- หน้าแรก
- ฟุตบอล ด้วยสกิลประกบเดี่ยวเลเวลตัน ชั้นทำเมสซีและโรนัลโด้หลั่งน้ำตา
- บทที่ 491 ปีเก้จอมปากดีเตลิดเปิดเปิง
บทที่ 491 ปีเก้จอมปากดีเตลิดเปิดเปิง
บทที่ 491 ปีเก้จอมปากดีเตลิดเปิดเปิง
21 มิถุนายน 2018, ณ สนามคาซาน อารีน่า… ช่วงค่ำ ศึกฟุตบอลโลกกลุ่ม B ระหว่าง “ทีมชาติฮ่องกง” ปะทะ “ทีมชาติสเปน” กำลังจะระเบิดศึกขึ้น
ย้อนกลับไปเมื่อวาน มีการแข่งขันจบไปแล้วสามคู่: รัสเซียถล่มอียิปต์ 3–1 ในกลุ่ม A, และอุรุกวัยเฉือนชนะซาอุดีอาระเบียไปแบบหืดจับ 1–0
ผ่านไปสองนัด รัสเซียและอุรุกวัยเก็บชัยรวด 2 นัด มี 6 แต้มเต็ม ส่วนซาอุดีอาระเบียกับอียิปต์ยังไร้แต้ม
เหลือการแข่งขันอีกเพียงนัดเดียว แต่รัสเซียและอุรุกวัยการันตีเข้ารอบเป็นที่เรียบร้อย
เมื่อคืนที่ผ่านมา ยังมีเกมกลุ่ม B อีกคู่ระหว่าง โปรตุเกส พบ โมร็อกโก
น. 4 คริสเตียโน โรนัลโด รับลูกเตะมุมจากเพื่อนร่วมทีมบริเวณกรอบหกหลา ก่อนจะทิ้งตัวโหม่ง...ตูม! ลูกพุ่งแสกหน้าผู้รักษาประตูโมร็อกโกเสียบตาข่าย… โรนัลโดฟอร์มกำลังร้อนแรงสุดขีด ซัดไปแล้ว 3 ประตูจาก 2 นัด
บนตารางดาวซัลโวตอนนี้ เขากับ เชรีเชฟ ของรัสเซีย ยิงไปคนละ 3 ประตู ขึ้นนำร่วมกัน
และประตูโทนลูกนั้นก็ส่งให้โปรตุเกสเฉือนชนะโมร็อกโก 1–0
ชัยชนะของโปรตุเกส โยนความกดดันมหาศาลใส่บ่าของ “สเปน” อย่างไม่ต้องสงสัย
ฟุตบอลโลกหนก่อนที่บราซิล สเปนตกรอบแรกอย่างน่าอดสู สื่อและแฟนบอลสเปนรุมสาปส่งอยู่นานหลายเดือน
หากครั้งนี้ต้องกระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่มอีก… ผลที่จะตามมาคงเกินจินตนาการ
21:00 น. ตามเวลามอสโก ขุนพลสเปนและฮ่องกงตั้งแถวเผชิญหน้ากันคนละฝั่งสนาม
“ปรี๊ดด!”
สิ้นเสียงนกหวีดผู้ตัดสิน ทีมชาติฮ่องกงเป็นฝ่ายเขี่ยบอลเริ่มครึ่งแรก
วันนี้ทีมชาติฮ่องกงมาในระบบ 4-2-3-1 ที่เน้นความรัดกุม
หน้าเป้าคือ เกาฟาน, โดยมี ซูเหว่ย ยืนเป็นเพลย์เมกเกอร์ตัวรุก
ปีกขวา โล จุนไฟ, ปีกซ้าย ซานโดร
คู่มิดฟิลด์ตัวรับ เหลียง ชุนปอง จับคู่กับ หวง หยาง
แนวรับ แบ็กซ้าย ฟาง ป๋อหลุน, แบ็กขวา เจิ้ง จิงห่าว
คู่เซ็นเตอร์แบ็ก เฟสตัส ยืนคู่ เอลิโอ, และผู้รักษาประตูคือ หลง อี้ฟู
11 ตัวจริงชุดนี้ นอกจากซูเหว่ยแล้ว… ที่เหลือล้วนค้าแข้งอยู่ในฮ่องกงพรีเมียร์ลีกทั้งสิ้น
หากย้อนไปสักปีก่อน แล้วมีคนบอกว่าทีมชุดนี้จะได้มาลุยฟุตบอลโลก คงไม่มีใครเชื่อน้ำลาย
แต่วันนี้ คืนนี้… ทีมชาติฮ่องกงไม่เพียงทะลุเข้าสู่รอบสุดท้าย แต่กำลังยืนประจันหน้ากับอดีตแชมป์โลก!
ฝั่งสเปนจัดทัพในระบบ 4-3-3… นายทวาร เด เกอา
แผงหลังประกอบด้วย การ์บาฆาล, ปิเก้, รามอส และ อัลบา
แดนกลางนำทัพโดย บุสเกตส์, ติอาโก้ และ อิเนียสต้า
สามประสานแดนหน้า ดาบิด ซิลบา, อิสโก้ และ คอสต้า
ไม่ว่าจะวัดกันด้วยฝีเท้าหรือชื่อชั้น… 11 ตัวจริงชุดนี้ของสเปน ติดท็อป 3 จาก 32 ทีมในฟุตบอลโลกหนนี้แน่นอน!
7 คนมาจาก เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลนา… อีก 4 คนที่เหลือคือ ติอาโก้ จากบาเยิร์น, คอสต้า จากแอตฯ มาดริด, ซิลบา จากแมนฯ ซิตี และ เด เกอา จากแมนฯ ยูไนเต็ด
ขุมกำลังตัวจริงของสเปนแข็งแกร่งไร้ที่ติ หากจะมีจุดอ่อนสักจุด… ก็คงหนีไม่พ้นกุนซือใหญ่ของพวกเขา เฟร์นานโด เอียร์โร
เอียร์โรเพิ่งเข้ารับตำแหน่งได้เพียงสัปดาห์เดียว… การเปลี่ยนแม่ทัพก่อนออกศึกใหญ่ไม่กี่วัน ไม่ใช่เรื่องปกติแน่
คนเก่าคือ โลเปเตกี ส่วนสาเหตุที่โดนปลดนั้น… พิสดารหลุดโลก
กุนซือคนอื่นมักโดนไล่ออกเพราะผลงานห่วยแตก แต่โลเปเตกีไม่ใช่
นับตั้งแต่ก้าวเข้ามากุมบังเหียนทีมชาติสเปนในปี 2016 โลเปเตกีพาทัพกระทิงดุลงเล่น 20 นัด ชนะ 14 เสมอ 6… ไร้พ่าย! เรียกได้ว่าผลงานหรูหราประสบความสำเร็จสุดๆ
แต่ก่อนฟุตบอลโลกจะเปิดฉากเพียงไม่กี่วัน เขาด้นไปประกาศผ่านสื่อว่าจะลาออกหลังจบทัวร์นาเมนต์ เพื่อไปคุม เรอัล มาดริด
ราชสหพันธ์ฟุตบอลสเปนเดือดดาลกับการกระทำของโลเปเตกีอย่างหนัก บอลโลกยังไม่ทันเริ่ม คิดจะย้ายค่ายซะแล้ว? นี่มันทำลายขวัญกำลังใจกันชัดๆ!
ราชสหพันธ์ฯ รู้สึกเหมือนโดนหยามเกียรติ จึงประกาศปลดโลเปเตกีแบบสายฟ้าแลบ
โลเปเตกีโดนเด้ง… อำนาจของราชสหพันธ์ฯ ได้รับการยืนยัน
แต่ปัญหาที่ใหญ่กว่าก็ตามมาทันที: อีก 2-3 วันบอลโลกจะเริ่ม… ใครจะคุมทีมลุยศึก?
เวลาจวนตัวขนาดนี้ อย่าว่าแต่โค้ชดังเลย แค่หาโค้ชที่มีประสบการณ์สักหน่อยก็ยังยากเลือดตาแทบกระเด็น
ท้ายที่สุด ด้วยความจำยอม… เอียร์โร ในฐานะผู้อำนวยการกีฬาของราชสหพันธ์ฯ จึงจำต้องโดดลงมาคุมทัพด้วยตัวเอง
แต่คนที่รู้จักเอียร์โรดีจะรู้ว่า… สมัยเป็นนักเตะ เขาคือตำนานที่น่าเกรงขาม
ยุค 90 เขาค้าแข้งกับ เรอัล มาดริด นานถึง 14 ฤดูกาล คว้าถ้วย ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก 3 สมัย ติดทีมชาติสเปน 89 นัด ซัดไป 29 ประตู… คือปูชนียบุคคลของวงการฟุตบอลสเปน
ทว่า… หลังแขวนสตั๊ด เอียร์โรไม่มีประสบการณ์คุมทีมเลย
ถ้าจะให้นับจริงๆ ก็มีแค่ฤดูกาล 2016–2017 ที่เขาไปคุม โอเบียโด ทีมในลีกรอง (เซกุนด้า ดิวิซิออน) เท่านั้น
อดีตแชมป์โลกอย่างสเปน ต้องมาใช้โค้ชมือใหม่ป้ายแดง… จินตนาการได้เลยว่าเอียร์โรต้องแบกรับความกดดันมหาศาลเพียงใด
ก่อนเกม เอียร์โรประกาศก้องในห้องแต่งตัว “นัดนี้ต้องชนะเท่านั้น!”
ทันทีที่เริ่มครึ่งแรก ขุนพลสเปนดาหน้าเปิดเกมเพรสซิงสูง ใส่ทีมชาติฮ่องกงทันที โดยมีเอียร์โรส่งสัญญาณมือสั่งการเร่งเกมอยู่ข้างสนามไม่หยุด
หลังผ่านเกมกับโมร็อกโกมาได้… ขุนพลแข้งฮ่องกงตอนนี้พกความมั่นใจมาเต็มกระเป๋า
เมื่อเจอสเปนบีบพื้นที่สูง พวกเขาไม่ตื่นตระหนกเตะสาดทิ้งมั่วซั่ว
กลับกัน พวกเขาใช้ความกว้างของสนามให้เป็นประโยชน์ สร้างระยะห่างระหว่างผู้เล่น แล้วใช้การรับ-ส่งบอลและการเคลื่อนที่เพื่อแก้เพรสซิงของสเปน
ซูเหว่ย รับบทบาทสำคัญที่สุดในจุดนี้ เขาคือสมอเรือที่ปักหลักกลางสนาม ยามใดที่เพื่อนร่วมทีมจนมุมส่งบอลไม่ได้ เขาจะโผล่ไปรองรับบอลเสมอ
ขอแค่บอลถึงเท้าซูเหว่ย… ต่อให้นักเตะสเปน 2-3 คนรุมแย่ง ก็อย่าหวังจะได้กิน
เป้าหมายของเกเก้นเพรสซิงคือการแย่งบอลคืนให้เร็วที่สุด แล้วเปิดเกมบุกต่อเนื่อง
แต่วันนี้ คืนนี้… พวกเขาหาบอลไม่เจอ!
แค่แย่งบอลไม่ได้ก็ปวดหัวแล้ว แต่ที่นรกแตกกว่านั้นคือ… ซูเหว่ยไม่เพียงครองบอลเหนียว แต่ยังจ่ายบอลแม่นราวจับวาง
สเปนดันไลน์ขึ้นสูง แดนกลางและแนวหลังจึงเกิดช่องโหว่เพียบ
ลูกวางยาวขึ้นหน้าทุกดอกของซูเหว่ย… เล่นเอา ปิเก้ กับ รามอส สันหลังวาบทุกครั้ง
เอียร์โรที่อยู่ข้างสนาม อาจเพราะมองไม่เห็นหรือตอบสนองช้า… เขาไม่ได้ตะโกนเตือนลูกทีมให้ระวังหลังเลย
ประมาณ น. 17… ซูเหว่ยเก็บบอลได้ในแดนหลัง ก่อนจะแทงบอลทะลุช่องเลียดพื้น...ลูกพุ่งแหวกอากาศตัดหลังปิเก้ไปดื้อๆ!
ปิเก้กลับตัวออกวิ่งไล่กวด… เกาฟานที่อยู่ใกล้ๆ ก็ระเบิดฝีเท้าตามไปติดๆ
ช่วงแรกปิเก้ยังประคองตัวตามเกาฟานทัน… แต่เกาฟานยิ่งวิ่งยิ่งเร็ว!
ปิเก้ในวัย 31 ปี… ไม่ใช่เด็กหนุ่มกระทงเหมือนตอนคว้าแชมป์ที่แอฟริกาใต้เมื่อ 8 ปีก่อนอีกแล้ว
หนำซ้ำนักเตะฮ่องกงที่ผ่านการขัดเกลาใน “อาณาเขตการฝึกพิเศษ” ของซูเหว่ย ก็ไม่ใช่ไก่กาที่ใครจะมาเคี้ยวเล่นได้ง่ายๆ
อาจกล่าวได้ว่า พละกำลังโดยรวมของแข้งฮ่องกงชุดนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่า “ทีมปีศาจ” หรือทีมชาติเกาหลีใต้เลย… และเมื่อมีปีศาจอย่างซูเหว่ยคุมจังหวะตรงกลาง ทีมชาติฮ่องกงตอนนี้สามารถข่มขวัญทีมส่วนใหญ่ได้สบาย
แน่นอน สเปนไม่ได้อ่อนหัด… แต่ถ้าเทียบกับชุดแชมป์โลก 2010… ความน่าเกรงขามมันคนละเรื่อง!
วินาทีนี้ ปิเก้เห็นท่าไม่ดี ตัวเองกำลังจะหลุดตำแหน่ง… เขาตัดสินใจเอื้อมมือคว้าตัวเกาฟาน...ร่วงลงไปกอง!
“ปรี๊ดด!”
เสียงนกหวีดผู้ตัดสินดังลั่นทันที ใบเหลืองถูกชูใส่หน้า “เจ้าปากกว้างปีเก้”
นักเตะฮ่องกงกรูเข้าไปประท้วงคำตัดสิน ซูเหว่ยและเพื่อนร่วมทีมพยายามกดดันผู้ตัดสินว่าจังหวะนี้เป็นโอกาสทำประตูชัดเจน… ปิเก้สมควรโดนใบแดง!
แต่ผู้ตัดสินยังปรานี และตัวปิเก้เองก็รู้ตัวว่าผิดเต็มประตู
หลังทำฟาวล์ เขาเดินไปดึงเกาฟานลุกขึ้น… แล้วรีบชิ่งหนีจากจุดเกิดเหตุทันที กลัวผู้ตัดสินจะเปลี่ยนใจแจกของแถม
ปิเก้วิ่งหนีไปได้สัก 8-9 เมตร ไปหยุดยืนหอบที่หน้ากรอบเขตโทษ… สายตาเหลือบไปเห็นรามอสกำลังเดินตรงเข้ามา
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═