพิมพ์นิยมของชายหนุ่มผู้เคร่งขรึมเย็นชาในฝันของสาว ๆ ไม่มีผิด
ใบหน้าเนียนใสขึ้นสีระเรื่อด้วยความขัดเขิน “ฉัน...”
ทว่าเสิ่นเหยียนกลับหมุนตัวเดินขึ้นบันไดไปเสียก่อน เสียงทุ้มต่ำทรงเสน่ห์กังวานก้องไปทั่วคฤหาสน์อันกว้างขวาง “ฉันเป็นพวกเกลียดความสกปรกเข้าไส้”
เจียงซิน: “...”
น่าแตกชะมัด! คนเรานี่ไม่ควรคิดเข้าข้างตัวเองจริง ๆ นั่นแหละ ช่างเถอะ ไปอาบน้ำก่อนดีกว่า หลังจากผ่านเรื่องวุ่นวายมาทั้งวัน เธอก็รู้สึกเหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว
เมื่อเจียงซินอาบน้ำเสร็จแล้วเดินออกมากลับไม่พบเสิ่นเหยียน มีเพียงผู้ช่วยที่ทำหน้าที่ขับรถเมื่อครู่กำลังจัดโต๊ะอาหารอยู่ ชายคนนั้นไม่ได้หันมามองเธอและทำราวกับว่าเธอไม่มีตัวตนอยู่ตรงนั้น หลังจากจัดวางอาหารเสร็จสรรพ เขาก็รีบหมุนตัวเดินออกจากคฤหาสน์ไปทันที
เดิมทีเจียงซินยังลังเลว่าจะเอ่ยปากทักทายตามมารยาทดีหรือไม่ แต่ในเมื่อเขาไปแล้ว เธอก็ขยับข้อมือม้วนแขนเสื้อที่ยาวเลยมือขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ชุดคลุมอาบน้ำของเสิ่นเหยียนทั้งยาวและใหญ่เกินไปสำหรับเธอ เวลาสวมแล้วขยับแขนทีไรก็ดูราวกับกำลังร่ายรำงิ้วไม่มีผิด ส่วนชายกระโปรงที่ลากพื้นก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากต้องคอยยกขึ้นเวลาเดิน
เจียงซินเหลือบมองไปยังห้องนอนใหญ่ของเสิ่นเหยียน ประตูห้องปิดสนิทจนไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ข้างใน เธอจึงตัดสินใจเดินลงมาข้างล่างก่อน ทว่าเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นดินเนอร์ใต้แสงเทียนบนโต๊ะอาหาร หญิงสาวก็ถึงกับเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง โดยเฉพาะเค้กปอนด์ใหญ่ที่วางอยู่ตรงกึ่งกลางโต๊ะ
“วันนี้วันเกิดเสิ่นเหยียนเหรอ?”
‘จากข้อมูลที่เสี่ยวอินตรวจสอบดู... ไม่ใช่ครับ’
“แล้วเขาจะซื้อเค้กวันเกิดมาทำไมกัน?”
‘โฮสต์ครับ วันนี้มันวันเกิดของโฮสต์ต่างหากล่ะ!’
“...”
ประเด็นคือ วันเกิดของเธอไปเกี่ยวอะไรกับเสิ่นเหยียนด้วย? คนระดับเขาจะมาใส่ใจเรื่องวันเกิดของเธอได้อย่างไร?
แม้ว่าที่ผ่านมาเจียงซินจะแอบมองความหล่อเหลาของเสิ่นเหยียนอยู่บ่อยครั้ง แต่เธอกลับรู้สึกเสมอว่าเสิ่นเหยียนเป็นคนเย็นชาและอาจจะมีความรู้สึกไม่ชอบหน้าเธออยู่ด้วยซ้ำ เพราะทุกครั้งที่เจอกันในอดีต สายตาที่เขามองมามักจะราบเรียบเย็นเฉียบ และไม่เคยเอ่ยปากทักทายเธอเลยแม้แต่คำเดียว
ทว่าเสิ่นเหยียนในค่ำคืนนี้กลับทำตัวผิดปกติจนเกินไป ต่อให้เขาจะเข้าใจผิดว่าเธอตรอมใจจนคิดจะโดดน้ำฆ่าตัวตาย และยอมยื่นมือเข้าช่วยส่งเธอขึ้นรถตามมารยาทสุภาพบุรุษเพราะเห็นแก่ที่เป็นแฟนของเจียงหยวนหวนผู้เป็นเพื่อนสนิท แต่อย่างมากเขาก็ควรจะส่งเธอกลับมหาวิทยาลัย ไม่ใช่พากลับมายังคฤหาสน์ส่วนตัวแบบนี้ไม่ใช่หรือ?
เจียงซินก้มหน้าลงมองชุดคลุมอาบน้ำของเสิ่นเหยียนที่อยู่บนร่างของตน ก่อนจะละสายตาไปมองเค้กวันเกิดบนโต๊ะ ดวงตาดอกท้อทอประกายระยิบระยับลึกล้ำ
“เสี่ยวอิน เธอคิดว่าต้องทำอย่างไรเจียงหยวนหวนถึงจะเข้าสู่ช่วง ‘ตามง้อเมียในลานอัฐิ’ อย่างแท้จริงล่ะ?”
‘เอ๋?’ ระบบน้อยใช้ความคิดอย่างหนักก่อนจะตอบอย่างจริงจัง ‘อกหักรักคุด? ร้องไห้ฟูมฟายแทบขาดใจหรือเปล่าครับ?’
“อืม เสี่ยวอินของฉันฉลาดที่สุดเลย”
‘ทั้งหมดเป็นเพราะโฮสต์สั่งสอนมาดีครับ!’
“ถ้าอย่างนั้นเราจะทำอย่างไรให้ไอ้สารเลวนั่นต้องเผชิญกับความเจ็บปวดจากการรักเขาข้างเดียวดีล่ะ?”
‘เอ่อ เรื่องนี้...’
เจียงซินถอนหายใจออกมาอย่างหมดหนทาง “ตอนนี้เจียงหยวนหวนก็แค่รู้สึกหวงก้างเพราะยังไม่ได้ตัวฉันไปครอง แต่การแค่บอกเลิกแล้วทำเป็นเมินใส่ มันยังกระตุ้นเขาได้ไม่มากพอหรอก สำหรับคุณชายเจ้าสำราญอย่างเขา การสูญเสียเงินทองหรืออำนาจต่างหากที่เป็นเรื่องใหญ่ ส่วนการสูญเสียผู้หญิงไปสักคนมันก็แค่นั้นแหละ”
‘อ้าว! แล้วเราควรทำอย่างไรดีครับโฮสต์?’ เสี่ยวอินเริ่มลนลานขึ้นมาทันที นี่เป็นภารกิจแรกของพวกเขา หากล้มเหลวกลับไปคงโดนระบบตัวอื่นหัวเราะเยาะจนตายแน่ ๆ และโฮสต์ก็จะไม่สามารถฟื้นคืนชีพได้อีก ‘ฮือ ๆ ๆ เสี่ยวอินไม่อยากให้ภารกิจล้มเหลวเลยครับ! ไม่อยากแยกจากโฮสต์ด้วย!’
เมื่อเห็นระบบน้อยแสนซื่อร้องไห้โยเยเพราะโดนเธอขู่ เจียงซินก็ปรับน้ำเสียงให้อ่อนโยนและอ่อนหวานยิ่งขึ้น “ฉันเองก็ไม่อยากแยกจากเสี่ยวอินเหมือนกัน ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะหาทางเอง”
‘โฮสต์!’ เสี่ยวอินซาบซึ้งจนน้ำตาไหล พลางคิดว่าตัวเองช่างโชคดีเหลือเกินที่ได้เจอกับโฮสต์ที่อ่อนโยนและดีเลิศขนาดนี้ มันเคยได้ยินมาจากเสี่ยวอินที่อยู่ข้างบ้านว่าเจ้านายของรายนั้นดุมาก แถมชอบจับมันมาสตาฟฟ์เป็นผีเสื้ออยู่บ่อย ๆ สาบานได้เลยว่าตอนที่มันคุยกับโฮสต์ครั้งแรก มันแทบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรงด้วยซ้ำ ‘ไม่ว่าโฮสต์จะทำอะไร เสี่ยวอินจะสนับสนุนอย่างเต็มที่เลยครับ!’
นั่นคือประโยคที่เธอต้องการฟังจากเจ้าทึ่มน้อยตัวนี้พอดี เจียงซินไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิดที่หลอกลวงระบบโชตะแสนซื่อตัวนี้ น้ำเสียงของเธอยังคงเปี่ยมไปด้วยความจริงใจ
“ฉันเคยเห็นในอินเทอร์เน็ตบอกว่า ถ้าคิดจะมัดใจผู้ชาย ก็ต้องมัดใจเพื่อนสนิทของเขาให้ได้ก่อน ถ้าอย่างนั้น... ฉันลองเริ่มจากการจับเสิ่นเหยียนดูดีไหม? เผลอ ๆ นี่อาจจะเป็นทางลัดที่ทำให้ภารกิจของเราสำเร็จเร็วขึ้นก็ได้นะ”
อินเทอร์เน็ตมีคำพูดแบบนี้ด้วยเหรอ? เสี่ยวอินจำไม่ได้เลยสักนิด แต่ไม่ว่าโฮสต์จะพูดอะไรก็คงจะถูกนั่นแหละ ด้วยสติปัญญาอันน้อยนิดของระบบ มันจึงไม่ได้ฉุกคิดเลยว่า ในบรรดาเพื่อนสนิทมากมายของเจียงหยวนหวน ทำไมโฮสต์ถึงเลือกเสิ่นเหยียน... คนที่รับมือได้ยากที่สุดคนนั้น
‘โฮสต์ครับ แค่จับเจียงหยวนหวนก็ยากจะแย่อยู่แล้ว ตอนนี้ยังต้องจับเพื่อนสนิทของเขาเพิ่มอีกคน แบบนี้มันจะไม่ยิ่งยากขึ้นไปอีกเหรอครับ?’
“ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อภารกิจของเรานะ!”
‘โฮสต์...’ เสี่ยวอินซาบซึ้งจนน้ำตาไหลพรากอีกรอบ
เจียงซินกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ เธอเริ่มสงสัยจริง ๆ แล้วว่าระบบน้อยแสนซื่อตัวนี้มาจากมิติชั้นสูงจริง ๆ หรือเปล่า ทำไมถึงได้ใสซื่อและหลอกง่ายขนาดนี้? หรือว่าคนที่สร้างมันขึ้นมาจะลืมอัปเกรดค่าไอคิวให้กันแน่? แต่ว่า... ซื่อบื้อหน่อยก็ดีเหมือนกัน เจียงซินไม่ได้อยากจะมานั่งเล่นเกมชิงไหวชิงพริบกับระบบในระหว่างทำภารกิจหรอก อีกอย่าง ไม่ว่าจะเรื่องข้ามมิติหรือเรื่องฟื้นคืนชีพ เธอก็ต้องพึ่งพาระบบ การทำแต้มความประทับใจให้เสี่ยวอินรักและเอ็นดูเธอจึงมีแต่ได้กับได้
เจียงซินในโลกเดิมเป็นเด็กกำพร้า ต่อมาถูกสามีภรรยาเศรษฐีคู่หนึ่งรับเลี้ยง แม้ว่าหลังจากนั้นไม่นานพวกเขาจะมีลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง แต่พวกเขาก็ยังคงปฏิบัติกับเธอเป็นอย่างดี ซึ่งนั่นต้องยกความดีความชอบให้กับการรู้จักอ่านคนและความสามารถอันเป็นเลิศในการประจบเอาใจของเธอ อ่อนโยน ใจดี เชื่อฟัง และไร้พิษสง... สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงหน้ากากที่เจียงซินใช้ปกป้องตัวเองเท่านั้น
แน่นอนว่าสิ่งที่เธอทำเมื่อครู่เป็นการหยั่งเชิงเช่นกัน เพราะภารกิจของเธอคือการทำให้เจียงหยวนหวนเข้าสู่ช่วงตามง้อเมียในลานอัฐิ ใครจะไปรู้ว่าหากเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่นนอกจากเจียงหยวนหวนแล้วจะไปกระตุ้นบทลงโทษหรือเงื่อนไขการตายอะไรเข้าหรือเปล่า? แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไร
ถ้าอย่างนั้น... เจียงซินปรายสายตามองไวน์แดงที่วางอยู่บนโต๊ะ ประกายแสงบางอย่างพาดผ่านดวงตาคู่สวย เสิ่นเหยียน... คุณเสิ่น คุณเป็นคนเคร่งครัดในศีลธรรมจริง ๆ หรือว่าเป็นพวกเสือซ่อนเล็บกันแน่นะ? เจียงซินเริ่มนึกอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าเจียงหยวนหวนจะมีสีหน้าอย่างไร หากได้มาเห็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งและโรแมนติกเคล้าความนัวเนียระหว่างเธอกับเพื่อนสนิทของเขา
...หลังจากอาบน้ำและรับโทรศัพท์เสร็จ เสิ่นเหยียนก็เดินออกมาจากห้อง ทว่าทันทีที่เปิดประตู เขากลับได้กลิ่นไวน์แดงโชยมาเตะจมูก ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นพลางก้าวเท้าลงบันไดมาข้างล่าง และเป็นไปตามคาด เขามองเห็นยัยขี้เมาตัวน้อยฟุบอยู่บนโต๊ะอาหาร ในมือยังคงกำแก้วไวน์เอาไว้แน่นจนแทบจะหมดสติ
ใบหน้าของเสิ่นเหยียนมืดครึ้มลงทันที เขาสั่งให้ผู้ช่วยเอาแค่เค้กกับอาหารมาส่ง แล้วใครสั่งให้มันเอาไวน์แดงมาด้วย?
ร่างของหญิงสาวที่กำลังมึนเมาเริ่มเอนเอียงลื่นไถลลงจากเก้าอี้ ร่างกายของเสิ่นเหยียนขยับไปไวกว่าความคิด เขาเอื้อมมือออกไปประคองเธอเอาไว้ได้ทันท่วงที ร่างนุ่มนิ่มที่อบอวลไปด้วยกลิ่นหอมละมุนตกลงสู่อ้อมอกของเขาเต็ม ๆ ส่งผลให้สีหน้าของเสิ่นเหยียนแข็งค้างไปทันใด
และสิ่งที่ทำให้ลมหายใจของเขาต้องติดขัดยิ่งกว่าเดิมก็คือ ยามที่เธอขยับกาย ชุดคลุมอาบน้ำตัวหลวมโคร่งไม่อาจปกปิดเรือนร่างอรชรส่วนเว้าส่วนโค้งอันเย้ายวนใจได้เลย เมื่อเขาหลุบสายตาลง ผิวขาวเนียนดุจหิมะที่เนียนนุ่มและอวบอิ่มก็สะท้อนเข้าสู่ครรลองสายตาอย่างชัดเจน
เสิ่นเหยียนเบือนสายตาไปทางอื่นพลางเอื้อมมือไปดึงชุดคลุมอาบน้ำของเธอให้เข้าที่ จากนั้นจึงเอ่ยเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “เจียงซิน!”
ทว่าหญิงสาวกลับครางอืออาในลำคอพลางยกแขนเรียวเสลาขึ้นโอบรอบลำคอของเขา น้ำเสียงอ่อนหวานร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารราวกับลูกแมวตัวน้อย ยามที่เสิ่นเหยียนกำลังจะวางมือลงบนแผ่นหลังของเธอ เขากลับได้ยินเธอละเมอเรียกชื่อเจียงหยวนหวนออกมาด้วยความโศกเศร้า
มือของชายหนุ่มชะงักค้าง ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึงและเย็นชาขึ้นมาทันที
“ตื่นลืมตาดูสิว่าฉันเป็นใคร?” เสิ่นเหยียนจับไหล่ของเธอ หมายจะดันร่างหญิงสาวให้ออกห่าง
“ไม่เอา! ฉันไม่ปล่อย!” ยัยตัวดีที่กำลังเมามายไม่ได้ว่านอนสอนง่ายเหมือนตอนตื่น เธอเบียดกายเข้าหาและกอดรัดเขาเอาไว้แน่น
ต่างฝ่ายต่างสวมเพียงชุดคลุมอาบน้ำผ้าไหมซาตินเนื้อลื่น ยามที่ดิ้นรนฉุดกระชากกันไปมา ภาพที่ปรากฏจึงดูวาบหวามและไม่เรียบร้อยเอาเสียเลย ผิวขาวผ่องละมุนละไมของหญิงสาวเสียดสีเข้ากับแผงอกของเขาโดยตรง
ร่างกายของเสิ่นเหยียนเกร็งแน่นราวกับสายธนูที่ถูกดึงจนตึง ดวงตาคู่คมลึกล้ำมืดมิดจนดูน่ากลัว เขาขบเคี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยออกมาชัดถ้อยชัดคำ “เจียงซิน ปล่อย ไม่อย่างนั้นเธอต้องรับผิดชอบผลที่ตามมาแน่”