- หน้าแรก
- จุติเซียนกระบี่ขี้เมา
- บทที่ 8: ลงชื่อเข้าใช้รับมหายาแห่งเต๋า สำเร็จเคล็ดกระบี่สยบอสนีบาตในหนึ่งวัน
บทที่ 8: ลงชื่อเข้าใช้รับมหายาแห่งเต๋า สำเร็จเคล็ดกระบี่สยบอสนีบาตในหนึ่งวัน
บทที่ 8: ลงชื่อเข้าใช้รับมหายาแห่งเต๋า สำเร็จเคล็ดกระบี่สยบอสนีบาตในหนึ่งวัน
ยอดเขาไผ่ใหญ่ ป่าไผ่ดำหลังภูเขา
ในยามนี้ไป่เยี่ยกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น ในมือถือเคล็ดวิชาสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพที่เถียนปู้อี้เพิ่งถ่ายทอดให้ แววตาและสีหน้าแฝงไว้ด้วยความตื่นเต้นปิดไม่มิด
นี่คือเคล็ดกระบี่สยบอสนีบาต!
สุดยอดมหาเวทเร้นลับแห่งวิชาเซียนเต๋า ที่สามารถชักนำอัสนีบาตอันทรงพลังนับหมื่นตันมาแปรเปลี่ยนเป็นพลังของตนเอง
ยามเมื่อร่ายพระเวท พลังเวทอันไร้สภาพจะก่อตัวเป็นม่านคุ้มภัยปกป้องผู้ใช้ผ่านอาวุธเทพโดยธรรมชาติ ด้วยกายาของปุถุชนก็สามารถปลดปล่อยมหาอานุภาพแห่งฟ้าดิน โดยอาศัยอาวุธเทพและศาสตราอันคมกล้าเป็นสื่อกลางในการชักนำสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์จากเก้าชั้นฟ้า
ทิพยอำนาจอันเกรียงไกรและเดชานุภาพแห่งสวรรค์ยามที่สำแดงออกมา จะสั่นสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งชั้นฟ้าและปฐพี มวลเมฆและสายลมแปรเปลี่ยนสีสัน ยากที่จะมีสิ่งใดต้านทานได้และทรงพลังอย่างหาที่เปรียบมิได้
“วิญญาณร้ายแห่งเก้าชั้นฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นอัสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ ทิพยอำนาจอันรุ่งโรจน์ ชักนำด้วยกระบี่!”
เมื่อเปิดเคล็ดวิชาสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพออก หน้าแรกสุดก็ปรากฏบทสวดคาถาของวิชาอภินิหารนี้
จากนั้น ไป่เยี่ยจึงรีบพลิกอ่านใจความสำคัญของการฝึกฝนในหน้าถัดๆ ไปด้วยความกระตือรือร้น
เคล็ดกระบี่สยบอสนีบาตนั้นฝึกฝนได้ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก หากมองไปทั่วทั้งสำนักชิงหยุน มีผู้คนเพียงหยิบมือเดียว หรือนับนิ้วได้เลยด้วยซ้ำที่สามารถสำเร็จวิชาอภินิหารนี้ได้
เพียงเท่านี้ก็เห็นได้ชัดแล้วว่า การจะฝึกฝนเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพนั้นยากเย็นแสนสาหัสเพียงใด
และในยามนี้ ไป่เยี่ยที่กำลังพินิจดูเคล็ดวิธีฝึกฝนของวิชาอภินิหารนี้ ก็เริ่มมีสีหน้าและแววตาที่จริงจังขึ้นมาเล็กน้อย
วิชาอภินิหารนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
อานุภาพของมันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก แต่ความยากในการฝึกฝนก็เหนือชั้นกว่าวิชาทั่วไปเช่นกัน!
ปุถุชนคนธรรมดาจะอัญเชิญสายฟ้าฟาดจากสรวงสวรรค์ลงมาได้อย่างง่ายดายเช่นนั้นได้อย่างไร?
หากเกิดความผิดพลาดเพียงนิดเดียว แม้แต่ตัวผู้ร่ายเวทเองก็อาจจะต้องจบชีวิตลงภายใต้ทัณฑ์สายฟ้าสวรรค์
อย่างไรก็ตาม
ไป่เยี่ยไม่มีวันยอมแพ้ นี่คือเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพ ไม่ใช่วิชาอภินิหารดาษดื่นทั่วไป หากเขาสามารถฝึกฝนได้สำเร็จ ย่อมจะช่วยเพิ่มพูนความแข็งแกร่งของเขาได้อย่างมหาศาล
เขานั่งขัดสมาธิ ตั้งจิตมั่น หงายฝ่ามือและฝ่าเท้าทั้งสองพร้อมส่วนยอดของศีรษะขึ้นสู่เบื้องบนในท่าห้าใจประสานฟ้า
ไป่เยี่ยเริ่มลงมือฝึกฝนเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพทันที
เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปทีละน้อย
ตั้งแต่เที่ยงวันล่วงเลยเข้าสู่ยามราตรีอันมืดมิด ไป่เยี่ยยังคงทำความคุ้นเคยกับวิธีการควบคุมและชักนำพลังของเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพอย่างต่อเนื่อง
ทว่าต่อให้เขาไม่หยุดพักเลยแม้แต่น้อย ความคืบหน้าในการฝึกฝนวิชาเคล็ดนี้ก็ยังคงไม่เด่นชัดเท่าใดนัก
เมื่อเห็นดังนั้น ไป่เยี่ยก็ได้แต่ลอบทอดถอนใจอยู่ในใจ
สมแล้วที่เป็นหนึ่งในสี่สุดยอดวิชาอภินิหารแห่งสำนักชิงหยุน หากมันสามารถฝึกฝนสำเร็จได้ง่ายๆ เช่นนั้น มิเป็นการดูหมิ่นมหาเวทเร้นลับอันสูงสุดนี้หรอกหรือ?
“ติ้ง! ยินดีด้วยกับโฮสต์ที่ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับรางวัล: มหายาแห่งเต๋า!”
“มหายาแห่งเต๋า: เม็ดยาศักดิ์สิทธิ์สำหรับเพิ่มพูนพลังวิญญาณ กลั่นสกัดมาจากสุดยอดตัวยาระดับสูงสุด สามารถเข้าถึงส่วนลึกของจิตวิญญาณโดยตรง และช่วยพัฒนาความเข้าใจหยั่งรู้ของผู้ใช้ให้ถึงขีดสุด การบริโภคเม็ดยานี้จะช่วยเพิ่มพูนความเข้าใจหยั่งรู้ขึ้นเป็นร้อยเท่าในทันที ไม่ว่าจะฝึกฝนเคล็ดวิชา วิชาอภินิหาร หรือมหาเวทเร้นลับใดๆ ก็ตาม จะสามารถฝึกฝนจนประสบความสำเร็จได้ภายในระยะเวลาที่สั้นที่สุด”
เมื่อได้ยินเสียงของระบบ หัวใจของไป่เยี่ยก็พลันลิงโลดด้วยความปิติยินดีทันที
ระบบ!
เจ้าคือบิดาผู้ให้กำเนิดของข้าอย่างแท้จริง!
มหายาแห่งเต๋าเม็ดนี้มาช่างได้จังหวะเวลาที่ประจวบเหมาะเหลือเกิน
ไป่เยี่ยรีบนำมหายาแห่งเต๋าอันเป็นรางวัลจากการลงชื่อเข้าใช้ออกมาจากมิติระบบ แล้วกลืนมันลงคอไปในคำเดียว
ในวินาทีที่เขากลืนเม็ดยานั้นลงไป
ไป่เยี่ยรู้สึกได้ทันทีว่าความเข้าใจหยั่งรู้ของเขาดูเหมือนจะเฉียบคมและยกระดับขึ้นในชั่วพริบตา
เคล็ดวิธีฝึกฝนและวิชาอภินิหารบางส่วนที่เขาเคยไม่เข้าใจก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับผุดขึ้นมาในหัวของเขาโดยตรง ราวกับเป็นความทรงจำที่แจ่มชัด
มันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเคยฝึกฝนวิชาอภินิหารเหล่านี้มานานนับปี และตอนนี้เขาก็จดจำมันขึ้นมาได้กระทันหัน
เมื่อสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในพลังการหยั่งรู้ของตนเอง ไป่เยี่ยก็ไม่ลังเลใจอีกต่อไป เขารีบหยิบเคล็ดวิชาสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพขึ้นมาพิจารณาอีกครั้ง
หลังจากอ่านเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพซ้ำอีกหน ไป่เยี่ยก็รับรู้ถึงความแตกต่างอันน่าอัศจรรย์ได้ทันที
ส่วนที่เคยคลุมเครือลึกลับและยากที่จะทำความเข้าใจก่อนหน้านี้ บัดนี้กลับแจ่มแจ้งแทงทะลุในพริบตา
ซี้ด~!
มหายาแห่งเต๋าเม็ดนี้ช่างมีฤทธิ์เดชที่น่าสะพรึงกลัวแท้ๆ
ในเวลานี้ ไป่เยี่ยลอบอุทานด้วยความตกใจอยู่ลึกๆ ในใจ
จากนั้นเขาก็ไม่ยอมเสียเวลาอีกต่อไป และเริ่มทำความเข้าใจหยั่งรู้ในเคล็ดวิชาสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพต่อไปทันที
...
ยามเมื่อแสงอรุณแรกเริ่มสาดส่องเข้ามาในป่าไผ่ดำ
ณ จุดที่ไป่เยี่ยกำลังนั่งอยู่นั้น ภายในรัศมีรอบตัวหลายสิบเมตรพลันปรากฏกระแสไฟฟ้าแลบปลาบปลาบ สายฟ้าประสานกันเป็นร่างแหคล้ายใยแมงมุมแผ่ขยายซึมซาบไปทั่วบริเวณ
ส่วนไป่เยี่ยในยามนี้กำลังหลับตาแน่น กลิ่นอายรอบกายพุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด โดยมีตัวเขาเป็นศูนย์กลาง สายฟ้าฟาดโอบล้อมไปทั่วทุกทิศทาง ปลดปล่อยอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวของพลังแห่งสายฟ้าออกมา
ครืน คืน~!
และในความว่างเปล่าเบื้องบน ก็เริ่มมีเสียงฟ้าร้องคำรามแว่วมาจางๆ
มวลเมฆอัสนีหนาทึบแผ่เข้าปกคลุมน่านฟ้าเหนือบริเวณที่ไป่เยี่ยกำลังฝึกตน เมฆดำมืดก้อนมหึมาดูราวกับอสูรกายยักษ์ที่กำลังจะกลืนกินทั้งฟ้าและปฐพี
ทันใดนั้นเอง
ทั่วทั้งฟ้าดินพลันสว่างวาบด้วยประกายสายฟ้าขนาดใหญ่ แผ่กระจายไปทั่วทั้งท้องนภาและผืนแผ่นดิน
ดวงตาของไป่เยี่ยเบิกโพลงขึ้นฉับพลัน กระบี่เวทเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้าเขาในทันที เพียงแค่เขาตวัดมือคราเดียว สายฟ้าก็ฟาดผ่านสะบั้นฟ้าดิน สายลมกรรโชกแรงอย่างบ้าคลั่ง ราวกับจะทำให้เหล่าภูตผีปีศาจทั้งมวลต้องเตลิดหนีหายไปสิ้น
ฟุ่บ!
ไป่เยี่ยก้าวเท้าต่อเนื่องกันเจ็ดก้าว เงาร่างของเขาไปปรากฏอยู่เหนือความว่างเปล่า ท่ามกลางมวลเมฆดำมืดนั้น สายฟ้าร้องคำรามไม่ขาดสาย ราวกับเสียงขู่คำรามของสัตว์ร้ายอันดุดัน
“วิญญาณร้ายแห่งเก้าชั้นฟ้า แปรเปลี่ยนเป็นอัสนีบาตศักดิ์สิทธิ์ ทิพยอำนาจอันรุ่งโรจน์ ชักนำด้วยกระบี่”
น้ำเสียงของไป่เยี่ยดังกังวานก้องไปทั่วชั้นฟ้า
มวลเมฆดำมืดควบแน่นกลายเป็นน้ำวนสีดำขนาดมหึมาในทันที มันหมุนวนอย่างรวดเร็วอยู่บนท้องฟ้า ในเวลาเดียวกันนั้นแสงสายฟ้าก็วาบปลาบและกระแสอัสนีก็พุ่งพล่าน
ในส่วนลึกของน้ำวนเมฆดำนั้น สายฟ้านับไม่ถ้วนกำลังหลอมรวมเข้าด้วยกันอย่างไม่ขาดสาย และพลังอำนาจอันน่าหวาดหวั่นก็เริ่มแผ่กระจายออกไป
เสียงกัมปนาทสะเทือนฟ้าดังก้องไปทั่วทั้งความว่างเปล่า
ความปั่นป่วนวุ่นวายถึงเพียงนี้ส่งผลให้ทั่วทั้งยอดเขาไผ่ใหญ่สั่นสะเทือนขึ้นมาในพริบตา
ในยามนี้ ซ่งต้าเหรินและศิษย์พี่อีกหลายคนต่างพากันหันไปมองทางป่าไผ่ดำ
“ศิษย์พี่ใหญ่ซ่ง นี่มันคือเคล็ดกระบี่สยบอสนีบาต!”
อู๋ต้าอี้ ศิษย์พี่รองแห่งยอดเขาไผ่ใหญ่มีสีหน้าตกตะลึงลาน ราวกับคนทึ่สติหลุดลอยไปแล้ว
“ใช่แล้ว นี่คือเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพไม่ผิดแน่”
เมื่อได้ยินดังนั้น ใบหน้าของซ่งต้าเหรินเองก็ปรากฏแววตื่นตระหนกเช่นกัน: “นี่คือวิชาอภินิหารระดับสูงสุดของสำนักชิงหยุน บนยอดเขาไผ่ใหญ่ของเรา มีเพียงอาจารย์เท่านั้นที่สำเร็จวิชานี้”
“พรสวรรค์ของพวกเรายังไม่ถึงขั้น อาจารย์จึงไม่ได้ถ่ายทอดให้พวกเราเลย และต่อให้ถ่ายทอดให้ พวกเราก็คงไม่มีปัญญาจะเรียนรู้มันได้”
“แต่ว่า จู่ๆ อาจารย์จะร่ายเวทเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพไปเพื่ออะไรกัน?”
ทว่าตู้ปี้ซูในยามนี้กลับขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย: “ศิษย์พี่ทั้งหลาย สถานที่ตรงนั้นมันคือที่ที่ศิษย์น้องใช้ฝึกตนไม่ใช่หรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ ศิษย์ทั้งหกคนของยอดเขาไผ่ใหญ่ที่อยู่ในที่นั้นต่างหันมาสบตากัน ก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังป่าไผ่ดำอย่างรวดเร็ว
และ ณ จุดฝึกตนของไป่เยี่ย เถียนปู้อี้และซู่หรูได้มายืนอยู่ก่อนแล้ว พวกเขากำลังแหงนหน้ามองไป่เยี่ยที่อยู่บนความว่างเปล่าด้วยสีหน้าและแววตาที่เต็มไปด้วยความตกตะลึงอย่างที่สุด
“เคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพ!”
“มันคือเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพจริงๆ ข้าเพิ่งจะมอบมันให้เขาไปเมื่อวานนี้เองนะ ผ่านไปเพียงวันเดียว เขากลับฝึกฝนมันจนสำเร็จแล้วอย่างนั้นรึ?!”
ร่างกายของเถียนปู้อี้สั่นเทาขึ้นมาน้อยๆ
นี่คือเคล็ดสัจจะสายฟ้าควบคุมกระบี่เทพเชียวนะ!
แม้แต่ตัวเขาเองยังต้องใช้เวลานานหลายปีกว่าจะสามารถฝึกฝนมันจนเข้าสู่ขั้นเริ่มต้นได้อย่างแท้จริง
แต่สำหรับไป่เยี่ย กลับใช้เวลาเพียงวันเดียวเนี่ยนะ???
“ปู้อี้ ดูเหมือนว่าท่านจะตัดสินใจถูกต้องแล้ว เด็กคนนี้คู่ควรแก่การรับเป็นศิษย์สืบทอดวิชาของท่านอย่างแท้จริง” ซู่หรูที่อยู่ข้างกายก็นัยน์ตาสั่นไหวเผยแววตกตะลึงในดวงตาคู่สวยของนางเช่นกัน
เด็กคนนี้มอบความประหลาดใจให้แก่พวกเขามากเกินไปแล้ว!
ไม่ว่าจะเป็นความเร็วในการฝึกตน หรือความเร็วในการฝึกฝนวิชาอภินิหาร มันช่างรวดเร็วและน่ากลัวจนเกินไปแล้ว!
และในวินาทีนั้นเอง ในขณะที่ไป่เยี่ยกำลังจะรวบรวมสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์จากเก้าชั้นฟ้าเพื่อชักนำลงมาสู่โลกมนุษย์ กระบี่เวทที่ลอยอยู่บนความว่างเปล่าก็เริ่มสั่นสะท้านอย่างรุนแรง จากนั้นรอยร้าวขนาดเล็กก็เริ่มปรากฏขึ้นภายในตัวกระบี่
แกร๊ก~!
เมื่อเสียงปริแตกดังขึ้น เพียงแค่ไม่กี่อึดใจต่อมา กระบี่เวททั้งเล่มก็พลันแตกสลายกลายเป็นผุยผงในทันใด
ในพริบตานั้น สายฟ้าในความว่างเปล่าก็อันตรธานหายไปสิ้น มวลเมฆดำมืดก็พลันสลายตัวไป
เมื่อเห็นภาพเหตุการณ์นี้ เงาร่างของไป่เยี่ยก็ร่อนลงมาปรากฏกายในป่าไผ่ดำพลางทอดถอนใจออกมาเล็กน้อย
เขาล้มเหลวเสียแล้ว!
อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่ปัญหาที่เกิดจากตัวเขา แต่เป็นเพราะกระบี่เวทเล่มนั้นมันมีอานุภาพไม่เพียงพอที่จะรองรับพลังอำนาจอันมหาศาลของสายฟ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งเก้าชั้นฟ้าได้ต่างหาก